หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 588 อาจารย์คนใหม่
บทที่ 588 อาจารย์คนใหม่
หลู่เทียนโซ่วรู้สึกประหลาดใจและรู้สึกว่าถูกคุกคาม
ใช่แล้ว!
ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้อยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่าถูกคุกคามทั้ง ๆ ที่ตัวเขาคือผู้สำเร็จระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลาง
เขารับรู้ได้อย่างง่ายดายว่าปราณของคนหนุ่มสาวทั้งสองเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ดังนั้นปราณวิญญาณฟ้าดินที่เขาใช้จึงติดขัดและรบกวนซึ่งกันและกัน
หลู่เทียนโซ่วรู้สึกด้วยซ้ำว่าถ้าอีกฝ่ายอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ และถ้าเขาเผชิญหน้ากับชายหญิงตรงหน้านี้ในเวลาเดียวกันก็คงไม่รู้ว่าใครจะชนะ!
“ข้าว่าเฒ่าเหลียงไม่ได้บอกข้าว่าจะโดนเล่นตอนรับศิษย์นะ” หลู่เทียนโซ่วคว้ากระดิ่งและเขย่ามัน ทันใดนั้นระฆังก็สั่นไหวอย่างรุนแรง คลื่นเสียงกระจายออกไป และกระแสลมที่มองเห็นได้ชัดก็ก่อตัวขึ้น ทำให้โจวอี้และหลันเสวียนถอยหลังไปหลายก้าว
เฒ่าเหลียง?
รับศิษย์?
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไป และปราณของเขาก็หายไปทันที เขาตะโกนบอกหลันเสวียนที่พร้อมจะต่อสู้อีกครั้งว่า “หยุดก่อน!”
หลันเสวียนชะงักไปทันที เธอหันมามองโจวอี้ด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็หันกลับมาจ้องมองหลู่เทียนโซ่ว ในที่สุดเธอก็เลิกโจมตีและถอยหลังไปสองสามก้าว
“เดาได้แล้วสินะว่าข้าเป็นใคร” หลู่เทียนโซ่วถามด้วยรอยยิ้มทั้งที่ยังเอามือไพล่หลัง
“ครับ”
โจวอี้รู้สึกอายเล็กน้อย เขาโบกมือให้เฉินซานและหานโหรวซึ่งได้เตรียมอาวุธไว้แล้ว จากนั้นท่ามกลางสายตาที่สับสนของคนหลายคน เขาได้คุกเข่าลงตรงหน้าอีกฝ่าย และทำความเคารพสามครั้งก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ “ศิษย์โจวอี้คารวะอาจารย์ แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นคุณ หวังว่าอาจารย์จะยกโทษให้หากทำให้ขุ่นเคือง”
“ไม่รู้ย่อมไม่อาจกล่าวโทษ” หลู่เทียนโซ่วพูดเช่นนั้น แต่เขารู้สึกหัวเสียเล็กน้อย
เขามาที่นี่เพื่อรับลูกศิษย์ของเขา
แล้วผลลัพธ์ล่ะ?
หลังจากพบกัน เขายังไม่ทันได้สั่งสอนอะไรก็โดนว่าที่ลูกศิษย์เล่นงานซะแล้ว
หากเรื่องนี้แพร่ออกไปถึงหูกลุ่มเพื่อนเก่าละก็ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!
หลู่เทียนโซ่วระงับความหดหู่ในใจ หากไม่มองถึงเรื่องอื่น ลูกศิษย์คนนี้ทำให้เขาพอใจได้มากด้านความสำเร็จในการฝึกยุทธ์ และเมื่อรวมกับสถานะการเป็นศิษย์ของฉู่เทียนฮุ่ยซึ่งเป็นเจ้าสำนักโอสถ หากโจวอี้คนนี้ได้เรียนรู้การหลอมสร้างอาวุธจนสำเร็จ ในอนาคตเด็กคนนี้จะประสบความสำเร็จอย่างมาก
“ลุกขึ้น เหตุการณ์วันนี้จะแพร่ออกไปไม่ได้เลยเชียว” หลู่เทียนโซ่วกล่าว
“ใช่ ใช่ ทั้งหมดนี้คือคนของผมเอง ไม่มีใครรู้แน่นอน” โจวอี้พูดอย่างขมขื่น “หลันเสวียนมาขอโทษอาจารย์ของฉันก่อน”
“ทำไมนายถึงคาระวะเขาเป็นอาจารย์” หลันเสวียนยืนนิ่งและถามด้วยความสงสัย
“เขาจะสอนฉันเรื่องวิธีการหลอมสร้างอาวุธ และเขาเป็นปรมาจารย์ของตำหนักหมื่นประดิษฐ์” โจวอี้กล่าว
เมื่อหลันเสวียนได้ยินคำพูดนั้น เธอก็เข้าใจในทันที
เธอเดินไปหาหลู่เทียนโซ่วและพูดว่า “ท่านปรมาจารย์ ฉันขอโทษ”
“สาวน้อย เจ้าเป็นภรรยาของเขา?” หลู่เทียนโซ่วถามด้วยความประหลาดใจ
“…”
หลันเสวียนไม่ตอบ แต่บินขึ้นไปในอากาศ เพื่อกลับไปที่ห้องหนังสือบนชั้นสอง เธอหยิบกระเป๋าเดินทาง และเปลี่ยนร่างเป็นลำแสงพุ่งหายไปในพริบตา
หะ..หายไปไหน?
เกิดอะไรขึ้น
หลู่เทียนโซ่วจ้องมองไปยังทิศทางการหายตัวไปของหลันเสวียนด้วยความสับสน
“อาจารย์ครับ เธอไม่ใช่ภรรยาของผม เธอคือหลันเสวียน เทพธิดาแห่งเผ่าเฟิงหวงในภูเขาเมิ่งหลาน เธอคือ… เพื่อนของผม” โจวอี้ยิ้ม
เพื่อน?
เพื่อนแบบไหนชี้ดาบมาหาข้าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเพราะข้าให้เจ้าคุกเข่า?
ผู้หญิงคนนั้นปกป้องคนรักของเธอต่างหาก และนั่นคือวิธีการปกป้อง… เดี๋ยวก่อน เทพธิดาแห่งเผ่าเฟิงหวงแห่งภูเขาเมิ่งหลานงั้นเหรอ?
หลู่เทียนโซ่วตกตะลึง
เขารู้จักชนเผ่าในภูเขาเมิ่งหลานเป็นอย่างดี และแม้แต่เพื่อนคนหนึ่งของเขาก็เป็นผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าเฟิงหวง เขาจึงรู้ว่า ‘เทพธิดา’ หมายถึงอะไร
เทพธิดาเมิ่งหลานไม่สามารถแต่งงานได้ตลอดชีวิต ทว่าเธอและโจวอี้…
ในขณะนี้ หลู่เทียนโซ่วพลันมองโจวอี้ด้วยสายตาแปลก ๆ
โจวอี้ไม่รู้ว่าอาจารย์ใหม่ของเขาคิดอย่างไร เขาเชิญอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านอย่างกระตือรือร้น และชงชาด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มเสิร์ฟชา และกล่าวคำดี ๆ ออกมาอย่างน่าประทับใจ
“เจ้าสามารถเรียกข้าว่าอาจารย์หลู่” หลู่เทียนโซ่วกล่าว
“ครับผม!” โจวอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ข้าจะอยู่ที่จินหลิงเป็นเวลาสองเดือน และกลับไปที่ตำหนักหมื่นประดิษฐ์หลังจากผ่านไปสองเดือน หากเจ้าไม่เข้าใจอะไร เจ้าสามารถไปพบข้าได้ที่ตำหนักหมื่นประดิษฐ์หรือไม่ก็โทรหาข้า ข้าจะให้เบอร์ติดต่อเจ้าเอาไว้ ”
“ไม่มีปัญหา ว่าแต่อาจารย์หลู่ ในเมืองจินหลิงเนี่ย คุณยังไม่มีที่อยู่ใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“ไม่”
“งั้นผมจะจัดที่พักให้ คุณชอบเด็กไหม?”
“เด็ก?”
“ใช่ ผมรับเลี้ยงเด็ก 5 คน แต่ตอนนี้ผมจัดให้พวกเขาอยู่รวมกันในคฤหาสน์อีกหลังของผมชั่วคราว ถ้าคุณไม่รังเกียจ คุณสามารถอาศัยอยู่ที่นั่นได้”
“ไม่มีปัญหา เอาตามนี้ได้เลย!” หลู่เทียนโซ่วพูดอย่างสบาย ๆ
ทันใดนั้น เขาก็หยิบสมุดบันทึกเล่มหนาปกสีน้ำเงินเก่า ๆ เนื่องจากการใช้งานมานานออกมาสองเล่ม ในสมุดบันทึกเล่มหนึ่งมีการบันทึกวัสดุในการหลอมอยู่หลายชนิด เช่น แร่และผลึก วัสดุการหลอมแต่ละชนิดมีคำอธิบายประกอบอย่างละเอียดและแม้กระทั่งรูปแบบ
ส่วนในสมุดบันทึกอีกเล่ม นอกเหนือจากวิธีการหลอมอาวุธแล้ว ยังมีประสบการณ์ในการหลอมของหลู่เทียนโซ่ว และเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ
“ให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือนในการจำเนื้อหาทั้งหมดในสมุดบันทึกสองเล่มนี้ และจดจำให้คุ้นเคยกับมันด้วย ทำได้ไหม?” หลู่เทียนโซ่วถาม
“ไม่มีปัญหา” โจวอี้พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“เอาล่ะ หลังจากที่เจ้าจำได้ทั้งหมดแล้ว ข้าจะสอนวิธีสร้างอาวุธให้เจ้า แม้ว่าเวลาจะสั้นมาก แต่ตราบใดที่เจ้าไม่โง่เกินไป เจ้าก็สามารถเริ่มต้นได้ในเวลาอันสั้น”
“ขอบคุณครับอาจารย์หลู่”
“ถ้าเจ้าเป็นลูกศิษย์ของข้า ไม่ต้องสุภาพกับข้า นอกจากนี้ข้าจะจดรายการให้เจ้าว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะทำให้ดีที่สุด”
ในตอนเที่ยง โจวอี้ทำอาหารให้หลู่เทียนโซ่วด้วยตัวเองและยังร่วมดื่มกับอีกฝ่าย หลังจากอิ่มหนำกับไวน์และอาหารแล้ว เขาก็ไปส่งหลู่เทียนโซ่วที่เซียงจางวิลล่าด้วยตัวเอง
ระหว่างทางกลับ
โจวอี้นั่งอยู่ที่เบาะหลัง มองไปที่หิมะหนาสองข้างทาง ทันใดนั้นก็นึกถึงเฉินอันฉีที่ยังคงรอให้เขากลับมา ดังนั้นเขาจึงขอให้เฉินซานขับรถไปยังย่านที่เฉินอันฉีอาศัยอยู่ใกล้กับวิทยาลัยสื่อจินหลิง
เฉินอันฉีกำลังไลฟ์สดอยู่ชั้นบน
เธอเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยสื่อจินหลิง เธอมีความชำนาญในการร้อง เล่น เต้น เรียกได้ว่าเธอมีความสามารถรอบด้าน ตอนนี้เธอเพิ่งร้องเพลงเสร็จและกำลังดื่มชาจากกระติกน้ำร้อน ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ
เธอลุกขึ้นและออกไปข้างนอกทันที! หลังจากเปิดประตูแล้ว เธอก็เห็นโจวอี้ยืนอยู่ข้างนอก
“กลับมาแล้วเหรอ?” เฉินอันฉีดูประหลาดใจ
“ใช่! ทำงานเสร็จแล้ว รู้สึกยังไงบ้างล่ะช่วงนี้?” โจวอี้ยิ้มขณะถาม
“ดีขึ้นกว่าเดิมมาก” เฉินอันฉีตอบ
เธอแอบไปที่โรงพยาบาลจินหลิงมาเมื่อวันก่อน และเข้ารับการตรวจอีกครั้งแล้ว