หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 477 ของขวัญจากผู้อาวุโสตระกูลโจว
บทที่ 477 ของขวัญจากผู้อาวุโสตระกูลโจว
ชายหนุ่มและหญิงสาวเดินออกจากช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า และไปปรากฏตัวในรถ SUV สีดำที่จอดอยู่ริมถนนด้านนอก
“คุณรู้สึกไหมว่าเจ้านายของเราดูแปลกไป?” ชายหนุ่มถามขึ้น
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะตอบว่า “ใช่ วันนี้เธอดูแปลกไปจริง ๆ แม้กระทั่งกลิ่นอายที่แผ่ออกมาก็ต่างไปจากเดิม ปกติเจ้านายจะดูเป็นคนโหดเหี้ยมไร้ความรู้สึก แต่ตอนนี้เธอดูเหมือนมีความเป็นมนุษย์ขึ้นมาบ้าง”
“คิดว่านี่เป็นเรื่องดีไหม?” ชายหนุ่มยังคงลังเล
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องดี เราติดตามเจ้านายมา 16 ปีแล้วใช่ไหม มีครั้งไหนที่ได้รางวัลแบบนี้บ้าง” หญิงสาวหัวเราะ
“ใช่เลย” ชายหนุ่มยิ้มออกมา แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้วและถามว่า “เดาได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านาย? และที่นี่ที่ไหน? ใครคือเจ้าของบ้านที่เจ้านายเข้าไปอยู่ในตอนนี้?”
“อย่าเดา และอย่าคิด” หญิงสาวเตือนทันที
“อืม!” ชายหนุ่มลังเลก่อนจะพยักหน้าเงียบ ๆ
เขารู้ว่าเจ้านายไร้ความปรานี และข้อห้ามอันเด็ดขาดของเจ้านายก็คือห้ามสู่รู้เรื่องราวของเธอ สิ่งที่พวกเขาทำได้นั่นก็คือแสดงความจงรักภักดีอย่างเดียวเท่านั้น
“เอ๊ะ? รถรุ่น Knight XV? ในเมืองจินหลิงมีรถแบบนี้ด้วยเหรอ?” ชายหนุ่มเพิ่งสตาร์ตรถ และเมื่อเห็นรถคันใหญ่ขับมาทางนี้ เขาก็ถึงกับประหลาดใจขึ้นมา
“มีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่นับไม่ถ้วนในประเทศจีน และเมืองจินหลิงก็เป็นเมืองหลวงของมณฑลเจียงซู ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่บางคนจะมี Knight XV ขับ” หญิงสาวกล่าว
“ก็จริง!” เขาจึงเลิกสนใจและขับรถไปยังสนามบิน
ทางด้านของโจวอี้นั้นขับ Knight XV กลับไปยังช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า หลังจากที่รถจอดสนิทอยู่ที่ลานบ้าน เขาก็จับมือถังหว่านเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ทันใดนั้น ถังหว่านก็เผยสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนอยู่ในห้องโถง
“เอ๊ะ เธอเป็นใคร?”
ถังหว่านเห็นผู้หญิงผมขาวนั่งอยู่ที่โซฟา อีกฝ่ายมองมาทางเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ และทันใดนั้น เธอก็รู้สึกหนาวยะเยือกจนต้องหยุดฝีเท้า
“ไม่เป็นไรหรอกน่า” โจวอี้เองก็หยุดเช่นกัน เขาจับมือถังหว่านและใช้แรงเพียงเล็กน้อยพาเธอไปหาโจวหงเย่
“เสี่ยวอี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาของหลานใช่ไหม?” โจวหงเย่ค่อย ๆ ยืนขึ้นและมองไปที่ถังหว่าน
“อาหญิงใหญ่ นี่คือถังหว่าน เธอเป็นภรรยาของผม และเป็นแม่ของเหมียวเหมี่ยวด้วย” โจวอี้อธิบายก่อนจะหันไปหาถังหว่านแล้วพูดว่า “เสี่ยวหว่าน นี่คืออาหญิงใหญ่ของผมเอง”
“อาหญิง…อาหญิงใหญ่?” ถังหว่านงุนงง แต่เธอก็ยังเรียกอีกฝ่ายอย่างเชื่อฟัง
เธอสงสัยว่าอาญิงใหญ่ของโจวอี้คนนี้มาจากไหน ตอนที่เธอไปอยู่หมู่บ้านโจวเมี่ยว เธอรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโจวอี้ และรู้ว่าโจวอี้ไม่มีญาติ!
“เสี่ยวหว่าน เธอเป็นอาหญิงใหญ่ของผมเอง เป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับผมโดยตรง ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ผมจะอธิบายให้คุณรู้หลังจากนี้ ตอนนี้คุณแค่ต้องรู้ว่าเธอเป็นคนที่สำคัญมากสำหรับผม”
“อื้ม!” ถังหว่านพยักหน้าเบา ๆ
โจวหงเย่มองไปที่ถังหว่านอย่างเงียบงัน ทันใดนั้นก็ส่ายหัวและพูดว่า “ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ส่งคนไปตรวจสอบตัวตนของเธอ แต่ฉันก็พอจะรู้จักเธออยู่บ้าง เธอคือศิลปินนักร้องถังหว่าน การข้องแวะกับคนในวงการบันเทิงไม่ใช่เรื่องดี”
“ห…หา?” ถังหว่านเต็มไปด้วยความสับสน
“ตระกูลโจวของเราจำเป็นต้องเก็บตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจ เราไม่ควรเป็นคนที่สาธารณชนรู้จัก ตัวตนของเธอในฐานะนักร้อง อาจนำหายนะร้ายแรงมาสู่เสี่ยวอี้ได้ แต่เพื่อเห็นแก่การที่เธอให้กำเนิดลูกสาวกับตระกูลโจวของเรา ฉันจะรับเธอเป็นหลานสะใภ้ แต่ฉันหวังว่าความสัมพันธ์ของเธอและโจวอี้จะไม่ถูกเปิดเผยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” โจวหงเย่กล่าว
“ฉันไม่เข้าใจ…” ถังหว่านดูสับสน
“ถ้าเธอต้องการทราบเหตุผล เสี่ยวอี้จะบอกเธอในภายหลังเอง” โจวหงเย่เอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋าสีดำสองใบที่คนของเธอเพิ่งนำมามอบให้มาวางบนโต๊ะน้ำชา หลังจากเปิดมันแล้ว เธอก็กล่าวต่อไปว่า “นี่คือของขวัญที่ฉันจะมอบให้เธอในฐานะที่ฉันเป็นอาหญิงใหญ่ของโจวอี้ นี่คือสินสอดที่ฉันจ่ายให้เธอในฐานะผู้อาวุโสของตระกูลโจว”
ถังหว่านมองลงไปในกระเป๋าใบนั้น ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที
ในกระเป๋าสีดำด้านซ้าย พื้นที่ครึ่งหนึ่งของกระเป๋าคือทองคำแท่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของพื้นที่กระเป๋าคือเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยอัญมณีราคาแพงอีกหลายรายการ
และในกระเป๋าสีดำอีกใบ มีเอกสารกองหนาซึ่งก็คือพวกโฉนดที่ดิน บ้าน อาคาร และกุญแจอีกหลายสิบชุด ซึ่งคละกันทั้งกุญแจรถและกุญแจบ้าน
ถังหว่านตกตะลึง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่โจวอี้และพบว่าโจวอี้พยักหน้าให้เธอ เธอจึงลองหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่านดูอย่างละเอียด
หญิงสาวพิจารณาอยู่ครึ่งนาที ทันใดนั้นก็ถึงกับต้องตกตะลึง
โฉนดฉบับนี้ไม่ใช่บ้านที่อยู่อาศัย
แต่มันเป็นอาคารพาณิชย์!
อาคารพาณิชย์ 32 ชั้นที่มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 360,000 ตารางเมตรในเซินเจิ้น!
มือของเธอสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นเธอก็หยิบเอกสารอีกสองแผ่นขึ้นมาดู และพบว่าแผนหนึ่งคือโฉนดของอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในปักกิ่ง ส่วนอีกแผ่นคือโฉนดคฤหาสน์ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้
“อาหญิงใหญ่ พวกนี้มันมากเกินไปสำหรับฉัน…” ถังหว่านเอ่ยขึ้น
“อาหญิงคนนี้จะมอบพวกมันให้เธอ แม้ว่าตอนนี้ตระกูลโจวของเราจะตกต่ำลงและมีคนเหลืออยู่ไม่กี่คน แต่เราก็ไม่ขาดแคลนสิ่งที่ควรเตรียมไว้สำหรับคนรุ่นหลังแน่นอน เว้นแต่ว่าเธอจะไม่ต้องการเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลโจว เธอถึงจะสามารถปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้” โจวหงเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฉัน…” ถังหว่านหันไปมองโจวอี้เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ
“เสี่ยวหว่าน ในเมื่ออาหญิงใหญ่ตั้งใจมอบให้คุณ คุณก็ควรรับมันไว้ ไม่ว่ามันจะมีมูลค่าเท่าไหร่ก็ตาม” โจวอี้พูดอย่างใจเย็น
“ฉัน… ก็ได้!” ถังหว่านไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องความมั่งคั่งสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังต้องตกใจกับสิ่งเหล่านี้ และด้วยความเชื่อใจโจวอี้ เธอจึงพูดกับโจวหงเย่ว่า “อาหญิงใหญ่ ฉันยินดีรับไว้ ขอบคุณค่ะ”
“เธอไม่จำเป็นต้องพูดขอบคุณฉัน การขอบคุณที่ดีที่สุดสำหรับฉันและตระกูลโจวคือการที่เธอสามารถให้กำเนิดลูกชายที่สมบูรณ์แข็งแรงหลาย ๆ คนให้โจวอี้” โจวหงเย่กล่าว
“…”
ถังหว่านหน้าแดง เธอมองไปที่โจวอี้ก่อนจะก้มหน้าลงทันที
“เสี่ยวอี้ ฉันเห็นหลานสาวและหลานสะใภ้ของฉันแล้ว ฉันจะไม่อยู่ที่จินหลิงแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคนสังเกตเห็นว่าฉันไม่อยู่ในเซินเจิ้นและตามรอยฉันมาถึงที่นี่ เอาเป็นว่าเมื่อไหร่ที่มีเวลาก็มาหาฉันที่เซินเจิ้น ฉันยังมีบางอย่างที่จะบอกให้นายรู้”
“อาหญิงใหญ่ครับ วันนี้ส่งท้ายปีเก่า ไม่อยู่ด้วยกันก่อนเหรอ?” โจวอี้กล่าวอย่างเร่งรีบ
“อย่าเลย เราต้องระวังเอาไว้” โจวหงเย่โบกมือปฏิเสธ
วินาทีต่อมา ร่างของเธอก็พุ่งหายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา
“เอ่อ…”
ถังหว่านรู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้าของเธอพร่ามัว จากนั้นเธอก็ไม่เห็นร่างของโจวหงเย่อีกต่อไป
ฉากนี้ทำให้สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“อย่าแปลกใจเลย อาหญิงใหญ่ของผมก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ แถมระดับยุทธ์ของเธอก็สูงกว่าผมมาก” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“สามีคะ อาหญิงใหญ่คนนี้คือ…” ถังหว่านลังเล
“เธอเป็นอาหญิงใหญ่และเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพ่อผมเอง ก่อนหน้านี้ผมได้รู้ข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับตระกูลในอดีตของผม แต่ผมไม่แน่ใจเรื่องความถูกต้องของข้อมูล แต่ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วล่ะ” โจวอี้พาถังหว่านนั่งลงและพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น “เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน มีตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ที่ชื่อว่าตระกูลโจว…”
โจวอี้ได้เล่าเรื่องความพินาศของตระกูลโจว และการถูกทอดทิ้งเมื่อเขายังเด็ก และในที่สุดก็พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่นยิ่งกว่าเดิม “นอกจากผมแล้วก็มีอาหญิงใหญ่ที่รอดมาได้ ตอนนี้…ตระกูลโจวของเราจึงเหลือคนที่มีชีวิตอยู่น้อยมาก”
“ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าคุณถูกทอดทิ้งโดยเจตนาหรอกนะ…” ถังหว่านพึมพำ
โจวอี้พยักหน้า “อืม ผมเองก็เพิ่งจะเข้าใจเรื่องนั้นเหมือนกัน”