หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 556 หลงทางอยู่ในห้อง
บทที่ 556 หลงทางอยู่ในห้อง
เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ทุกคนต่างเห็นว่าด้านในมีการตกแต่งที่สวยงาม เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ล้วนเป็นระดับไฮเอนด์ทั้งหมด พื้นที่ทุกตารางนิ้วสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบ ความหรูหราปรากฏอยู่ในทุกพื้นที่
“ที่นี่เป็นห้องพักของโรงแรมรึเปล่าเนี่ย?” โจวอี้เดินเข้าไปและพบว่าการตกแต่งนั้นหรูหรามาก และพื้นที่ก็ใหญ่เกินกว่าจะตัดสินได้ว่ามีกี่ตารางเมตร สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาถึงกับข้องใจ
“นี่ไม่ใช่ห้องพักของโรงแรม แต่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉันเอง ฉันเคยอยู่ที่นี่สองครั้งเองมั้ง นับตั้งแต่ตอนที่ตกแต่งมันเสร็จ” หูจินหรงหัวเราะ
“พี่หู ให้เราอยู่ที่นี่ได้เหรอ มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ?” โจวอี้ลังเล
“มากเกินไปที่ไหน ไม่เลย! ฉันรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่น้องโจวเดินทางมาที่เมืองเจิ้งโจว นายยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ดังนั้นเพื่อความสะดวกสำหรับนายและตัวฉันเองที่อาจมาขอดื่มด้วยกันบ่อย ๆ ฉันก็เลยเตรียมเอกสารสองสามฉบับมาให้นายเซ็นสักหน่อย หลังจากเซ็นเสร็จ ห้องนี้จะเป็นของนายทันที” หูจินหรงหัวเราะอีกครั้ง
“ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยพี่หู ผมไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้พี่เลย นี่มันมีค่าเกินไป…”
“น้องโจว นายจะคิดค่ารักษาฉันไหม?” หูจินหรงถาม
“เก็บแน่นอน แต่ขอเพียงหยวนเดียวเท่านั้น สำนักของผมมีระเบียบว่าจะต้องเรียกเก็บค่ารักษาทุกครั้ง” โจวอี้ตอบ
“ในเมื่อน้องโจวพูดอย่างนี้ ถ้างั้นฉันไม่ยกให้ฟรี ๆ ก็ได้ ฉันจะขายห้องนี้ให้นายในราคาหนึ่งหยวนแทน! อย่าปฏิเสธเชียวนะ ฉันมีบ้านเยอะแยะ สำหรับฉันแล้วต่อให้ไม่มีห้องนี้ก็ไม่เป็นไรหรอก” หูจินหรงหัวเราะ
“เอ่อ…”
โจวอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าในที่สุดก็ยิ้มและพยักหน้า
ห้องชุดนี้ถือได้ว่าไม่นับเป็นอะไรได้เลยสำหรับหูจินหรง เมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว การจ่ายด้วยห้องชุดนี้ดูไม่มีความหมายอะไรเลย
ทว่าถังหว่านได้ยินแล้วกลับสับสน
ได้ห้องชุดมาอีกห้องซะงั้น?
ได้มาเท่าไหร่แล้วเนี่ย?
ก่อนหน้านี้โจวอี้ก็ได้คฤหาสน์ที่อยู่ข้างพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่ง และตอนนี้ยังได้ห้องชุดนี้มาอีก…
ถังหว่านรู้สึกทันทีว่าต่อให้เธอไม่ทำงานอะไรเลยในอนาคต แค่ปล่อยเช่าอสังหาที่เธอและโจวอี้มีมันอยู่ในตอนนี้ ก็คงพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย ๆ ไปทั้งชาติแล้ว
ทางด้านซุนเหมิงนั้นอ้าปากค้าง!
อันที่จริงตั้งแต่เธอตามทุกคนมาที่ชั้นบนสุด หัวใจของเธอก็เต้นรัวเป็นกลองชุด
เธอเกิดที่เจิ้งโจว
แน่นอนว่าเธอเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับชั้นบนสุดของโรงแรมหว่านเจียง
มีบ้านหรูราคาแพงเสียดฟ้าหลายหลังในเจิ้งโจว แต่หากนับเฉพาะห้องชุดที่อยู่ในตึกสูงระฟ้าห้องชุดนี้ถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งแน่นอน และอย่างที่เราทราบกันดีว่าห้องชุดนี้เป็นของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเจิ้งโจว หูจินหรง!
แต่ตอนนี้มันกลายเป็นของครอบครัวพี่หว่านแล้ว?
“น้องโจว น้องสะใภ้ พวกนายพักผ่อนได้เต็มที่เลยนะ ฉันจะกลับไปก่อน แล้วเดี๋ยวตอนเย็นฉันจะมาดูแลพวกนายอีกรอบ” หูจินหรงยิ้ม
“พี่หู ฉันมีอัดรายการคืนนี้ ให้โจวอี้ไปแทนก็แล้วกันค่ะ!” ถังหว่านลังเล
“ได้เลย!”
ในไม่ช้าหูจินหรงก็กลับออกไป
ส่วนจวงจื้อเฉียงไม่ได้รีบร้อน เขาหยิบเอกสารหลายชุดออกมาจากกระเป๋าเอกสารสีดำ และส่งให้โจวอี้ด้วยรอยยิ้ม “คุณโจว นี่คือเอกสารการโอนอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารหลายรายการที่ต้องลงนาม โปรดเซ็นชื่อ แล้วเดี๋ยวผมจะเป็นคนดำเนินเรื่องต่อให้ที่สำนักงานอสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทะเบียนและโอนกรรมสิทธิ์ และส่งใบรับรองอสังหาริมทรัพย์ให้คุณเองครับ”
“ขอบคุณครับ” โจวอี้ยิ้มพลางพยักหน้า
โจวอี้ตั้งใจจะบอกให้ถังหว่านเซ็นสัญญาแทนเขา แต่ถังหว่านส่ายหัวปฏิเสธโดยตรง
เธอไม่สนใจว่าจะมีบ้านหรือห้องมากมาย ดังนั้นเขียนชื่อโจวอี้ลงไปก็ไม่ต่างกัน
โจวอี้เองก็ไม่ตื้อเธอเช่นกัน หลังจากลงนามแล้ว เขาก็ส่งจวงจื้อเฉียงออกจากห้องและกลับไปหาถังหว่าน
ชายหนุ่มยักไหล่และคลี่ยิ้ม “ถ้าคนอื่นอยากจะให้ ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธคนอื่นได้หรอก คิดซะว่าเผื่อเอาไว้เวลาที่ครอบครัวเราขัดสนในอนาคต เราก็จะประกาศให้คนอื่นเช่าที่นี่ ผมคิดว่าค่าเช่าพวกนี้คงจุนเจือเราได้ทั้งครอบครัว”
“หรือถ้าไม่พอ คุณก็ยังขายตัวเองได้ด้วยนะ” ถังหว่านแซวด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่า ๆ…”
สิบนาทีต่อมา
ถังหว่านหลงทางอยู่ในห้องชุดนี้ และซุนเหมิงซึ่งติดตามอยู่ข้าง ๆ ก็งุนงงเช่นกัน
“ห้องชุดนี้มันยังไงกันแน่? ทำไมเราเดินวนกลับมาที่นี่อีกแล้วล่ะ?” ถังหว่านยืนอยู่ในห้องโถง พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน
“พี่หว่าน ฉันเตรียมใจไว้เรื่องปัญหาการหลงทางแบบนี้แล้วแหละ” ซุนเหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ทำไม?”
“พี่รู้ไหมว่าห้องชุดนี้มีพื้นที่ทั้งหมดเท่าไหร่?” ซุนเหมิงถาม
“ใหญ่แค่ไหน?”
“สามพันหกร้อยตารางเมตร! ถ้าจะให้เทียบก็คือมันมีพื้นที่ใช้สอยใหญ่พอ ๆ กับบ้านเดี่ยวสิบหลัง ว่ากันว่าต้องใช้เวลาถึงสามปีในการตกแต่งชั้นนี้เชียวนะ!”
“สามพันหกร้อย…ตารางเมตร? นี่ยังเป็นห้องชุดอยู่อีกเหรอ?” ถังหว่านตกตะลึง
เธอรู้ว่าที่นี่ใหญ่มาก
ระหว่างที่เธอเดินสำรวจคร่าว ๆ เธอก็เดาว่ามันน่าจะกว้างไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันตารางเมตร
แต่เวลานี้เธอกลับรู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้รู้จำนวนพื้นที่ทั้งหมดของมัน
“ไม่น่าเป็นไปได้นะ! เธอแน่ใจเหรอเหมิงเหมิง?”
“พี่คะ! ฉันเป็นคนเจิ้งโจว! คนเจิ้งโจวส่วนใหญ่รู้ตำนานของห้องนี้กันทั้งนั้นแหละ” ซุนเหมิงยิ้ม
“ตำนาน?”
“ใช่ มันเป็นตำนานเพราะมีเพนท์เฮ้าส์หรูหราขนาดใหญ่มากมายบนตึกสูงในเจิ้งโจว แต่ไม่มีที่ไหนเทียบได้กับห้องชุดนี้ ไม่สิ แม้แต่คฤหาสน์เดี่ยวสุดหรูหลายหลังก็ยังมีราคาน้อยกว่าที่นี่เลย พี่หว่านรู้ไหมว่าห้องหรูนี้จะขายได้เงินเท่าไหร่?” ซุนเหมิงถามด้วยน้ำเสียงลึกลับ
“เท่าไหร่?”
“เกือบหนึ่งพันล้าน!”
“เธอล้อเล่นหรือเปล่า! ราคาบ้านในเจิ้งโจวสูงขนาดนี้ได้ยังไง?” ถังหว่านรู้สึกประหลาดใจ
“ตัวอสังหาฯ น่ะไม่มีมูลค่ามากนักหรอก แม้ว่าทำเลจะดีมากและพื้นที่ก็ใหญ่มากพอ แต่ค่าตกแต่งที่นี่มันมหาศาลมาก” ซุนเหมิงหายใจเข้าลึก จากนั้นชูสองนิ้วแล้วพูดว่า “ว่ากันว่าค่าตกแต่งห้องนี้อย่างเดียวในปีนั้นไม่ต่ำกว่าสองร้อยห้าสิบล้าน!”
“หา…”
ถังหว่านอ้าปากค้าง
การตกแต่งที่นี่หรูหรามาก แต่ไม่ได้ใช้อิฐทองหรือฝังเพชรตามผนังใช่ไหม?
ใช้เงินมากมายไปกับการตกแต่งอย่างเดียวได้อย่างไร?
โจวอี้ไม่รู้ว่าถังหว่านและซุนเหมิงกำลังหลงทางอยู่ในห้องชุดนี้ ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้านนอก สายตาจับจ้องไปยังแม่บ้านที่ทางโรงแรมจัดไว้ และพนักงานอีกหกคนที่เป็นคนของโรงแรมแต่มีหน้าที่ดูแลห้องนี้เท่านั้น
ค่าจ้างของคนเหล่านี้ เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยตัวเอง
สิ่งนี้ทำให้โจวอี้รู้สึกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณหูจินหรงยิ่งกว่าเดิม แต่คนเหล่านี้ถูกจ้างมาแล้ว ดังนั้นมันก็คงสายไปแล้วที่จะไล่พวกเขาออกไป
ดังนั้นถ้าอยากอยู่ก็อยู่เถอะ!
“ผมกับภรรยาไม่ได้อยู่ที่นี่บ่อยหรอก นาน ๆ ครั้งเราอาจจะมาอยู่ที่นี่บ้าง ดังนั้นพวกคุณจะทำอะไรก็ได้ตามที่พวกคุณต้องการ” โจวอี้พูดก่อนจะโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิม
หลังจากผ่านไปพักใหญ่
โจวอี้เห็นถังหว่านและซุนเหมิงเดินเข้ามาหา
“เดินดูเสร็จแล้วเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่กล้าดูหมดหรอก” ถังหว่านยิ้มแห้ง ๆ
“ทำไมล่ะ?”
“ฉันเพิ่งหลงทางไปพักใหญ่เลย ขืนเดินดูต่ออีกก็อาจจะออกมาไม่ทันอาหารเย็น” ถังหว่านพูดด้วยสีหน้าหมดหนทาง
“ที่รัก คุณล้อเล่นหรือเปล่า?” โจวอี้ถามด้วยความตกตะลึง
“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ! ห้องนี้กว้างตั้งสามพันหกร้อยตารางเมตรแน่ะ!”
“เท่าไหร่นะ!?”