หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 669 แปรพักตร์
บทที่ 669 แปรพักตร์
โอกาสเดียว?
หัวใจของหูจื้อจวินราวกับถูกบีบรัด และเขารีบพยักหน้าและพูดว่า “ขอแค่คุณไว้ชีวิต ผมจะบอกทุกอย่าง”
“นามสกุลของผมคือหู ศิษย์ของนิกายอสูรดำ ครั้งนี้ผมติดตามผู้อาวุโสหกของนิกายมาที่เมืองจินหลิงเพื่อตามหาเด็กที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝน เราซุ่มซ่อนอยู่รอบ ๆ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเหิงปางซื่อเพราะเราพบเด็กหลายคนที่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ที่ดี เราวางแผนที่จะพาพวกเขาออกไป และส่งพวกเขาไปยังฐานฝึกของนิกายอสูรดำในต่างประเทศ”
“แกมาจากนิกายอสูรดำ นี่ยังไม่ยอมแพ้หลังจากล้มเหลวในเซี่ยงไฮ้?” โจวอี้กล่าว
“ค…คุณรู้เรื่องนั้นได้ไง?” หูจื้อจวินตกตะลึง
“มีคนบอกมาไง” โจวอี้ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและถามต่อไปว่า “ครั้งนี้พวกแกมาเมืองจินหลิงกี่คน? ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?”
“คราวนี้ผู้อาวุโสหกของเรานำทีมมาเอง รวมทั้งหมดยี่สิบสี่คน เราซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักส่วนตัวในเขตผูโข่ว แต่ตอนนี้ผู้อาวุโสหกออกคำสั่งให้เราเริ่มจับเด็กเหล่านั้นแล้ว ตอนนี้ทุกคนจึงกระจัดกระจายออกไปรอบเมืองจินหลิง ผมไม่รู้ตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละคน” หูจื้อจวินกล่าว
“ฐานฝึกในต่างประเทศของนิกายอสูรดำอยู่ที่ไหน?” โจวอี้ถาม
“ไม่รู้ รู้แต่ว่าอยู่บนเกาะร้าง”
“แน่ใจเหรอว่าไม่รู้?” โจวอี้มีท่าทีเย็นชา และเจตนาฆ่าก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
“ผมไม่รู้จริง ๆ ผมเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นปลาย ผมไม่มีคุณสมบัติที่จะรู้มากขนาดนั้น แต่ตอนที่ผมคุยกับเพื่อนของผม ผมได้ยินพวกเขาพูดถึงว่าเกาะร้างตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก” หูจื้อจวินรีบกล่าว
มหาสมุทรแปซิฟิก?
เกาะซ่อนหมอกอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกไม่ใช่หรือ?
อย่างไรก็ตาม มีเกาะมากมายนับไม่ถ้วนกระจายอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ใครจะรู้ว่ามันคือเกาะอะไรบ้าง?
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมา
“พาเขาเข้ามา ส่วนคนอื่น ๆ รออยู่ด้านนอก” โจวอี้พูดกับเหมิงเทียนอ้าว
ครู่ต่อมา
เหมิงเทียนอ้าวตามโจวอี้เข้าไปในห้องโถงของบ้านพักพร้อมกับลากหูจื้อจวินไปด้วย
“ชื่อ?” โจวอี้ถาม
“หูจื้อจวิน”
“สถานะในนิกายอสูรดำ”
“ผมเป็นเพียงศิษย์ธรรมดา ผมถูกพาไปที่นิกายอสูรดำตอนอายุสิบสาม หลังจากผ่านกระบวนการคัดสรร ผมรอดชีวิตมาได้และกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกยุทธ์ในนิกาย โดยรวมแล้วผมไม่ได้ออกมาโลกภายนอกแปดปีแล้ว” หูจื้อจวินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่อยากรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร?” โจวอี้เผยรอยยิ้ม
หูจื้อจวินก้มหัวลงและพูดว่า “อยาก!”
“นามสกุลของฉันคือโจว เป็นศิษย์ของสำนักโอสถ”
สำนักโอสถ?
นั่นเป็นหนึ่งในแปดนิกายหลักในโลกผู้ฝึกยุทธ์!
หูจื้อจวินมองไปที่โจวอี้ จากนั้นมองไปที่เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยที่อยู่ข้าง ๆ และนึกถึงชายหญิงวัยกลางคนอีกสองคนที่จับตัวเขาไว้ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกท้อแท้
ไม่โดนจับสิแปลกแล้ว!
ผู้ฝึกยุทธ์มากมายจากสำนักโอสถรอบตัวขนาดนี้ นับประสาอะไรกับเฉินหลงเปา แม้แต่ผู้อาวุโสหกก็ยังสู้ไม่ไหว
“หูจื้อจวิน นายคิดว่าการใช้ชีวิตอย่างหนูในความมืด หรือว่ามีชีวิตอยู่อย่างสดใสในโลกผู้ฝึกยุทธ์ดีกว่ากัน?” โจวอี้ถาม
“เอ่อ…อยู่อย่างสดใสดีกว่า” หูจื้อจวินกล่าวอย่างกระวนกระวายใจ
“ถ้าฉันให้โอกาสนาย โอกาสที่จะได้ไม่ต้องเป็นปรปักษ์กับนิกายหลักในโลกผู้ฝึกยุทธ์ โอกาสที่จะไม่ถูกคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงไล่ล่า โดยต้องแลกมาด้วยเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือนายต้องออกจากนิกายอสูรดำ และทำงาานให้ฉันหลังจากนี้ นายจะว่ายังไง?” โจวอี้ถาม
“ทำงานให้คุณ? คุณ…คุณขอให้ผมเป็นคนทรยศ?” ร่างกายของหูจื้อจวินสั่นเทา แววตาของเขาดูหวาดกลัว
คนอื่นไม่รู้ แต่เขารู้ชัดเจนมากว่าถ้าเขาถูกค้นพบว่าเป็นคนทรยศของนิกายอสูรดำ เขาจะถูกสับเป็นชิ้น ๆ และทรมานจนตาย!
“หูจื้อจวิน นอกจากจะเป็นศิษย์ของนิกายโอสถแล้ว ฉันยังเป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงด้วย ฉันคิดว่านายคงรู้ว่าสถานะนี้หมายถึงอะไร”
“ผมรู้ ผมรู้” หูจื้อจวินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ถ้านายเต็มใจที่จะทรยศนิกายอสูรดำและทำงานให้ฉันในอนาคต ฉันจะไม่เพียงแค่เพิกเฉยต่อการกระทำในอดีตของนายเท่านั้น แต่จะให้งานนายด้วย แน่นอนว่าฉันเป็นศิษย์ของสำนักโอสถและสิ่งที่ไม่ขาดคือทรัพยากรการฝึก ตราบใดที่นายซื่อสัตย์และทำงานเพื่อฉัน นายจะไม่มีวันขาดแคลนโอสถ” โจวอี้เริ่มล่อลวง
ทรัพยากร?
โอสถ?
แววตาของหูจื้อจวินเป็นประกาย
เขาขาดแคลนทรัพยากรการฝึก ขาดแคลนอย่างมากเลยด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจเลย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงพึ่งพาทรัพยากรการฝึกที่มีอยู่อย่างจำกัดที่นิกายส่งมาให้ทุกปี ซึ่งส่งผลต่อความเร็วในการฝึกฝนของเขาอย่างมาก
เขาถูกล่อลวงด้วยตัวตนที่สามารถเดินในโลกภายนอกได้อย่างผ่าเผย และทรัพยากรการฝึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด…
“หูจื้อจวิน ฉันสัญญากับนายอีกอย่าง ถ้านายเต็มใจที่จะติดตามฉันในอนาคต และมอบข้อมูลลับที่มีค่าให้ฉัน เมื่อนายทะลวงไปสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ฉันสามารถตัดสินใจให้นายเข้าร่วมสำนักโอสถของฉันได้” โจวอี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม
เข้าร่วมสำนักโอสถ?
ฉัน?!
หูจื้อจวินรู้สึกว่านี่มันบ้ามาก!
อย่างไรก็ตาม แม้จะรู้สึกว่ามันช่างบ้า แต่เขาก็ยังถูกล่อลวง
ถูกล่อลวงเป็นอย่างยิ่ง!
ถ้าเลือกได้ใครจะอยากอยู่ในนิกายอธรรมอย่างนิกายอสูรดำกันล่ะ ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในความมืด ต้องคอยระวังการไล่ล่าของฝ่ายธรรมะอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ระดับบรรพจารย์ยุทธ์..
ถ้าเขายังคงฝึกฝนด้วยความเร็วในปัจจุบัน มันจะเป็นคำถามใหญ่ว่าเขาจะสามารถทะลวงไปสู่ระดับปรมาจารย์ได้หรือไม่ คงไม่ต้องพูดถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์เลยด้วยซ้ำ
“คุณต้องการให้ผมทำอะไร?” หูจื้อจวินถามด้วยความยากลำบาก
“สำหรับตอนนี้ ฉันแค่ต้องการให้นายทำสองอย่าง อย่างแรก ตามหาว่าผู้อาวุโสหกของนิกายอสูรดำอยู่ที่ไหน และเด็กที่ถูกจับไปอยู่ที่ไหน ฉันต้องช่วยชีวิตเด็กพวกนั้น และฉันต้องการให้นายเล่นละครตบตาโดยการช่วยชีวิตผู้อาวุโสหกของนาย” โจวอี้กล่าว
แววตาของหูจื้อจวินเป็นประกาย
เขาเข้าใจเจตนาของโจวอี้แล้ว
ถ้าเขาช่วยชีวิตผู้อาวุโสหกด้วยความร่วมมือของโจวอี้ เมื่อผู้อาวุโสหกรอดไปได้ เขาจะมีผู้สนับสนุนที่แท้จริงในนิกายอสูรดำ ทำให้เขาทำงานได้ง่ายขึ้นในอนาคต
“แล้วอย่างที่สองคืออะไร?”
“ช่วยฉันหาเกาะของนิกายอสูรดำในต่างประเทศ” โจวอี้กล่าว
“ผมขอบุหรี่ได้ไหม?” หูจื้อจวินถาม
“แน่นอน!” โจวอี้หยิบบุหรี่ออกมาแล้วโยนให้อีกฝ่าย และสั่งให้เหมิงเทียนอ้าวแก้มัดอีกฝ่ายออก
หูจื้อจวินยังไม่ยืนขึ้น แต่ยังคงนั่งบนพื้นและจุดบุหรี่ หลังจากที่บุหรี่กำลังจะมอด เขาก็หายใจเข้าลึก ๆ และมองไปที่โจวอี้ “ผมยอมรับข้อเสนอ แต่ผมต้องการหลักประกัน”
“หลักประกันอะไร?”
“ผมต้องการทรัพยากรการฝึก และผมต้องทะลวงไปสู่ระดับกึ่งปรมาจารย์ให้เร็วที่สุด” หูจื้อจวินกล่าว
“ฮ่า ฮ่า!” โจวอี้หัวเราะลั่น
เขาหยิบขวดหยกออกมาจากอกแล้วโยนให้อีกฝ่าย “นี่คือโอสถทลายขอบเขตระดับทองคำ ข้างในมีโอสถสองเม็ด น่าจะเพียงพอสำหรับนายที่จะทะลวงไปสู่ระดับกึ่งปรมาจารย์”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบขวดหยกอีกขวดออกมาโยนให้หูจื้อจวิน
“มีอะไรอยู่ในนี้?” หูจื้อจวินถาม พยายามระงับความตื่นเต้นที่ปะทุขึ้น
“ในนั้นมีน้ำลายมังกรอยู่สิบหยด หลังจากที่นายทะลวงผ่านไปยังช่วงเริ่มต้นของระดับกึ่งปรมาจารย์แล้ว มันจะช่วยให้นายก้าวผ่านอีกระดับหนึ่งและไปถึงขั้นกลางของระดับกึ่งปรมาจารย์”
“ขอบคุณครับ เจ้านาย!” มือของหูจื้อจวินสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
โอสถทลายขอบเขตระดับทองคำ นี่คือโอสถที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้
น้ำลายมังกรเป็นสมบัติล้ำค่าในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์
เพียงหยดเดียวมีค่าเกือบเท่าโอสถระดับทองคำ
สองเดือน…
ไม่สิ!
ตราบใดที่ให้เวลาฝึกฝนสักสิบวัน เขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับกึ่งปรมาจารย์ได้
“หูจื้อจวิน หลังจากที่นายทำงานแรกเสร็จ ฉันจะให้ทรัพยากรในการฝึกฝนกับนาย ซึ่งนั่นน่าจะเพียงพอที่นายจะทะลวงไปสู่ระดับปรมาจารย์ได้” โจวอี้กล่าว
“ตกลงครับ! ผมจะเชื่อฟังเจ้านาย!”