หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 566 ตรวจสอบไม่ได้
บทที่ 566 ตรวจสอบไม่ได้
ทุกครั้งก่อนหน้านี้เมื่อถังหว่านมีปัญหา เธอมักจะกัดฟันและพยายามแก้ไขด้วยตัวเองมาตลอด แต่ตอนนี้เมื่อเธอรู้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหา ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือโทรหาโจวอี้
ใช่แล้ว!
เธอค่อนข้างยินดีที่พบว่าในที่สุดเธอก็กลายเป็นผู้หญิงที่เธอเคยใฝ่ฝันนึกอยากจะเป็นบ้าง
บ้านมีเสาหลัก ผู้ชายในครอบครัวเป็นกระดูกสันหลังให้เธอ
ซุนเหมิงยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ถังหว่านด้วยแววตาที่ปราศจากความกังวล
เธอมั่นใจว่าตราบใดที่โจวอี้พี่เขยของเธอรู้เรื่องนี้ ปัญหาทุกอย่างจะต้องจบลงแน่นอน ไม่มีอะไรที่พี่เขยของเธอทำไม่ได้ ปัญหาแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยสักนิด
อย่าว่าแต่พี่เขยของเขาเป็นหัวหน้าใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์เลย ต่อให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกเปิดเผยแล้วจะทำไมกันล่ะ?
พี่หว่านมีทรัพย์สินเยอะมากแล้ว และก็น่าจะยังสามารถหาเงินได้โดยไม่มีผลกระทบ มีคนมากมายปกป้องเธอ สรุปแล้วก็คือชีวิตของพี่หว่านจะไม่ดิ่งลงแน่นอน
บนถนนที่พลุกพล่าน
โจวอี้กำลังเดินเล่นไปเรื่อย ๆ
ในยุคนี้การชอปปิงออนไลน์ส่งผลกระทบต่อร้านค้า และย่านที่ครั้งหนึ่งเคยจอแจหลายแห่งก็ถูกทิ้งร้างและปิดตัวลง
ทว่าดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบกับที่นี่
ไม่วาจะเป็นคู่รักหนุ่มสาว พี่น้อง เพื่อนชายและหญิง และสมาชิกในครอบครัว ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าและออกจากประตูของแต่ละร้าน อ้อยอิ่งอยู่ในอาคารพาณิชย์ ยิ้มร่าหรือแสดงออกด้วยสีหน้าต่างกัน รวมไปถึงพูดคุยอย่างสนุกสนานหรือซุบซิบนินทาต่าง ๆ นานา
ฉากต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อมองรวมกันแล้วคล้ายกับภาพวาดซึ่งคลอไปด้วยเสียงโน้ตเพลงหวาน ๆ ภายใต้ภูมิทัศน์ของเมืองที่มีชีวิตชีวาและพลุกพล่าน
โจวอี้ชอบเมืองนี้
แม้ว่าผู้คนมากมายในเมืองนี้จะมีภาษาถิ่นหรือสำเนียงพิเศษที่ต่างกัน แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของที่นี่ทุกครั้งที่เดินอยู่บนถนน
“อิงหง คุณเคยมาที่นี่มาก่อนไหม?” โจวอี้ถาม
“ไม่เลย”
“แล้วคุณชอบที่นี่ไหม?”
“ฉันไม่ชอบมัน”
“ไม่ชอบเหรอ?” โจวอี้ดูประหลาดใจ
“ฉันไม่ชอบความพลุกพล่าน เมื่อเทียบกับที่ที่ฉันเคยอยู่มาก่อน ที่นี่ค่อนข้างจอแจเกินไป บางทียิ่งเมืองนี้เจริญมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแปลกแยก” อิงหงพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“…”
โจวอี้กลอกตา
ไม่แปลกหรอก!
มีสาวกของสำนักโอสถคนไหนที่ปกติบ้างล่ะ จริงไหม?
กริ๊ง!
เมื่อโจวอี้ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือ เขาก็หยิบขึ้นมันมา เมื่อเห็นว่าเป็นถังหว่านที่โทรเข้ามา เขาจึงกดรับสายและเอ่ยถาม “ว่าไงจ๊ะคุณภรรยา คิดถึงผมเหรอ?”
“สามีคะ มีบางอย่างเกิดขึ้น…”
จากนั้นถังหว่านจึงเริ่มเล่าให้โจวอี้ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ไม่เป็นไร ๆ เรื่องแบบนี้ผมจัดการเอง ไม่ว่าผลจะออกมายังไง เราก็ยอมรับมัน” โจวอี้ยิ้มปลอบโยน ทันใดนั้นดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ทันทีที่เรากลับไปจินหลิง เราไปจดทะเบียนสมรสกันเถอะ!”
ทะเบียนสมรส?
หัวใจของถังหว่านสั่นสะท้าน ความกังวลทั้งหมดของเธอมลายหายไป
“ได้ค่ะ” ถังหว่านยิ้ม
การโทรสิ้นสุดลง
จากนั้นโจวอี้ได้ติดต่อจางหม่านเยว่ และขอให้เธอช่วยเตือนบุคคลที่รับผิดชอบอาเหว่ยสตูดิโอ เพื่อลบข้อมูลที่เผยแพร่ออกไป และขอให้บุคคลจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงตรวจสอบว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวว่าเขามีความสัมพันธ์กับถังหว่าน
เที่ยงวัน
ร้านอาหารเจียเทียนเซีย
ร้านอาหารสไตล์คลาสสิกแห่งนี้ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม โจวอี้และอิงหงนั่งลงที่โต๊ะข้างหน้าต่างบนชั้นสอง และเพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ ในร้าน
โจวอี้เพลิดเพลินกับบะหมี่ลวกแห้ง เนื้อตุ๋น ไก่ย่าง เกี๊ยวนึ่ง และซุปรสเลิศใส่พริกหม่าล่า
ในขณะเดียวกัน หญิงร่างสูงสวมแว่นตาขอบทองและแต่งกายในชุดสูทสุดเนี๊ยบก็เดินเข้ามาโจวอี้และอิงหงพร้อมกระเป๋าเอกสารและพูดด้วยความเคารพว่า “คุณโจวคะ นี่คือข้อมูลที่คุณต้องการค่ะ”
โจวอี้มองอีกฝ่ายสองสามครั้งและนึกประหลาดใจ
สาวสวยอกใหญ่ในชุดสูทนั้นยอดเยี่ยมมาก!
เธอดูอายุเพียงยี่สิบห้าปี แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกจากร่างกายของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นปรมาจารย์ที่แข็งแกร่ง
“คุณชื่ออะไร?” โจวอี้รับเอกสารมาและถามอย่างเป็นกันเอง ขณะที่เขาเปิดอ่านเอกสารผ่าน ๆ
“หยางซือหยาค่ะ”
“อืม”
โจวอี้พยักหน้า จากนั้นเขาก็อ่านข้อมูลอย่างเงียบ ๆ แววตาของเขาเผยความเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
เอกสารนี้ระบุข้อมูลมากมาย ตัวอย่างเช่นหูจินหรงส่งคนไปมอบเช็คเงินสดสิบล้านหยวนให้เฉินเจี๋ยเป็นค่าปิดปากแล้ว แต่ฉีซิน สามีของเฉินเจี๋ยก็ยังขายข้อมูลออกไปอีกในราคาแสนหยวนให้อาเหว่ยสตูดิโอ
“ไร้ยางอายจริง ๆ กล้าขายข้อมูลให้ปาปารัซซี่แม้ว่าจะได้รับค่าปิดปากไปแล้ว”
“สามีของดาราเฉินเจี๋ยคนนั้นไร้ยางอายจริง ๆ”
“เงิน…ทำให้คนเราทำอะไรโง่ ๆ ได้มากมาย!”
โจวอี้โยนเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ แล้วพ่นลมหายใจออกมาเงียบ ๆ จากนั้นเขาก็มองกลับไปที่หยางซือหยาที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ
“ถ้าจำไม่ผิด ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตน่าจะถูกระงับได้ใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“ไม่มีปัญหาค่ะ เราจัดการเรียบร้อยแล้ว” หยางซือหยาตอบ
“อาเหว่ยสตูดิโอนั่น คุณช่วยผมจัดการกับพวกเขาที!” โจวอี้พูดและโบกมือเป็นสัญญาณว่าให้อีกฝ่ายไปได้
“ฉันมีบางอย่างที่ต้องการทราบจากคุณค่ะ” หยางซือหยาถามเสียงเรียบ
“ถามมา!”
“คุณรู้ไหมว่ามีการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ที่บ้านไร่ซีฉวนเมื่อคืนนี้”
“ผมไม่รู้!”
ไม่รู้เหรอ?
หยางซือหยาจ้องมองไปที่โจวอี้เงียบ ๆ ด้วยความสงสัย
ในฐานะหัวหน้าทีมตรวจสอบที่หนึ่งในเจิ้งโจวของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง และได้ชื่อว่าเป็นยอดอัจฉริยะรุ่นใหม่ของการฝึกยุทธ์ในตอนเหนือของจีน เธอภูมิใจในตัวเองอย่างมากและหยิ่งผยอง เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ด้อยไปกว่าใคร
อย่างไรก็ตาม ตอนที่เธอรับงานนี้ เมื่อได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโจวอี้เธอก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์มากพอที่จะเข้าถึงข้อมูลของโจวอี้
เธอขอร้องพ่อของเธอซึ่งเป็นรองผู้ตรวจการของจีนตอนเหนือ ซึ่งผลปรากฏว่าอำนาจของพ่อเธอก็ยังไม่เพียงพอเช่นกัน
อย่างที่ทราบกันดีว่าคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงมีข้อกำหนดชัดเจนว่าสมาชิกทุกคนมีอำนาจในการตรวจสอบข้อมูลในระดับที่สูงขึ้นกว่าตัวเองได้หนึ่งระดับ ดังนั้นอำนาจของพ่อเธอนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลของตัวตนที่มีความสำคัญระดับภูมิภาคได้แน่นอน
แต่ผลที่ออกมา…
หยางซือหยาไม่อยากจะเชื่อว่าโจวอี้มีสถานะสูงส่ง แต่ข้อเท็จจริงได้ประจักษ์ชัดเจนจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ เธอต้องยอมรับว่าในคณะกรรมการกำกับเถิงหลงนั้นโจวอี้มีตำแหน่งที่สูงส่ง
“คำถามสุดท้ายค่ะ” หยางซือหยากล่าว
“หืม! ถามมาสิ!”
“ตัวตนของคุณคือ…”
“คุณไม่รู้เหรอ?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ และแม้ว่าฉันจะขอความช่วยเหลือจากรองผู้ตรวจการของภูมิภาคจีนตอนเหนือ แล้ว แต่อำนาจของเขาก็ยังไม่เพียงพอ”
“ในเมื่อคุณไม่มีคุณสมบัติพอจะรู้ งั้นก็อย่าถามให้มันเยอะเลย แค่ทำหน้าที่ของคุณไปก็พอ” โจวอี้โบกมือ ดับบุหรี่ครึ่งหนึ่งในที่เขี่ยบุหรี่ จากนั้นหยิบเอกสารมาและเดินไปที่บันได
อิงหงลุกขึ้นพลางปล่อยอำนาจกดดันและถอนกลับอย่างฉับพลัน
เธอมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหยางซือหยา ก่อนจะตบไหล่อีกฝ่ายและพูดว่า “ในคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง เขามีตำแหน่งสูงมาก อยู่ในกลุ่มอันดับต้น ๆ เลยล่ะ ดังนั้นอย่าถามอะไรอีก คุณโชคดีที่วันนี้เขาอารมณ์ดี ไม่อย่างนั้นคุณคงจะถูกลงโทษเพราะการถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม”