หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 569 ฆาตกรรมโดยเด็ก
บทที่ 569 ฆาตกรรมโดยเด็ก
“ป้าของนายคือใครนะ?”
“เดี๋ยวนะ…”
ใบหน้าตกตะลึงของหลี่ชิวม่านค่อย ๆ หันไปหาถังหว่าน และความคิดไร้สาระที่รุนแรงก็ผุดเข้ามาในหัว
เธอรู้จักถังหว่านดี
แต่ตอนนี้เธอไม่เข้าใจ!
ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี แต่จู่ ๆ ถังหว่านกลับมีหลานชายตัวใหญ่ขนาดนี้แล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น หลานชายคนนี้ยังอายุน้อยกว่าเธอไม่เกินสองสามปี และเขาคือนายน้อยคนที่สามของตระกูลหูในเจิ้งโจว… เดี๋ยวนะ เขาเรียกถังหว่านว่า ‘ป้า’ เหรอ?
หรือว่าถังหว่านมีสามีเป็นคนมีอายุ?
“คุณนายเกา คุณพูดถูก เธอเป็นป้าของผมเอง” หูเส้าเหวินชี้ไปที่ถังหว่านพลางพยักหน้า
“หุบปาก!”
“หุบปาก!”
ถังหว่านและหลี่ชิวม่านตะโกนขึ้นพร้อมกัน
เพียะ!
ทันใดนั้น หลี่ชิวม่านก็ตบหน้าเทียนซูฉวนและพูดว่า “ฉันเป็นคนเดียวที่รังแกถังหว่านได้ ใครหน้าไหนก็รังแกเธอไม่ได้ ไม่งั้นไม่ว่าไอ้สารเลวคนนั้นจะเป็นใคร หรือไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันจะจัดการกับมันให้ถึงที่สุด ไสหัวไปให้พ้น อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!”
“คุณ…” เทียนซูฉวนโกรธจัด
“คุณ? มาคงมาคุณอะไรของแก! ถ้าแกยังไม่ออกไปจากที่นี่ภายในห้าวินาที เชื่อมั้ยว่าฉันจะสั่งให้รปภ.มากระทืบแกให้เละตรงนี้เลย!” หลี่ชิวม่านตะโกน
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนก็เดินเข้ามาหาเทียนซูฉวน
เมื่อเจ้านายพูด พวกเขาก็ต้องฟัง
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่ชอบเทียนซูฉวนที่ทำตัวเจ้าชู้กับผู้หญิงคนอื่นอยู่แล้ว พวกเขาย่อมไม่รังเกียจที่จะกระทืบเทียนซูฉวนทันทีที่ได้ยินคำสั่ง
“ฉัน…ฉันจะไป”
เทียนซูฉวนจากไปด้วยความสับสน
เขายังไม่ได้ทันทำอะไรถังหว่านเลย เขาพูดคุยอย่างสุภาพกับถังหว่านแท้ ๆ
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดจากไอ้หูเส้าเหวิน!
ไอ้สารเลวนั่น ฉันจะทำให้มันต้องเสียใจ!
“ถังหว่าน เธอโอเคไหม?” หลี่ชิวม่านถามด้วยความไม่สบายใจ
“ฉันไม่เป็นไร” ถังหว่านส่ายหัว และมองไปที่หูเส้าเหวินอย่างไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ จากนั้นก็พูดเบา ๆ ว่า “ฉันเกรงว่าจะทานอาหารมื้อนี้ไม่ได้แล้ว ฉันจะกลับไปก่อน รอ… เมื่อไหร่เธอว่างค่อยคุยกันใหม่”
หลี่ชิวม่านโบกมือ ก่อนจะหันไปหาสามีของเธอที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วพูดว่า “ที่เหลือขึ้นอยู่กับคุณแล้ว วันนี้ฉันขอตัวก่อน ตกลงไหม?”
“อืม ไปเถอะ” เกาจิ้งชางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“คุณป้า ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ?” หูเส้าเหวินรีบตะโกนถาม
“ไปให้พ้นเลย” ถังหว่านตะโกนกลับมาด้วยความโกรธ
“เอ่อ…แค่ก แค่ก ผมเข้าใจแล้วผู้หญิงต้องการเวลาส่วนตัว ดูท่าตอนนี้คงจะไม่เหมาะที่ผมจะตามไป งั้นผมจะอยู่ที่นี่ แต่ถ้ามีอะไรให้ผมทำ บอกผมได้เลยนะครับ ผมยินดีรับใช้ทุกเมื่อ! ผมจะช่วยป้าทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะปีนเขาหรือลงไปในทะเลเพลิง!” หูเส้าเหวินตะโกนตามหลังถังหว่าน
ถังหว่านขี้เกียจเกินกว่าที่จะพูดคุยกับหูเส้าเหวินแล้ว เธอและหลี่ชิวม่านเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงและตรงออกไปนอกอาคาร
จนกระทั่งทั้งสองเข้ามานั่งอยู่ในรถบ้าน ถังหว่านจึงหยิบโทรศัพท์มือถืออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เธอโทรหาโจวอี้ต่อหน้าหลี่ชิวม่านแล้วเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“สามีคะ ดูเหมือนว่าเราคงปิดมันไม่ได้แล้ว” ในที่สุดถังหว่านก็พูดด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
“ไม่เป็นไร อย่างที่เคยบอกไป ถ้าปิดไม่ได้ก็ช่างเถอะ ผมจะแก้ปัญหาต่อไปเอง ไม่ต้องห่วง” โจวอี้หัวเราะ
“อืม”
ถังหว่านตอบรับและวางสายไปเงียบ ๆ
เธอรู้ว่าโจวอี้มีอิทธิพลบางอย่าง แต่วันนี้หูเส้าเหวินเรียกเธอว่า ‘ป้า’ แบบโจ่งแจ้ง ซึ่งเป็นการเปิดเผยว่าเธอคือผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ดังนั้นไม่ว่าโจวอี้จะมีอิทธิพลเพียงใดก็ไม่สามารถหยุดปากคนนับร้อยได้
แต่อันที่จริงเธอค่อนข้างสบายใจอยู่บ้าง เธอนึกถึงสิ่งที่โจวอี้พูดในครั้งก่อนว่าหลังจากกลับไปที่จินหลิง เขาจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรส
“เธอมีผู้ชายแล้วจริง ๆ เหรอ? แล้วอีกฝ่ายรู้ไหมว่าเธอมีเหมียวเหมี่ยว?” หลี่ชิวม่านขมวดคิ้วถามพลางจับแขนของถังหว่านไว้ด้วยความเป็นห่วง
“รู้!”
“เขาเป็นใคร? อายุเท่าไหร่?” หลี่ชิวม่านถามอีกครั้ง
“โจวอี้”
“อายุเท่าไหร่? ผู้ชายที่สามารถเป็นลุงของไอ้ลูกหมาอย่างหูเส้าเหวินได้ต้องอายุ… เดี๋ยวนะ โจวอี้ ชื่อนี้…” หลี่ชิวม่านมีสีหน้าโง่งม
“เป็นเขานั่นแหละ พ่อแท้ ๆ ของเหมียวเหมี่ยว เขาออกจากภูเขานั่นได้หลายเดือนแล้ว” ถังหว่านตอบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของเธอ
“ถังหว่าน เธอบ้าไปแล้วเหรอไง! ม้าที่ดีไม่ยอมหันหลังกลับ ไอ้สารเลวนั่นทิ้งภรรยาและลูกสาวของเขามาตั้งหลายปี ทำให้เธอต้องทนทุกข์กับความยากลำบากมามากขนาดไหน เธอจะ…”
“เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ดุด่าสามีของฉันนะ!” ถังหว่านกล่าวอย่างหนักแน่น
“ก็ไอ้สามีของเธอมันไร้ความรับผิดชอบ!”
“หุบปาก ไม่งั้นฉันจะฉีกปากเธอจริง ๆ!”
“นี่เธอ…”
หลี่ชิวม่านจ้องมองถังหว่านด้วยสีหน้างุนงง หลังจากผ่านไปกว่านาที จู่ ๆ เธอก็ส่ายหัว ก่อนจะหัวเราะและพูดว่า “ดูเหมือนว่าชายแซ่โจวนั่นจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว และผู้หญิงโง่ ๆ อย่างเธอก็ไม่เคยลืมเขาเลยใช่ไหม?”
“ตอนนี้เขาดีกับฉันมาก” ถังหว่านพยักหน้า
“ก็ได้ ๆ ดูเหมือนว่าเขาทำให้เธอหลงจนโงหัวไม่ขึ้นได้อีกครั้งแล้ว ช่างเถอะ ฉันไม่สนใจปัญหาของเธอแล้วดีกว่า ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่ฉลาดเท่าฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” หลี่ชิวม่านหัวเราะ
“ก็ได้ ๆ เธอเจ๋งกว่า โอเคไหม?” ถังหว่านจำท่าทางที่เอาเรื่องของหลี่ชิวม่านเมื่อตอนที่ตบเทียนซูฉวนได้ เรื่องนั้นเธอต้องยอมให้อีกฝ่ายจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น มันไร้ประโยชน์ที่จะเถียงกันว่าใครดีกว่า หรือใครเด่นกว่า
ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเก่งหรือไม่ เธอก็มีโจวอี้คอยช่วยประคับประคองอยู่แล้ว
ที่ถนนเจิ้งโจว
โจวอี้โทรออกอยู่สองครั้ง จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์มือถือลง และติดตามกลุ่มเด็กข้างหน้าไปพร้อมกับอิงหง
ใช่!
เขากำลังติดตามกลุ่มเด็กพวกนั้น
20 นาทีที่แล้ว เขาพบกลุ่มเด็กสามคนนี้ พวกเขาเป็นเด็กชายสองคนและเด็กหญิงอีกหนึ่งคน คนอายุมากสุดไม่น่าจะเกินสิบปี ส่วนเด็กชายและเด็กหญิงอีกคนอายุประมาณเจ็ดหรือแปดขวบ
พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ และมีใบหน้าสกปรกมอมแมม พวกเขาข้ามตรอกซอกซอยไปหลายตรอกและเดินไปตามถนน
“อาจารย์ลุงน้อย พวกเขาจงใจหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิดทั้งหมดเลย” อิงหงกล่าวอย่างครุ่นคิด
“ผมเห็นแล้ว” โจวอี้พยักหน้า
“คุณว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร? เด็กชายคนโตซ่อนมีดสนิมเขรอะ ไว้ในแขนเสื้อ และอีกสองคนก็ซ่อนพลั่วและกรรไกรไว้ เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาจะไปสู้กับเด็กคนอื่น ๆ?” อิงหงถาม
“ไม่ต้องกังวล เราแค่ตามไปดู” โจวอี้พูดอย่างใจเย็น
สิบนาทีต่อมา
โจวอี้และอิงหงเดินตามเด็กสามคนไปข้างหน้าและเลี้ยวเข้าไปในซอยอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาก็พบว่ากลุ่มเด็กหยุดอยู่ใกล้ร้านซาลาเปานึ่งในซอย และแอบมองเข้าไปในร้านซาลาเปานึ่ง
“ร้านซาลาเปานั่นปิดแล้วไม่ใช่เหรอ พวกเขาจะทำอะไรกัน ปล้น?” อิงหงพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ มันเหมือนเป็นการแก้แค้นมากกว่า” โจวอี้หรี่ตามอง
หลังจากนั้นไม่นาน
จากด้านในร้านซาลาเปานึ่ง มีชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนเดินออกมาพร้อมถุงขยะสองถุงในมือ
โจวอี้และอิงหงเห็นว่าก่อนที่ชายอ้วนจะทิ้งขยะลงถังใบใหญ่ตรงหัวมุม ทันใดนั้นเด็กสามคนก็วิ่งกรูเข้าใส่จากด้านหลัง
มีดขึ้นสนิมแทงเข้าที่เอวของชายอ้วน
พลั่วเหล็กฟาดเข้าที่แขน
และกรรไกรแทงเข้าที่เอว
“โอ๊ย…”
เสียงร้องราวกับหมูถูกเชือดดังออกมาจากปากของชายอ้วน
จู่ ๆ เขาก็ถูกทำร้าย ความเจ็บปวดที่รุนแรงนี้ทำให้เขาปล่อยถุงขยะทั้งสองใบ ก่อนจะยืดท้องอันใหญ่โตออกมาและขยับแขนอย่างเงอะงะเพื่อพยายามทุบตีเด็กสามคนที่มาทำร้ายเขาให้กระเด็นออกไป