หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 445 ชายคนนี้มีปัญหา
บทที่ 445 ชายคนนี้มีปัญหา
ภายในห้องรับรองวีไอพีที่สนามบิน
จินชิงหลงนั่งอยู่ใกล้ประตูทางเข้ามากที่สุด เขาถือวัตถุชิ้นหนึ่งไว้ในมือและมองดูมันอย่างเหม่อลอย สายตาของเขากวาดมองผ่านประตูเป็นครั้งคราวราวกับกำลังรอใครบางคน
หลังจากได้รับข้อมูลผ่านเพื่อนของถังป๋อที่ทำงานในสนามบิน เขาก็ได้รู้ว่า ‘โจวอี้’ ได้จองตั๋วไปจินหลิงวันนี้ในเวลาสามทุ่มครึ่ง ดังนั้นเขาจึงจองตั๋วเที่ยวบินเดียวกันและมารอล่วงหน้าสองชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าเวลาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นร่างของโจวอี้ปรากฏสักที เขาก็ยิ่งรู้สึกประหม่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าโจวอี้จะขึ้นเที่ยวบินนี้ไปยังจินหลิงจริง ๆ หรือไม่
แต่แล้วทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นร่างที่คุ้นตาเดินเข้ามา
เขามาแล้ว!
ชายแซ่โจวที่เขาพบที่ร้านอาหารไป๋เว่ยก่อนหน้านี้!
จินชิงหลงรู้สึกยินดีเมื่อโจวอี้เดินเข้ามาใกล้ เขายืนขึ้นทันที
“คุณคือ… คุณโจวใช่ไหมครับ?” จินชิงหลงถามด้วยท่าทางนอบน้อม
“ใช่ แล้วคุณเป็นใคร?” โจวอี้ไม่คาดคิดว่าจะมีคนรู้จักเขาที่นี่ เขามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็จำไม่ได้ว่าชายตรงหน้านี้เป็นใคร
“สวัสดีครับคุณโจว ผมจินชิงหลง เราเคยพบกันที่ร้านอาหารไป๋เว่ยมาก่อน คุณเป็นคนช่วยเพื่อนผมไม่ให้เดือดร้อนจากประธานเซี่ยหลู่” จินชิงหลงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เคยพบกันที่ร้านอาหารไป๋เว่ย?
โจวอี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง อืม…จริงด้วย ชายคนนี้ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านหลังแขกคนนั้นที่มาประท้วง…
“ผมจำคุณได้แล้ว คุณอยู่ที่นั่นด้วยสินะ” โจวอี้ยิ้ม
“คุณโจว ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนั้น ไม่อย่างนั้นผมนึกไม่ออกเลยว่าเพื่อนของผมจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และแม้แต่ผมเองก็อาจถูกเหมารวมไปด้วย” จินชิงหลงกล่าวขอบคุณ
“ยินดีครับ” โจวอี้กล่าวพลางโบกมือ
จากนั้นชายทั้งสองก็นั่งลงในห้องรับรองวีไอพี จินชิงหลงยังคงรักษาท่าทีที่เป็นมิตรและถามด้วยรอยยิ้มว่า “ผมไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญมาพบคุณโจวอีกครั้งที่นี่ ว่าแต่คุณจองเที่ยวบินซะดึกเลย มีเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับธุรกิจเหรอครับ?”
“เปล่าหรอก ผมแค่จะกลับบ้าน ผมอาศัยอยู่ที่จินหลิงน่ะ” โจวอี้กล่าว
“จินหลิง? บังเอิญจัง! ผมก็จะไปจินหลิงเหมือนกัน” จินชิงหลงแสร้งทำเป็นประหลาดใจ
“โอ้! คุณจินก็พักอยู่ที่จินหลิงด้วยเหรอ?” โจวอี้ถามอีกฝ่ายกลับไปทันที
“เปล่า ๆ ผมไปจินหลิงเพื่อพบเพื่อนเฉย ๆ น่ะครับ อยู่ที่นั่นสักสองสามวัน แล้วหลังจากนั้นผมจะกลับไปที่ปักกิ่งในช่วงปีใหม่” จินชิงหลงหัวเราะ
“อืม!”
พวกเขาคุยกันไม่นานก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง
ทันทีที่พวกเขาขึ้นเครื่องบินและนั่งในชั้นเฟิร์สคลาส โจวอี้ก็พบว่าที่นั่งของจินชิงหลงอยู่ข้าง ๆ เขา
“คุณโจว ทำไมคุณถึงต้องถือต้นไม้กระถางนี้ตลอดเลยล่ะ สัมภาระของพวกเราสามารถโหลดใต้เครื่องได้ไม่ใช่เหรอ?” จินชิงหลงถามด้วยความสงสัย
“เพราะว่ามันมีค่ามาก ผมคงจะกังวลใจถ้าไม่เห็นมันอยู่ในสายตาตลอดเวลา” โจวอี้ยิ้ม
ของล้ำค่า?
ต้นไม้ต้นนี้คืออะไรกันแน่?
จินชิงหลงรู้สึกงงงวย แต่ยังคงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและถามว่า “คุณโจวดูไม่ธรรมดามากเลย คุณทำงานอะไรเหรอครับ?”
“ผมเป็นหมอ” โจวอี้ยิ้ม
“หมอ? โรงพยาบาลไหนในจินหลิงเหรอครับ?”
“โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง” โจวอี้ยิ้มและพูดต่อไปว่า “ถ้าคุณมีเวลา คุณสามารถมาหาผมได้ที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง”
“ฮะ? ให้ผมไปโรงพยาบาลเพื่อไปหาคุณ?” จินชิงหลงรู้สึกสับสน
นี่เป็นคำพูดที่สุภาพตรงไหน?
มีแต่คนเจ็บป่วยเท่านั้นแหละที่จะไปโรงพยาบาล แต่ชายคนนี้ชวนให้เขาไปหาที่โรงพยาบาลเนี่ยนะ?
“ใช่ อาการบาดเจ็บที่ขาของคุณน่าจะเป็นมาหลายปีแล้วใช่ไหม? คนธรรมดามองไม่เห็น แต่ผมเห็น ดังนั้นถ้าคุณต้องการหลีกเลี่ยงอาการปวดขาในวันที่ฝนตก คุณก็มาที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงเพื่อพบผมได้ ผมสามารถรักษาอาการของคุณให้หายขาดได้” โจวอี้กล่าว
“จริงเหรอ?…คุณช่วยรักษาให้ผมได้จริง ๆ เหรอครับ?” จินชิงหลงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
อาการบาดเจ็บที่ขาของเขานั้นเป็นมาอย่างยาวนาน ปกติแล้วมันมักจะไม่แสดงอาการเจ็บปวด แต่ถ้าฝนตกเมื่อไหร่ เขาจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาที่ขา เขาเคยไปโรงพยาบาลมาแล้วหลายแห่ง และเคยพบแพทย์แผนจีนที่มีความชำนาญมาแล้วหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของเขาให้หายขาดได้
แต่โจวอี้…
แพทย์จีนที่อายุยังน้อยแบบนี้จะรักษาอาการที่ขาของเขาให้หายได้จริงหรือ?
“ปัญหาของคุณก็คือยังมีการบาดเจ็บหลงเหลืออยู่ภายใน แต่สำหรับผมแล้วก็รักษาได้ไม่ยากนักหรอก” โจวอี้ยิ้ม
“เยี่ยมเลย! ถ้างั้นหลังปีใหม่ผมจะไปหาคุณที่โรงพยาบาลแน่นอน… หมอโจว ผมขอแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อของคุณเผื่อเอาไว้ได้ไหมครับ?” จินชิงหลงกล่าวอย่างรวดเร็ว
“ได้เลย!”
เที่ยงคืน
เครื่องบินลงจอดที่สนามบินจินหลิง เมื่อโจวอี้และจินชิงหลงเดินออกจากประตูขาออกด้วยกัน โจวอี้ก็เห็นหน้าคนที่คุ้นเคย
“ฮ่า ฮ่า พี่เฉิง ไม่เจอกันนาน!” จินชิงหลงซึ่งอยู่ข้าง ๆ โจวอี้ยิ้มและอ้าแขนทักทายเพื่อนของเขาที่นัดให้มารับ
“น้องจิน…” เฉิงฮ่าวกอดจินชิงหลงด้วยสีหน้าแปลก ๆ จากนั้นก็มองไปยังโจวอี้ที่อยู่ข้าง ๆ
“น้องโจว นายเพิ่งกลับมาจากไหนเนี่ย?” เฉิงฮ่าวถามด้วยความประหลาดใจ
“ผมไปเซินเจิ้นมาเมื่อสองสามวันก่อน” โจวอี้ยิ้มก่อนจะชี้ไปที่จินชิงหลงและพูดว่า “โลกนี้กลมจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าเพื่อนของพี่จินจะเป็นคุณ ถ้าผมรู้เร็วกว่านี้ ผมคงไม่ขอให้คนมารับผมหรอก ผมจะได้นั่งรถฟรี”
“หมอโจว พี่เฉิง พวกคุณรู้จักกันเหรอ?” จินชิงหลงถามด้วยความประหลาดใจ
“ฮ่า ฮ่า เราไม่ใช่แค่รู้จักกันนะ น้องโจวน่ะเป็นน้องชายของฉัน และยังเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายอีกด้วย” เฉิงฮ่าวหัวเราะ
สหายแบบร่วมเป็นร่วมตาย?
จินชิงหลงตกตะลึง
เขารู้จักนิสัยใจคอของเฉิงฮ่าว และยังรู้ถึงความสามารถของอีกฝ่าย ใครก็ตามที่สามารถเป็นพี่น้องของเฉิงฮ่าวได้ คนคนนั้นย่อมต้องไม่ธรรมดา
แน่นอนว่าเขารู้อยู่แก่ใจว่าโจวอี้นั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวตนที่แท้จริงของโจวอี้คืออะไร
แพทย์แผนจีนในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง?
ต้องไม่ใช่แค่นั้นแน่ ๆ นั่นไม่น่าจะเป็นตัวตนหลักของโจวอี้แน่นอน เพราะแพทย์จีนไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเจ้าของคฤหาสน์ที่อยู่ใกล้กับพระราชวังต้องห้ามได้
“โลกนี้ช่างแคบจริง ๆ! เพื่อนใหม่ของผมกลับกลายเป็นพี่น้องของพี่เฉิงซะอย่างนั้น น้องโจว หวังว่าหลังจากนี้เราจะได้ติดต่อกันมากขึ้นนะ ผมเชื่อว่าพี่เฉิงมองคนไม่ผิดแน่นอน” จินชิงหลงหัวเราะ
“แน่นอน!” โจวอี้ยิ้มพลางพยักหน้า
ไม่กี่นาทีต่อมา โจวอี้ก็แยกจากเฉิงฮ่าวและจินชิงหลง
ครั้นชายหนุ่มมองตามหลังชายทั้งสอง ความเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นในแววตาของเขา
จินชิงหลงคนนี้มีปัญหา
คนปกติไม่มีทางพูดคุยและสนิทกับคนแปลกหน้าได้ง่ายขนาดนี้ แต่ชายคนนี้กลับกระตือรือร้นที่จะคุยกับเขาเหลือเกิน แม้ว่าจะอ้างเหตุผลที่เขาเคยช่วยเหลืออีกฝ่ายจากเซี่ยหลู่ แต่มันก็ยังดูผิดปกติอยู่ดี
“คุณโจว” จางหม่านเยว่ปรากฏตัวต่อหน้าโจวอี้
“ช่วยผมตรวจสอบทีว่าในเมืองหลวงมีคนชื่อจินชิงหลงไหม และผมต้องการข้อมูลของคนคนนี้อย่างละเอียด” โจวอี้กล่าว
“คุณโจว ฉันรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับจินชิงหลงค่ะ เขาเป็นลูกชายคนโตของผู้นำตระกูลจินในเมืองหลวง เขายอดเยี่ยมมาก และเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้นำตระกูลจิน” จางหม่านเยว่กล่าว และเมื่อเห็นโจวอี้กำลังฟัง เธอจึงพูดต่อไปว่า “เขาเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ แต่ระดับยุทธ์ของเขาไม่สูงนัก”
“ตระกูลจินคือตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“เปล่าค่ะ แต่โม่เสี่ยวไป๋ ภรรยาของจินชิงหลงเป็นคนของตระกูลผู้ฝึกยุทธ์”
“น่าสนใจ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ โจวอี้ก็มั่นใจมากขึ้นว่าจินชิงหลงต้องมีปัญหาบางอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นการที่อีกฝ่ายมาจินหลิงในครั้งนี้ การพบกันที่สนามบินเซินเจิ้น รวมไปถึงการซื้อตั๋วที่นั่งข้าง ๆ กัน ทั้งหมดนี้ยิ่งชี้ให้เห็นว่ามีปัญหา
ถ้าเป็นเรื่องบังเอิญเพียงเรื่องเดียว โจวอี้สามารถยอมรับได้ แต่เรื่องบังเอิญสองสามเรื่องที่เกิดขึ้นติด ๆ กันเช่นนี้ มันย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
“ส่งคนไปตรวจสอบ! จินชิงหลงจงใจเข้าหาผม ผมต้องการรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา” โจวอี้กล่าว
“รับทราบค่ะ ฉันจะจัดการให้ในภายหลัง” จางหม่านเยว่รับคำสั่ง
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ขึ้นรถ
จางหม่านเยว่นั่งอยู่ที่ตำแหน่งข้างคนขับ เธอหันไปหาโจวอี้ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังแล้วพูดว่า “คุณโจว ทีมกำกับดูแลที่ 18 ที่เราเพิ่งจัดสรรกำลังคนเข้าไปใหม่ในทีมได้มาถึงจินหลิงแล้ว พวกเขามีทั้งหมด 19 คน เป็นคนที่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ 11 คน และอีก 8 คนถูกแบ่งมาจากสมาชิกของสี่ทีมที่ประจำอยู่ในมณฑลเจียงซู ทีมละสองคน พวกเขาทุกคนพร้อมรับการฝึกอบรมจากคุณทันทีที่คุณพร้อม”
“มาแล้วเหรอ?”
โจวอี้เผยสีหน้าประหลาดใจและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “พรุ่งนี้เช้า ให้พวกเขาไปรอผมที่ คอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ คุณเองก็ต้องไปด้วย!”
“รับทราบ!” จางหม่านเยว่พยักหน้า