หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 643 โจมตี!
บทที่ 643 โจมตี!
ระดับการฝึกของบราม่านั้นสูงมาก เธอฝึกฝนจนมีความแข็งแกร่งเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์
สิ่งที่เธอทำได้ดีที่สุดไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัว แต่เป็นการใช้พิษ
ครั้งหนึ่งเธอใช้พิษเพียงแค่หยิบมือก็สามารถสังหารศัตรูหลายร้อยคนในชนเผ่าแอฟริกาได้อย่างง่ายดาย และกลุ่มขนาดเล็กที่เธอก่อตั้งขึ้นได้กลายเป็นฝันร้ายสำหรับผู้คนหลายประเทศ
ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนก็หวั่นเกรงว่าจะถูกเธอวางยาพิษเมื่อต้องกินอาหาร
บราม่าแอบเข้าไปในสำนักงานใหญ่ขององค์กรน้ำพุเลือดอย่างเงียบงัน เมื่อมองไปยังขวดสีดำในมือ เธอก็รู้สึกกังวล เธอสามารถกลั่นพิษได้หลายร้อยชนิด แม้จะใช้เวลาจะไม่นานนัก แต่วัตถุดิบที่เธอได้รับก็สามารถใช้กลั่นพิษได้
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังกลั่นได้มากเกินพอที่จะปลิดชีพผู้ฝึกยุทธ์ระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ หากไม่ระวังก็อาจถูกวางยาและหมดสภาพต่อสู้
“ไป! ลอยไปหาศัตรู”
บราม่าเปิดจุกขวดในมือออกแล้วใช้มือตบที่ปากขวด
ไม่กี่นาทีต่อมา สมาชิกองค์กรน้ำพุเลือดในอาคารสำนักงานใหญ่ โดยเฉพาะเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับการฝึกต่ำก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นดวงตาของพวกเขาก็เริ่มพร่ามัวและมีเลือดไหลออกมา ร่างกายทรุดลงกับพื้นในทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงตะโกนดังลั่นมาจากห้องหนึ่ง
หลังจากนั้น ชายร่างกำยำที่มีผิวคล้ำและดวงตาสีแดงเข้มก็รีบวิ่งออกมาพร้อมมีดยาวในมือ
หลังจากได้ยินเสียงตะโกนของเขา ผู้คนอีกหลายสิบคนก็วิ่งเข้ามาภายในเวลาไม่นาน ส่วนใหญ่พวกเขาล้วนเป็นชายร่างกำยำ ผิวสีคล้ำและดวงตาสีแดงเข้ม
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอันดังก้อง ผู้คนราวเจ็ดแปดคนล้มลงกับพื้นชักกระตุกด้วยอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง
“พิษ มีพิษในอากาศ!” ชายชราผู้หนึ่งตะโกนเสียงดังลั่น
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ร่างทั้งห้าวิ่งออกมาจากอาคารหลายหลังอย่างรวดเร็ว รวมถึงเกาถงผู้เป็นหัวหน้าองค์กรน้ำพุเลือด ตู้หลง และเฉินไห่หยาง
“เกิดอะไรขึ้น?!” เกาถงจ้องมองไปยังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความโกรธ จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่ว
“ผู้นำครับ พวกเขาตายกันหมดแล้ว สมาชิกของเราที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ถูกวางยาพิษจนตายครับ!”
ชายวัยกลางคนผิวคล้ำในชุดขนสีดำเดินโซเซและตะโกนด้วยความโกรธ
อะไรนะ?!
สีหน้าของเกาถงเปลี่ยนไปกะทันหัน หัวใจของเขาราวกับตกลงไปในหุบเหว ตู้หลงและเฉินไห่หยางจ้องมองกันด้วยสายตาสับสน
พวกเขาทั้งสองไม่เพียงเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งสูงในนิกายเร้นลับที่มีอำนาจในโลกปุถุชนเท่านั้น แต่องค์กรน้ำพุเลือดยังเป็นแขนขาให้พวกเขาด้วย
สิ่งที่ทำให้พวกเขาภูมิใจคือการได้ฝึกผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์นับร้อยคนตลอดสิบปีที่ผ่านมา หลายคนสามารถทะลวงไปสู่ระดับปรมาจารย์ได้สำเร็จ และหากได้รับการฝึกฝนที่ดียิ่งขึ้น ก็เป็นไปได้ที่ขุมพลังเหล่านั้นจะทะลวงไปสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์
แต่…
พวกเขาตายหมดแล้ว?
คนหนุ่มสาวเหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรอย่างมากในการฝึกฝน!
“ใคร? ใครกล้าทำกับฉันแบบนี้?!” ดวงตาของตู้หลงแดงก่ำไม่ใช่เพราะพิษร้าย แต่เป็นเพราะเขาเกือบหายใจไม่ออกเพราะความโกรธ
ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร
โจวอี้จ้องมองบราม่าและเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “พิษของเธอมีดีพอไหม? เธอวางยาพิษให้สมาชิกในองค์กรน้ำพุเลือดแล้วหรือยัง?”
“คนที่ถูกพิษโดยตรงตายไปหมดแล้ว แต่คนที่ไม่ตายก็สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปมาก” บราม่าหัวเราะ
“เยี่ยมมาก! แต่เธอแน่ใจใช่ไหม? ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรนี้ พิษของเธอจะไม่ส่งผลต่อคนธรรมดาที่อยู่ใกล้เคียงใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“แน่นอน!” บราม่าพยักหน้า
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือต่อได้เลย!”
โจวอี้มองไปยังโจวหงเย่ หญิงผู้เย็นชาซึ่งเป็นป้าของเขา จากนั้นจึงรีบวิ่งไปยังสำนักงานใหญ่ขององค์กรน้ำพุเลือดพร้อมกับแบล็กเอลฟ์และเป่ยเฉินหลิวอิ๋ง
เมื่อพวกเขาปรากฏตัวขึ้นบนรั้วสูงก็มองเห็นผู้คนขององค์กรน้ำพุเลือดที่เหลืออยู่ในสนาม
ใช่แล้ว! ตอนนี้มีเพียงสิบชีวิตที่ยังเหลือรอดอยู่
ท่ามกลางสิบคนเหล่านั้น สี่หรือห้าคนในกลุ่มพวกเขาเดินกะเผลก บางคนพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตที่จะลุกขึ้น แต่กลับประสบความล้มเหลวแม้จะพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า
“สามผู้ฝึกยุทธ์ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์?” โจวหงเย่ขมวดคิ้วขณะยืนเคียงข้างโจวอี้ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์สามคนในระดับบรรพจารย์ยุทธ์
หนึ่งคนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นต้น อีกสองคนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลาง หากสู้กันแบบตัวต่อตัว เธอก็มั่นใจว่าจะสามารถฆ่าพวกเขาทั้งสามได้
แต่หากทั้งสามร่วมมือกัน อย่างดีที่สุดเธอก็ทำได้เพียงสังหารพวกเขาได้สองคน
การแสดงออกของโจวอี้ภายใต้หน้ากากเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของโจวหงเย่ เดิมทีเขาคิดว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ไม่เกินหนึ่งถึงสองคน แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีถึงสามคน
“มีใครที่แข็งแกร่งกว่าป้าไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“ไม่มี!”
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวอี้ก็รู้สึกโล่งใจทันที
สิ่งที่เขาต้องทำต่อไปคือไม่ทำให้แผนการทั้งหมดต้องกลายเป็นเรือล่มในหนอง[1]
“พวกแก… พวกแกเป็นใคร?”
แววตาของตู้หลงเปล่งประกายด้วยจิตสังหารอย่างบ้าคลั่ง เขายกดาบยาวในมือขึ้นชี้ไปยังโจวอี้และพรรคพวกของเขาอีกหกคน
“เป็นคนที่ฆ่าคนของแกยังไงล่ะ!” โจวอี้ตะคอกอย่างเย็นชา
“แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร? กล้าดียังไงถึงมาโจมตีเรา?!” ตู้หลงตะโกนด้วยความโกรธ
“องค์กรน้ำพุเลือดไง ฉันรู้จักพวกแกเป็นอย่างดี ถ้าแกอยากรู้ว่าทำไมเราถึงมาที่นี่และฆ่าคนของแก ฉันก็จะไม่ปล่อยให้แกเป็นคนโง่เง่าอีกต่อไป ใครที่กล้าส่งคนไปสืบหรือติดตามการขนส่งสมุนไพรของฉัน คนคนนั้นสมควรตาย!” โจวอี้กล่าวอย่างเย้ยหยัน
ขนส่งสมุนไพร?
แท้จริงแล้วก็คือพวกเขา…
ตู้หลงพลันจำบางอย่างได้ทันทีจึงถามขึ้นว่า “ลีลี่อยู่ที่ไหน?”
“แกกำลังหมายถึงสาวสวยสุดฮ็อตคนนั้นสินะ? เธอเดินนำหน้าแกไปหนึ่งก้าวและเข้าเฝ้าพญายมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุผลที่ฉันเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อฆ่าแก เพราะไม่อยากให้เธอต้องโดดเดี่ยวเกินไปในขุมนรก” หลังจากกล่าวจบ โจวอี้ก็เงยหน้าและยกมือซ้ายขึ้นมา
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทั้งห้าคนปรากฏกายขึ้นในสามทิศทางที่ต่างกัน
สายตาที่แฝงด้วยจิตสังหารและความอาฆาตของพวกเขาจับจ้องตู้หลงและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในองค์กร
“ฆ่าพวกมันซะ!” โจวอี้ตะโกนลั่น
“มาให้ฆ่าซะเถอะ!” ตู้หลงตะโกนลั่น
ในการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง การเคลื่อนไหวเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
ขณะที่อาคารพังทลายลง กระแสแห่งพายุกลางอากาศอันรุนแรงโหมกระหน่ำ
ภายใต้เงาของปราณดาบและกระบี่ เลือดสาดกระเซ็นส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
โจวอี้ยังไม่ได้เคลื่อนไหวแม้กำแพงที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาจะพังทลายลง แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่บนกองอิฐเหล่านั้นและเฝ้าดูฉากการสังหารหมู่ด้วยสายตาเย็นชา
ผู้คนที่เหลืออยู่ขององค์กรน้ำพุเลือดนั้นแข็งแกร่งมาก ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกึ่งปรมาจารย์ แต่กลุ่มคนที่โจวอี้นำมาด้วยนั้นมีจำนวนมากกว่าและแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายหลายเท่า
ในเวลาเพียงสองถึงสามนาที นอกเหนือจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ทั้งสามแล้วก็ไม่มีใครในองค์กรน้ำพุเลือดเหลือรอดอยู่อีกเลย
“ผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์? ให้ตายสิ พวกแกมาจากที่ไหน? มีเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกแกประกาศตัวเป็นศัตรูกับนิกายของเรา?”
ตู้หลงเหวี่ยงดาบไปยังโจวหงเย่ที่โจมตีไม่หยุด เขาตะโกนถามด้วยความโกรธโดยไม่สนใจที่จะห้ามเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลบนใบหน้า
[1] เรือล่มในหนอง หมายถึง ไม่อยากให้แผนการหรือสิ่งที่ดำเนินมาโดยตลอดต้องพังลง