หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 489 ภายในซากปรักหักพัง
บทที่ 489 ภายในซากปรักหักพัง
พื้นที่ด้านในหลังม่านพลังเป็นเหมือนโลกใหม่ ที่นี่ไม่มีดิน บริเวณพื้นของที่นี่ปูด้วยเหล็ก พื้นที่ข้างหน้าไม่ได้เรียบเสมอกัน แต่เป็นที่ราบที่สูงชันขึ้นไปเรื่อย ๆ และยังมีภูเขามากมาย
พืชพรรณจำนวนนับไม่ถ้วนที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นเติบโตขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ บนยอดเขามีเมฆสีแดงลอยอยู่ ท้องฟ้าสีเขียวมีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับมากมาย พื้นที่ถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้หลากสี
นกบินอยู่ในกลุ่มก้อนเมฆ ผีเสื้อดอมดมดอกไม้ในป่า ปลาหลากสีจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงลงมาจากยอดเขาที่สูงที่สุด มันดูคล้ายกับน้ำตกทางช้างเผือก
ทิวทัศน์งดงามและบรรยากาศเหล่านี้เต็มไปด้วยความสงบ ทว่าน่าพิศวงในเวลาเดียวกัน
โจวอี้มองไปรอบด้านอย่างละเอียด เขารู้สึกว่าไม่ต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าอีกต่อไป ราวกับว่าการบุกรุกของเขานั้นจะทำลายทัศนียภาพอันงดงามเหล่านี้
“คุณโจว เราได้สำรวจพื้นที่ในระยะ 20 กิโลเมตรข้างหน้าแล้ว ไม่ว่านกหรือสัตว์ก็ไม่เป็็นอันตราย แต่สิ่งที่คุณต้องใส่ใจคือพืชที่นี่ดูเหมือนจะมีชีวิต พืชส่วนใหญ่ไม่มีปฏิกิริยากับมนุษย์ แต่ก็ยังมีพืชบางชนิดที่ดุร้ายมาก” โม่ชงเตือน
“พวกนกและสัตว์ไม่เป็นอันตรายเหรอ? แต่พืชกลับดุร้ายแทนเนี่ยนะ?” โจวอี้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
“ใช่ พวกมันทำตัวเหมือนเป็นฝูงปลาปิรันยาที่เป็นพืชกินคน ในการสำรวจครั้งก่อนของเรา สหายมากกว่าสิบคนถูกโจมตีจนเสียชีวิต และสหายมากกว่าสามสิบคนได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกส่งตัวไปรักษาข้างนอกแล้ว” โม่ชงกล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
‘แปลกมาก!’ โจวอี้ขมวดคิ้วและคิดในใจ
คำอธิบายของโม่ชงทำให้เขาค่อย ๆ เข้าใจสภาพแวดล้อมในที่แห่งนี้ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สิบกิโลเมตรข้างหน้า มียอดเขาเพียงเก้ายอด แต่ละยอดสูงราว ๆ หนึ่งร้อยถึงสองร้อยเมตร ในขณะที่อีกสิบถึงยี่สิบกิโลเมตรจะมียอดเขายี่สิบเจ็ดยอด ซึ่งสูงราว ๆ สองร้อยถึงสามร้อยเมตร
ภายในเก้ายอดเขาแรกนั้น มีถ้ำที่ภายในดูเหมือนเป็นอีกมิติลับหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ รวมถึงมีร่องรอยที่การอยู่อาศัยของมนุษย์ ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงได้สำรวจทั้งยี่สิบเจ็ดยอดเขานี้ไปแล้วมากกว่าครึ่ง ซึ่งพวกเขาพบถ้ำไปแล้วถึงสิบแปดแห่ง
“มิติลับของถ้ำที่ผู้อาวุโสซุนเจี้ยนเปิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็คือที่จุดอยู่บนยอดเขาหมายเลข 27 พื้นที่ภายในมิติมีขนาดราว ๆ สี่ถึงห้าตารางกิโลเมตร ซึ่งสามารถมองเห็นเถาวัลย์ได้ทุกที่ และมีหญ้าขึ้นสูงอยู่เต็มไปหมด ความหนาแน่นของปราณแห่งฟ้าดินในถ้ำนั้นสูงมากจนควบแน่นเห็นเป็นหมอก มันหนาแน่นจนหากผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับต่ำสูดหายใจเข้าไป พวกเขาจะรู้สึกวิงเวียน”
“หลังจากปรมาจารย์ซุนเจี้ยนเปิดประตูมิติถ้ำนั้น ปราณวิญญาณด้านในก็พวยพุ่งออกมาด้านนอกอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปสองวัน สมาชิกคนอื่น ๆ กว่ายี่สิบคนที่ได้รับคัดเลือกจึงจะสามารถเข้าไปได้”
“จากนั้น พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็พบสมุนไพรมากมายที่มีค่ามหาศาล อายุของสมุนไพรแต่ละชนิดมากกว่าหนึ่งหมื่นปีด้วยซ้ำ”
“นอกจากนี้ พวกเขาพบว่าพืชในนั้นไม่ได้ดุร้าย”
“คุณโจว คุณลองตามมา คุณจะเห็นว่ามีสามเส้นทางที่สามารถเข้าไปในส่วนลึกนั้นได้ ซึ่งสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงได้ทำการบุกเบิกเอาไว้แล้ว การไปถึงยอดเขาที่ 27 จึงไม่น่าจะเป็นอันตราย”
“แต่พวกเราจะประมาทไม่ได้ เพราะสถานที่นี้แปลกมาก”
เห็นได้ชัดว่าโม่ชงเข้ามาในนี้แล้วหลายครั้ง ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมภายใน แม้แต่พืชแปลก ๆ นก และสัตว์แปลก ๆ หลากหลายชนิดที่ปรากฏตัวขึ้น อีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงความประหลาดใจแต่อย่างใด
จากนั้นราว ๆ สี่หรือห้ากิโลเมตรข้างหน้า พวกเขาก็ได้พบกับสมาชิกแปดคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
พวกเขากระจายอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย สี่คนนั่งขัดสมาธิเพื่อฝึกอย่างเงียบ ๆ ส่วนอีกสี่คนกระจายไปทั่วทั่งสี่ทิศ เพื่อคอยตรวจสอบดูความเคลื่อนไหวโดยรอบ
“หัวหน้าทีมโม่!” ชายรูปร่างกำยำที่เฝ้าดูอยู่ทางทิศใต้ตะโกนขึ้นด้วยความเคารพเมื่อเห็นโม่ชง
“ที่นี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? โม่ชงถาม
“ไม่ครับ”
“ดีมาก ประธานขอให้ฉันพาคุณโจวไปยอดเขาที่ 27 นายควรทำหน้าที่ต่อไป!” โม่ชงกล่าวโดยไม่ได้แนะนำตัวตนของโจวอี้ให้พวกเขาทราบ
ทั้งสองคนเดินไปเรื่อย ๆ จนเมื่อถึงภูเขาหมายเลข 20 พวกเขาก็ได้เจอกับกลุ่มของสมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงถึงสี่กลุ่มแล้ว แน่นอนว่าทุกกลุ่มมีสมาชิกแปดคนเหมือนกับกลุ่มแรก
ขวับ! ขวับ!
ทันใดนั้น ร่างที่รวดเร็วเหมือนสายฟ้าสองร่างก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา
ทั้งสองอยู่ห่างจากทางเข้าถ้ำในยอดเขาที่ 27 เพียงสามหรือสี่ร้อยเมตร
พวกเขาคือหญิงชายวัยชราสองคน ชายชราทางด้านซ้ายมีผมสีขาว สวมชุดเสื้อคลุมแบบจีนโบราณ สวมรองเท้าผ้าใบ และถือไปป์อยู่ในมือ ส่วนหญิงชราทางขวาก็มีผมสีขาวเช่นกัน แต่เสื้อผ้าที่เธอใส่ดูทันสมัยกว่า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ตขนสัตว์ กางเกงขายาวสีดำทรงหลวม และรองเท้าบูทหนังสีดำ แต่มีรอยแผลเป็นที่น่าตกใจที่แก้มด้านซ้ายของเธอ
“เขาคือใคร?” ชายชรามองไปที่โจวอี้ขณะถามโม่ชง
“รายงานผู้อาวุโสฉี นี่คือคุณโจว มีสถานะเป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเช่นเดียวกับคุณ ประธานขอให้ผมพาเขาไปที่ถ้ำบนยอดเขาที่ 27 เพื่อตรวจสอบสถานการณ์” โม่ชงกล่าวด้วยความเคารพ
“เขาเนี่ยนะเค่อชิง?” ชายชราแซ่ฉีถามอย่างสงสัย
“รุ่นเยาว์โจวอี้ คารวะผู้อาวุโสทั้งสอง ผมเป็นเค่อชิงแห่งคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอย่างแท้จริง หมายเลขประจำตัวเค่อชิงของผมคือ 24” โจวอี้กล่าว
“ใครกันในคณะกรรมการตรวจสอบเถิงหลงที่ตั้งให้นายเป็นเค่อชิง? หรือว่านายมีอะไรพิเศษ?” ชายชราแซ่ฉีถาม
“ผมได้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว และผมเป็นแพทย์แผนจีน” โจวอี้กล่าว
“แพทย์แผนจีน? ปรมาจารย์?” ชายชราแซ่ฉีแสดงสีหน้าแปลกประหลาด
“หากมีเพียงแค่สองตัวตนนี้ นายก็ไม่น่าจะมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงได้ ตามความเข้าใจของฉัน มันยากที่จะได้รับตำแหน่งเค่อชิง เว้นแต่นายจะสำเร็จระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ดังนั้นนายคงจะมีตัวตนอื่น ๆ อีกใช่ไหม?” หญิงชราเอ่ยถามด้วยสีหน้าเฉยเมย
“พูดตามตรง ผมเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ” โจวอี้กล่าว
สำนักโอสถ?
พวกเขาตกตะลึง แต่ทันใดนั้นแววตาของชายชราแซ่ฉีก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที พร้อมกับยกมือขึ้นตบไปที่หน้าของโจวอี้
เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ทว่าหญิงชราคนนี้ก็เคลื่อนไหวรวดเร็วเช่นกัน
เธอพุ่งมายืนบังอยู่ตรงหน้าโจวอี้ทันที และยกฝ่ามือขึ้น การกระทำนั้นดูเหมือนช้า แต่จริง ๆ นั้นเร็วมากจนถึงขีดสุด ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ฝ่ามือของเธอก็ปะทะกับฝ่ามือของชายชรา
คลื่นปะทะที่รุนแรงจนน่าหวาดกลัวนี้ทำให้โจวอี้และโม่ชงล่าถอยทันที
“ฉีเม่า นายเป็นคนที่แข็งแกร่งในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นปลาย แต่กลับจะตบเด็กน้อยคนนี้เนี่ยนะ น่าอับอายขายหน้า!” หญิงชราก้าวถอยหลังและตะคอกใส่ “ถึงแม้ว่านายจะมีความแค้นกับสำนักโอสถ แต่ก็อย่าระบายความโกรธของนายกับคนรุ่นเยาว์ หากนายมีความสามารถจริงก็ไปที่ภูเขาชางหลางเพื่อเอาคืนพวกตาแก่พวกนั้นที่ทำให้นายทุกข์ใจซะสิ!”
“ไอ้พวกหนังเหี่ยวของสำนักโอสถล้วนไม่ใช่คนดี เพราะงั้นไอ้เด็กน้อยนี้ก็ไม่น่าจะเป็นคนดีเหมือนกัน! ผิดตรงไหนที่ฉันจะระบายความโกรธใส่เขาก่อน และในอนาคตฉันจะไปหาเรื่องไอ้พวกผู้อาวุโสของไอ้เด็กนี่ที่เหลือแน่!” ฉีเม่าพูดอย่างเย็นชา
“อย่าลืมตัวตนปัจจุบันของนาย! นายเป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง และเขาก็เป็นเค่อชิงเหมือนกัน พวกเราทั้งหมดอยู่ฝ่ายเดียวกัน!” หญิงชราตวาดแย้งเสียงแข็ง
“แม่เฒ่าหม่า ทำไมวันนี้เธอถึงยุ่งเรื่องของคนอื่นไม่เลิกแบบนี้? เธอไม่ต้องการล้างแค้นหญิงชราเทียนจี้ที่ทิ้งแผลเป็นไว้บนหน้าของเธอเหรอ!” ฉีเม่าถามอย่างโกรธเคือง