หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 417 ลูกแกะที่ต้องเชือด
บทที่ 417 ลูกแกะที่ต้องเชือด
ภายในห้องโถงของอาคาร
สองพี่น้องหลวนเทียนไฉและหลวนเทียนเฟิงที่ร่างโชกไปด้วยเลือดได้ถอยร่นไปจนหลังชนกำแพง ดวงตาของพวกเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว
ครั้นเห็นว่าอู่จ้านเผิงหยุดมือลงชั่วคราว พวกเธอก็ตัดสินใจที่จะใช้ท่าไม้ตายก้นหีบ
“พวกแกปกป้องเธอไม่ได้หรอก ทำไมต้องดื้อดึงด้วย?” อู่จ้านเผิงไม่รีบเร่งที่จะโจมตีอีกครั้ง เขารู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่สามารถฆ่าพี่น้องคู่นี้ได้ง่าย ๆ
ถ้าเขาจะฆ่าพวกเธอ เกรงว่าเขาเองก็คงจะต้องจ่ายราคาไปไม่น้อย
ดังนั้น หากเป็นไปได้ก็คงต้องลองเจรจา เพื่อนำซีชิงอิ่งกลับไปในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ เรื่องการฆ่าพี่น้องสองคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลยสักนิด
ตราบใดที่พวกเธอประนีประนอม
“เราจะไม่มีวันปล่อยให้แกทำสำเร็จ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่!” หลวนเทียนเฟิงตะคอก
“ในเมื่อให้โอกาสแล้วแต่กลับไม่หวงแหน ถ้างั้นก็อย่ามาหาว่าฉันหยาบคาย!” ทันใดนั้น อู่จ้านเผิงก็ปลดปล่อยเจตนาสังหารรุนแรง ปราณแห่งฟ้าดินจากทั่วทุกสารทิศถูกดึงดูดออกมา จนเห็นเป็นคล้ายกระแสลมหมุนวน ซึ่งดูราวกับพายุที่กำลังหมุนปกคลุมร่างกายของเขา
จากนั้นอู่จ้านเผิงก็ปล่อยหมัดที่ถูกหุ้มด้วยพายุหมุนเข้าใส่พี่น้องหลวนโดยไม่ยั้ง
“อยู่รอด…”
“หลีกพ้นความตาย…”
หลวนเทียนไฉและหลวนเทียนเฟิงต่างขว้างดาบยาวในมือของพวกเธอเข้าใส่หมัดยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วยอำนาจอันรุนแรงของอู่จ้านเผิง
และในขณะเดียวกันนั้น พวกเธอทั้งคู่ต่างก็กระอักแก่นแท้โลหิตออกมาคนละหนึ่งหยด พลางโคจรพลังทั้งหมดไปยังแขนทั้งสองข้าง และซัดฝ่ามือซึ่งผสานพลังรวมเข้ากับแก่นแท้โลหิตที่พวกเธอกระอักออกมา มันพุ่งเข้าผลักด้ามดาบของพวกเธอ เสริมอำนาจดาบให้รุนแรงยิ่งขึ้นเป็นสิบเท่า
“เคล็ดวิชาต้องห้าม? บัดซบ!”
สีหน้าของอู่จ้านเผิงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ในขณะที่หมัดยักษ์ซึ่งเขาเพิ่งชกออกไปนั้นถูกเจาะทะลวง พายุหมุนบิดเบี้ยวดูคล้ายจะแหลกสลาย ดาบพุ่งฝ่าเข้ามาอย่างรวดเร็วจนแทบจะเสียบถึงศีรษะของเขาในพริบตา
รับมือได้ยากมาก!
แม้ว่าตัวเขาจะสวมถุงมือสายฟ้า แต่หากรับดาบนี้โดยตรงก็ยังคงเสี่ยงที่มือจะได้รับความเสียหายไปด้วย
ความคิดของอู่จ้านเผิงแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นศีรษะของเขาก็เอียงหลบไปด้านหลังพร้อมกับที่ร่างของเขาถอยไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเขาเซถอยกลับไปอยู่หน้าประตูห้องโถง จากนั้นจึงรีบหลบไปด้านข้างและตบดาบยาวสองเล่มให้ออกจากวิถีของเขา
ฟุบ! ฟุบ!
หลวนเทียนไฉและหลวนเทียนเฟิงยังคงไม่หยุดโจมตี พวกเธอยอมทิ้งดาบของตัวเองและรีบไปที่ระเบียงฝั่งตะวันออก
ในเวลาเพียงสองหรือสามวินาที พวกเธอก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องที่ซีกั๋วหัวซ่อนตัวอยู่ และปรากฏอยู่ข้างหลังสตรีจากองค์กรอีกาดำซึ่งกำลังยืนถือมีดอยู่ที่หน้าต่าง
โพล้ะ!
หลวนเทียนเฟิงตบศีรษะผู้หญิงคนนั้นจากด้านหลังด้วยฝ่ามือที่ดูเหมือนจะเชื่องช้า ทว่าฝ่ามือนี้กลับระเบิดหัวของอีกฝ่ายในทันที
“ไป!”
หลวนเทียนไฉสัมผัสได้ว่าซีกั๋วหัวอยู่ที่นี่ เธอจึงพาเขาออกจากมุมที่ซ่อนอยู่และพาออกไปนอกหน้าต่าง
หลวนเทียนเฟิงรีบตามออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน โดยวิ่งประกบอยู่ด้านข้างซีชิงอิ่ง
วิ่ง!
หนีให้เร็วที่สุด!
ไม่เช่นนั้นต่อให้วันนี้พวกเธอจะไม่ตาย แต่คงจะบาดเจ็บสาหัสชนิดที่เรียกได้ว่ารักษาไม่หายอีกเลย
“คิดว่าจะหนีได้เหรอ?”
ทันใดนั้น ชายชราในชุดสีขาวก็พุ่งมาขวางทางพวกเขาที่ลานด้านนอก
อีกฝ่ายเป็นชายชราไว้เคราแพะและสวมเสื้อคลุมสีเทา ด้านซ้ายของหน้าผากมีรอยสักเช่นเดียวกับอู่จ้านเผิง นั่นคือลวดลายของอีกาดำ ไม้เท้าสีเงินในมือของเขาเปล่งประกายด้วยแสงจาง ๆ
หลวนเทียนไฉและหลวนเทียนเฟิงดูสิ้นหวัง
พวกเธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นปรมาจารย์เช่นกัน อีกทั้งระดับขั้นยังเหนือกว่าพวกเธอทั้งสอง
ปรมาจารย์ขั้นสูง ๆ คนเดียวก็รับมือแทบไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนี้มีเพิ่มมาอีกหนึ่ง!
ต่อให้ตอนนี้พวกเธอจะไม่มีภาระอย่างซีชิงอิ่งและซีกั๋วหัว แต่พวกเธอก็รู้สึกว่าอาจไม่สามารถหลบหนีเอาชีวิตรอดได้ไปได้
“หัวขโมยแก่เฮยซิน ผู้หญิงแซ่ซีคือผู้หญิงที่ฉันหมายตาไว้ กล้าคิดที่จะแย่งชิงกับฉันเหรอ!” อู่จ้านเผิงรีบวิ่งตามออกมาจากด้านหลัง และเมื่อเห็นชายชราเคราแพะ สีหน้าของเขาก็มืดลงทันที
“อู่จ้านเผิง เจ้ายังอายุน้อย ยังมีเวลาเหลือมากพอที่จะหาโอกาสทะลวงระดับ แต่เวลาชีวิตของข้าเหลืออีกไม่เยอะแล้ว ด้วย ‘เตาหลอม’ ที่ยอดเยี่ยมนี้เท่านั้นที่ข้าจะสามารถทะลวงไปสู่ขั้นสมบูรณ์พร้อมของระดับปรมาจารย์ หรือบางทีอาจจะทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์และมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” เสียงของเฮยซินทั้งแหบแห้งและแข็งกร้าว
“อยากได้เธอเหรอ? ฝันไปเถอะ!” อู่จ้านเผิงตวาด แต่เขาไม่รีบร้อนที่จะเริ่มลงมือก่อน
เขาไม่กลัวเฮยซิน แต่กลัวว่าสองพี่น้องหลวนจะเข้าร่วมวงด้วย
“ข้าคือตาแก่ที่กำลังจะตาย เจ้าคิดว่าข้ายินดีที่จะทุ่มสุดตัวขนาดไหนเพื่อคว้าโอกาสในการอยู่รอด?” เฮยซินกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน
อู่จ้านเผิงเงียบไปทันที
เขาเข้าใจความหมายของเฮยซิน อีกฝ่ายพยายามยืดอายุขัยตัวเองด้วยวิธีการทะลวงระดับโดยใช้ซีชิงอิ่งเป็นเตาหลอม ดังนั้นจึงยินดีแลกทุกอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
แต่เขาเองก็ไม่ต้องการเสียซีชิงอิ่งไปเช่นกัน
เนื่องจากเขามั่นใจว่าตราบใดที่เขามีซีชิงอิ่ง เขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมได้ในเวลาอันสั้น และยังวางแผนในการทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ในอนาคตอันใกล้
“อู่จ้านเผิง เจ้าจะว่าอย่างไร?” เฮยซินถามพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย
“แล้วโอสถทลายขอบเขตกับถุงมือสายฟ้าที่ฉันใส่ล่ะ?” อู่จ้านเผิงกล่าวหลังจากเงียบไปกว่าสิบวินาที
“มันไม่พอหรอก!” เฮยซินปฏิเสธทันที
“สามเดือน! ฉันจะให้โอกาสแกเข้าสู่บ่อโลหิต” อู่จ้านเผิงกล่าวพลางกัดฟันกรอด “นี่คือขีดจำกัดที่ฉันสามารถทนได้ ไม่อย่างนั้นเราก็มาสู้กันให้ตายไปข้าง และจะไม่มีใครที่จะได้ตัวผู้หญิงคนนี้ไป!”
เฮยซินเริ่มลังเล!
เพราะเขารู้ดีว่าหากเขาได้รับโอกาสเข้าสู่บ่อโลหิตและกินโอสถทลายขอบเขต มันจะปลอดภัยและมั่นคงกว่าในการฝ่าทะลวงระดับขั้นของปรมาจารย์
ส่วนบรรพจารย์ยุทธ์…
ตราบใดที่คุณอยู่ในขั้นสมบูรณ์พร้อมของปรมาจารย์แล้ว อายุขัยของคุณจะเพิ่มขึ้นได้อีก 10 หรือ 20 ปี บางทีคุณอาจจะมีโอกาสก็ได้ในอนาคต…
นอกจากนี้ ถุงมือสายฟ้ายังเป็นของดี หากนำไปขายในตลาดมืด คุณอาจแลกเปลี่ยนเป็นโอสถทลายขอบเขตอีกหนึ่งเม็ดได้
ตอนนี้เองที่ซีกั๋วหัวเข้าใจแล้วว่าคนเหล่านี้หมายตาลูกสาวของเขา
ดูเหมือนว่าลูกสาวของเขาจะมีประโยชน์มากสำหรับคนพวกนี้
แต่ทำแบบนี้มันไม่ผิดกฎหมายเหรอ?
ไม่ถูกต้อง!
พวกนี้ดูไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยสักนิด
ไม่สิ พี่น้องฝาแฝดที่ปกป้องเขาและลูกสาวก็ดูจะไม่สนใจกฎหมาย เพราะพวกเธอเพิ่งฆ่าคนไป…
พวกผู้ฝึกยุทธ์ย่อมไม่สนใจกฎหมายอยู่แล้วสินะ!
ซีกั๋วหัวมองไปยังลูกสาวของเขาและพบว่าเธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกำลังดูที่หน้าจอ และเขายังเห็นว่าเธอดูมีท่าทีที่สงบขึ้น
แม้แต่มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อยราวกับว่ากำลังเผยรอยยิ้ม
เกิดอะไรขึ้น?
เรากำลังอยู่ในสถานการณ์เป็นตายแท้ ๆ แต่ทำไมลูกสาวของเขากลับดูผ่อนคลาย? ทำไมถึงยังยิ้มออกมาได้?
“เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหม?” เฮยซินถาม
“แน่นอน!” อู่จ้านเผิงตอบ
“ก็ได้ เช่นนั้นก็ส่งโอสถทลายขอบเขตและถุงมือสายฟ้ามาให้ข้าก่อน เมื่อข้าได้ของแล้ว นอกจากข้าจะไม่แย่งผู้หญิงคนนี้แล้ว แต่ข้ายังจะช่วยเจ้าฆ่าพี่น้องฝาแฝดคู่นี้อีกด้วย” ชายชราเฮยซินกล่าว
“ฉัน…”
ทว่าทันใดนั้น เสียงเย็นชาของใครบางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขา
“คิดจะแลกเปลี่ยนอะไรกันแบบนี้เนี่ย พวกแกได้รับอนุญาตจากฉันแล้วเหรอ?”