หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 483 ถังชงขอแต่งงาน
บทที่ 483 ถังชงขอแต่งงาน
“พี่เนี่ย! พี่มาที่นี่ได้ยังไง?” ถังชงรีบไปหาชายหนุ่มที่เป็นผู้นำกลุ่มคนที่มาใหม่และถามด้วยความตื่นเต้น
“ถังชง นายนี่แย่มากจริง ๆ เราเคยดื่มด้วยกันกี่ครั้งแล้ว เรื่องใหญ่อย่างการที่นายจะขอสาวแต่งงานเนี่ย ทำไมนายไม่บอกฉันสักหน่อยล่ะ นี่นายดูถูกฉันหรือว่าอะไร” เนี่ยต้วนชุนกล่าว
“ไม่ ไม่ ผมไม่กล้าดูถูกพี่เนี่ยหรอก! แต่เป็นเพราะผมรู้ว่าพี่ยุ่งมาก ผมก็เลยไม่กล้ารบกวนพี่ก็เท่านั้น” ถังชงหัวเราะแห้ง ๆ
“ฮ่า ฮ่า นายนี่ฉลาดพูดจริง ๆ” เนี่ยต้วนชุนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ สถานที่จัดงานและถามด้วยรอยยิ้ม “วันนี้นายจะขอฮัวเยว่ถิงแต่งงานงั้นเหรอ?”
“ถูกต้องเลยพี่” ถังชงยืดอกพูดด้วยความภูมิใจ
“ถ้าฉันจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าจะยังไม่ใช่แฟนกันนี่? ถ้านายขอเธอตอนนี้ เธอจะตกลงเหรอ?” เนี่ยต้วนชุนถาม
“ผมคิดว่าเธอจะยอมตกลงนะ! ผมชอบเยว่ถิง และเธอก็ชอบผมเหมือนกัน เรารักกัน”
“ฮ่า ฮ่า จริงเหรอ?” เนี่ยต้วนชุนแสดงอาการเย้ยหยันผ่านแววตา จากนั้นก็ยกแขนขึ้นตบไหล่ถังชง “ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรขอแต่งงานให้ดี เราจะสนับสนุนนายอยู่ตรงนี้”
“ขอบคุณ ขอบคุณพี่เนี่ย ขอบคุณพี่น้องทุกคน!” ถังชงกล่าวขอบคุณทุกคนในกลุ่มของเนี่ยต้วนชุน
“ใครเป็นพี่น้องกับนาย ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย เหอะ!” เกาป๋อผู้ยืนอยู่ด้านหลังเนี่ยต้วนชุนกลอกตาและเอ่ยอย่างดูถูก
“เอ่อ…” รอยยิ้มของถังชงแข็งค้าง
“เกาป๋อ อย่าพูดไร้สาระ วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของน้องถัง อย่าทำให้งานเลี้ยงเสีย” เนี่ยต้วนชุนกล่าวด้วยท่าทีเป็นกันเอง
“ฮึ่ม…” เกาป๋อพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาและหันหน้าไปทางอื่น
โจวอี้ยืนห่างออกไปราว ๆ เจ็ดหรือแปดเมตร เขาเฝ้าดูถังชงประจบประแจงชายหนุ่มแซ่เนี่ยอยู่อย่างเงียบ ๆ และพบว่าชายหนุ่มแซ่เนี่ยดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเพื่อนกับถังชงอย่างจริงใจ
แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีรอยยิ้มบนสีหน้า แต่ก็เป็นรอยยิ้มจอมปลอม
เป็นไปได้มากว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาให้กำลังใจถังชง แต่มาดูเรื่องตลก
ก็แค่กลุ่มสุนัขจิ้งจอก!
สองคนที่เพิ่งสูบบุหรี่ข้างนอกนั่นก็ไม่ต่างอะไรจากคนกลุ่มนี้
โจวอี้อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เขารู้สึกเศร้าแทนถังชงและคิดว่า ‘ผู้ชายคนนี้ไม่ฉลาด และยังชอบสร้างเรื่องวุ่นวายอีกด้วย บางทีในอนาคตเขาอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาได้!’
“พี่เนี่ย เดี๋ยวผมจะแนะนำเพื่อนผมให้พี่รู้จักนะ” ทันใดนั้นถังชงก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้และรีบโบกมือให้โจวอี้
เมื่อถังชงเห็นโจวอี้เดินเข้ามาก็พูดว่า “พี่เนี่ย นี่คือ…”
“คุณเนี่ยใช่ไหม ผมชื่อโจวอี้ และผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับถังชง” โจวอี้ขัดจังหวะประโยคของถังชงและยื่นมือออกไปอย่างใจเย็น
“เหอะ เหอะ” เนี่ยต้วนชุนชำเลืองมองโจวอี้ แต่ไม่ได้ใส่ใจมือของโจวอี้ที่ยื่นเข้ามา จากนั้นจึงหันไปนั่งลงโดยไม่พูดอะไร
“ถังชง พี่เนี่ยมาให้กำลังใจนาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหมาแมวทุกตัวจะมีค่าควรแก่การจดจำของเขาหรอกนะ!” เกาป๋อหัวเราะเยาะก่อนจะเดินตามเนี่ยต้วนชุนไป
สีหน้าของถังชงเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ไฟโทสะอัดแน่นอยู่ในใจ แต่เขาไม่อาจระบายออกไปได้
“อย่าไปคิดอะไรเยอะ นายควรเตรียมพร้อมที่จะขอแต่งงานได้แล้ว!” โจวอี้ตบไหล่ถังชงเบา ๆ
“คุณมาขัดจังหวะผมทำไม ถ้าพวกเขารู้ว่าคุณเป็นพี่เขยของผม พวกเขาอาจมองคุณในแง่ใหม่!” ถังชงโกรธ
“พี่สาวของนายเป็นดารา นายคิดว่ามันดีหรือไม่ดีที่นายจะเปิดโปงการแต่งงานของเธอ? ถ้าทุกคนรู้เรื่องของฉันกับถังหว่าน นายคิดว่าเรื่องเหมียวเหมี่ยวจะเป็นความลับอีกไหม เหมียวเหมี่ยวเป็นแค่เด็กเองนะ ถ้าถูกเปิดเผยออกไปแล้วจะเป็นยังไง?” โจวอี้หรี่ตาถามเสียงต่ำ
“เอ่อ…” สีหน้าโกรธเคืองของถังชงดูแข็งค้าง
เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวตนของลูกพี่ลูกน้องของเขานั้นพิเศษเกินกว่าจะเปิดเผยการแต่งงานของเธอ มิฉะนั้นมันคงจะทำร้ายเธอได้
ถังชงขยับริมฝีปากของเขาสองสามครั้งและมองไปที่โจวอี้โดยไม่พูดอะไร
สิบโมงเช้า
ถังชงยืนอยู่ที่ห้องขายตั๋วของโรงภาพยนตร์พร้อมกับฮัวเยว่ถิง
“เยว่ถิง ผมซื้อตั๋วหนัง ขนม แล้วก็เครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว เราเข้าไปข้างในกันเถอะ!” ถังชงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อืม!”
ฮัวเยว่ถิงยิ้ม แต่เธอรู้สึกเห็นอกเห็นใจ
เธอไม่ชอบถังชงเลยสักนิด ก่อนหน้านี้เธอแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องขบขันเมื่อเห็นผู้ชายคนนี้ทำทุกอย่างเพื่อเธออย่างโง่เง่า และเธอวางแผนจะเลิกติดต่อกับเขา ทว่าใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ เขากลับมีพี่เขยผู้ทรงอำนาจ ซึ่งทำให้เธอคิดจะใช้เขาเป็นสื่อกลางในการแนะนำให้เธอรู้จักคนใหญ่โต
หนึ่งนาทีต่อมา
เมื่อถังชงเปิดประตูโรงหนัง รอยยิ้มของฮัวเยว่ถิงก็แข็งค้างไปทันที
วินาทีต่อมา เธอก็รู้สึกว่ามือของเธอถูกถังชงกุมไว้ ถ้าเธอไม่คิดได้ก่อน เธออาจจะปัดมือของถังชงทิ้งไปแล้ว
ฮัวเยว่ถิงเดินตามถังชงเข้าไปในโรงหนัง มุ่งตรงไปยังหน้าจอขนาดใหญ่จากทางที่ปูด้วยกลีบกุหลาบ
แปะ!
ถังชงดีดนิ้ว จากนั้นไฟในโรงหนังก็สว่างขึ้นทันที
แสงไฟหลากสี กลีบกุหลาบที่จัดแต่งเป็นรูปหัวใจ โคมหลากสี และลูกโป่งสีสวยที่ทำให้บรรยากาศที่นี่งดงาม และสถานที่ที่ถังชงและฮัวเยว่ถิงยืนอยู่นั้นก็เป็นรูปหัวใจที่โรยด้วยกลีบกุหลาบพอดี
ฮัวเยว่ถิงกวาดสายตาไปทั่วแถวที่นั่ง
ในบรรดาคนกว่า 20 คน เธอรู้จักเพียงสองคนคือเนี่ยต้วนชุนและเกาป๋อ เธอไม่รู้จักผู้ชายหรือผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในนี้ แต่พวกเขาคงจะเป็นเพื่อนของถังชง
“เยว่ถิง เรารู้จักกันมานานแล้ว ผมเป็นคนแบบไหนคุณเองก็คงจะรู้ ถึงแม้คุณจะปฏิเสธคำสารภาพของผมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ผมก็ยังชอบคุณ วันนี้ผมใช้ความกล้าทั้งหมดขอคุณแต่งงาน เยว่ถิง แต่งงานกับผมนะ! ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณไปตลอดชีวิต!” ถังชงพูดอย่างตรงไปตรงมาราวกับว่าเขารอไม่ไหวอีกต่อไป
เขาคุกเข่าข้างหนึ่งแล้วหยิบแหวนเพชรออกมา
ทว่าทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“คุณฮัว ไม่ว่าคุณจะแต่งงานกับคางคกตัวนี้หรือไม่ คุณก็ควรจะคิดให้ดี เพราะนี่เป็นเรื่องของทั้งชีวิตคุณเลยนะ” เกาป๋อพูดขึ้น
เนี่ยต้วนชุนไม่ได้ห้ามเกาป๋อ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับกอดอกด้วยรอยยิ้ม
“เกาป๋อ นายหมายความว่ายังไง!” ถังชงตะโกนถามอย่างโกรธเคือง
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น! ฉันแค่เตือนคุณฮัวว่าคางคกอย่างนายไม่คู่ควรกับเธอ ฉันผิดเหรอ?” เกาป๋อพูดต่อด้วยรอยยิ้มและหักนิ้วของตัวเองเป็นเชิงข่มขู่
“นาย…”
“นาย นาย นายอะไร? นายโง่รึเปล่าที่ขอคุณฮัวแต่งงานทั้ง ๆ ที่เธอไม่ใช่แฟนของนายด้วยซ้ำ นายนี่มันโคตรไร้สาระเลย ทำตัวเหมือนคนปัญญาอ่อนแบบนี้ นายจะไม่ให้เราหัวเราะเยาะได้ยังไง?” เกาป๋อหัวเราะลั่น