หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 638 ลูกไก่ในกำมือ
บทที่ 638 ลูกไก่ในกำมือ
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติไซปัน
เมื่อเครื่องบินโดยสารจากประเทศ Y ลงจอด ชายสูงอายุในชุดทักซิโด้และหมวกทรงสูง ถือไม้เท้าสีน้ำเงินเดินลงจากเครื่องบินพร้อมชายอีกสี่คนและหญิงหนึ่งคน
รถลีมูซีนสามคันจอดรออยู่หน้าสนามบิน
หน้ารถคันหนึ่ง คาโต้ ทาคาสะจ้องมองกลุ่มคนที่เดินลงจากเครื่องบิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภ
เขาเป็นคนพื้นเมืองแต่มีสายเลือดของคนญี่ปุ่น แม้เขาจะดูถูกประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอด แต่ก็มีอันธพาลกลุ่มหนึ่งจากญี่ปุ่นคอยปกป้องเขา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตได้ดีในไซปัน ดำเนินธุรกิจหลายอย่างและเรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่ใสซื่อมือสะอาด แต่เบื้องลึกเบื้องหลังนั้น เขาทำธุรกิจสีเทาและทำเงินได้มากมาย
“คุณคาโต้ ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกครั้ง”
ชายชราผิวขาวผู้แต่งกายสไตล์อังกฤษมายังรถทั้งสามคันแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ครับ คุณแดนเดร เราไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว ผมคิดถึงคุณมากเลยครับ ถ้าจะให้นับ ดูเหมือนว่าเราไม่ได้เจอกันมาหกปีแล้วใช่ไหม?” คาโต้ ทาคาสะกล่าวพลางอ้าแขนกอดอีกฝ่าย
“ผ่านไปนานกว่าหกปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมาก!” แดนเดรกล่าว
“ไปกันเถอะครับ! ผมเตรียมโรงแรมไว้พร้อมแล้ว งานนี้ผมเป็นเจ้าภาพและจะดูแลคุณในคืนนี้เอง” คาโต้ ทาคาสะกล่าว
“ขอบคุณ!”
หลังจากนั้น ปิแอร์ แดนเดรและคาโต้ ทาคาสะก็ขึ้นรถคันเดียวกัน
“คุณแดรเดรครับ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณว่าจ้างเราให้ทำการค้าร่วมกัน แต่ผมขอถามบางอย่างได้ไหมครับว่าเหตุผลที่คุณมาที่นี่ในครั้งนี้คืออะไร? เท่าที่ผมรู้ เกาะซ่อนหมอกอยู่ห่างจากเกาะไซปันไม่ไกลนัก”
“เราเป็นเพื่อนกันถามได้อยู่แล้ว แน่นอนว่าผมไม่ปิดบังคุณหรอก จุดประสงค์ในการมาที่นี่ในครั้งนี้ของผมคือเพื่อเตรียมขายเกาะซ่อนหมอก เพราะผมหาผู้ซื้อได้แล้ว” ปิแอร์ แดนเดรกล่าว
“หาผู้ซื้อได้แล้วเหรอครับ? ใครกันที่กล้าจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนั้นเพื่อซื้อเกาะซ่อนหมอก?” แววตาของคาโต้ ทาคาสะเป็นประกาย
“ผมก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครและไม่รู้ข้อมูลอะไรมากนัก รู้แต่ว่าคนที่ติดต่อผมมีชื่อว่าเยี่ยป๋อซาง”
เยี่ยป๋อซาง?
ทำไมชื่อนี้ถึงฟังดูคุ้นหูนัก?
แววตาของคาโต้ ทาคาสะเต็มไปด้วยความงุนงง แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
อันที่จริงเขาอยากได้เกาะซ่อนหมอก แต่เขาไม่สามารถหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาจ่ายได้ เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถและครุ่นคิดอย่างเงียบงัน
เขาควรใช้โอกาสนี้บีบบังคับปิแอร์ให้ขายเกาะซ่อนหมอกให้เขาในราคาต่ำดีหรือไม่? และสุดท้ายก็ฆ่าปิดปากเพื่อไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่!
ยิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนการนี้เป็นไปได้
นี่คือถิ่นของเขา
ตราบใดที่ปิแอร์ถูกบังคับให้ลงนามในสัญญาซื้อขายเกาะ เขาก็จะสามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปให้เสร็จสิ้นได้
ว่าแต่ผู้ซื้อคือใคร?
คนที่สามารถใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์เพื่อซื้อเกาะซ่อนหมอกได้ต้องไม่ใช่คนดีเด่อะไรแน่
หรือว่าเขาควรจะร่วมมือกับคนผู้นั้น? แต่พอคิดดูแล้ว อีกฝ่ายจะยอมตกลงเหรอ?
บนถนนเลียบชายฝั่ง
รถ SUV สีดำแล่นผ่านไป
เยี่ยป๋อซางซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังฟังเสียงจากโทรศัพท์มือถือ สายตาของเขาเฉยเมยราวกับไม่แยแสสิ่งใด
โดนจับตามองอีกแล้วเหรอ?
ครั้งล่าสุดที่ฉันส่งเรือบรรทุกวัตถุดิบยาสองลำไปยังเซี่ยงไฮ้ ฉันก็ตกเป็นเป้าหมายเช่นเดียวกัน และครั้งนี้ก็เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เป็นไปได้ไหมว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้?
“ขับให้ช้าลงหน่อย อย่าปล่อยให้คนที่ตามหลังเรามาหลุดรอดสายตาไปได้” เยี่ยป๋อซางวางโทรศัพท์และกล่าวอย่างใจเย็น
“ครับ”
สิบนาทีต่อมา
เยี่ยป๋อซางนั่งรถกลับไปยังเกอร์สัน ฮอลิเดย์ วิลล่า ขณะเลี้ยวรถเข้าสู่วิลล่าเขาก็หันมองและเห็นว่ารถที่ตามเข้ามานั้นมาถึงประตูวิลล่าแล้วตามมาด้วยรถ SUV สีดำคันเดิม
บุคคลสามคนนั่งอยู่ในนั้น คนขับเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอม ส่วนผู้ที่นั่งเบาะข้างคนขับเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วม และยังมีหญิงสาวสวมเสื้อกันลมสีดำกับแว่นกันแดดซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง
“ท่านครับ จะตามพวกเขาเข้าไปไหมครับ?” ชายหนุ่มรูปร่างผอมเอ่ยถาม
“ตามเข้าไปในวิลล่า เราจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกอีกฝ่ายจับได้” หญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังกล่าวอย่างเกียจคร้าน
“ครับ!”
ชายหนุ่มร่างผอมตอบรับและเหยียบคันเร่งทันที เขาเร่งความเร็วไปให้ทันรถ SUV ที่ขับอยู่ข้างหน้า
จากนั้นไม่นาน เขาเห็นรถ SUV สีดำจอดอยู่ด้านหน้าลานน้ำพุของวิลล่า และชายชราแขนเดียวที่พวกเขาติดตามก็เดินลงจากรถ
“ท่านครับ เอายังไงต่อดีครับ?” ชายหนุ่มร่างผอมเอ่ยถาม
“ขับรถไปข้างหน้าเขา โอไทน์ พาตัวเขามา” หญิงสาวกล่าวอย่างเฉยเมย
เอี๊ยด…
เสียงเบรกรถดังขึ้นอย่างกะทันหัน ประตูที่นั่งผู้โดยสารถูกเปิดออก ชายร่างท้วมพุ่งออกมาจากรถราวกับลูกศรแหลมคม เขาวิ่งไปยังด้านหลังเยี่ยป๋อซางในทันที จากนั้นจึงใช้มือคว้าที่คอของอีกฝ่าย
ฟึ่บ…
เยี่ยป๋อซางหันหลังกลับมาทันที ฝ่ามืออันแข็งแกร่งของเขาตบเข้าที่หน้าของชายร่างท้วม “กล้าดียังไงถึงโจมตีฉัน? บังอาจมาก!”
เยี่ยป๋อซางจ้องมองชายร่างท้วมวัยกลางคนที่กระเด็นออกไปด้านข้าง เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมาถึงบริเวณที่ชายวัยกลางคนล้มลง ชายชรายกเท้าเหยียบศีรษะฝ่ายตรงข้ามทันที
“ไปตายซะ…”
แม้ชายร่างท้วมจะรู้สึกตื่นตระหนกอย่างรุนแรง แต่ในฐานะผู้แข็งแกร่ง เขาจำเป็นต้องแสดงความเย่อหยิ่งไม่หวั่นเกรง
เขายกมือชกชายชราทันที
“ระดับการฝึกเทียบได้กับระดับปรมาจารย์งั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่” เยี่ยป๋อซางเตะร่างของชายวัยกลางคนก่อนจะโยนเขาไปยังรถ SUV คันที่ขับติดตามมา
ภายในรถคันนั้น
สีหน้าของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
เธอปรากฏตัวขึ้นนอกประตูรถในทันที และวางมือบนหลังของชายวัยกลางคนร่างท้วมเพื่อช่วยพยุงให้เขายืนได้
“ผู้อาวุโส แข็งแกร่งไม่น้อยเลยนี่!” หญิงผู้นั้นจ้องมองไปยังเยี่ยป๋อซางและกล่าวด้วยท่าทีเฉยเมย
“จุ๊จุ๊ หญิงสาวสุดฮ็อตรูปร่างผอมเพรียว เซ็กซี่เหมือนกันนี่ ถอดแว่นกันแดดให้ฉันดูหน่อยเถอะว่าหน้าตาของเธอสวยหรือเปล่า?” เยี่ยป๋อซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไอ้เฒ่าหัวงู อยากตายรึไง?” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างเด็ดเดี่ยว
“หากได้ตายด้วยน้ำมือหญิงงาม แม้ต้องกลายเป็นผีฉันก็ไม่เสียดาย เธอ…” เยี่ยป๋อซางหยุดพูดไปกะทันหัน
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปในทันที
เธอตกตะลึงกับกลิ่นอายอันทรงพลังนับสิบที่ปรากฏขึ้นรอบตัวอย่างกะทันหัน แม้แต่กลิ่นอายที่อ่อนแอที่สุดก็เทียบได้กับระดับปรมาจารย์
แน่นอนว่าตอนนี้เธอเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
เกิดอะไรขึ้น?
ทำไมผู้ฝึกยุทธ์แข็งแกร่งจำนวนมากถึงมาปรากฏขึ้นที่นี่?
เป็นไปได้ไหมว่ามีคนวางกับดักไว้? หรือว่าฉันเกมแล้ว?
“ผู้อาวุโสเยี่ย เลิกเล่นได้แล้ว เจ้านายบอกว่าให้จับพวกเขาไว้ เจ้านายมีคำถามที่จะถามพวกเขา” เหมิงเทียนอ้าวรีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองไปยังหญิงสาวราวกับลูกแกะที่รอเชือด
“โอเค โอเค! ฉันมีแขนแค่ข้างเดียว แถมไอ้ฉันมันก็ถนัดฆ่าคน ไม่ใช่จับคนด้วยสิ ถ้าอย่างนั้นฉันจะฝากแม่สาวคนนี้ให้นายจัดการก็แล้วกัน” หลังกล่าวจบ เยี่ยป๋อซางก็เดินจากไป
“จับเธอ!”
สิ้นเสียงนั้น ร่างทั้งสองที่ว่องไวดุจสายฟ้าก็พุ่งเข้าหาหญิงสาวที่อยู่ห่างไกลในทันที และร่างทั้งสองนั้นคือฝาแฝดนามว่าอู๋หยาและอู๋วา
“พวกแกเป็นใคร?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงอันดัง ทว่าคำตอบที่เธอได้รับคือการถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากสองพี่น้องอู๋วาและอู๋หยา