หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 495 แต่ละคนเก็บงำปีศาจของตัวเอง
บทที่ 495 แต่ละคนเก็บงำปีศาจของตัวเอง
หนานกงเหยามองลงไป แต่ก็ยังไม่เห็นคนรู้จักที่เถาเว่ยเว่ยพูด
ถังหว่าน…
เธอรู้จักถังหว่าน!
แต่ถังหว่านไม่รู้จักเธอ
เธอชอบเพลงของถังหว่าน โดยเฉพาะเพลงล่าสุด เธอฟังมันวนซ้ำ ๆ จนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
“แล้วอะไรล่ะ อะไรที่มันน่าสนใจ?” หนานกงเหยาถามด้วยรอยยิ้ม
“เห็นที่แผงขายขนมหวานนั่นไหม คนที่จับมือกับหนุ่มหล่อข้างนอกนั่นคือถังหว่าน… เอ๋? เดี๋ยวนะ? เด็ก ๆ พวกนั้นมันอะไรกัน!?” จู่ ๆ เถาเว่ยเว่ยก็อุทานด้วยความประหลาดใจ
หนานกงเหยามองตามแล้วก็เห็นถังหว่านจับมือกับชายหนุ่ม อีกฝ่ายกำลังรับขนมสายไหมสองแท่งมาจากมือของหญิงคนขาย แล้วจึงส่งให้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่น่ารักทั้งสองคน
“นั่นน่าจะเป็นลูกสาวของเธอ!” หนานกงเหยายิ้ม
“เป็นไปไม่ได้! อย่าว่าแต่แต่งงานเลย ถังหว่านไม่มีแฟนด้วยซ้ำ แล้วเธอจะมีลูกสาวได้ยังไง? อย่าเดาเอาเองสิ” เถาเว่ยเว่ยตอบกลับทันที
“นี่เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอ?” หนานกงเหยาถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้อะไร?”
“ถังหว่านมีลูกแล้ว”
“เธอ…”
“ฉันเชื่อว่าเธอรู้ว่าความสามารถของฉันคืออะไร ไม่ว่าถังหว่านจะเคยมีลูกไหม แต่ฉันก็มองออกได้ทันที” หนานกงเหยามองกลับไปที่ถังหว่านและยิ้มอย่างมั่นใจ “เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทางซ้ายของถังหว่านที่อายุน่าจะราว ๆ สี่หรือห้าขวบนั่นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของถังหว่านแน่นอน”
เถาเว่ยเว่ยค่อนข้างสับสน
เธอรู้ความสามารถของเพื่อนเธอคนนี้ดีที่สุด ดวงตาของอีกฝ่ายเหมือนเครื่องแสกน สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
แต่ถังหว่านแต่งงานแล้วเหรอ?
และยังมีลูกสาวอายุ 4-5 ขวบแล้ว?
มันจะเป็นไปได้ยังไง?
เถาเว่ยเว่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเมื่อเธอเห็นถังหว่านอุ้มเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคนตามชายหนุ่มมาที่ประตูร้านอาหารที่เธอกำลังกินอยู่
“น่าสนใจ” หนานกงเหยาหัวเราะทันที
“มีอะไรน่าสนใจอีก?” เถาเว่ยเว่ยถามอีกครั้ง
“ชายหนุ่มคนนั้นน่ะน่าสนใจ แล้วก็คนรอบตัวเขาทุกคนก็น่าสนใจหมดเลย” หนานกงเหยายิ้ม
“อย่ามาตลก พูดให้มันชัดเจนหน่อยสิ” เถาเว่ยเว่ยกล่าว
“พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ฝึกยุทธ์”
ผู้ฝึกยุทธ์?
ดวงตาของเถาเว่ยเว่ยเบิกกว้าง
เธอเองก็คือผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน
และหนานกงเหยาที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วย
แม้ว่าระดับยุทธ์ของเธอจะเทียบกับหนานกงเหยาไม่ได้ แต่เธอก็ได้สำเร็จถึงระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลาย และใกล้ที่จะก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว
แต่ทำไมเธอถึงมองไม่ออกเลยว่าชายหนุ่มคนนั้น… และคนรอบตัวเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์?
“รู้ไหมว่าอะไรที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น” หนานกงเหยาถามด้วยรอยยิ้ม
“อะไรอีกล่ะ?”
“เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคนนั้น และเด็กชายตัวเล็ก ๆ นั่นก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกัน” หนานกงเหยายิ้ม
ดวงตาของเถาเว่ยเว่ยเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมทันที
นี่มันบ้าอะไรกัน?
ถ้าเด็กชายคนนั้นคือผู้ฝึกยุทธ์ เธอเองก็ยังพอรับได้ แต่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคนนั้น… คนที่ดูอายุน้อยที่สุดดูเหมือนจะอายุประมาณสี่ห้าขวบเอง?
ตอนที่ฉันอายุห้าขวบ ฉันยังถูกจับแช่อยู่ในยาต้มทุกวัน และกว่าจะได้เริ่มฝึกฝนก็ปาเข้าไปเจ็ดขวบแล้ว
“เหยาเหยา เธออยากไปทักทายถังหว่านกับฉันไหม?” เถาเว่ยเว่ยถาม
“เธอแน่ใจเหรอ?” หนานกงเหยาหันไปมองกลุ่มชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังพวกเธอ
“เอ่อ…” เถาเว่ยเว่ยจึงหันไปมองกลุ่มชายหนุ่มเหล่านั้นด้วยสีหน้าลังเล
ตัวตนของถังหว่านนั้นพิเศษ ถ้าอีกฝ่ายแต่งงานและมีลูกแล้วจริง ๆ ดูเหมือนว่าคงจะไม่ดีที่เธอจะลงไปพบอีกฝ่ายในตอนนี้ เพราะถ้ามีผู้ชายสองสามคนในห้องนี้รู้เรื่องการแต่งงานและลูกของถังหว่าน พวกเขาอาจจะไปสร้างปัญหาให้กับถังหว่านได้
“งั้นก็ช่างเถอะ” ในที่สุดเถาเว่ยเว่ยก็ส่ายหัวอย่างจนใจ
หนานกงเหยาเงียบไป
จริง ๆ แล้วเธอไม่ชอบการเข้าสังคมสังสรรค์ แต่เธอซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ‘หญิงงามอันดับหนึ่งของปักกิ่ง’ จำเป็นต้องออกสังคมเพราะครอบครัวของเธอเป็นเพียงครอบครัวผู้ฝึกยุทธ์เล็ก ๆ และเธอก็ไม่ต้องการสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของเธอเอง
ถึงแม้ว่า…
เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่าพวกผู้ชายที่อยู่ข้างหลังเธอนั้นคิดชั่ว ๆ กับเธอมาตลอด
‘ทนอีกหน่อย! ตราบใดที่ฉันทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้ ฉันก็ไม่ต้องเกรงใจพวกมันอีกต่อไปแล้ว’
‘นอกจากนี้ น้าของฉันยังอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นปลายมาแล้วมากว่าสิบปี ฉันต้องหาวิธีที่จะได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะบางอย่าง เพื่อที่จะได้ทำให้เธอก้าวเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์พร้อมโดยเร็วที่สุด’
‘ถ้าฉันและน้าแข็งแกร่งขึ้น ครอบครัวของฉันจะได้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นอีกต่อไป จากนั้นก็จะยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง!’
หนานกงเหยาคิดอยู่อย่างเงียบ ๆ กับตัวเอง
ในขณะเดียวกันที่หน้าโต๊ะไวน์
หยางจื่อเฉียงกำลังเล่นไวน์ในแก้ว ปลายนิ้วคีบบุหรี่ด้วยแววตาที่มึนเมา เขามองไปยังด้านหลังของหนานกงเหยาที่ริมหน้าต่างเป็นครั้งคราว
เขาชอบหนานกงเหยามาก
แต่พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ของเขาไม่ดีนัก แม้ว่าตระกูลหยางจะเป็นตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในปักกิ่ง และเขาก็ได้รับทรัพยากรการฝึกฝนมากมายตั้งแต่เด็ก ทว่าระดับยุทธ์ในปัจจุบันของเขาก็ยังไม่ดีเท่าหนานกงเหยา
ตามข้อตกลงระหว่างเขาและหนานกงเหยา เขาต้องสำเร็จระดับยุทธ์เหนือกว่าอีกฝ่าย เขาจึงจะสามารถแต่งงานกับอีกฝ่ายได้
แต่ตอนนี้เขารอไม่ไหวอีกต่อไป
เขารู้อยู่แก่ใจว่าหนานกงเหยาเป็นอัจฉริยะที่เขาไม่มีวันไล่ตามทัน ตอนนี้เธอสำเร็จถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมแล้ว แต่เขายังเป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นกลาง แม้ว่าเขาจะได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนมากขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถเอาชนะหนานกงเหยาได้หากอีกฝ่ายไม่หยุดฝึกสักสิบปี
หยางจื่อเฉียงมองไปยังชายหนุ่มสองคนในโต๊ะเดียวกัน
เขายังรู้ด้วยว่าชายสองคนนี้ก็ปรารถนาในความงามของหนานกงเหยาเช่นกัน ถ้าเขาไม่ทำให้ทั้งสองคนนี้รู้ตัวสักหน่อย เกรงว่าคนทั้งคู่นี้คงจะทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองหนานกงเหยา
“หลี่ว์เหว่ย ฉันได้ยินมาว่าพ่อของนายกำลังจะให้นายแต่งงานกับแม่เสือโคร่งของตระกูลโม่” หยางจื่อเฉียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ใครบอกนายอย่างนั้น ไม่ล่ะ…ผู้หญิงคนนั้น… ต่อให้ได้ฟรีฉันก็ไม่เอาแน่ ๆ” หลี่ว์เหว่ยแสยะยิ้ม
“แต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลไม่ดีตรงไหน?” หยางจื่อเฉียงถาม
“สานสัมพันธ์กับผายลมเถอะ! มีความสุขกับชีวิตโสดแบบนี้ดีกว่าไหน ๆ จริงไหม? จะแต่งงานมีภรรยาทำไม? ฉันยังไม่คิดจะแต่งงานกับใครเร็ว ๆ นี้แน่” หลี่ว์เหว่ยพูด แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่หนานกงเหยา
“หลี่ว์เหว่ย แม่เสือโคร่งของตระกูลโม่น่ะทั้งเก่งและทรงพลัง แต่เธอไม่มีสมอง ถ้านายแต่งงานกับเธอ นายก็จะควบคุมเธอได้ง่าย ๆ ไม่ใช่เหรอไง?” จู่ ๆ จินฉานก็พูดแหย่ขึ้นมา
“ฉันคงไม่โชคดีพอจะได้รับความสุขถึงระดับนั้นหรอก แต่ถ้านายชอบก็ขอเธอแต่งงานซะเองสิ!” หลี่ว์เหว่ยหัวเราะ
“ไม่ล่ะ ตอนนี้ฉันมีเป้าหมายแล้ว ฉันจะเริ่มตามจีบเธอหลังจากรอดูไปอีกสักระยะ!” จินฉานยิ้ม
“ใคร?” หลี่ว์เหว่ยถาม
“เป็นความลับ…”
ในขณะที่หลายคนกำลังคุยกัน จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน
สาวน้อยน่ารักในเสื้อสีชมพูวิ่งเข้ามา
“เหมียวเหมี่ยวกลับมาก่อน ลูกเข้าห้องผิด” เสียงผู้ชายดังมาจากข้างนอก
“โอ้…”
ถังเหมียวเหมี่ยวแลบลิ้นใส่คนทั้งห้าในห้องนี้ที่มองมา จากนั้นก็หันหลังกลับและกำลังจะออกไปจากห้อง
“หยุดนะ!” จู่ ๆ หลี่ว์เหว่ยก็ตบโต๊ะและยืนขึ้นทันที
ทันใดนั้น โจวอี้ก็ก้าวเข้ามาในห้อง เขายืนอยู่ข้างหลังถังเหมียวเหมี่ยว
สายตาของเขากวาดมองทั้งห้าคนในห้อง ก่อนจะเอื้อมมือไปอุ้มลูกสาวและยิ้มอย่างขอโทษ “ลูกสาวของผมซนไปหน่อย ผมขอโทษที่รบกวนมื้อเย็นของพวกคุณ ผมขอโทษจริง ๆ เราจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“อย่าเพิ่งไป” หลี่ว์เหว่ยขมวดคิ้ว และชี้ไปที่ถังเหมียวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “เธอสวยมาก ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็ก แต่วันนี้ถือว่าเป็นพรหมลิขิตที่ได้พบเธอ ให้เธอเรียกฉันว่าพ่อสิ แล้วฉันจะช่วยให้เธอกลายเป็นดาราเด็กที่มีชื่อเสียงได้ สนใจไหม?”
เขามองไปที่หยางจื่อเฉียงและจินฉาน ก่อนจะขยิบตาให้ทั้งสองคนและพูดหลังจากหัวเราะว่า “เห็นไหมล่ะ ฉันสามารถเป็นพ่อได้แล้วโดยที่ไม่ต้องแต่งงานเลย พวกนายไม่ชื่นชมความฉลาดของฉันหน่อยเหรอ”
“อืม ความคิดนายนี่เยี่ยมมาก!”
“สาวน้อยคนนี้ช่างโชคดี ฮ่าฮ่าฮ่า!”
หยางจื่อเฉียงและจินฉานหัวเราะออกมา