หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 633 โจวหงเย่อยู่ที่นี่
บทที่ 633 โจวหงเย่อยู่ที่นี่
อารมณ์ของถูกูขึ้นลงอย่างอธิบายไม่ถูกราวกับรถไฟเหาะ ความรู้สึกตื่นเต้นทำให้เขานึกถึงสมัยที่ยังเป็นอาชญากรในโลกมืดของตะวันตก
เขามีความรู้สึกคลุมเครือเมื่อรู้ว่าชีวิตอันสะดวกสบายของตนกำลังจะสิ้นสุดลง
เขาไม่รู้จักนายโจว แต่รู้จักไทแรนโนซอรัสเป็นอย่างดี
ไทแรนโนซอรัสเคยเป็นบุคคลระดับราชาในโลกมืดของตะวันตก เขาเป็นฆาตกรผู้โหดเหี้ยม อาบเลือดเลียคมดาบ การท่องไปบนเส้นทางแห่งชีวิตและความตายคือจุดหมายปลายทางของเขา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ลูกน้องทั้งสามคนของถูกูก็เดินทางกลับมายังสำนักงาน
“ฟุ่บ…”
คาร์โลคุกเข่าลงตรงหน้าถูกู ดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“คาร์โล มีอะไร?” ถูกูถามพร้อมขมวดคิ้ว
“เจ้านายครับ ปล่อยผมไปเถอะนะครับ! คนพวกนั้น… คนพวกนั้นน่ะเป็นปีศาจ ถ้าผมอยู่ที่นี่ต่อไป ต่อให้ผมจะไม่โดนคนอื่นฆ่า แต่ก็ต้องโดนปีศาจพวกนั้นฆ่าอยู่ดี” คาร์โลกล่าวอย่างหวาดกลัว
“ฉันไม่เข้าใจ” ถูกูกล่าวด้วยสีหน้างุนงง
“เจ้านายครับ คุณก็รู้ว่าผมเคยเป็นสมาชิกของหน่วยข่าวกรองแห่งประเทศ M และระดับของผมก็ไม่ได้ต่ำเลย อีกอย่างคือผมรู้มากเกินไป คนกลุ่มนั้น… ไม่สิ ผมรู้จักปีศาจกลุ่มนั้นดี พวกมันเป็นฆาตกรบ้าเลือดที่วิปริต แค่กะพริบตาก็โดนเชือดแล้ว” คาร์โลกล่าว
“ช่วยบอกฉันหน่อยว่าพวกเขาเป็นใคร?” ถูกูกล่าว
“แบล็คเอลฟ์เป็นที่รู้จักกันดีในนามปีศาจร้าย เชคอฟเองก็ทำการสังหารผู้คนนับพัน เป่ยเฉินหลิวอิ๋งเป็นนักฆ่าที่โหดเหี้ยมอันดับสามของโลก บราม่าก็เป็นแม่มดเจ้าแห่งยาพิษผู้ชั่วร้าย เจ้าแห่งขุมนรกเกาเซ็น เครื่องจักรกลสงครามแอนดี้ งูเห่าคอนลีย์…” คาร์โลพูดชื่อมากมายภายในลมหายใจเดียว
ถูกูเบิกตากว้าง ทุกครั้งที่เขาได้ยินชื่อเหล่านี้ ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอีกสองคนรวมถึงสาวผมบลอนด์ก็ต่างหวาดกลัวจนทรุดลงกับพื้น ร่างกายของทุกคนสั่นเทาในทันที
ชื่อเหล่านี้ทำให้หวนนึกถึงการฆาตกรรม การทรมาน เสียงโหยหวน และนรกบนดิน
เป็นไปได้อย่างไร?
ถูกูตกตะลึง
ในเมื่อเขายอมรับไม่ได้ที่ได้เห็นอดีตผู้นำอย่างไทแรนโนซอรัส แน่นอนว่าเขาก็ยอมรับไม่ได้กับการปรากฏตัวของคนอื่น ๆ
พูดตามตรง!
ฆาตกรบ้าระห่ำเขายังพอรับได้
แต่กลุ่มปีศาจที่ดำรงชีวิตด้วยการสังหารนั้นทำให้หัวใจของเขาราวกับจมดิ่งลงสู่เหวลึก
ทันใดนั้น เขาก็นึกได้ถึงคำถามหนึ่งในใจ:
นายโจวผู้นั้น เขาคือใคร?
เขารวบรวมปีศาจกลุ่มหนึ่งเข้าด้วยกันและสยบคนเหล่านั้นจนทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้อย่างไร?
“เจ้านายครับ ปล่อยผมไปเถอะครับ! ผมกลัวมาก” คาร์โลกล่าวยังสั่นเทา
“เอาล่ะ นายไปเถอะ!”
ถูกูฝืนความกลัวในใจของเขาและกล่าวอย่างเชื่องช้า
“ขอบคุณครับหัวหน้า ผมสัญญาว่าจะไม่แพงไผ่เรื่องราวของพวกเขาให้ใครได้รู้” คาร์โลลุกขึ้นและหันหลังวิ่งจากไป
ฉิ้ง!
ถูกูก็ชักดาบยาวออกมาในทันที ขณะที่อีกฝ่ายกำลังก้าวเท้าเพื่อวิ่งออกไป ดาบในมือของเขาก็พุ่งเข้าปักด้านหลังคอของคาร์โลอย่างแม่นยำ
ร่างของคาร์โลล้มลงกับพื้นในทันที
เขาพยายามพยุงร่างกายด้วยแขน ก่อนจะหันกลับมาแล้วจ้องมองไปยังถูกูด้วยแววตาที่เหลือเชื่อ
“ทำไมล่ะครับ? ผมสัญญาแล้ว…”
“มีเพียงคนตายเท่านั้นที่สามารถเก็บความลับได้ ตัวตนของพวกเขาพิเศษมากจนฉันไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นหนทางเดียวของนายคือต้องตาย! ชาติหน้าฉันขอให้นายได้เกิดเป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้” ถูกูกล่าวอย่างเคร่งขรึม
คาร์โลจ้องมองด้วยความสิ้นหวัง ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตลง
ถูกูจ้องมองไปยังอีกสองคนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกล่าวอย่างเย็นชา “การติดตามปีศาจเพียงหนึ่งตัว ปีศาจหนึ่งตัวนั้นก็จะคอยปกป้องเราในอนาคต แต่หากติดตามปีศาจทั้งกลุ่ม ปีศาจทั้งกลุ่มนั้นก็จะคอยปกป้องเราตลอดไป พวกปีศาจชอบการฆาตกรรม แต่คุณโจวไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อปีศาจเหล่านั้น ฉันอยากติดตามเข้าไปในอนาคต ชีวิตคงได้เผชิญกับความตื่นเต้นไม่น้อย พวกนายคิดยังไง?”
“ต้อง… ต้องวิเศษมากแน่เลยค่ะ” หญิงผมบลอนด์นามว่าจูเลียตกล่าวด้วยใบหน้าซีดเซียว
“ผม ผมเอาด้วยครับ” ลูกน้องชายที่เหลืออยู่กล่าวพลางก้มหน้า
“ยินดีด้วย ทางเลือกของทั้งสองคนถูกต้อง ฉันรู้สึกได้ว่าเรากำลังจะค้นพบชีวิตใหม่ และโชคชะตาของเราก็กำลังจะเปลี่ยนไปด้วย เชื่อฉันเถอะว่าเราจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ในอนาคต” ถูกูกล่าวด้วยรอยยิ้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“ใช่แล้ว!”
ทั้งสองคนจ้องมองกันและกล่าวอย่างหนักแน่น
ณ วิลล่าหลังหนึ่ง โจวอี้นำโจวเสี่ยนเฟิงพ่อของเขามาอาศัยอยู่ที่นี่ รวมถึงโจวหมิงอวี้ ปู่สามของเขาด้วย
บนระเบียงชั้นสอง โจวอี้จ้องมองไปยังทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา ภายใต้แสงดาวที่ส่องประกาย ดูเหมือนว่าโลกทั้งใบจะเป็นประกายและงดงามสำหรับเขา
“ฉันเดาถูกใช่ไหมล่ะ?” โจวหมิงอวี้เดินเข้ามายังเงียบงัน ใบหน้าอันแก่ชราของเขาเต็มไปด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อน
โจวอี้ไม่ตอบกลับ
เขาหันกลับมายังเชื่องช้า จ้องมองโจวหมิงอวี้อย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงคุกเข่าลงตรงหน้าโจวหมิงอวี้ด้วยความเคารพ โขกศรีษสามะครั้งติดต่อกันก่อนจะระงับความรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจ เขาฉีกแขนเสื้อของตนเผยให้เห็นลวดลายดวงดาวและกล่าว “โจวอี้ ลูกหลานตระกูลโจวแห่งประเทศจีน คารวะปู่สาม”
“ใช่แล้ว! นายเป็นลูกหลานแห่งตระกูลโจวของฉัน นายเป็นลูกชายของเสียนเฟิง ฉันจำได้ชัดเจนว่าในตอนที่ตระกูลโจวประสบกับหายนะ นายยังแบเบาะอยู่เลย…” โจวหมิงอวี้พยุงโจวอี้ขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะปาดน้ำตา
ตระกูลโจวของเขายังมีทายาทหลงเหลืออยู่
ยังมีหลงเหลืออยู่!
เขาแก่ชรามากและกำลังจะตายลงในไม่ช้า
โจวเสี่ยนเฟิงก็เสียสติไปแล้ว ไม่สามารถสืบทอดตระกูลได้อีกต่อไป แต่ยังมีโจวอี้อยู่ที่นี่!
เขาเป็นดั่งประกายไฟแห่งความหวัง
เขาคืออนาคตที่จะสืบทอดสายเลือดของตระกูลโจว
เฉินซานเดินออกมายังระเบียง จ้องมองโจวหมิงอวี้แล้วจึงกล่าวต่อโจวอี้ “อาจารย์พี่ เธอมาแล้ว”
“โอเค!” โจวอี้พยักหน้า
ห่างออกไปหลายกิโลเมตร
บนทางเดินของวิลล่า โจวหงเย่เปล่งรัศมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว กระแทกเหล่าชายหญิงที่เดินผ่านไปมาจนล้มลง คลื่นอากาศเสียดแทงผิวหนังของชายหญิงทุกคนราวกับถูกโบยตีด้วยแส้
ไม่เพียงเท่านั้น ภายใต้รูปลักษณ์ที่เฉยเมยของเธอมีความประหลาดใจซ่อนอยู่
คนพวกนั้นเป็นใคร?
แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่สูงนัก แต่ก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่สามารถเทียบได้กับระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นต้น กลิ่นเลือดและกลิ่นความตายคละคลุ้งไปทั่วร่างกายของพวกเขา ราวกับผีร้ายที่คืบคลานออกมาจากขุมนรก
เกิดอะไรขึ้น?
เสี่ยวอี้จะไม่มีวันทำร้ายตัวเอง แต่เขากลับปล่อยให้ตัวเองอยู่ที่นี่
ทำไมกัน?
ฟุ่บ…
ร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้าพุ่งออกมาจากระยะไกล
โจวอี้จ้องมองฝูงชนนับยี่สิบคนถูกทำร้าย มุมปากของเขายกรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย
โจวหงเย่แข็งแกร่งมาก!
แข็งแกร่งกว่าเขาในตอนนี้เสียอีก!
โจวอี้ขอให้โจวหงเย่เดินทางมาที่นี่ แม้เหตุผลหลักคือเพื่อให้เธอได้พบกับพ่อของเขาและปู่สาม แต่หากเขาสามารถใช้พลังของเธอเพื่อยับยั้งกลุ่มปีศาจที่ซื้อตัวมาได้ก็คงถือเป็นเรื่องดีไม่น้อย
“เจ้านาย!”
ฝูงชนนับยี่สิบคนต่างล่าถอยและเร่งรีบไปด้านข้างของโจวอี้
ความอัปยศอดสูปรากฏชัดบนใบหน้าของพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำการโจมตีโจวหงเย่กลับเพราะเธอแข็งแกร่งมาก
หญิงชาวตะวันออกผู้นี้แข็งแกร่งเกินไป
แม้พวกเขาจะฆ่าคนไปทั่วและปฏิบัติต่อชีวิตมนุษย์ราวกับสิ่งไร้ค่า แต่การเผชิญหน้ากับหญิงที่ทรงพลังเช่นนี้ ก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย
“เฉินซาน พาพวกเขาไปทำแผล” โจวอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ครับ!”
เฉินซานโบกมือเรียกผู้คนเหล่านั้นให้เดินตามไป พวกเขาต่างเผยสีหน้าประหลาดใจ
จากนั้นไม่นาน
ในห้องโถงแห่งนี้ก็เหลือเพียงโจวอี้และโจวหงเย่
“เสี่ยวอี้ พวกเขาเป็นใคร?” โจวหงเย่เอ่ยถามพร้อมขมวดคิ้ว
“นักโทษที่ผมซื้อมาจากแดนชำระขั้วโลกครับ นักโทษที่อ่อนแอที่สุดเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์” โจวอี้อธิบาย
“แดนชำระขั้วโลก? อยู่ที่ไหน?” โจวหงเย่ถาม
“ขั้วโลกเหนือครับ เป็นเรือนจำที่โหดร้ายที่สุดที่ร่วมกันก่อตั้งโดยหลายสิบประเทศ ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากถูกส่งมาคุมขังที่นี่ หากคุณป้าเดินทางไปที่นั่นก็อาจซื้อฆาตกรที่มีราคาค่าตัวสูงได้…” โจวอี้อธิบาย
“หลานซื้อพวกเขามาเพื่อให้ช่วยเหลือในอนาคตอย่างนั้นเหรอ?” โจวหงเย่เอ่ยถาม
“ใช่ครับ!”
“แล้วจุดประสงค์ที่หลานเรียกป้ามาที่นี่ในวันนี้คืออะไร?” โจวหงเย่ไม่ปฏิเสธแนวคิดของโจวอี้ ตราบใดที่เขาสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเองและทำลายศตรูได้ แม้โจวอี้จะซื้อตัวฆาตกรที่ชั่วร้ายกว่านี้มา เธอก็จะไม่ขัดขืน
“เพื่อให้ทั้งสองคนได้เจอกันครับ”
“ใคร?”