หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 630 บิดาผู้ให้กำเนิด
บทที่ 630 บิดาผู้ให้กำเนิด
ณ จตุรัสของเรือนจำ เหล่านักโทษไม่ได้ก่อการจลาจลแต่อย่างใด พวกเขาเพียงรอคอยให้โจวอี้เลือกด้วยความคาดหวัง
แต่! ภายใต้ความสงบนั้น มีคลื่นใต้น้ำซ่อนอยู่นับไม่ถ้วน
โจวอี้ได้เรียนรู้จากแอลแล้วว่าทุกครั้งที่ผู้ซื้อเลือกนักโทษเสร็จสิ้น นักโทษที่เหลือจะก่อการจลาจล
แม้พวกเขาทั้งหมดไม่สามารถใช้พลังงานของผู้ฝึกยุทธ์ได้ แต่ถ้าเกิดว่ากลุ่มคนมากมายต่างก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาล่ะก็สถานการณ์ในตอนนั้นจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตราย
“เอเลน ไม่มีพ่อของคุณที่นี่” โจวอี้ส่ายศีรษะและปิดหนังสือหน้าสุดท้าย
“สิ่งที่ฉันคาดเดาไว้คงถูกต้อง” เอเลนกล่าวด้วยความเจ็บปวด
ใช่แล้ว เธอคาดเดาไว้ในใจอยู่แล้ว
เพราะเธอยืนอยู่ข้างโจวอี้เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงแล้ว แต่พ่อของเธอกลับไม่ปรากฏขึ้นเลย
ในกรณีนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองประการ
ประการที่หนึ่ง: พ่อของเธอยังไม่ออกมาจากห้องขัง
ประการที่สอง: พ่อของเธอเสียชีวิตและถูกลบออกจากรายชื่อแล้ว
โจวอี้ถอนหายใจ จ้องมองไปยังแอลพลางเอ่ยถาม “มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับนักโทษที่นี่ไหมครับ”
“ก็พอมีอยู่บ้างนะครับ”
“ช่วยพูดให้ผมฟังหน่อยสิ”
แอลคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “เซียวเต้าจื่อ นักพยากรณ์ยอดฝีมือ เขามีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี และถูกคุมขังที่นี่มาเป็นเวลาสามสิบปีแล้วแต่เขายังมีชีวิตอยู่”
“เป่ยเฉินหลิวอิ๋ง ปรมาจารย์นินจา เชี่ยวชาญทักษะการหลบหนีโดยประตูมหัศจรรย์ เขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถโคจรปราณและแหกคุกไปมากกว่าสิบครั้ง และยังเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถหลบหนีจากเกาะนี้ได้
“บราม่า แม่มดสาวที่เชี่ยวชาญเรื่องการวางยาพิษ เธอถูกจองจำที่นี่มานานกว่ายี่สิบปี แถมยังวางยาพิษใส่นักโทษผู้อื่นไปมากกว่าร้อยคน”
“…”
แอลบอกเล่าเรื่องราวของนักโทษราวเจ็ดแปดคนในลมหายใจเดียว
หลังจากที่โจวอี้ได้ฟัง เขาก็ตัดสินใจทันทีว่าเขาต้องการคนเหล่านี้ทั้งหมด
ในทางเดินซึ่งห่างออกไปราวหนึ่งร้อยเมตร
โจวหมิงอวี้ลากหลานชายของเขาเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เขาไม่มีความหวังแม้เพียงนิดที่จะถูกซื้อ
ดังนั้นจึงเพียงจ้องมองฝูงชนในจัตุรัสและเลิกสนใจ
“เหล้า เนื้อ…”
“อา เหล้า เนื้อ…”
จู่ ๆ หลานชายของเขาก็ส่งเสียงดัง ไม่นานเสียงนั้นก็กระจายไปทั่วจัตุรัส
สีหน้าของโจวหมิงอวี้เปลี่ยนไปในทันที
เดิมทีเขาต้องการออกจากอาคารหลังนี้อย่างเงียบ ๆ และไปยังอาคารหลังอื่นเพื่อหลบภัยชั่วคราว
แต่ใครจะคาดคิดว่าหลานชายของเขาจะส่งเสียงดังในเวลานี้
เขามองไปที่จัตุรัสอีกครั้งด้วยท่าทางน่าเกลียด และเห็นดวงตาอันดุร้ายคู่หนึ่งจ้องมาที่เขา
เขาเห็นผู้คนมากมายยืนอยู่บนแท่นสูง
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็พลันแข็งทื่อ
นั่น…
ใบหน้านั้น…
เป็นไปได้ยังไง?
จู่ ๆ โจวหมิงอวี้ก็คว้าคอหลานชายของเขาแล้วยกขึ้นจากพื้น
นี่…
แม้จะมีความคล้ายคลึงกันเพียงห้าสิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อหลานชายของเขายังเด็กก็ดูคล้ายกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนแท่นสูงราวเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
ตอนนี้ โจวอี้มองเห็นโจวหมิงอวี้ผู้ซึ่งยืนอยู่ทางเดินที่ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตรแล้ว เขาจ้องมองไปยังทิศทางอื่นพลางขมวดคิ้ว
เขาพร้อมที่จะเลือกนักโทษและออกจากที่นี่
“ผู้ซื้อ นามสกุลของท่านคือโจวใช่หรือไม่?” เสียงของชายวัยชราดังขึ้น
นั่นคือเสียงของโจวหมิงอวี้
เขาไม่มีความหวังในใจ แต่เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังจะตาย สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือตะโกนให้ดัง
โจวอี้ต้องมองโจวหมิงอวี้อีกครั้ง
หมายความว่ายังไง?
จริงอยู่ที่ฉันเป็นผู้ซื้อ
แล้วชายชราผู้นั้นรู้ได้อย่างไรว่านามสกุลของฉันคือโจว?
“คุณเป็นใคร?” โจวอี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“โจวหมิงอวี้ โจวหมิงอวี้แห่งตระกูลโจวจากประเทศจีน”
ตระกูลโจว? ตระกูลโจวไหน?
โจวหมิงอวี้?
โจวหมิง…
ร่างกายของโจวอี้สั่นสะเทือนทันที หลังได้ฟังจากโจวหงเย่ผู้เป็นป้า
เขาก็รู้ทันทีว่าปูที่แท้จริงของตนคือโจวหมิงจง หมิง คือชื่อกลางของผู้อาวุโส!
หมิง!
เป็นไปได้หรือไม่ว่า บุคคลผู้นั้น…
โจวอี้ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าในทันที
เข้าไปถึงระยะทางหนึ่งร้อยเมตรได้ภายในสองลมหายใจ
สายตาของเขาจับจ้องไปยังโจวหมิงอวี้
โจวอี้จ้องมองอีกฝ่าย เขานิ่งไปนานราวสิบวินาทีก่อนจะค่อย ๆ หันมองชายวัยกลางคนร่างผอมที่กองอยู่ที่พื้น
แม้ใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยความสกปรก แต่ก็ไม่อาจซ่อนรูปลักษณ์ที่แท้จริงได้
ใบหน้านี้ดูคุ้นเคยอย่างมาก
“คุณ…”
แววตาของโจวหมิงอวี้เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าโจวอี้จะพุ่งเข้ามาที่นี่อย่างกะทันหัน และไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยยิ่งกว่านี้เมื่อเขาเข้ามาใกล้
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกราวกับจำบางอย่างได้
เขาจับหลานชายที่นอนอยู่บนพื้นแล้วฉีกเสื้อผ้าบนแขนเข้าออก
รอยสักรูปดาว?
รูม่านตาของโจวอี้หดตัวลงในทันที ความรูสึกที่น่าเหลือเชื่ออันแรงกล้าปรากฏชัดในแววตาของเขา
คนของตระกูลโจว?
ชายวัยกลางที่ดูไม่เต็มเต็งคนนี้จะเป็นสมาชิกตระกูลโจวเหรอ?
ว่าแต่ทำไมสมาชิกตระกูลโจวถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่ใช่ว่าคนของตระกูลโจวตายหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?
“นายรู้แล้วใช่ไหม?’
โจวหมิงอวี้จ้องมองไปยังการแสดงออกของโจวอี้ และเอ่ยถามอย่างเร่งรีบ
“คุณก็มีเหมือนกันใช่ไหม?” โจวอี้ถามขึ้นโดยไม่ตอบคำถามของเขา
“มีสิ!” โจวหมิงอวี้ฉีกแขนเสื้อของเขาออก เผยให้เห็นรูปดาวประกายที่เหมือนกันทุกประการ
โจวอี้กำหมัดแน่นและเอ่นถาม “ถ้าผมจำไม่ผิด สมาชิกทุกคนในตระกูลโจวแห่งประเทศจีนตายหมดแล้วนี่ แล้วทำไมคุณถึงยังมีชีวิตอยู่?”
“ฉันก็เป็นเหมือนปลาลอดแห!” น้ำเสียงของโจวหมิงอวี้สั่นเครือเล็กน้อย ความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งฉายชัดในแววตาของเขา
“เขาชื่ออะไร?” โจวอี้เอ่ยถามพลางชี้ไปยังชายวัยกลางคนซึ่งนอนอยู่บนพื้น
“โจวเสี่ยนเฟิง”
“คุณบอกว่าเขาชื่ออะไรนะ?” โจวอี้ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว
“โจวเสี่ยนเฟิง”
“ผู้อาวุโส ถ้าคุณโกหกผม ผมฆ่าคุณแน่ และผมจะถามคุณเป็นครั้งสุดท้าย เขาชื่ออะไร?” โจวอี้ยกไม้เท้าหัวมังกรขึ้น
ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที
เกิดอะไรขึ้น?
ร่างกายของโจวหมิงอวี้สั่นสะท้านเขาใช้เท้าสะกิดหลานชายทันที
คาดเดาอะไรผิดไปรึเปล่า?
เขาไม่ใช่…
“ตอบผมสิ เขาชื่ออะไร?” น้ำเสียงของโจวอี้แหลมคมขึ้นเล็กน้อย
“โจวเสี่ยนเฟิง”
“ตระกูลโจวในโลกผู้ฝึกยุทธ์ของจีน มีคนชื่อโจวเสี่ยนเฟิงกี่คน?” ไหล่ของโจวอี้สั่นสะท้าน มือข้างที่กำไม้เท้าหัวมังกรซีดเซียว
“ตลอดเวลาหนึ่งร้อยปี มีเขาชื่อนี้อยู่แค่คนเดียว”
โจวหมิงอวี้กล่าวอย่างหนักแน่น
“เขามีทายาทหรือไม่?’ โจวอี้ถอยหลังไปหลายก้าว น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ก่อนจะวางไม้เท้าหัวมังกรในมือลง
“มี ลูกชายหนึ่งคน แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดียังไง”
“ชื่ออะไร?”
“โจวอี้”
โจวอี้?
ลูกชายของเขาชื่อว่าโจวอี้?
น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาของโจวอี้ น้ำเสียงของของแหบแห้ง
จากนั้นจึงเอ่ยถามคำถามสุดท้าย “เขาเสียสติเหรอ?”
“เขาเป็นบ้าไปแล้ว สมองของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากศัตรู”
โจวหมิงอวี้รู้สึกตื่นเต้น การแสดงออกของโจอี้ทำให้เขารับรู้ได้ว่าเขาเดาไม่ผิด
ชายหนุ่มซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเขาต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับตระกูลโจวของตน
และอาจถึงขั้นเป็น…
โจวอี้สูดลมหายใจเข้าลึก ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของโจวหมิงอวี้ นักโทษ และผู้คุมทั้งหมด ทุกคนต่างเห็นว่าเขาคุกเข่าลงตรงหน้าโจวหมิงอวี้
สายตาของเขาจับจ้องไปยังโจวเสี่ยนเฟิง
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เขาโขกศีรษะของตัวเองอย่างแรงสามครั้ง จากนั้นโจวอี้ก็ยืนขึ้นและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่อเฉินซานที่กำลังเดินเข้ามา
“พาพวกเขาไปและคอยปกป้องด้วยชีวิต ใครก็ตามที่กล้าขยับและพุ่งเป้ามายังพวกเขาจะต้องตาย”
นี่คือสิ่งที่เขากล่าวต่อเฉินซาน อันที่จริงเป็นสิ่งที่เขาบอกกับตัวเองด้วย
โจวเสี่ยนเฟิงคือบิดาผู้ให้กำเนิดของเขา!
อีกฝ่ายยังไม่ตาย!
ถึงแม้อีกฝ่ายจะเสียสติ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้!
“รับทราบ!” เฉินซานตอบกลับด้วยเสียงทุ้ม
โจวอี้จ้องมองโจวหมิงอวี้อีกครั้งพร้อมระงับความตื่นเต้นในใจเขาก่อนจะเอ่ยถาม
“มีสมาชิกตระกูลโจวในแดนชำระขั้วโลกนี้อีกหรือไม่?”
“ไม่มีแล้ว!”
“มีใครอีกบ้างที่คุณต้องการช่วยชีวิต?”
“ไม่มีแล้ว!”
“แล้วศัตรูล่ะ?”
“ไม่มีแล้ว!”
ไม่มีแล้ว?
โจวอี้หยิบขวดหยกออกมาอีกหนึ่งขวดแล้วยัดใส่ในมือของแอลก่อนจะเอ่ย “ในนี้มีโอสถระดับปฐพีอยู่สิบเม็ด นำกลับไปมอบให้ผู้คุม แล้วผมจะโอนเงินจำนวนหนึ่งพันล้านดอลลาร์ให้กับคุณ คนที่ผมรักจะต้องได้รับการปลดปล่อยในวันนี้”
โอสถระดับปฐพีสิบเม็ด?
แอลเผยสีหน้าหวาดกลัว แต่ก็เอื้อมมือคว้ามันไว้และพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
โอสถระดับปฐพี!
นี่คือสมบัติที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้
นักโทษที่ว่าคืออะไร?
ด้วยโอสถระดับปฐพีนับสิบนี้
แม้โจวอี้จะเลือกปลดปล่อยนักโทษหลายสิบคนก็ไม่ใช่ปัญหา