หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 553 เก็บเกี่ยวภายในคืนเดียว
บทที่ 553 เก็บเกี่ยวภายในคืนเดียว
หวงไห่เทาสบตาทุกคน ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่โจวอี้
จู่ ๆ เขาก็ยักไหล่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่ามองฉันแบบนั้นสิ พูดตามตรงนะ น้องโจวทำเงินเร็วมากจนฉันเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขามีเงินอยู่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่มาอยู่ที่จินหลิง”
“น้องโจว นายมีเงินเท่าไหร่แล้วตอนนี้ เอาเลย! บอกตัวเลขมา! ทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตากันหน่อย” หนี่อันหงหัวเราะ
“อันที่จริงผมไม่ได้ทำเงินอะไรได้มากนักหรอก” โจวอี้จุดบุหรี่ ก่อนจะจ้องมองคนอื่น ๆ ทีมีท่าทางอยากรู้อยากเห็น
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ถ้าให้นับรวมในบัญชีทั้งหมดที่มี มันน่าจะมากกว่าหมื่นล้านหยวน นี่แค่เงินนะ ไม่รวมบ้านหรือทรัพย์สินอะไรอย่างอื่นอีก”
เท่าไหร่นะ?
มากกว่าหมื่นล้านหยวน?
แล้วนี่แค่เงินอย่างเดียว?
มากกว่าหมื่นล้านหยวนเนี่ยนะ คนบ้าอะไรทำเงินได้ขนาดนี้แค่ระยะเวลาหกเดือน?
สีหน้าของฝูงชนพลันหม่นหมอง พวกเขาพูดไม่ออกกับคำตอบของโจวอี้
ทุกคนสงสัย แต่พวกเขาไม่ได้สงสัยในคำตอบเรื่องจำนวนเงินที่โจวอี้พูดมา
นอกจากหวังซงแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็รู้จักตัวตนของโจวอี้ และรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะไม่มีวันพูดโกหก
กว่าหมื่นล้าน!
เขาหามันมาได้อย่างไร?
“คุณโจว ฉันไม่คิดว่ามุกนี้มันตลกสักนิด ฉันไม่เคยได้ยินว่าใครจะสามารถทำเงินหลักหมื่นล้านในเวลาเพียงครึ่งปี!” หวังซงไม่เชื่อ
“แต่ฉันเชื่อ!”
“ฉันด้วย!”
หยางเซี่ยวหางและหูจินหรงพูดขึ้น
“…”
หวังซงพูดไม่ออก เขามัวแต่คิดอยากจะแย้งโจวอี้จนลืมคนรวยสุด ๆ อีกสองคนที่อยู่ในห้อง
“น้องโจว นายหาเงินได้มากมายขนาดนี้ได้ยังไง มันมาจากยาต้มอี้เฉินเหรอ? ไม่สิถ้าฉันจำไม่ผิด ดูเหมือนว่านายก็ไม่ได้ขายยาต้มอี้เฉินออกไปเยอะแยะขนาดนั้นนี่” หนี่อันหงถามด้วยความสงสัย
“ยาต้มอี้เฉิน? เป็นของโจวอี้?” หวังซงยืนขึ้นถามด้วยความเหลือเชื่อ
“นั่งลงก่อน นี่เป็นเรื่องที่รู้กันดีสำหรับพวกเราทุกคนที่นี่ เพราะงั้นอย่าแปลกใจ” หวงไห่เทาโบกมือด้วยรอยยิ้ม จากนั้นพูดต่อไปว่า “มีเพียงยอดบุรุษอย่างฉันที่สนิทกับน้องโจวเท่านั้นที่สามารถทำเงินและเพิ่มคลังสมบัติเล็ก ๆ ให้เขาได้ ฮ่าฮ่า…”
หลายคนหันมามองค้อนใส่อีกฝ่ายกับคำพูดนั้น
หูจินหรงดูประหลาดใจและกล่าวว่า “ที่แท้ยาต้มอี้เฉินก็เป็นของน้องโจว อืม…ถ้างั้นก็เป็นไปได้ที่จะทำเงินได้มากกว่าหมื่นล้านหยวนในครึ่งปี”
“ไม่เลย ยาต้มอี้เฉินทำเงินได้บ้าง แต่มันก็เป็นแค่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น” โจวอี้หัวเราะ
“ถ้างั้นนายเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?” หนี่อันหงถาม
“คำพูดโบราณว่ายังไงนะ? ฆ่าคนแล้วจุดไฟเผาเอาเข็มขัดทอง?” โจวอี้กล่าวด้วยสีหน้าสบาย ๆ
“…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็ถึงกับพูดไม่ออก
อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ในห้องเชื่อโจวอี้แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน หนี่อันหงก็ถามขึ้นว่า “น้องโจว ถ้าฉันจำไม่ผิด นายน่าจะทำเงินได้มากมายตอนที่บุกไปคนเดียวที่เหอเฉิงเพื่อฆ่าล้างตระกูลผางจนแทบเหี้ยนใช่ไหม?”
“หุบปากไปเลย! ไวน์กับบุหรี่พวกนี้ทำให้คุณหยุดปากไม่ได้หรือไง!” โจวอี้กลอกตาและโยนขวดไวน์ต่างประเทศราคาแพงไปที่หนี่อันหง
บุกเข้าไปตัวคนเดียวในตระกูลผางที่เหอเฉิงเพื่อฆ่าล้าง?
เป็นผลงานของโจวอี้งั้นเหรอกับข่าวที่ว่าตระกูลผางถูกฆ่าตายเป็นเบือ?
หลี่หงอี้ตกตะลึง ส่วนหยางเซี่ยวหางและหูจินหรงมองหน้ากันและแสดงท่าทางแปลก ๆ
หวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวดูสงบ เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ข่าวนี้มานานแล้ว
แต่หวังซงไม่เข้าใจ
เขาไม่รู้จักผู้ฝึกยุทธ์เลย ดังนั้นจึงไม่เข้าใจในเรื่องนี้แม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองท่าทีของทุกคน เขาก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่หนี่อันหงพูดมานั้นเป็นความจริง
โจวอี้… ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนโหดเหี้ยม ฆ่าคน และปล้นชิงสมบัติ…
ทั้ง ๆ ที่เขาทำเลวแบบนั้น แต่ทำไมทุกคนดูไม่สนใจเลยล่ะ?
เฉิงฮ่าวจับสังเกตสีหน้าแปลก ๆ บนใบหน้าของหวังซงและเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ในทันที หลังจากกระแอม เขาก็พูดขึ้นว่า “เหล่าหวัง นายไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับโลกผู้ฝึกยุทธ์ และไม่รู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์มีอยู่จริง ดังนั้นนายก็เลยไม่รู้เหตุผลความชอบธรรมในการสังหารศัตรูของพวกผู้ฝึกยุทธ์ ถ้านายอยากจะเข้าใจ ฉันจะคุยกับนายเป็นการส่วนตัวทีหลัง ฉันจะบอกทุกอย่างแบบละเอียดเลย”
หวังซงตกใจ เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ในที่สุดเขาก็พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นคำตอบ
โจวอี้มองหวังซงอยู่ครู่หนึ่ง และพูดอย่างใจเย็นว่า “พี่หวัง เหตุผลที่ผมบอกให้คุณรู้ว่าผมทำเงินได้เท่าไหร่ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาไม่ใช่เพื่อโอ้อวด ผมแค่อยากบอกคุณว่า น้องสาวของผมไม่เลวเลย และในแง่ของภูมิหลังตระกูล น้องสาวของผมก็ไม่ด้อยเลย ส่วนเรื่องที่สมองของน้องสาวผมมีปัญหา ผมคิดว่าเราควรเรียกว่าน้องของผมเป็นคนที่…มีความคิดไม่ซับซ้อนดีกว่าไหม”
ใช่!
หวังซงเข้าใจคำพูดนี้
เพราะน้องชายของเขาก็สมองมีปัญหาเช่นกัน และนั่นก็ทำให้น้องชายของเขาดูเป็นคนที่มีความคิดไม่ซับซ้อน
โจวอี้ยิ้มในใจขณะลอบสังเกตท่าทีอีกฝ่าย เขารู้สึกว่าเขาหลอกล่ออีกฝ่ายได้สำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว ตอนนี้เขาแค่ต้องเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกหน่อย
“พี่หวัง ถ้าพูดถึงเรื่องการแต่งงานระหว่างชายและหญิง เราไม่ควรมามองว่าใครลักพาตัวใครหรือใครหาประโยชน์จากใคร และใครที่เป็นคนขาดทุน เนื่องจากพวกเขาพึงพอใจซึ่งกันและกัน พวกเขาจึงเต็มใจที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน”
“ดูจากบุคลิกของพวกเขาแล้ว พวกเขาจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตแน่นอน และเมื่อพวกเขามีลูก มันก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ทำหน้าที่สืบทอดสายเลือดให้กับตระกูลหวังของคุณด้วย จริงไหม?” โจวอี้กล่าว
มีเหตุผล!
หวังซงตอบในใจโดยไม่รู้ตัว
แต่เดี๋ยวนะ!
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกตัว
นี่เขากำลังถูกโจวอี้หลอกล่อใช่ไหม?
เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าน้องสาวของโจวอี้ลักพาตัวน้องชายของเขาไป!
แต่… สิ่งที่โจวอี้พูดมาก็สมเหตุสมผลเช่นกัน เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ได้ หรือถ้าจะหาคนรับผิดชอบเรื่องนี้จริง ๆ น้องชายโง่ ๆ ของเขาก็คงต้องรับไปซะส่วนใหญ่!
เพราะท้ายที่สุดแล้ว น้องชายของเขาเป็นฝ่ายตามจีบน้องสาวของโจวอี้ก่อน
“น้องโจว ถ้างั้นนายช่วยตอบคำถามของฉันที ถึงฉันจะไม่ห้ามพวกเขาแล้ว แต่ฉันก็ต้องรู้ว่าน้องชายของฉันหายไปไหน” หวังซงพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ภูเขาชางหลาง ที่หมู่บ้านโจวเมี่ยว เอาไว้ผมจะหาแผนที่และทำเครื่องหมายไว้ให้คุณทีหลัง” โจวอี้ยิ้ม
คืนนี้โจวอี้อารมณ์ดี
น้องสาวโง่ ๆ ของเขาลักพาตัวผู้ชายหล่อรวยคนนั้นไปอย่างอุกอาจ แต่เขาก็ยังสามารถทำให้ตระกูลของอีกฝ่ายยินยอมได้อย่างราบรื่น และยังช่วยหนี่อันหงให้เข้ากับกลุ่มพี่น้องและผองเพื่อนของเขาได้ และแม้กระทั่งได้เพื่อนซึ่งใหม่เป็นชายที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเจิ้งโจว
โจวอี้กลับมาถึงบ้านในช่วงเช้ามืด และพบว่าถังหว่านยังตื่นอยู่ เธอนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ บนชั้นสองพลางดู MV ผ่านจอแท็บเล็ต
“เสี่ยวหว่าน ทำไมคุณยังไม่นอนอีก?” โจวอี้ยิ้มและโน้มตัวเข้าไปหา
“ไปห่าง ๆ เลย! เหม็นกลิ่นเหล้าบุหรี่” ถังหว่านขมวดคิ้วและผลักโจวอี้ออกไป
“แค่ก ๆ ผมก็แค่ต้องไปเข้าสังคมเท่านั้นเอง เอาไว้คราวหน้าผมจะดื่มให้น้อยลงก็แล้วกัน” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไปอาบน้ำก่อน!
“ได้เลย!”
ในไม่ช้า โจวอี้ก็อาบน้ำอย่างสบายตัว และกลับมาหาถังหว่านในชุดนอนที่สะอาด
“พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปถ่ายงานที่เมืองอื่นแล้ว และอาจใช้เวลาสองสามวันกว่าจะกลับมา” ถังหว่านกล่าวกับชายหนุ่ม
“ที่ไหน?”
“เจิ้งโจว!”
“ที่ไหนนะ?”
“เจิ้งโจว” ถังหว่านย้ำ
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด
วันนี้เขามีเพื่อนใหม่เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเจิ้งโจว ซึ่งอีกฝ่ายเองก็กำลังป่วยหนัก แต่พรุ่งนี้ภรรยาของเขากำลังจะไปทำงานที่เจิ้งโจว!
มีใครเขียนบทเรื่องนี้ขึ้นมาให้เขารึเปล่า?
“ผมจะไปด้วย” โจวอี้ยิ้ม
“คุณจะไปทำอะไร ฉันจะไปร้องเพลงและบันทึกรายการด้วย ไม่ต้องตามไปด้วยหรอกน่า” ถังหว่านมีสีหน้างุนงง
“ผมจะไปรักษาคนไข้!”
“จู่ ๆ ก็จะไปรักษาคนไข้ที่เจิ้งโจวพรุ่งนี้เนี่ยนะ? หญิงสาวยังคงแปลกใจ
“ใช่…”