หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 551 หมอที่มีอำนาจมากที่สุด
บทที่ 551 หมอที่มีอำนาจมากที่สุด
ที่สวนด้านนอกอาคารพาราไดซ์คลับ
ชายร่างกำยำสี่คนกำลังหันหลังให้ชายวัยกลางคนที่กำลังไอโขลกอย่างรุนแรง พวกเขาสังเกตการเคลื่อนไหวรอบด้านอย่างระมัดระวัง
ใบหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นสีแดง สภาพจิตใจของเขาไม่ค่อยดีนัก แต่บุหรี่ครึ่งมวนที่เขาถืออยู่ระหว่างนิ้วของเขาก็ยังคงไม่ถูกโยนทิ้งไป
“อย่าสูบบุหรี่ ไม่งั้นคุณจะอยู่ได้ไม่ถึงสามเดือน” น้ำเสียงเฉยเมยดังมาจากทางเดินห่างออกไปราว ๆ เจ็ดแปดเมตร
ชายร่างกำยำทั้งสี่ที่อยู่รอบ ๆ ชายวัยกลางคนหันไปจ้องเขม็งที่ผู้มาใหม่เป็นตาเดียวกัน
“คุณเป็นใคร? แค่ก ๆ ๆ” หูจินหรงไอหนัก
“ผมก็แค่คนที่บังเอิญผ่านมา”
“คนแปลกหน้าที่แค่เดินผ่านมา แต่กลับรู้ว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ได้สูงสุดแค่สามเดือน คุณนี่ไม่…แค่ก ๆ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ” หูจินหรงกล่าว
“ขอบคุณที่ชม ผมก็แค่สายตาดีน่ะ”
หูจินหรงโบกมือเพื่อให้คนทั้งสี่ที่อยู่รอบตัวเขาหลีกไป จากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแปลกหน้า หลังจากเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัด ๆ เขาก็ดูประหลาดใจและถามว่า “คุณคือหมอโจว โจวอี้ใช่ไหม?”
“รู้จักผมด้วยเหรอ?” โจวอี้เองก็รู้สึกประหลาดใจ
เขาเพิ่งได้ยินใครบางคนไออย่างหนัก และเสียงไอก็ดูผิดปกติไปเล็กน้อย เขาจึงหยุดเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะเรียกชื่อเขาได้ถูกต้อง
“หมอโจว ผมหูจินหรง จุดประสงค์หลักของการมาเมืองจินหลิงครั้งนี้คือตามหาคุณ” หูจินหรงเดินเข้าไปหาโจวอี้และยื่นมือออกไปอย่างเป็นมิตร “ผมไม่คิดว่าจะได้พบคุณที่นี่คืนนี้เลย ตามที่วางแผนไว้ในคราวแรก พรุ่งนี้เพื่อนของผมจะพาผมไปพบคุณ!”
“คุณจะมาพบผมเพื่อรับการรักษา? อันที่จริงคุณสามารถไปที่โรงพยาบาลเพื่อลงทะเบียนรอรับการตรวจรักษาจากผมก็ได้ ผมทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงอยู่แล้ว” โจวอี้กล่าว และทันใดนั้นก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหรี่ตาและถามว่า “เพื่อนแนะนำมา? ใครคือเพื่อนของคุณ?”
“หยางเซี่ยวหาง”
“คุณรู้จักพี่หยาง?” โจวอี้ดูประหลาดใจ
“เราเป็นเพื่อนกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว” หูจินหรงหัวเราะ
โจวอี้เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นพยักหน้าช้า ๆ และพูดว่า “เนื่องจากคุณเป็นเพื่อนของพี่หยาง คุณจึงไม่ใช่คนนอก เข้ามากับผมข้างในเถอะ! จำไว้ว่าสูบบุหรี่ให้น้อยลง และอย่าดื่มมาก อันที่จริง สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณควรมาเลย”
“ก็จริง ๆ สิ่งที่คุณพูดมาก็ถูกแหละ…แค่ก ๆๆ” หูจินหรงพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น “หมอโจว ให้ผมอยู่ที่นี่ได้ไหม ข้างในค่อนข้างอับ ผม…”
พรึ่บ!
ร่างของโจวอี้ไปปรากฏอยู่ด้านหลังหูจินหรงทันที เขาตบฝ่ามือลงบนหลังของอีกฝ่าย ก่อนจะกดนิ้วหัวแม่มือบนหลังของอีกฝ่าย แล้วกดแรง ๆ ที่จุดชีพจร
“อัก!”
หูจินหรงพ่นเสมหะหนาออกมาสองสามคำ และรู้สึกได้ทันทีว่าลมหายใจของเขาราบรื่นขึ้นมาก
ทว่าชายร่างกำยำสี่คนที่อยู่รอบ ๆ ดึงมีดสั้นและปืนพกออกมาในพริบตา แต่พวกเขาไม่ได้โจมตีทันที เพียงจ้องมองที่โจวอี้อย่างกระวนกระวายใจ
“เก็บของลงไป!” หูจินหรงสั่งคนของตัวเองแล้วมองโจวอี้ด้วยท่าทางขอโทษ
“ไม่เป็นไร” โจวอี้โบกมืออย่างไม่ถือสา เขาเดาว่าตัวตนของหูจินหรงนั้นน่าจะไม่ธรรมดา
“หมอโจว คุณเห็นอาการป่วยของผมแล้วใช่ไหม?” หูจินหรงถาม
“อืม!” โจวอี้พยักหน้าเบา ๆ
“รักษาได้ไหม?” หูจินหรงถามอย่างประหม่า
“มิตรภาพของคุณกับหยางเซี่ยวหางลึกซึ้งแค่ไหน?” โจวอี้ถามกลับไป
“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เราเป็นเพื่อนเก่ากันมาหลายปี ไม่ใช่แค่ความร่วมมือทางธุรกิจนะ แต่ผมหมายถึงเพื่อนสนิทจริง ๆ” หูจินหรงกล่าว
“ถือได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมตายได้ไหม?” โจวอี้ถามต่อ
“ผมไม่รู้ แต่ผมมั่นใจว่าถ้าเขาเจอปัญหา ผมจะพยายามเต็มที่เพื่อช่วยเขา และผมคิดว่า… เขาก็น่าจะคิดแบบผมเหมือนกัน”
“อืม!”
โจวอี้พยักหน้าอีกครั้ง
“แล้วอาการป่วยของผม…”
“มันสามารถรักษาให้หายขาดได้!” โจวอี้พูดจบก็เดินเข้าไปในอาคาร
สามารถรักษาให้หายได้?
หูจินหรงตัวสั่นและมองตามหลังโจวอี้ด้วยสายตาแห่งความปีติยินดี
เขาป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายของโรคนี้ ซึ่งแพทย์ที่เขาไปพบมาทั้งหมดต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางรักษาหาย
เหตุผลที่เขามาหาหยางเซี่ยวหางที่จินหลิงครั้งนี้เพราะอยากจะลองฝากความหวังสุดท้ายเอาไว้กับการรักษาของโจวอี้
ตอนนี้คำตอบของโจวอี้ยังคงก้องอยู่ในหูของเขา มันราวกับเสียงของสวรรค์
หยางเซี่ยวหางเพิ่งออกมาจากห้อง เขาเห็นว่าโจวอี้กำลังเดินมา และตามมาด้วยหูจินหรง เขาดูตกตะลึงและถามทันทีว่า “น้องโจว จินหรง รู้จักกันแล้วเหรอ?!”
“เพิ่งเจอกันน่ะ ผมรู้ว่านี่คือเพื่อนของพี่หยาง” โจวอี้ยิ้ม
“เซี่ยวหาง หมอโจวบอกว่าอาการป่วยของฉันสามารถรักษาให้หายได้” หูจินหรงพูดอย่างตื่นเต้น
“รักษาได้จริงเหรอ?” หยางเซี่ยวหางเองก็ดูประหลาดใจเช่นกัน เขาจ้องไปที่โจวอี้อย่างตกตะลึง
“อย่ากังวลเลย! ผมสามารถรักษาได้ แต่พวกคุณต้องเก็บเป็นความลับ” โจวอี้กล่าว
“อืม เก็บเป็นความลับ” ชายสองคนรับปากทันที และแม้แต่ชายร่างกำยำทั้งสี่ที่ตามมาด้วยก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
หลังจากนั้นทุกคนก็เข้าไปในห้อง
ขณะที่หวงไห่เทาและหลี่หงอี้ทักทายหูจินหรงอยู่นั้น โจวอี้ก็ตระหนักได้ว่าหูจินหรงเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเจิ้งโจว แม้ในมณฑลเหอหนานทั้งหมดก็สามารถติดหนึ่งในสามอันดับแรกของคนที่ร่ำรวยที่สุด และสถานะของอีกฝ่ายก็ไม่เลวร้ายไปกว่าหยางเซี่ยวหางจากมณฑลเจียงซู
“ตระกูลหนี่ในฮาร์บิน?”
เมื่อหูจินหรงได้ยินโจวอี้แนะนำหนี่อันหง แววตาของเขาก็แปลกไปเล็กน้อย
“พี่หู พี่รู้จักผมด้วยเหรอ?” หนี่อันหงถามด้วยความสงสัย
“แค่ก ๆ อันที่จริงฉันเคยเจอพ่อของนายตอนปีนั้น… เฮ้อ…เรื่องมันเก่าแล้ว อย่าพูดถึงมันเลย” หูจินหรงหัวเราะกระอักกระอ่วน
“โอ้ จากที่พี่หูพูดมา…ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเป็นราวที่ดีนะ! เล่ามาเลยก็ได้นะพี่หู! ทุกคนที่มาในวันนี้ไม่ใช่คนนอกเลย” หวงไห่เทากล่าวพลางหัวเราะ
หูจินหรงมองทุกคน จากนั้นมองไปที่หนี่อันหงอีกครั้ง ในที่สุดก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่นและพูดว่า “อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนที่ฉันยังเด็กและเต็มไปด้วยกำลังวังชา ฉันขัดแย้งกับหนี่เทียนซุยที่ปักกิ่ง ตอนนั้นฉันยังวู่วาม ดังนั้น… น้องหนี่ หลังจากนี้ฉันจะไปฮาร์บิน และจะพยายามคืนดีกับพ่อของนายนะ”
“ฮ่าฮ่า ผมจำได้ว่าพ่อของผมถูกตีหัวเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่แท้ก็เป็นฝีมือของพี่หูนี่เอง! ไม่เป็นไรหรอกพี่ ตอนนั้นผมจำได้ว่าพ่อผมกลับมาถึงบ้าน เขาเป็นคนบอกเองว่าเขาไม่แข็งแกร่งพอ เขาสมควรแล้วที่จะพ่ายแพ้และเจ็บตัวกลับมา ฮ่าฮ่า…” หนี่อันหงหัวเราะ เขาไม่โกรธเลยที่พ่อของเขาถูกทุบตี
การแสดงออกของเขาทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกสนใจ
“อันหง นายยังเด็กแต่กลับใจกว้างขนาดนี้… นับจากนี้ไปฉันจะนับว่าเป็นน้องชายคนเล็กของฉันคนหนึ่งนะ!” หูจินหรงยิ้ม
“ไม่แปลกใจเลยที่นายเป็นเพื่อนกับน้องโจวได้” หยางเซี่ยวหางหัวเราะ
“ฮ่า ฮ่า พวกพี่ชมผมเกินไปแล้ว…”
บนถนนกว้าง
รถเมอร์เซเดสเบนซ์ขับมาด้วยความเร็ว
เฉิงฮ่าวนั่งอยู่ที่เบาะหลัง มองไปที่หวังซงซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาและกำลังทำหน้าตาไม่มีความสุขนัก
“เหล่าหวัง ฉันคิดว่าเราควรเคารพทางเลือกของเด็กน้อยสองคนนั้นนะ” เฉิงฮ่าวพูดด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ
“เฮ้ พี่เฉิง คุณไม่ต้องพูดแทนพวกเขาเลย” หวังซงบ่น
“ช่วยไม่ได้ ก็ฉันเป็นเพื่อนกับพี่ชายของเด็กคนนั้นนี่นา ในสายตาของฉัน น้องสาวของโจวอี้ก็คือน้องสาวของฉันด้วย” เฉิงฮ่าวหัวเราะ
“โจวอี้เป็นใครกันแน่?” หวังซงถามด้วยความสงสัย
“แพทย์จีนของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง” เฉิงฮ่าวหัวเราะ
“แค่หมอ?” หวังซงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เขาเป็นหมอที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก”