หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 645 ตัวตนของฉัน
บทที่ 645 ตัวตนของฉัน
“โจมตี!”
โจวหงเย่ทะยานขึ้นสู่อากาศ จากนั้นจึงใช้ดาบสับฟันไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโจวอี้ ปราณดาบพร่างพราวดุจสายรุ้ง ปิดกั้นร่างที่พุ่งเข้าหาโจอี้ไว้ทันที
ขณะนี้โจวอี้หยุดการต่อสู้กับเฉินไห่หยาง ร่างของเขาถอยกลับไปและซ่อนตัวอยู่ภายใต้โจวหงเย่
บุคคลผู้นี้แข็งแกร่งมาก!
โจวอี้รู้สึกหายใจไม่ออก หากมองจากแค่กลิ่นอายของคู่ต่อสู้ เขาก็ไม่สามารถตัดสินระดับการฝึกยุทธ์ของอีกฝ่ายได้ แสดงให้เห็นว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายศัตรูอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์
เขามีความสามารถในการต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลาง และหากมีเวลาเพียงพอ เขาก็จะสามารถสังหารอีกฝ่ายได้แน่นอน
แต่เมื่อได้ต่อสู้กับปรมาจารย์ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลางแล้ว เขาก็รู้ว่าตนจะต้องถูกฆ่าหรือไม่ก็หนีเอาชีวิตรอดด้วยความอับอาย
“พวกแกโหดเหี้ยมจนเกินเหตุ ถ้าฉันรู้ว่าพวกแกมาจากสำนักไหนละก็ ฉันจะทำให้พวกแกต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำลงไปในวันนี้” บุคคลผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างเฉินไห่หยางด้วยจิตสังหารเต็มเปี่ยม
หลังจากกล่าวจบ เขาก็เอื้อมมือออกไปจับไหล่ของเฉินไห่หยางและจ้องมองไปยังตู้หลงก่อนจะพุ่งทะยานสู่ทิศเหนือ
โจวอี้ไม่ได้ไล่ล่าตามไป อีกทั้งยังหยุดโจวหงเย่ผู้เป็นป้าที่กำลังจะไล่ล่าตามไป
“ทำไม?” โจวหงเย่ถามเสียงเข้ม
“อีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก และนี่คือถิ่นพวกเขา หากเราไล่ตามไปฆ่าพวกเขา คนธรรมดาทั่วไปก็จะได้เห็นฉากการต่อสู้ที่น่ากลัวไปด้วย ผมคิดว่าคงไม่เหมาะสมนักที่จะเปิดเผยตัวตนในตอนนี้”
“แล้วจะปล่อยให้พวกเขาหนีไปแบบนี้เหรอ?”
“พอเถอะครับ”
หลังจากโจวอี้กล่าวจบ เขาก็จ้องมองไปยังตู้หลงซึ่งโชกเลือดและอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมชายผู้แข็งแกร่งเมื่อครู่นี้ที่ปรากฏตัวขึ้นจึงช่วยเหลือเฉินไห่หยางเพียงคนเดียว?
แม้จะมีความแตกต่างระหว่างลูกแท้ ๆ กับลูกบุญธรรม แต่มันคุ้มค่าแล้วเหรอที่จะทอดทิ้งผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลางไว้?
“ฮ่าฮ่า แค่ก…”
เสียงหัวเราะของตู้หลงเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าชีวิตในฐานะผู้แข็งแกร่งจะจบลงด้วยความสิ้นหวังเช่นนี้
ร่างขนาดใหญ่ของเขาหดตัวลงด้วยความรวดเร็วและกลับคืนสู่รูปร่างเดิม กลิ่นอายที่พุ่งพล่านจากร่างกายของเขาอ่อนแอลงทันที
หากจะตายก็คงต้องตาย!
ชีวิตนี้เขาฆ่าคนมามากมาย ชะตาชีวิตของเขาก็ต้องจบลงด้วยการถูกฆ่า!
ทว่ายังมีข้อสงสัยประการสุดท้ายในใจของเขา
ดังนั้นเขาจึงจ้องมองไปยังโจวอี้และโจวหงเย่พร้อมถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าว
“ก่อนที่ฉันจะตาย ช่วยบอกได้ไหมว่าพวกแกเป็นใคร?”
“กำลังจะตายอยู่แล้ว ทำไมถึงถามคำถามนี้? รู้แล้วจะมีประโยชน์อะไร?” โจวอี้ถามอย่างเฉยเมย
“หากตายไปแล้วยังไม่รู้ก็คงจะกลายเป็นผีที่โง่เง่า!” ตู้หลงกล่าว
“น่าเสียดายที่แกเป็นได้แค่ผีโง่เง่า สหายของแกได้รับการช่วยเหลือแล้ว ดังนั้นฉันไม่สามารถปล่อยแกไปได้” โจวอี้กล่าวพลางส่ายศีรษะ
“ยังไงซะฉันก็ไม่มีโอกาสเปิดเผยตัวตนของแกอยู่แล้ว” ตู้หลงกล่าว
“ฉันจะบอกให้ก็ได้ แต่แกจะต้องทำลายพลังในร่างกายและตัดแขนขาของตัวเอง” โจวอี้กล่าวอย่างใจเย็น
“ตกลง!” ตู้หลงไม่ลังเล
เขาใช้มือตบที่ท้องของตนอย่างรุนแรง ร่างกายถึงกับสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเลือดที่ไหลริน จากนั้นจึงใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีหยิบดาบยาวขึ้นมาตัดแขนขาของตน
เคร้ง!
เสียงดาบยาวหล่นกระทบพื้นดังฟังชัด
ตู้หลงสูญเสียแขนและขาทั้งสองข้าง เขาล้มลงกับพื้นราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวด พยายามอย่างเต็มที่ที่จะยกศีรษะขึ้นจ้องมองไปยังโจวอี้และเอ่ยถามอีกครั้ง
“ตอนนี้จะบอกฉันได้แล้วหรือยัง?”
“ได้สิ!”
โจวอี้นำเข็มเงินออกมาราวสองสามเล่มและแทงใส่ตู้หลง
หลังจากที่เข็มเงินแทงเข้าไปในจุดฝังเข็มหลายจุดบนร่างกาย ตู้หลงก็ล้มลงในทันที
โจวอี้ย่อตัวลงเคียงข้างอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยอย่างแผ่วเบา “โจวอี้ ผู้ฝึกยุทธ์แห่งตระกูลโจวในประเทศจีน”
ตระกูลโจว?
ตระกูลโจวที่ถูกพวกเขากำจัดใช่ไหม?
รูม่านตาของตู้หลงขยายออก
เขาจ้องมองโจวอี้ที่ลอยออกไปไกลก่อนที่เขาจะกระอักเลือดออกมาในที่สุด
เขาเข้าใจได้ทันทีว่าปฏิบัติการกวาดล้างตระกูลโจวเมื่อยี่สิบปีที่แล้วไม่ได้ฆ่าสมาชิกของตระกูลไปทั้งหมด
หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบปีแห่งการซ่อนตัวและฝึกฝน ในที่สุดปลาที่เล็ดลอดตาข่ายมาได้เหล่านี้ก็กลับมาล้างแค้นให้กับตระกูลโจว และเป้าหมายของคนเหล่านี้คือทั้งนิกายเร้นลับ
ตู้หลงต้องการจะเปิดปากเพื่อกล่าวบางสิ่ง แต่ก็พบว่าตนเองพูดไม่ออก
เมื่อนึกถึงเข็มเงินที่โจวอี้ปักลงบนตัวเขาก่อนหน้านี้ ตู้หลงก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ย
เขาพยายามยืดคอขึ้นจ้องมองไปยังโจวอี้และส่ายศีรษะ พยายามจะบอกว่าอีกฝ่ายไม่สามารถจัดการกับนิกายเร้นลับด้วยตัวคนเดียวได้
โจวอี้เข้าใจสิ่งที่ตู้หลงกำลังจะสื่อ รอยยิ้มแปลกประหลาดจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันลืมบอกไป ฉันยังมีอีกสองตัวตน”
“ตัวตนแรก ฉันเป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง”
“ส่วนตัวตนที่สอง ฉันเป็นศิษย์สายตรงของฉู่เทียนฮุ่ย ปรมาจารย์แห่งสำนักโอสถ”
“ตอนนี้นายยังคิดว่าฉันหมดหวังที่จะฆ่าผู้คนในนิกายเร้นลับอยู่อีกมั้ย?”
ร่างกายของตู้หลงกระตุกอย่างรุนแรง ความสยดสยองและความสิ้นหวังอันแรงกล้าปรากฏขึ้นในแววตาของเขา
แม้สถานะเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลถึงลงจะพิเศษ แต่เขาไม่ได้สนใจนัก
ทว่า…สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ ทายาทที่เหลืออยู่คนนี้ของตระกูลโจวเป็นศิษย์สายตรงของฉู่เทียนฮุ่ย ปรมาจารย์แห่งสำนักโอสถ
นี่มัน…เรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น!
โจวอี้จ้องมองตู้หลงอย่างเงียบงัน เฝ้าดูร่างกายของอีกฝ่ายกระตุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสิ้นลมหายใจ
โจวอี้โบกมือขึ้นทันที ดาบยาวในมือเขาบินขึ้นไปตัดศีรษะของตู้หลง จากนั้นเขาจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่เร่งรีบกลับมาแล้วจึงกล่าวเสียงเข้มว่า “รวบรวมศพทั้งหมดไว้ด้วยกันแล้วตรวจสอบให้ละเอียด อย่าปล่อยให้ปลาตัวไหนหลุดอวนไปได้”
“ครับ!”
ทุกคนตอบรับและแยกย้ายกันไปอีกครั้ง
ไม่กี่นาทีต่อมาก็ปรากฏร่างไร้วิญญาณราว ๆ หนึ่งร้อยสามสิบร่าง
“เผามัน!” โจวอี้โบกมือสั่ง
เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้ผงสลายศพในการย่อยสลาย แต่เนื่องจากศพมีจำนวนมากเกินไป ผงสลายศพนั้นอาจไม่เพียงพอ เขาจึงตัดสินใจใช้วิธีการเผาแทน
“เจ้านายครับ ผมค้นพบของบางอย่าง”
แบล็กเอลฟ์เดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางสองใบทั้งเล็กและใหญ่
“ของอะไร?” โจวอี้ถาม
“แก่นผลึกและเพชรครับ”
“นอกจากนี้ยังมีตู้เซฟหลงเหลืออยู่ในซากปรักหักพัง ในตู้เซฟนั้นมีเงินสดจำนวนมาก และยังมีทองคำแท่งอีกด้วยครับ” แบล็กเอลฟ์กล่าวพร้อมยื่นกระเป๋าเดินทางให้โจวอี้
“เอาของข้างในออกมาให้หมด!”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา โจวอี้เและคนอื่น ๆ กลับมายังบริเวณที่พักที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้
หลังจากเหมิงเทียนอ้าวช่วยทำแผลให้กับผู้บาดเจ็บ เขาก็เดินตามโจวอี้ โจวหงเย่ และเยี่ยป๋อซางเข้าไปในบ้านหลังเล็กซึ่งอยู่ด้านหลังที่พักของพวกเขา
“เจ้านายครับ ของล้ำค่าทั้งนั้นเลยครับ” เหมิงเทียนอ้าวชี้ไปยังกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบด้วยรอยยิ้มสดใส
“ล้ำค่ามาก!”
จากการตรวจสอบด้วยสายตาของโจวอี้ นอกจากสกุลเงินของเวียดนามแล้ว ยังมีเงินสดที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐราวสองร้อยล้านดอลลาร์ ทองคำแท่งอีกหลายสิบก้อน แต่ละก้อนมีขนาดใหญ่เท่ากับก้อนอิฐ
แน่นอนว่าของพวกนี้มีราคาสูง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจมากที่สุดก็คือแก่นผลึกและเพชร!
แก่นผลึกเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการฝึก และเพชรก็เป็นตัวแทนแห่งความมั่งคั่ง
เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาขาดแคลนเงิน เขาก็สามารถขายเพชรเหล่านี้ และอาจได้เงินมาจำนวนมหาศาล
“ซ่อมสะพานไม่เหลือซากศพ ฆ่าคนวางเพลิงห้อยเข็มขัดทอง[1] สำนวนที่คนโบราณกล่าวไว้ไม่ได้โกหกเราสินะ” โจวอี้หัวเราะ
“ของพวกนี้สามารถแลกเปลี่ยนกับสมุนไพรได้มากกว่าสิบชนิด” เยี่ยป๋อซางกล่าว
สมุนไพร?
ใช่แล้ว ยังคงต้องซื้อสมุนไพร แต่พวกเขาไม่สามารถหาซื้อสมุนไพรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อีกต่อไป
นิกายเร้นลับค้นพบและให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก ดังนั้นพวกเขาจึงควรล้มเลิกการซื้อขายในแถบนี้
“เฒ่าเยี่ย เฉินซานโทรมาเหรอ?” โจวอี้ถาม
“มีคนส่งข้อความมาบอกว่าปิแอร์ แดนเดรถูกลักพาตัวไป แต่คาโต้ ทาคาสะและคนอื่น ๆ ยังไม่ได้รับเงินไปครับ” เยี่ยป๋อซางกล่าว
[1] ซ่อมสะพานไม่เหลือซากศพ ฆ่าคนวางเพลิงห้อยเข็มขัดทอง หมายถึง คนดีไม่เคยได้ดี แต่คนชั่วกลับได้ดีแทน