หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 422 ถ่วงเวลา
บทที่ 422 ถ่วงเวลา
เฮยซินมองคนทั้งสี่อย่างเย็นชา จากนั้นก็ชี้ไปที่จ้วงชิงแล้วเย้ยหยันว่า “มันเป็นไปไม่ได้ที่ไอ้หมอนี่จะออกมาจากเมืองจินหลิงโดยไม่มีศัตรูติดตามมา ดังนั้นการที่พวกแกทั้งสี่นำทางให้เขามาที่นี่ มันก็ไม่ต่างอะไรจากเผยตำแหน่งว่าเราทั้งหมดอยู่ที่ไหน พวกแกเป็นคนนำศัตรูมาหาเรา!”
ใช่!
ทั้งสี่คนเข้าใจแล้วและกำลังเสียใจ
ศัตรูที่สามารถฆ่าอู่จ้านเผิงและบังคับให้เฮยซินหนีออกจากเมืองจินหลิงมาพร้อมกับพวกเขาคือบุคคลที่ทรงพลังมาก
และตอนนี้เป็นเพราะพวกเขาเอง ศัตรูจึงไล่ตามมาถูก
เกรงว่าสถานการณ์ถัดจากนี้จะต้องเลวร้ายมากแน่นอน
บางทีพวกเขาทั้งหมดอาจจะตายอยู่ที่นี่
ทั้งสี่คนหันหน้ามองกันก่อนจะมองไปที่จ้วงชิงด้วยสายตาเกลียดชัง ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกว่าไอ้สารเลวนี้ควรถูกฆ่าตายไปพร้อมกับอู่จ้านเผิง!
“ฉัน……” จ้วงชิงก้าวถอยหลังไปสองก้าว สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัว
ทันใดนั้น บนกำแพงโดยรอบและบนหลังคาก็ปรากฏคนมากมายราว ๆ สามสิบคน
คนเหล่านี้ปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่ง
สีหน้าของเฮยซินยิ่งดูย่ำแย่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ศีรษะที่เปื้อนเลือดหลายหัวถูกโยนเข้ามา ดวงตาของเขาก็ปะทุขึ้นด้วยจิตสังหาร
ศีรษะเหล่านี้เป็นของคนที่เขาเพิ่งส่งออกไปให้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ
เหล่าคนของเขาที่เพิ่งตายไปนั้น คนที่อ่อนแอที่สุดเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลาย และหลายคนอยู่ในระดับกึ่งปรมาจารย์
“เกาเทียนเซียง? เป็นคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงที่ไล่ตามมางั้นเหรอ? อืม ในแง่ของความสามารถในการติดตามผู้คน ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังใดในโลกผู้ฝึกยุทธ์ก็เทียบไม่ได้กับคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงของแกจริง ๆ” เฮยซินพูดอย่างเย็นชาแทนที่จะรีบฝ่าวงล้อมออกไป
ศัตรูเหล่านี้แข็งแกร่งมาก
แม้ว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์ขั้นปลาย แต่เกาเทียนเซียงในฐานะผู้ดูแลทั่วไปของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงในมณฑลเจียงซูก็เป็นปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์
และยังมีปรมาจารย์อย่างน้อยห้าหรือหกคนในบรรดาผู้คนของคณะกรรมการกำกับดูแลของเถิงหลงที่มาล้อมพวกเขาในวันนี้
ยากมากที่เขาจะฝ่าวงล้อมระดับนี้ออกไปได้สำเร็จ
ดังนั้นเขาตัดสินใจที่จะถ่วงเวลา! ตราบใดที่สหายเฒ่าของเขามาถึงพร้อมกับผู้คน มันก็เป็นไปได้ที่จะฆ่าศัตรูเหล่านี้ได้ทั้งหมด นับประสาอะไรกับการหลบหนี
“เฮยซิน ยอมให้เราจับกุมแต่โดยดี อย่าขัดขืน!” เกาเทียนเซียงตะโกนลั่นขณะยืนอยู่บนหลังคาและมองลงมา
“เป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะยอมโดนจับโดยไม่ขัดขืน ฉันรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันตกอยู่ในมือของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงของแก แต่ฉันก็คิดว่าแกน่าจะรู้ดีด้วยว่าถ้าเราต่อสู้กันขึ้นมา แม้ว่าแกจะฆ่าฉันได้สำเร็จ แต่ฝั่งของแกก็ย่อมสูญเสียไปไม่น้อยด้วย” เฮยซินมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็มองกลับไปที่เกาเทียนเซียงแล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าเราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับข้อตกลงกันได้”
“ตกลง? ข้อตกลงอะไรที่คุณอยากจะพูดคุยล่ะ?” เกาเทียนเซียงเลิกคิ้วถาม
“ฉันจะบอกข้อมูลบางอย่างที่มีประโยชน์ให้แก แต่แกก็ต้องสัญญาว่าจะปล่อยเราออกจากที่นี่ไปเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน แบบนี้มันจะดีกว่าการที่เราต้อมาฆ่าแกงกันแล้วสูญเสียอย่างหนักในตอนท้ายนะ” เฮยซินกล่าว
“งั้นก็บอกมา”
“คิดว่าฉันโง่หรือไง ถ้าฉันบอกไปแล้วแต่แกเปลี่ยนใจกะทันหัน ฉันก็ไม่รอดน่ะสิ” เฮยซินเย้ยหยัน
“แล้วคุณจะเอายังไง?”
“ต้องมีกฎ”
“กฎอะไร?”
“เอ่อ…” เฮยซินรีบคิดทันที
หลังจากเงียบไปราวสองนาที จู่ ๆ เขาก็ยิ้มและพูดว่า “ฉันจะบอกข้อมูลบางอย่าง ซึ่งข้อมูลนั้นแกจะสามารถตรวจสอบความจริงได้ในเวลาไม่นาน หากสิ่งที่ฉันพูดเป็นความจริง แกก็หลีกทางไป แล้วหลังจากนั้นฉันจะบอกแกเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านั้นอีกหนึ่งอย่าง”
“รีบพูดมา!”
“โรงงานเครื่องจักรหงซิงที่เมืองหานเป็นฐานที่มั่นอีกแห่งขององค์กรฉัน ที่นั่นมีผู้อาวุโสในองค์กรอีกคนประจำการอยู่” เฮยซินกล่าว
เมืองหาน?
เกาเทียนเซียงหันไปมองฮัวเย่โหลวที่อยู่ข้าง ๆ เขา
ฮัวเย่โหลวขมวดคิ้วและส่ายหัวอย่างเงียบ ๆ ให้แก่เกาเทียนเซียง
เมื่อเกาเทียนเซียงเห็นเช่นนี้ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรออกทันที
ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์เสร็จ เฮยซินก็หัวเราะและพูดว่า “อีกไม่นานคนของแกจะตอบกลับมาว่าข้อมูลที่ฉันให้มาเป็นเรื่องจริงแน่นอน ซึ่งนั่นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของฉัน และหลังจากนั้นฉันจะให้ข้อมูลอื่นซึ่งเป็นปลาที่ใหญ่กว่านั้นด้วย”
“คุณสามารถพูดมาตอนนี้ได้เลย” เกาเทียนเซียงกล่าว
“ฮ่า ฮ่า รอคนของแกยืนยันข้อมูลแรกของฉันก่อนเถอะ!” เฮยซินตัดสินใจที่จะถ่วงเวลา ดังนั้นการทรยศต่อคนของตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เขารู้ว่าหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ องค์กรอีกาดำจะไม่ต้อนรับเขาอีกต่อไป แต่ตราบใดที่เรายังมีชีวิตรอดไปได้ การทรยศต่อองค์กรก็แค่เรื่องเล็ก จริงไหม?
การหลบหนีจากประเทศจีนและออกไปสู่โลกภายนอกเป็นเรื่องสำคัญที่สุด บางทีหลังจากนี้อาจจะได้ออกไปผจญภัยและเจอสิ่งที่ดีกว่าปัจจุบัน!
เวลาผ่านไปทีละน้อย
ยี่สิบนาทีต่อมา เกาเทียนเซียงก็ได้รับสายจากใครบางคน เมื่อได้ยินสิ่งที่ปลายสายพูด สีหน้าของเขาก็แสดงความพอใจ
“ผู้เฒ่าเฮยซิน ข้อมูลแรกของคุณได้รับการยืนยันจากเราแล้ว ไม่มีปัญหา ตอนนี้คุณสามารถพูดข้อมูลใหม่มาได้เลย” เกาเทียนเซียงกล่าว
“มีสนามกอล์ฟใกล้กับน้ำพุเทียนหลานในหยางเฉิง และผู้ที่รับผิดชอบดูแลสนามกอล์ฟคือหัวหน้าสาขาขององค์กรเพลิงคลั่ง เขาอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม” เฮยซินหัวเราะ
“องค์กรเพลิงคลั่ง? คุณรู้ข้อมูลนี้ได้ยังไง?” เกาเทียนเซียงขมวดคิ้วถาม
“เพราะฉันเคยไปที่นั่นมาก่อน และฉันก็เป็นเพื่อนกับผู้ชายคนนั้น” เฮยซินตอบ
เพื่อน?
หักหลังเพื่อนเพียงเพื่อเอาชีวิตรอด?
เกาเทียนเซียงแสดงสีหน้าเหยียดหยามทันที แต่เขายังคงกดโทรศัพท์เพื่อโทรออก
ทันใดนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ก็ดังมาจากกลางอากาศ
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงยหน้าขึ้นมองทันที
เฮลิคอปเตอร์สีขาวค่อย ๆ ลดความสูงลงมาในแนวดิ่งเรื่อย ๆ
เกาเทียนเซียงขมวดคิ้ว และเมื่อเขาหันกลับมามองเฮยซิน เขาก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจ ทว่าใบหน้าชราของอีกฝ่ายกลับมีรอยยิ้ม
ยิ้ม?
หรือว่า?
เฮลิคอปเตอร์นี้เป็นของสมาชิกองค์กรอีกาดำ?
ก่อนหน้านี้เฮยซินจงใจถ่วงเวลาใช่ไหม? ถ่วงเวลารอให้คนมาช่วย?
ใครกันที่เฮยซินมั่นใจว่าเมื่อมาถึงในเวลานี้จะสามารถเอาชนะคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงของเราได้?
ครู่ต่อมา เฮลิคอปเตอร์ก็มาอยู่เหนือพื้นดินราว ๆ ยี่สิบสิบเมตร
ทันใดนั้น ประตูของเฮลิคอปเตอร์ก็ถูกเปิดออกและมีร่างสามร่างกระโดดลงมา
คนทั้งสามที่มาใหม่แผ่กลิ่นอายกดดันที่น่าหวั่นเกรง ซึ่งมีเพียงปรมาจารย์ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้
“ปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม และปรมาจารย์ขั้นกลางอีกสองคน? พวกเขาคือ… หมาป่าทมิฬปู้เซิน? และคนสนิทอีกสองคน?” สีหน้าของเกาเทียนเซียงเปลี่ยนไปอย่างมาก หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น