หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 649 หญิงขี้เมา
บทที่ 649 หญิงขี้เมา
ทะเลสาปเซียนหนู่
ฉู่เทียนฮุ่ยยืนอยู่ริมทะเลสาบ มือของเธอที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่นั้นสั่นเล็กน้อย
พ่อผู้ให้กำเนิดโจวอี้?
เขาเป็นใคร?
ฉู่เทียนฮุ่ยอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อน เธอเลี้ยงดูโจวอี้มาตั้งแต่เล็ก แม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอและโจวอี้จะเรียกว่าอาจารย์และศิษย์ แต่ในสายตาของเธอ โจวอี้เปรียบเสมือนลูกแท้ ๆ ของเธอ
“อาจารย์ ผมขาดกำลังคน เพราะงั้นเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมก็เลยไปที่แดนชำระขั้วโลกเพื่อหาซื้อคนมาเข้าฝ่ายของผมเพิ่ม ผมได้พบพ่อและปู่สามของผมที่นั่น ผมยังได้แจ้งให้โจวหงเย่ป้าผมไปหาพ่อและลุงสามเป็นการส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตนของพวกเขา…”
โจวอี้เล่าเหตุการณ์อย่างคร่าว ๆ แล้วจึงพูดต่อ “พ่อผมต่อสู้กับใครบางคนอย่างดุเดือดเมื่อหลายปีก่อน สมองของเขาจึงได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตั้งแต่นั้นมา เขาก็เสียสติไป ดังนั้นผมเลยสงสัยว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้สติของเขากลับคืนมาได้”
ฉู่เทียนฮุ่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “อย่างที่ฉันเพิ่งบอกไป ยาเม็ดตื่นรู้หรือโอสถฮุ่ยเทียนมีผลในการเสริมสร้างความฉลาด แต่จะได้ผลกับผู้ที่มีสมองเสียหายหรือไม่นั้น ฉันไม่แน่ใจ”
“ผมควรลองไหม?” โจวอี้ถาม
“ที่จริง ฉันเคยเห็นเทียบยาในตำราโบราณที่สามารถรักษาสมองที่บกพร่องได้” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าว
“เทียบยาอะไรครับ?” โจวอี้ถามอย่างกระตือรือร้น
“โอสถหวนฟื้น ฉันจะให้คนส่งเทียบยาให้ทีหลังก็แล้วกัน” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าว
“ขอบคุณครับอาจารย์” โจวอี้ตอบ
การโทรสิ้นสุดลง
ฉู่เทียนฮุ่ยยืนอยู่ริมทะเลสาบด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
เธอได้ส่งคนไปสืบเรื่องโจวหงเย่แล้ว และยืนยันว่าโจวหงเย่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลโจวซึ่งถูกทำลายล้างไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เธอจึงรู้ว่าโจวอี้ก็เป็นสมาชิกของตระกูลโจวด้วย
อย่างไรก็ตาม ตระกูลโจวและนิกายเร้นลับมีความเกลียดชังที่ฝังลึก
เธอกังวลว่าโจวอี้จะหุนหันพลันแล่น ถ้าเขาอดทนไม่ได้ที่จะสู้กับนิกายเร้นลับก็อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ได้
สำนักโอสถไม่กลัวนิกายเร้นลับ แต่ถ้าสองนิกายหลักรบรากันเพราะโจวอี้ พวกเขาทั้งสองคงจะต้องจ่ายหนัก
จะทำอย่างไร?
เธอควรจะส่งโจวอี้ไปที่โลกตงเทียนตอนนี้ดีหรือไม่? เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับนิกายเร้นลับ
ณ โรงแรมวินน์ พาเลส
โจวอี้ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง อารมณ์ของเขาค่อนข้างสดใส
ตราบเท่าที่พ่อของเขาและโจวถงสามารถฟื้นคืนสติได้ เขาก็ยินดีจ่ายทุกราคา
“เปิดประตูหน่อย เปิดประตูให้ฉันที”
จู่ ๆ ประตูก็ถูกเคาะจากด้านนอก และเสียงอ้อแอ้ของผู้หญิงก็ดังเข้ามา
โจวอี้หันกลับมามองที่ประตูแล้วเดินไปเปิด
ทันใดนั้น!
กลิ่นแอลกอฮอล์ก็พัดโชยเข้ามา
เธอเป็นผู้หญิงที่แต่งหน้าอ่อน ๆ ฟันขาว และใบหน้าดูมีเลือดฝาด ซึ่งตอนนี้กำลังเมาและล้มลงในอ้อมแขนของโจวอี้
“ป้าเป่ย ทำไมเมื่อกี้ไม่เปิดประตูให้ล่ะ ฉันเวียนหัวมาก ห้องนี้มันหมุน หมุน หมุน หมุน ติ้ว…” ผู้หญิงคนนั้นพิงโจวอี้พลางพูดอย่างมึนเมา
“โอ้กก…”
โจวอี้หลบไปด้านข้าง หลีกเลี่ยงอาเจียนของผู้หญิงคนนั้น เขาขมวดคิ้วและปล่อยแขนเธอออกไป แต่เมื่อเขาเห็นเธอกำลังจะล้ม เขาก็คว้าแขนเธอไว้อีกครั้ง
เดี๋ยว…
ผู้หญิงคนนี้ดูคุ้น ๆ!
เขาเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน?
โจวอี้ขมวดคิ้วและมองไปที่ผู้หญิงขี้เมาอีกครั้ง หลังจากครุ่นคิดอยู่ประมาณสิบวินาที เขาก็จำได้ว่าเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน
ในทีวี!
ผู้หญิงคนนี้เป็นนักแสดงและดูเหมือนจะเป็นดาราหญิงที่ค่อนข้างโด่งดัง
แต่ในฐานะบุคคลสาธารณะ เธอจะดื่มจนตัวเองอยู่ในสภาพนี้กลางวันแสก ๆ ได้อย่างไร? เธอไม่กลัวโดนปาปารัซซี่ถ่ายรูปเหรอ?
แล้วเธอมาเคาะประตูห้องเขาได้ยังไง?
“คุณชื่อหยวนอี้เฟยใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“ฉัน… ช่าย ช่าย ช้านน คือหยวนอี้เฟย ของทู้กโคนนน” หยวนอี้เฟยโบกไม้โบกมือและผลักโจวอี้ออกไป จากนั้นเดินเซเข้าไปในห้องและทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา
“เฮ้ นี่ไม่ใช่ห้องของคุณ” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ปายห้ายโพ้น ครายอ่าา…” หยวนอี้เฟยพึมพำ ก่อนจะพลิกตัวแล้วเงียบไป
ผู้หญิงขี้เหล้า?
โจวอี้เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงคว้าตัวหยวนอี้เฟยแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ เขาคว้าเอวของเธอด้วยมือข้างหนึ่งและยกตัวเธอให้หัวทิ่มลงไปทางชักโครก ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มจุดชีพจรที่หลังของเธอสองสามครั้ง
“โอ้ก…” หยวนอี้เฟยอาเจียนออกมาอย่างรุนแรงแล้วจึงเงียบไปอีกครั้ง
โจวอี้คว้าผ้าขนหนูเช็ดปากให้เธอ แล้วอุ้มเธอกลับไปที่ห้องนั่งเล่น ก่อนจะโยนเธอลงบนโซฟานุ่ม ๆ
“เจ้านาย นี่ใครครับ?” เหมิงเทียนอ้าวเดินเข้ามา สีหน้าของเขาดูงุนงง
“ก็แค่ผู้หญิงขี้เมาคนหนึ่งน่ะ คงจะเคาะประตูผิด ตอนนี้เธอก็หมดสติไปแล้ว” โจวอี้พูดอย่างช่วยไม่ได้
“เธอสวยจัง เจ้านาย โชคของคุณในเรื่องผู้หญิงนี่ดีจังเลยน้า ผู้หญิงสวย ๆ มาหาคุณถึงหน้าห้องกลางวันแสก ๆ” เหมิงเทียนอ้าวพูดหยอกล้อ
“ไอ้เจ้าบ้านี่! เดี๋ยวฉันก็ส่งเธอให้นายดูแลซะนี่!” โจวอี้ตะคอก
“อย่าเลย ๆ ผมจำได้ว่าเธอเป็นดาราหญิงชื่อดัง ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงแบบนี้และลงเอยด้วยเรื่องอื้อฉาว อะแฮ่ม… ไม่สิ ๆ ผมพูดผิด จริง ๆ แล้วดาราหรือศิลปินหญิงน่ะดีมาก ดีมาก ๆ เลย ฮ่าฮ่า… ” เหมิงเทียนอ้าวหยุดกลางคัน เมื่อจำได้ว่าภรรยาของเจ้านายตัวเองก็เป็นดารานักร้องเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียง
“พูดเสร็จก็ไปล้างอ้วกที่ประตูด้วย” โจวอี้สั่ง
“ครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
โจวอี้นั่งลงบนโซฟาตรงข้ามหยวนอี้เฟยที่กำลังหลับอยู่ หลายครั้งที่เขาคิดจะไล่เธอออกไป แต่เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงและเป็นดาราดัง ในที่สุดเขาก็ยั้งตัวเองไว้
ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะมีความคิดบางอย่างขึ้นมา จึงลุกขึ้นและคุ้ยหาข้าวของของหยวนอี้เฟย เพื่อค้นหาโทรศัพท์ของเธอ
รหัสผ่าน?
ปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ!
ไม่มี?
สแกนใบหน้า!
ก็ยังไม่มี?
ผู้หญิงคนนี้เป็นคนโบราณหรือไง? โทรศัพท์รุ่นพระเจ้าเหาของเธอไม่รองรับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือหรือการจดจำใบหน้าด้วยซ้ำ
โจวอี้อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เธอ จากนั้นจึงโยนโทรศัพท์ลงข้าง ๆ แล้วนั่งลงบนโซฟาเหมือนเดิม
“หาเบอร์โทรผู้จัดการของหยวนอี้เฟยได้ไหม?” โจวอี้ถามเหมิงเทียนอ้าว
“ผมน่าจะทำได้นะ แต่คงต้องใช้เวลาสักแป๊บ”
“เฝ้าให้ดี! ถ้าอีกฝ่ายติดต่อมาก็บอกพวกเขาให้มารับเธอที่นี่” โจวอี้สั่ง
“ครับผม!”
ภายในล็อบบี้ของโรงแรม
เป่ยเหวินจวนกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเธอเห็นเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งมาหา เธอก็ถามขึ้นทันทีว่า “เป็นไงบ้าง เจอหรือยัง?”
“พี่เป่ย ฉันหามาหลายที่แล้ว แต่ยังไม่เจอพี่เฟยเลย ทำไมเราไม่โทรแจ้งตำรวจละคะ?” อาหยินซึ่งเป็นผู้ช่วยของเธอพูดด้วยความห่วงใย
“โทรหาตำรวจไม่ได้ ตัวตนของอี้เฟยพิเศษเกินไป ถ้าโทรหาตำรวจจะเป็นข่าวใหญ่ได้” เป่ยเหวินจวนปฏิเสธทันที จากนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ลองไปหาอีกครั้ง ฉันจะติดต่อทางโรงแรม เผื่อพวกเขาสามารถหาได้ว่าเธอไปที่ไหนบ้างถ้าตรวจสอบจากระบบบันทึกกล้องวงจรปิดในโรงแรม”
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะลองไปหาดูใหม่”