หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 628 แดนชำระเขตขั้วโลก
บทที่ 628 แดนชำระเขตขั้วโลก
สีหน้าของอาตาฟูแสดงออกอย่างสยดสยอง
ความเดือดร้อนมาเยือนแล้ว!
และดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่!
เขาเคยชินกับการสังหารผู้คนและเคยชินกับการเป็นคนที่เหนือกว่า แต่ตอนนี้คำพูดของผู้คุมเรือนจำทำให้เขารู้สึกเรากับกำลังตกลงไปในหุบเหวลึก
จะทำยังไงต่อไป?
หรือว่าต้องอยู่ในสถานที่แห่งนี้ตลอดไปอย่างเชื่อฟัง?
อาตาฟูหันศีรษะจ้องมองโจวอี้และคิดเกี่ยวกับการตอบโต้ในใจของเขาอย่างรวดเร็วซึ่งท้ายที่สุดวิธีเดียวที่เขาคิดได้นั่นคือการจ่ายเงินเพื่อรอดพ้นหายนะ
ใช่แล้ว!
ในโลกตะวันตก หากยั่วยุศัตรูที่แข็งแกร่ง ตราบใดที่ไม่มีการบาดหมางล้ำลึกหรือนองเลือดก็สามารถใช้เงินเพื่อจบปัญหาได้
อาตาฟูสูดหายใจเข้าลึกพลางจ้องมองไปยังโจวอี้ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณต้องการซื้อนักโทษกี่คน?”
“หมายความว่ายังไง?” โจวอี้ขมวดคิ้ว
“หากจำนวนนักโทษที่คุณต้องการจะซื้อมีไม่เกินยี่สิบคน ฉันจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ และถ้าคุณตกลง ความคับข้องใจระหว่างเราก็ถือเป็นโมฆะ” อาตาฟูกล่าว
“ฮ่าฮ่า!”
โจวอี้เผยรอยยิ้ม
เขารับรู้ได้ทันทีว่าคำขู่ของเขามีผล
อันที่จริง!
เขาก่อภัยคุกคามทั้งหมดขึ้นเพื่อจุดประสงค์นี้
อาตาฟูสามารถควักเงินสิบล้านดอลลาร์ได้เพื่อหยุดยั้งข้อขัดแย้งระหว่างทั้งสอง ดังนั้นหากเขาไม่ยินยอม แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น
“คิดว่าฉันขาดแคลนเงินมากเหรอ?” โจวอี้เอ่ยถาม
“คุณ…”
“แต่เพื่อเห็นแก่พัศดี ฉันจะยอมให้โอกาสนาย แต่ฉันจะซื้อจำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและความคับข้องใจระหว่างเราจะถูกลบล้าง ไม่อย่างงั้น…” โจวอี้เย้ยหยัน
สี่สิบคนเหรอ?
สีหน้าของอาตาฟูเปลี่ยนแปลงไป แต่ท้ายที่สุดเขาก็จำใจพยักหน้า
หัวใจของเขากำลังหลั่งเลือด
เนื่องจากนักโทษแต่ละคนมีราคาสูง
และหากนักโทษผู้นั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลัง ราคาก็จะแพงมากขึ้นไปอีก
แม้เขาจะมีเงิน แต่หากนักโทษทั้งสี่สิบคนที่โจวอี้เลือกล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลัง เขาจะต้องเสียเงินมหาศาล
“ในเมื่อยอมรับข้อตกลงแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า! แอล นายรับหน้าที่ในการพาพวกเขาไปคัดเลือกตัวนักโทษ” หลังพัศดีวัยกลางคนกล่าวจบ เขาก็เดินหายไปทันที
“เชิญพวกคุณตามผมมาทางนี้ได้เลยครับ!” ชายนามว่าแอลกล่าว
โจวอี้จ้องมองอาตาฟูอย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงเดินตามแอลไป
เขาต้องการที่จะฆ่าอาตาฟูเหลือเกิน
แต่ไม่อาจทำแบบนั้นได้
หากเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เขามั่นใจว่าจะสามารถสังหารอาตาฟูได้ แต่หากฝ่ายตรงข้ามหลบหนี เขาก็คงไม่อาจตามล่าได้ทัน
นอกจากนี้!
แม้เขาจะทำการข่มขู่อาตาฟู แต่เขาก็ไม่ต้องการไล่ล่าเพื่อสังหารอีกฝ่ายอย่างไร้ที่สิ้นสุด
สำหรับโจวอี้ การไล่ล่าอาตาฟาไม่คุ้มค่ากับพลังงานของเขาที่เสียไป
การคุกคามของเขามีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียว
นั่นคือล่อลวง!
หรือแม้อาตาฟูจะไม่ยื่นข้อเสนอในการใช้เงินเพื่อกำจัดความบาดหมาง ท้ายที่สุดเขาก็ต้องเอ่ยให้อีกฝ่ายทำ
อันที่จริงโจวอี้ไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการกำลังคน
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าการซื้อนักโทษในแดนชำระเขตขั้วโลกต้องใช้เงินเท่าไหร่ แต่ความขัดแย้งระหว่างเขากับอาตาฟูที่เกิดขึ้นอาจช่วยให้เข้าใจปัญหานี้ได้
หลังจากนั้นไม่นาน
โจวอี้ เฉินซาน เหมิงเทียนอ้าว และเอเลนก็เดินตามหลังแอลไปยังพื้นที่ใต้ดิน ในขณะที่อันโดเรนซึ่งเป็นไกด์นำทางรอคอยอยู่ด้านบนพื้นดิน
“แดนชำระเขตขั้วโลกอยู่ใต้ดินเหรอ?” โจวอี้เอ่ยถาม
“ไม่ใช่!”
แอลดูเหมือนต้องการจะพูดบางสิ่ง แต่ท่าทีของเขากลับเฉยเมยอย่างมาก
โจวอี้หรี่ตาลง หลังจากเดินตามแอลไปสองสามก้าว เขาก็ยื่นขวดหยกไปด้านหน้าแอลแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สหาย นายน่าจะได้ยินมาแล้วก่อนหน้านี้ ฉันมาจากประเทศจีนและเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ ฉันมีโอสถมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝน เอาเป็นว่าโอสถสองเม็ดในขวดหยกนี้ถือได้ว่าเป็นของขวัญที่ฉันมอบให้กับนายในการเจอกันครั้งแรกของเรา”
“โอสถระดับอะไรในขวดนี้?” แอลถามด้วยสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไป
“โอสถระดับทองคำ” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ระดับทองคำ?
ความประหลาดใจปรากฏชัดบนใบหน้าของแอล จากนั้นเขาก็รีบเก็บขวดหยกทันที
เขาเคยใช้ทรัพยากรการฝึกฝนมาหลายประเภทแล้วและแน่นอนว่าโอสถจากประเทศจีนเขาก็เคยใช้ เขาคุ้นเคยกับขั้นตอนของการใช้โอสถเป็นอย่างดี โอสถระดับทองคำเป็นของที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้
ทุกครั้งที่ได้รับมันมา การฝึกฝนของเขาจะดีขึ้นอย่างมาก
“นี่เป็นครั้งแรกที่คุณโจวเดินทางมายังแดนชำระเขตขั้วโลกใช่ไหมครับ ต้องการให้ผมช่วยอธิบายสถานการณ์ที่นี่ให้ไหม?” ทัศนคติของแอลหลังได้รับขวดหยกนั้นเปลี่ยนแปลงไปแบบหลังเท้าเป็นหน้ามือ รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏชัดบนใบหน้าของเขา
“ต้องการครับ!” โจวอี้ไม่ได้ดูถูกความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย
จิตใจมนุษย์นั้นซับซ้อน เขาเข้าใจได้
เป็นเรื่องปกติเมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยว มนุษย์จะเปลี่ยนทัศนคติทันที
ท้ายที่สุดแล้วในโลกใบนี้ไม่มีการกระทำดีที่ไร้เหตุผล และก็ไม่มีการกระทำชั่วที่ไร้เหตุผลเช่นเดียวกัน
หากจะให้อธิบายได้อย่างชัดเจน ก็ย่อมต้องบอกว่า ‘ความโกลาหลของโลกมีไว้เพื่อผลกำไร และความเจริญรุ่งเรืองของโลกก็มีไว้เพื่อผลกำไรเช่นกัน’
ทั้งหมดเป็นเรื่องของผลประโยชน์!
และนี่คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องเผชิญและยอมรับให้ได้
โอสถทั้งสองเม็ดคือประโยชน์ที่แอลได้รับ
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเปลี่ยนทัศนคติและกระตือรือร้น
ไม่กี่นาทีต่อมา
โจวอี้และคนอื่น ๆ ก็ขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ทหาร เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลอยขึ้นจากพื้น มันก็บินไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็ว
โจวอี้ได้เรียนรู้บางอย่างระหว่างการนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังแดนชำระเขตขั้วโลก
แดนชำระเขตขั้วโลกอยู่ห่างจากฐานใต้ดินแห่งนี้เพียงยี่สิบกว่ากิโลเมตร มันเป็นเกาะซึ่งแม้บางช่วงเวลาเกาะจะถูกเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่โดยธารน้ำแข็ง แต่ก็ไม่มีนักโทษคนใดหนีรอดจากเกาะนั้นได้
เพราะนอกจากจะมีกองทหารติดอาวุธแล้ว ยังมีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากที่ประจำการอยู่รอบเกาะ
ใต้น้ำยังเต็มไปด้วยทุ่นระเบิดนับไม่ถ้วน รวมถึงเรือดำน้ำนิวเคลียร์
เกาะแห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่หนัก
มีขนาดราวยี่สิบสนามฟุตบอลเท่านั้น
อาคารบนเกาะสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด กำแพงสูงสามเมตร ห้อมล้อมด้วยลวดไฟฟ้าแรงสูง อาคารภายในมีจำนวนไม่มากนัก มีอาคารสามชั้นเพียงสี่หลัง ซึ่งแต่ละหลังแยกออกจากกันราวหนึ่งร้อยเมตร มีทางเดินสองทางที่ถูกกั้นด้วยมุ้งเหล็ก
ระบบจัดการของที่นี่ค่อนข้างหละหลวม
นักโทษส่วนใหญ่ไม่ชอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแม้เพียงนิด
เพราะทุกอย่างยุ่งเหยิงจนเกินไป
ในเรือนจำที่แสนจะขาดแคลนเสบียงแห่งนี้ มีนักโทษหลายสิบกลุ่ม บางกลุ่มมีสมาชิกเพียงไม่กี่คน แต่บางกลุ่มมีสมาชิกนับร้อยคน
ทรัพยากรที่นี่ทุกลุ่มจำเป็นต้องแย่งชิงไขว่คว้าเอาไว้
หากคว้าได้มาก ก็ยิ่งจะมีสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตมากขึ้น แต่หากคว้าได้น้อย ก่อนจะต้องทนหนาวและหิวโหย
หรือตายลงในที่สุด!
สำหรับเหล่านักโทษที่อาศัยอยู่ที่นี่
พวกเขามักจะรีบเร่งต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากร ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ไห้ตัวเองต้องตาย
มีนักโทษหลายร้อยคนถูกส่งมาจากทั่วโลกในทุกปี แต่จำนวนนักโทษในเรือนจำยังคงที่อยู่ที่ประมาณสามพันคนเสมอ
เหตุผลแรกเป็นเพราะนักโทษบางคนถูกซื้อตัวไป
และอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือนักโทษบางคนถูกซ้อมจนตาย บางคนอดอาหารจนตาย และบางคนหนาวเหน็บจนแข็งตาย
จำนวนผู้เสียชีวิตและนักโทษที่ถูกซื้อตัวไปรวมแล้วอยู่ที่สามถึงสี่ร้อยคนต่อปี
“โครม…”
เฮลิคอปเตอร์ทหารลงจอดในจตุรัสของเรือนจำ และในขณะนี้ นักโทษทั้งหมดในคุกก็ต่างร้องตะโกนเดือดพล่าน
เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า
ในห้องขังที่ถูกปิดตาย ชายผิวคล้ำร่างใหญ่สวมปลอกคออิเล็กทรอนิกส์และโซ่ตรวนที่ข้อเท้าเงี่ยหูฟังเสียง ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความกระหายเลือด ปราศจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีโดยสิ้นเชิง
เบื้องหน้าเขา
หญิงสาวสองคนที่มีรูปลักษณคล้ายคลึงกัน สวมเสื้อผ้ามอมแมม ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยเลือด กำลังกัดกินเนื้อในมือราวกับสัตว์ป่า
ทันใดนั้นพวกเธอก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
เท้าของพวกเธอรวดเร็วดุจสายลม พวกเธอปีนไต่ขึ้นไปตามร่างกายของชายผิวดำ ขึ้นไปเหยียบที่ไหล่ทั้งข้างซ้ายและขวาของชายผิวดำร่างใหญ่ที่กำลังนั่งพิงกำแพงอยู่ จากนั้นพวกเธอวางมือบนขอบหน้าต่างเล็ก ๆ และจ้องมองไปด้านนอก
“ไม่ใช่การส่งทรัพยากร…”
“หรือว่ามีการซื้อตัวหรือเปล่า?”