หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 506 ได้รับของ
บทที่ 506 ได้รับของ
ซูเสี่ยวเม่ยกำลังมีความสุขสุด ๆ
เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะได้อยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่แบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเทคมากมายที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้เห็นพวกมันแต่ในทีวีเท่านั้น
เธอใช้เวลาสองชั่วโมงไปพร้อม ๆ กับแม่บ้านที่คอยแนะนำระหว่างเดินสำรวจไปทั่วคฤหาสน์ที่มีพื้นที่ 780 ตารางเมตร
เมื่อเธอกลับมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันที เธอกำชายเสื้อของเธอแน่นขณะยืนอยู่ตรงหน้าโจวอี้ “พี่อี้ ฉันอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ เหรอ?”
“แน่นอน ฉันซื้อบ้านหลังนี้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ?” โจวอี้หัวเราะ
“เย้! เยี่ยมสุด ๆ ไปเลย! ในละครทีวีว่ากันว่าการมีบ้านหรู ๆ และขับรถหรู ๆ สามารถดึงดูดผู้หญิงสวย ๆ ได้ ตอนนี้ฉันมีทั้งหมดแล้ว ฉันก็สามารถดึงดูดผู้ชายหล่อ ๆ เข้ามาได้บ้างแล้ว!” ซูเสี่ยวเม่ยตะโกนด้วยแววตาเป็นประกาย
“…”
โจวอี้ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น ในขณะที่หวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวมองหน้ากัน พวกเขาทั้งหมดดูงุนงงกับน้องสาวคนเล็กคนนี้
แปลกประหลาดดีเหลือเกิน!
โจวอี้ยิ้มอย่างขมขื่นและไม่สนใจที่จะพูดคุยกับเธออีก เขาล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมา ดึงบัตรธนาคารออกมาหนึ่งใบและกำลังจะมอบให้เธอ
แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าน้องสาวโง่ ๆ คนนี้คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าธนาคารอยู่ที่ไหน นับประสาอะไรกับวิธีการถอนเงิน
ดังนั้นเขาจึงส่งบัตรธนาคารไปให้กับเฉิงฮ่าวและพูดว่า “คุณช่วยสั่งให้ใครบางคนถอนเงินสดสักล้านหยวนมาจากบัตรนี้ที”
“ไม่มีปัญหา แต่ทำไมให้ถอนเป็นเงินสดล่ะ?” เฉิงฮ่าวถาม
“นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นบัตรธนาคาร คุณคิดว่าถ้าเอาบัตรนี้มอบให้เธอ แล้วเธอจะใช้มันเป็นไหมล่ะ? นอกจากนี้ เธอไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือ คุณคิดว่าเธอจะสแกนจ่ายได้ไหม?” โจวอี้ถามกลับ
เฉิงฮ่าวพูดไม่ออก
“เอาเป็นว่าขอให้คนของคุณซื้อโทรศัพท์มือถือให้เธอด้วยก็แล้วกัน” โจวอี้สั่งอีกครั้ง
“ไม่มีปัญหา!” เฉิงฮ่าวรับคำก่อนจะเดินไปเรียกลูกน้องเพื่อออกคำสั่ง
ซูเสี่ยวเม่ยได้ยินการสนทนาระหว่างโจวอี้และเฉิงฮ่าวได้อย่างชัดเจน จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอพุ่งตัวออกไปข้างนอกแล้วรีบหยิบถุงผ้าใบใหญ่สองใบลงจากรถแล้วกลับเข้ามาในบ้าน
“พี่อี้ อาจารย์ของฉันขอให้ฉันนำบางอย่างมาให้พี่ด้วย” ซูเสี่ยวเม่ยวางถุงผ้าไว้ตรงหน้าโจวอี้
“ให้ฉันทั้งหมดนี่เลย?” โจวอี้ถาม
“ใช่!”
“อืม!”
โจวอี้ไม่คิดที่จะปิดบังหวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวว่าข้างในถุงผ้ามีอะไร เขารีบเปิดถุงผ้าสองใบออกและพบว่าข้างในมีก้อนสำลีขนาดเท่ากำปั้นอยู่มากมาย ก้อนสำลีแต่ละก้อนดูราวกับว่าห่อหุ้มอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน
“อะไรเนี่ย?” โจวอี้ถาม
“ไม่รู้ ฉันมีหน้าที่แค่เอามาให้พี่ ฉันไม่สนหรอกว่าอาจารย์จะให้อะไรพี่” ซูเสี่ยวเม่ยกล่าวขณะนั่งอยู่บนโซฟา
โจวอี้หยิบสำลีก้อนหนึ่งออกมาฉีกมันออก จากนั้นเขาก็พบว่าภายในคือขวดหยก
“นี่…โอสถรวมวิญญาณ?”
โจวอี้มองไปที่ฉลากบนขวดหยก สีหน้าของเขาดูแปลกไป
หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ฉีกสำลีก้อนทั้งหมดสองร้อยก้อน และนำขวดหยกสองร้อยขวดมาวางเรียงกัน
สรุปก็คือป้าชุ่ยฮวาขอให้ซูเสี่ยวเม่ยส่งโอสถมาให้เขาสองร้อยขวด มีโอสถทั้งหมดสิบชนิด ชนิดละยี่สิบขวด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโอสถระดับทองคำ
“นี่เธอแบกโอสถมากมายขนาดนี้เตร่ไปเตร่มาได้ไงเนี่ย?” โจวอี้ถามอย่างโง่งม
“ก็ถ้าไม่แบกมาแล้วจะให้โยนมารึไงล่ะ” ซูเสี่ยวเม่ยพูดอย่างรำคาญ
“โอเค โอเค! ก็จริง” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
อีกด้านหนึ่ง
หวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวอ้าปากค้างและรู้สึกหวาดกลัวกับโอสถทั้งสองร้อยขวดที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
สองร้อยขวด!
พวกเขาเพิ่งลองเปิดดูและพบว่าแต่ละขวดมียาประมาณสิบเม็ด สรุปก็คือน่าจะมีโอสถอย่างน้อยราว ๆ สองถึงสามพันเม็ด!
สองถึงสามพันเม็ด!
และพวกมันล้วนเป็นโอสถระดับทองคำ!
แม้ว่าพวกเขาจะมีความมั่งคั่งมหาศาล แต่พวกเขาก็ไม่อาจหาซื้อโอสถจำนวนมากมายขนาดนี้ได้
“มัวอึ้งอะไรกันอยู่ หยิบไปอย่างละขวดสิ” โจวอี้ยิ้ม
“อย่างละขวด?” เฉิงฮ่าวกลืนน้ำลาย
“ฉัน…ไม่กล้ารับมัน” หวงไห่เทากล่าวด้วยรอยยิ้มแห้ง
“อย่าพูดไร้สาระน่า รีบ ๆ หยิบไป” โจวอี้พูดพลางมองไปที่หวงไห่เทาและยิ้มออกมา “ผมจะไม่จ่ายค่าคฤหาสน์นี้! และเหล่าเฉิงก็ต้องยกรถคันนั้นให้ผมด้วย!”
“ไม่มีปัญหา!” ทั้งสองตอบตกลงเป็นเสียงเดียวกัน จากนั้นก็รีบคว้าขวดหยก
ชนิดละหนึ่งขวด! ขวดหนึ่งมีสิบเม็ด!
ไม่ต้องพูดถึงคฤหาสน์หลังเดียว แม้แต่คฤหาสน์หลายสิบหลังก็มีค่าไม่เท่ากับโอสถระดับทองคำสิบขวด!
“การติดตามเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งโจวอี้เนี่ยดีจังเลยน้า ฮ่า ๆ!” หวงไห่เทารู้สึกอารมณ์ดีมากสามารถพูดคำเยินยอได้คล่องปาก
“อย่าเรียกผมว่าเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ผมน่ะยากจน” โจวอี้เก็บขวดหยกที่เหลือทั้งหมด จากนั้นก็นำพวกมันไปใส่ในรถ Knight XV ที่จอดอยู่ด้านนอก
“เฉิงฮ่าว ยังมีบางสิ่งที่ต้องรบกวนคุณ” โจวอี้กล่าว
“อะไร?”
“น้องสาวของผมเพิ่งมาที่จินหลิง เธอแทบไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับเมืองนี้เลย ดังนั้นช่วยหาคนขับรถและผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ให้เธอหน่อย ให้พวกเขาช่วยเธอเข้าใจชีวิตในเมืองใหญ่ให้ดี” โจวอี้กล่าว และเมื่อเห็นว่าซูเสี่ยวเม่ยไม่ได้เดินตามมา เขาก็ชี้ไปที่หัวของตัวเอง ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เบาลง “เธอมีปัญหาที่นี่น่ะ ดังนั้นเราต้องหาคนที่มีความอดทนและมีไอคิวสูงกว่าปกติถึงจะดีที่สุดในการคอยดูแลเธออยู่ตลอดเวลา และอย่าปล่อยให้เธอสร้างปัญหาในเมืองจินหลิง”
“ง่ายมาก เดี๋ยวฉันจัดการให้!” เฉิงฮ่าวพยักหน้า
“โอเค งั้นก็เอาตามนี้ ถ้าเงินสดมาถึงเมื่อไหร่ เราจะเอาทั้งเงินสดและบัตรธนาคารให้เธอ จากนั้นคุณช่วยบอกให้ใครสักคนสอนวิธีใช้โทรศัพท์มือถือให้เธอด้วย” โจวอี้จัดแจง
“ตกลง!”
โจวอี้กำลังขับรถกลับบ้าน
สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อกลับไปถึงบ้านคือเอาโอสถที่เหลืออีก 180 ขวดเก็บไว้ในห้องหนังสือชั้นสองของเขา และมอบหน้าที่ให้อิงหงคอยดูแลโอสถต่อจากนี้ อย่าให้มีใครขโมยไปได้
จากนั้น เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถไปที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง วันนี้เป็นวันทำงานของเขา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไปสาย
กริ๊ง!
ขณะที่โจวอี้กำลังขับรถอยู่บนถนน เขาก็ได้รับสายจากอิงหง เธอขอให้เขากลับไปที่บ้าน โดยบอกว่ามีคนส่งของบางอย่างมาให้เขา
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น โจวอี้จึงต้องโทรหาเหลียนซานและแจ้งลาชั่วโมงกับเธอ
เมื่อเขากลับถึงบ้าน โจวอี้ก็มองเห็นผู้คนหลายสิบคนในสนามหน้าบ้าน แต่ละคนมีสีหน้าไร้อารมณ์ เขาประหลาดใจเพราะคนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
“อู๋ซือเหลียงคารวะคุณโจว” ชายร่างใหญ่พูดพร้อมประสานมือคารวะ
“สวัสดี คุณมาที่นี่ทำไม?”
“คุณโจว ประธานสั่งให้เราส่งของบางอย่างมาให้คุณ แต่เราไม่รู้ว่าคืออะไร” อู๋ซือเหลียงชี้ไปที่กระเป๋าสีดำสองใบข้าง ๆ เขา
“ตกลง ผมจะรับไว้” โจวอี้ยิ้ม
“งั้นผมขอตัวก่อน”
“โชคดี!”
โจวอี้ส่งพวกเขาที่ประตูทางออกและเฝ้าดูพวกเขาจากไป ก่อนจะกลับมาที่สนามและเปิดกระเป๋าสีดำสองใบที่ถูกส่งมา
“เฮ้ย!…นี่มัน…”
โจวอี้ถึงกับตกตะลึง