หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 679 ตรวจสอบกระดูก
บทที่ 679 ตรวจสอบกระดูก
โจวอี้สามารถเดาความคิดของหลิวไห่ชิงได้จากการแสดงออกของอีกฝ่าย เขาปล่อยกลิ่นอายออกมาสองสามวินาที แล้วดึงกลับอย่างรวดเร็ว
การกระทำนี้ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพมากกว่าการตอบด้วยคำพูด
โอ้พระเจ้า!
กลิ่นอายนี้…
สีหน้าของหลิวไห่ชิงเปลี่ยนไปอย่างมาก
เขารู้สึกประหลาดใจ เพราะในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวจากกลิ่นอายนี้เกือบจะทำให้เขาสำลัก
โจวอี้คนนี้คือใครกันแน่?
การฝึกฝนของอีกฝ่ายแข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้อย่างไร?
หลิวไห่ชิงหันไปมองที่เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยที่ยืนอยู่ข้างโจวอี้ พวกเขาแก่กว่ามาก แต่การอยู่กับโจวอี้แบบนี้หมายความว่าอย่างไร
เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าโจวอี้?
พวกเขาอยู่เคียงข้างโจวอี้เพื่อปกป้องความปลอดภัยของชายหนุ่มคนนี้?
ถ้าใช่…
หลิวไห่ชิงสูดหายใจเข้าลึก และถามโจวอี้ด้วยการผสานมืออย่างนอบน้อม “น้องโจว ขอถามได้ไหมว่า… ”
“สำนักโอสถ โจวอี้” โจวอี้ตอบด้วยรอยยิ้ม
สำนักโอสถ?
หนึ่งในแปดนิกายหลักในโลกผู้ฝึกยุทธ์ นิกายทรงพลังที่เชี่ยวชาญในการเล่นแร่แปรธาตุและการกลั่นยา?
หลิวไห่ชิงกลืนน้ำลายและมองไปที่หวงไห่เทาด้วยความยากลำบาก เพียงเพื่อที่จะพบว่าอีกฝ่ายพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
นี่เป็นความจริง!
ชายหนุ่มคนนี้เป็นศิษย์ของสำนักโอสถจริง ๆ!
นอกจากนี้ การมีผู้อาวุโสสองคนคอยปกป้อง สถานะและตำแหน่งในสำนักของโจวอี้คงต้องสูงมากใช่ไหม?
“พี่หลิว แล้วนักเรียนล่ะ?” โจวอี้ถาม
“น้องโจว วางใจได้ ฉันจะจัดการนำนักเรียนทุกคนที่มีอายุแปดถึงสิบแปดปีในโรงเรียนมาให้เป็นการส่วนตัว ดังนั้นน้องโจวจะสามารถใช้เวลาเลือกได้ ตราบใดที่นายชอบพวกเขา โรงเรียนการฝึกยุทธ์ของเราก็จะช่วยสื่อสารกับพ่อแม่ของพวกเขาให้” หลิวไห่ชิงกล่าวอย่างจริงจัง
เขาคำนวณอยู่ในใจไว้แล้ว
นักเรียนโรงเรียนการฝึกยุทธ์มีความสำคัญอย่างไร? ทุก ๆ ปี โรงเรียนการฝึกยุทธ์ได้ต้อนรับนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งหลายคนมีพรสวรรค์ที่ดี ไม่สำคัญว่าโจวอี้ต้องการหนึ่งร้อยหรือพันคน เขาย่อมสามารถเลือกต้นกล้าชั้นดีจากนักเรียนหลายหมื่นคนมาให้ได้
ตราบใดที่เขาใช้โอกาสนี้เกาะขาของโจวอี้ไว้ได้ อนาคตของเขาจะเต็มไปด้วยผลประโยชน์อย่างแน่นอน
ให้เขาเลือกเอง?
ดวงตาของโจวอี้เป็นประกาย เขาหันไปหาเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ในเมื่ออาจารย์ใหญ่หลิวนั้นสุภาพมากเท่านี้ก็ช่วยลดปัญหาได้เยอะ ผู้อาวุโสช่วยผมเลือกเด็กที่มีฐานกระดูกดี ๆ ให้ผมที”
“เรื่องกล้วย ๆ” เหลียงเหล่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
เรื่องกล้วย ๆ?
ริมฝีปากของโจวอี้ยกยิ้ม
เขาได้ยินคำสัญญาของหลิวไห่ชิงชัดเจนแล้วว่าจะนำนักเรียนทั้งหมดที่มีอายุแปดถึงสิบแปดปีจากทั้งโรงเรียนมาให้เขาเลือก
ตามข้อมูลที่เขามี มีนักเรียนหลายหมื่นคนในโรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้า ถ้าพวกเขาตรวจสอบพรสวรรค์ของนักเรียนทีละคน ภาระงานคงจะเยอะจนน่ากลัว
“ผู้เฒ่าเหลียง ผมควรจะเรียกคนมาช่วยมากกว่านี้ดีไหม คุณสองคนอายุมากแล้ว และไม่ควรที่จะเหนื่อยเกินไป” โจวอี้กล่าว
“แค่คัดเลือกเด็กที่มีความสามารถจะเหนื่อยแค่ไหนกันเชียว ไม่ต้องกังวลน่า! เฒ่าเวิงและข้าจะรีบเลือกพวกเขาให้เจ้าเอง” เหลียงเหล่ยพูดอย่างมั่นใจ
เวิงหลิวกุ้ยยิ้มและพยักหน้เห็นด้วย
“เอาล่ะ ผมจะให้เฉินซานช่วยคุณด้วยนะ” โจวอี้หัวเราะ
“ไม่จำเป็น!” เหลียงเหล่ยโบกมือแล้วมองไปที่หลิวไห่ชิง “นักเรียนอยู่ที่ไหน อย่ารอช้า มาเริ่มเลือกกันตอนนี้เลย จะได้จบเร็วขึ้นและจะได้ไปพักผ่อน”
“ตอนนี้เลยเหรอ เอ่อ…” หลิวไห่ชิงลังเลและมองไปที่โจวอี้
“พี่หลิว ในเมื่อผู้อาวุโสทั้งสองพูดแล้วพี่ก็ช่วยจัดการที! ให้พวกเขาเลือกจากชั้นเรียนหนึ่งไปยังอีกชั้นเรียนหนึ่ง ตั้งแต่อายุน้อยที่สุดไปจนถึงอายุมากที่สุด” โจวอี้ยิ้ม
“มันจะดีเหรอ? ฉันหมายถึง…ก็ได้!” หลิวไห่ชิงกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ในไม่ช้า นักเรียนสองชั้นเรียนก็ถูกจัดมาเข้าแถวที่สนามของโรงเรียน
นักเรียนของโรงเรียนการฝึกยุทธ์ไม่รู้ว่าถูกเรียกออกมายืนในสนามทำไม แต่เนื่องจากอาจารย์ใหญ่พูดเป็นการส่วนตัวและครูเป็นคนจัดการเอง ทุกคนจึงมาที่สนามอย่างเชื่อฟัง
ขณะที่เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยตรวจสอบนักเรียนทีละคน โจวอี้และหลิวไห่ชิงซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปสิบเมตรก็รู้สึกหมดหนทาง
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกระซิบว่า “พี่หลิว ช่วยหาครูมาดูแลลูกสาวสองคนของผมที และเรียกให้ชั้นเรียนอื่น ๆ เข้าแถวด้วย! ผู้อาวุโสสองคนนี้ไม่ได้อยู่ในโลกภายนอกมานานหลายทศวรรษแล้ว และไม่รู้สถานการณ์ของโรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้า ถ้าพวกเขาตรวจสอบแบบนี้ต่อไปคงจะใช้เวลาสามถึงห้าวันเลยมั้งกว่าจะเสร็จ”
“เอาล่ะ ฉันจะจัดการทันที” หลิวไห่ชิงกล่าวอย่างโล่งใจ
ไม่กี่นาทีต่อมา หลิวไห่ชิงออกคำสั่งก่อนจะลับมาหาโจวอี้แล้วกระซิบว่า “ผู้อาวุโสทั้งสองไม่ได้ออกมาโลกภายนอกนานหลายสิบปีแล้วจริง ๆ เหรอ?”
“ใช่!” โจวอี้พยักหน้า
“ฉันถามได้ไหม ระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาคืออะไร…?” หลิวไห่ชิงถามอย่างลังเล
“ผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานเต๋าขั้นต้นยังไม่อาจเทียบกับพวกเขาได้” โจวอี้ไม่ได้ปิดบังความจริง
ระดับผสานเต๋าขั้นต้นก็ยังไม่สามารถต้านทานพวกเขาได้?
หลิวไห่ชิงรู้สึกงุนงง
สำหรับเขาแล้ว ระดับผสานเต๋าคือบุคคลที่แข็งแกร่งระดับตำนาน ในช่วงชีวิตของเขา การได้เห็นใครคนหนึ่งในระดับนี้จากที่ไกล ๆ ถือเป็นพรอันประเสริฐแล้ว ไม่ต้องพูดถึงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เลย
แต่วันนี้ ตัวตนระดับผสานเต๋าสองคนอยู่ตรงหน้าเขา และทั้งสองได้คุยกับเขาอีกต่างหาก สิ่งนี้ทำให้หัวใจที่ตื่นเต้นของหลิวไห่ชิงสั่นรัว
ในไม่ช้า นักเรียนจากชั้นเรียนอื่น ๆ ก็เดินแถวมาถึงสนาม
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยรู้สึกประหลาดใจที่เห็นนักเรียนจากชั้นเรียนมากกว่าโหล แต่เมื่อพวกเขาเห็นโจวอี้และเฉินซานตรวจสอบความสามารถของนักเรียนด้วย พวกเขาก็รู้สึกหมดหนทาง คิดว่าโจวอี้ประเมินพวกเขาต่ำไป
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
นักเรียนสิบสองห้องถูกตรวจสอบโดยพวกเขาสี่คน
ในหมู่นักเรียนทั้งหมดมีเพียงหกคนเท่านั้นที่ได้รับเลือก
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ทำไมนักเรียนเยอะจัง”
“ชั่วโมงกว่าแล้ว ข้าตรวจชั้นเรียนมากกว่าสิบห้อง ทำไมจำนวนคนถึงไม่ลดลงเลย”
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยมึนงง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นแต่ละชั้นเรียนมาที่สนามเรื่อย ๆ และพวกเขาก็เหลือบมองโจวอี้เป็นครั้งคราว
ตอนเย็น
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยยิ้มอย่างขมขื่น
ตอนเที่ยงคืน
ทั้งสองคนตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
พอถึงหกโมงเช้า
หัวใจของพวกเขาก็ด้านชาไปแล้ว
นักเรียนจากชั้นเรียนหนึ่งไปยังอีกชั้นเรียนหนึ่งยังคงเข้าแถวเพื่อตรวจสอบจากคนทั้งสี่ และจำนวนนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายในยามเช้าตรู่ พวกเขาก็สามารถคัดเลือกนักเรียนที่มีกระดูกดีมาได้มากกว่า 60 คน จากทั้งหมดกว่า 1000 คน
หลิวไห่ชิงรีบกลับมาอีกครั้ง เมื่อคืนเขาอยู่ที่นี่จนถึงเวลาเช้าตรู่ก่อนที่จะกลับไปยังสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่เพื่อพักผ่อน
“นี่ แค่จัดโต๊ะแล้ววางไว้ด้านบน” หลิวไห่ชิงสั่งให้คนข้างหลังเก็บอาหารที่พวกเขานำมา
“พี่หลิว ขอบคุณนะ” โจวอี้หยุดตรวจสอบกระดูกของนักเรียนและเดินไปหา
“น้องโจว เหนื่อยไหม? อยากพักก่อนไหม พักเสร็จแล้วฉันจะให้เด็ก ๆ กลับมาเข้าแถวตรวจร่างกายอีกรอบ” หลิวไห่ชิงถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรครับ สำหรับเรา การไม่กินดื่ม หรือไม่นอนสักสามถึงห้าวันจะยังไม่ส่งผลกระทบมากนัก” โจวอี้ยิ้ม เขามองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า “เห็นหวงไห่เทา กับลูกสาวของผมไหม?”
“พวกเขายังพักผ่อนอยู่หรือเปล่า?” หลิวไห่ชิงถามอย่างลังเล
“ใช่แล้ว”
โจวอี้ไม่ได้พูดอะไรอีก
มีหวงไห่เทาและครูหญิงอีกสองคนที่หลิวไห่ชิงจัดไว้เป็นพิเศษ เขาเชื่อว่าลูกสาวทั้งสองน่าจะสบายดี
สิบนาทีต่อมา
เมื่อโจวอี้เริ่มตรวจสอบกระดูกของนักเรียนอีกครั้ง ใครบางคนก็วิ่งเข้ามา และเมื่อเขาอยู่ห่างจากหลิวไห่ชิงราว ๆ เจ็ดหรือแปดเมตร เขาก็ตะโกนขึ้นเสียงดังว่า “อาจารย์ใหญ่! เกิดเรื่องแล้วครับ!”