หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 430 คำบอกรักที่ดีที่สุด
บทที่ 430 คำบอกรักที่ดีที่สุด
เมืองจินหลิง
ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
โจวอี้และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนกำลังพูดคุยและหัวเราะกันอยู่แถวประตูทางเข้าหมู่บ้าน จากนั้นโทรศัพท์มือถือของโจวอี้ก็ดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู จู่ ๆ สีหน้าของเขาก็ฉายความประหลาดใจ
แม่ยายโทรมา?
ถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่แม่ยายโทรมาหาใช่ไหม?
“จุ๊ ๆๆ”
โจวอี้ส่งสัญญาณให้พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนเงียบเสียง จากนั้นจึงรับสายและถามด้วยน้ำเสียงเบิกบาน “สวัสดีครับแม่! แม่มีอะไรงั้นเหรอครับ? อยากให้ผมรับใช้อะไรเหรอ?”
“เสี่ยวอี้ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันปีใหม่แล้ว ลูกจะทำอะไร? ลูกมาใช้เวลาช่วงปีใหม่กับเราที่นี่ดีไหม?” ฉินฮุ่ยเฟินที่อยู่ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ไปฉลองปีใหม่ด้วยกัน?
โจวอี้ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
เขาเคยอยู่ฉลองเทศกาลปีใหม่กับอาจารย์ของเขาในหมู่บ้านโจวเมี่ยวเท่านั้น
ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในภูเขาชางหลาง และไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้อาจารย์อยู่ที่ไหน เกรงว่าคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะฉลองปีใหม่กับเธอในปีนี้
ดังนั้น…
“แม่ครับ ผม เหมียวเหมี่ยว แล้วก็เสี่ยวรุ่ยไปได้! แต่ผมไม่แน่ใจว่าเสี่ยวหว่านจะว่างหรือเปล่า แม่ช่วยลองโทรไปถามเธอได้ไหมครับ ถ้าเธอตกลง ผมจะเรียกให้เสี่ยวรุ่ยกลับมาบ้านภายในสองวัน แล้วจากนั้นเราจะเก็บของไปหางโจว” โจวอี้ยิ้ม
“ได้ เดี๋ยวแม่จะโทรไปถามเธอเอง” ฉินฮุ่ยเฟินตอบ
เมื่อวางสาย โจวอี้ก็ฟุ้งซ่านขึ้นมาเล็กน้อย
บ้านของถังหว่านอยู่ในเมืองซูโจวไม่ไกลจากจินหลิงเท่าไหร่ เพียงสองร้อยกว่ากิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาขับรถเองประมาณสามชั่วโมงเท่านั้น
เขามาที่เมืองจินหลิงไม่ถึงครึ่งปี แต่เขาไม่เคยไปเมืองซูโจวเลยสักครั้ง ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา เขาจะทำตัวไม่เหมาะสมไปหน่อย
นอกจากนี้! คุณย่าของถังหว่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
โจวอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจอย่างลับ ๆ ว่าแม้ถังหว่านจะไม่ต้องการกลับไปที่เมืองซูโจวในช่วงปีใหม่ แต่เขาจะพาลูกสาวสองคนไปเยี่ยมพ่อตาและแม่ยายของเขา และไปเยี่ยมย่าของถังหว่านด้วย
…
เมืองหลวง
ถังหว่านไม่ได้เข้าไปอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ข้างพระราชวังต้องห้าม แม้ว่าที่นั่นจะถูกทำความสะอาดเรียบร้อยดีแล้วแต่ก็ยังขาดข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้น กระเป๋าของเธอและซุนเหมิงก็ยังอยู่ในโรงแรมด้วย
โรงแรมปักกิ่งอินเตอร์เนชันแนลเทรด
ที่นี่เป็นโรงแรมที่หรูหรามากในเมืองหลวง และอยู่ไม่ไกลจากสถานีโทรทัศน์ปักกิ่ง
เมื่อถังหว่านกลับมาถึง เธอขอให้ซุนเหมิงโทรติดต่อห้องอาหารเพื่อส่งอาหารเย็นขึ้นมาที่ห้องพักของเธอ และหลังจากอาบน้ำใส่ชุดนอนแล้ว ขณะที่เธอกำลังจะโทรหาโจวอี้ เธอก็ได้รับสายจากแม่ของเธอซะก่อน
“แม่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” ถังหว่านถาม
“แม่โทรหาลูกไม่ได้เหรอถ้าไม่มีธุระ?” เสียงของฉินฮุ่ยเฟินดังมาจากปลายสาย
“ไม่ใช่นะ หนูกลัวว่าแม่จะมีปัญหาอะไรก็แค่นั้นเอง” ถังหว่านยิ้ม
“เอาล่ะ ๆ เข้าเรื่องดีกว่า แม่ขอถามอะไรลูกอย่างหนึ่ง อีกไม่กี่วันจะปีใหม่แล้ว ปีนี้ลูกจะกลับมาที่บ้านเรารึเปล่า?” ฉินฮุ่ยเฟินถามขึ้น และราวกับกลัวว่าถังหว่านจะปฏิเสธ เธอจึงรีบพูดเสริมว่า “แม่โทรหาโจวอี้แล้ว เขาบอกว่าเขายินดีจะพาเด็ก ๆ มาฉลองที่บ้านเรา แต่อันดับแรกต้องฟังคำตอบจากลูกก่อน”
“เขาจะกลับกับหนูเหรอ?” ถังหว่านกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“ลูกพูดอะไรไร้สาระ ลูกเป็นภรรยาของเขา ดังนั้นแน่นอนว่าเขาไม่ปฏิเสธแน่ นอกเสียจากว่าเขาจะเลือดเย็นกับบ้านเรา ขอให้ลูกและเหมียวเหมี่ยวติดตามเขากลับไปที่ภูเขาชางหลางนั่นแหละเขาถึงจะไม่มาที่นี่!” ฉินฮุ่ยเฟินกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
ถังหว่านยิ้ม
อันที่จริง! หากโจวอี้ชวนเธอกลับไปที่ภูเขาชางหลาง เธอก็ยินดีที่จะติดตามเขาไปเช่นกัน
ว่ากันว่าแต่งงานกับไก่ก็เป็นไก่ แต่งงานกับหมาก็เป็นหมา แม้ว่าเธอจะดูเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็เป็นคนหัวโบราณและเต็มใจที่จะติดตามสามีของเธอไปทุกที่
“แม่ เราจะไม่กลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านเราในปีนี้ค่ะ เพราะหนูจะต้องไปร่วมงานกาล่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ(ปีใหม่)ของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมหลีจือ การเดินทางกลับไปกลับระหว่างจินหลิงและเมืองซูโจวน่ะลำบากมาก หรือ…แม่กับพ่อจะพาคุณย่ามาที่จินหลิงไหม? ครอบครัวของเราปีนี้ฉลองกันที่จินหลิงดีหรือเปล่า?” ถังหว่านถาม
“ไปที่จินหลิง…” ฉินฮุ่ยเฟินลังเล
ในความเป็นจริง ตราบเท่าที่ครอบครัวของเธอสามารถอยู่ด้วยกันได้ จะฉลองที่ไหนมันก็มีค่าเท่ากัน
นอกจากนี้ เธอยังรู้สถานการณ์ของลูกสาวเป็นอย่างดี ถังหว่านยุ่งและเหนื่อยมาก การเดินทางกลับไปกลับมาคงไม่สะดวกเอาซะเลย
“ตกลง! แม่จะปรึกษากับพ่อและคุณย่าของลูกนะ ถ้าพวกเขาต้องการจะไป เราจะไปที่จินหลิงในช่วงปีใหม่!” ฉินฮุ่ยเฟินกล่าวและวางสายไป
ถังหว่านถือโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
เธอโทรหาโจวอี้ทันที
สิ่งแรกที่เธอถามคือเรื่องบ้าน เพราะเธอไม่ต้องการถามอีกครั้งเมื่อกลับไปถึงจินหลิง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอรู้ว่าโจวอี้ได้คฤหาสน์แสนแพงนั้นมาเพราะช่วยงานของประเทศ เธอก็รู้สึกโล่งใจ
ตราบใดที่ถูกกฎหมายก็ไม่มีปัญหา
“มีอีกเรื่อง แม่ของฉันโทรหาฉันแล้วถามว่าเราจะกลับไปที่เมืองซูโจวในช่วงปีใหม่ได้ไหม แต่ฉันตอบเธอไปแล้วว่าฉันจะต้องไปร่วมงานกาล่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมหลีจือ ฉันก็เลยปฏิเสธไป แต่ฉันให้ทางเลือกกับแม่ไปว่าพวกเขาสามารถมาที่จินหลิงในช่วงปีใหม่นี้ได้ คุณคิดว่าไง?” ถังหว่านถาม
“ผมได้หมด! ตราบใดที่มีคุณและลูกสาวของเราอยู่ด้วย ผมจะอยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญ” โจวอี้ยิ้ม
“อื้ม!” หัวใจของถังหว่านรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้ยินคำพูดนี้
เธอรู้สึกว่าคำบอกรักทั้งหมดนั้นไม่ดีเท่ากับคำพูดเมื่อครู่ของโจวอี้
“ที่รัก จริง ๆ แล้วผมมีอยู่ความคิดหนึ่งนะ” โจวอี้พูดขึ้น
“ความคิดอะไร?”
“ผมอยู่ที่จินหลิงมาครึ่งปีแล้ว แต่ผมไม่เคยไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายที่ซูโจวเลย แถมยังไม่เคยเจอคุณย่าของคุณเลย ผมก็เลยคิดว่าต่อให้เราจะไม่ได้อยู่ในเมืองซูโจวในช่วงปีใหม่ แต่ครอบครัวของเราก็ควรไปที่นั่นก่อนดีไหม และถ้าหากพ่อตาแม่ยายยินดีที่จะมาฉลองปีใหม่ที่จินหลิง เราก็พาพวกเขากลับมาด้วยกัน”
“ดีค่ะ!” ถังหว่านพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนที่ฉันกลับไปพรุ่งนี้ เราจะพาเหมียวเหมี่ยวและเสี่ยวรุ่ย… ว่าแต่เสี่ยวรุ่ยจะกลับมาถึงเมื่อไหร่?”
“อิงหงโทรหาผมและบอกว่าจะกลับมาที่จินหลิงในเช้าวันมะรืนนี้น่ะ”
“เอาล่ะ ถ้างั้นเราจะกลับเมืองซูโจวกันในเช้ามะรืนนี้ แล้วฉันจะบอกแม่ทีหลัง”
“ตกลง!”
ทั้งคู่คุยกันอีกนานกว่าสิบนาทีก่อนจะวางสาย
เมืองหลวง ไคลี่วิลล่า
คฤหาสน์หมายเลข 9 ครอบคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งหมู่ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 1,200 ตารางเมตรและมีอยู่สามชั้น ที่นี่ดูงดงามหรูหราอย่างยิ่ง
เมื่อรถเบนซ์แล่นเข้ามาในลานบ้าน แม่บ้านในคฤหาสน์ก็ออกมาต้อนรับ
เจิ้งซวงทักทายแม่บ้านและรีบไปที่ห้องโถง เธอเห็นแม่กำลังคุยกับเพื่อนที่มาเยี่ยมบ้าน เธอทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพและถามถึงพ่อของเธอ จากนั้นเธอก็วิ่งขึ้นไปที่ห้องหนังสือบนชั้นสอง
ก๊อก…ก๊อก…
เจิ้งซวงเคาะประตูห้องหนังสือแล้วผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องหนังสือมีควันบุหรี่
เจิ้งชิงเฟิงถือบุหรี่ที่หว่างนิ้วและนั่งบนโซฟาทำหน้าทำตาบึ้งตึง มีชายอีกคนนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ขณะที่เจิ้งฮว๋ายอัน ลูกชายของเขานั่งอยู่ด้านข้าง
“พ่อ! พี่ชิงหลงก็อยู่ที่นี่ด้วย!” เจิ้งซวงกล่าวหลังจากเข้ามา
“ว่าไงเจิ้งซวง ไม่เจอกันนาน!” จินชิงหลงหัวเราะ
“ใช่ไม่ได้เจอกันนานเลย ทุกคนต่างยุ่งกันหมด มีฉันคนเดียวที่ค่อนข้างว่าง” เจิ้งซวงยิ้ม
“เสี่ยวซวง เรากำลังคุยกันอยู่ ถ้าไม่มีอะไรทำก็ไปคุยกับแม่ก่อนไป!” เจิ้งชิงเฟิงชายผมสีเงินกล่าว
“พ่อคะ หนูมีเรื่องจะคุยด้วยเหมือนกัน”