หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 781 อยากสู้
บทที่ 781 อยากสู้
หมิ่นเป่ย มณฑลฝูเจี้ยน
ลึกเข้าไปในถ้ำใต้หน้าผา แม่เฒ่าเสวียนหยินใช้เข็มถักไหมพรมอย่างอารมณ์ดี
ชาร้อนส่งกลิ่นหอมวางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ
ฟิ้ว!
ลิงขาวราวหิมะปรากฏตัวขึ้นอีกด้าน มันยื่นผลไม้สีแดงเลือดในมือให้แม่เฒ่าเสวียนหยิน
“รากบัวที่ตามหายังไม่เจออีกเหรอ?” เธอวางไหมพรมก่อนจะรับผลไม้วิญญาณมาปลอกเปลือกด้วยความเร็วแสง เพียงไม่กี่วินาทีเปลือกทั้งหมดก็ร่อนออกจนเสร็จสรรพ
ลิงขาวยกมือเกาท้ายทอยก่อนจะพยักหน้าด้วยท่าทีน่าสงสาร
“ไม่ต้องมาทำตัวหงอยต่อหน้าข้า หาต่อไป เวลาของข้าใกล้จะหมดแล้ว ถ้ายังหารากบัวไม่เจอภายในสามเดือนและไม่สามารถสำเร็จยุทธ์ระดับเทพแปลงได้ จุดจบของข้าก็จะมาเยือน แกสองคนก็ต้องเอาตัวรอดกันเองแล้วล่ะ” แม่เฒ่าเสวียนหยินกล่าว
“ตามหา…” ลิงขาวอ้าปากพูด
หากเป็นคนธรรมดามาได้ยินคงอึ้งไปแล้ว!
จังหวะการพูดของเจ้าลิงขาวฟังดูสละสลวย ทันใดนั้นมันก็ตัวสั่นก่อนจะรีบวิ่งออกไป เพียงไม่กี่อึดใจก็กลับมาหาเธออีกครั้ง และครั้งนี้ในมือมันมีตัวนิ่มที่ยังคงดิ้นอยู่
มันทุบหัวตัวนิ่มด้วยกำปั้น ก่อนจะโยนขึ้นสูง ตัวนิ่มดีดดิ้นคล้ายพยายามหนี ลิงขาวกระโจนขึ้นเตะตัวนิ่มกระเด็นก่อนจะร่วงกระแทกพื้นห่างไปมากกว่าสิบเมตร
หลังจากคำนับให้แม่เฒ่าเสวียนหยิน ลิงขาวตัวนี้ก็รีบโผไปหาตัวนิ่มและคว้ามันหายลับไปตามเส้นทางถ้ำ
แม่เฒ่าเสวียนหยินกินผลไม้วิญญาณเงียบ ๆ ด้วยแววตาวูบไหว
กระทั่ง… ใครบางคนปรากฏตัวขึ้นในถ้ำ เธอจึงโยนเปลือกผลไม้ไปด้านข้าง ก่อนจะเช็ดมุมปากด้วยผ้าเช็ดหน้า จับจ้องมองหูจื้อจวินที่วิ่งมาหา
“เจอสมบัติแล้วเหรอถึงได้ดูดีใจแบบนี้?” เธอถามพลางยิ้มบาง ๆ
“ผมได้ข่าวมา” หูจื้อจวินบอกด้วยท่าทีตื่นเต้น
“ว่ามาสิ”
“เกาะที่นิกายอสูรดำใช้เป็นค่ายฝึกลับในต่างประเทศถูกระเบิด ทั้งเกาะไม่หลงเหลืออะไรเลย” เขาหัวเราะ
“ระเบิดทั้งเกาะเหรอ?” สีหน้าของเธอออกจะแปลกใจอยู่บ้าง
“ใช่แล้ว ระเบิดไม่เหลือเลยครับ ผมเลยมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของสำนักโอสถแน่ เดาว่าศิษย์ทั้งหมดของนิกายอสูรดำ รวมถึงผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าทั้งสองคนนั้นน่าจะตายแล้ว” เขาพูดมาถึงตรงนี้ก็สูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยต่อ “ผมว่าที่สำนักโอสถระเบิดก็เพราะจะทำลายศพและร่องรอย”
“คนสำนักโอสถไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอกน่า” เธอบอกขณะส่ายหน้า
ทว่าพอเอ่ยจบ ชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจเธอ
โจวอี้!
หรือจะเป็นฝีมือของคนสำนักโอสถจริง ๆ
หากเป็นแบบนั้น…ก็คงเป็นศิษย์นอกคอกของสำนักโอสถคนนั้น!
เธอหยิบไหมพรมขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะพูดว่า “เล่าต่อสิ”
“ตอนนี้โลกผู้ฝึกยุทธ์วุ่นวายกันใหญ่แล้ว ลือกันว่านิกายอสูรดำตั้งค่ายฝึกลับในแถบทะเลต่างประเทศ แต่ถูกพวกอเวจีโลหิตถล่ม… แม่เฒ่ารู้ข่าวล่าสุดไหม ซิ่วตงที่อยู่ระดับผสานเต๋าคนนั้นน่ะ หนึ่งในคนที่ประจำการอยู่บนเกาะที่เป็นค่ายฝึก” หูจื้อจวินหัวเราะ
“อืม พูดต่อสิ…”
“ว่ากันว่าตัวตนที่แท้จริงนั้นเขาเป็นศิษย์จากนิกายอเวจีโลหิต แต่แฝงตัวไปอยู่ในนิกายอสูรดำตั้งแต่เด็ก พออายุเกือบร้อยก็ไม่ใช่แค่สำเร็จไปถึงระดับผสานเต๋า แต่ยังได้ตำแหน่งใหญ่โตในนิกายอสูรดำด้วย” เขาเล่า
“ซิ่วตงเป็นพวกนิกายอเวจีโลหิตเหรอ ฮ่า ๆ… ถ้าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงก็น่าสนใจมาก ดูท่านิกายอสูรดำกับอเวจีโลหิตจะแตกคอกันแล้วสินะ คงถึงขั้นกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกันด้วย” แม่เฒ่าเสวียนหยินหัวเราะลั่น
“กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไปแล้วล่ะครับ” เขาขำ
“หือ นิกายอสูรดำออกตัวแล้วเหรอ?” เธอถามด้วยความแปลกใจ
“ผมก็ไม่รู้เรื่องนั้น แต่ลือกันว่าไม่ใช่แค่เรื่องที่ซิ่วตงเป็นคนของอเวจีโลหิต แต่คดีใหญ่ ๆ ของนิกายอสูรดำตลอดหลายร้อยปีก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วย” เขากำหมัดแน่นก่อนจะพูดต่อ “หลายร้อยปีที่ผ่านมา มียอดฝีมือหลายคนของนิกายอสูรดำทั้งตายและหายตัวไป ว่ากันว่าซิ่วตงเป็นคนฆ่า”
เธออึ้งไปก่อนจะหัวเราะดังกว่าเดิม
“มีอีกไหม?”
“ครับ ยังมีอีกเยอะ อย่างเรื่องที่นิกายอสูรดำจับเด็กหลายพันคนจากทั่วโลกแล้วถูกเปิดโปง เรื่องผลไม้วิเศษบนเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกที่บอกว่าพอคนทั่วไปกินแล้วจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้ เรื่องเหมืองแก่นวิญญาณในในมหาสมุทรแอตแลนติก…” เขาเล่าข่าวทั้งหมดที่ได้ยินมา สุดท้ายก็เอ่ยว่า “ตอนนี้กองกำลังทั่วโลกสนใจมหาสมุทรแอตแลนติก ทำเอาไม่มีใครสนใจเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกของนิกายอสูรดำที่เพิ่งถูกระเบิดไปเลย”
“น่าสนใจ น่าสนใจมากจริง ๆ”
“ข่าวพวกนี้จะจริงหรือเท็จก็ไม่รู้หรอก”
“ดูเหมือนว่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ที่จงใจกลบเกลื่อนเรื่องค่ายฝึกลับในต่างประเทศของนิกายอสูรดำ”
“แบบนี้นิกายอสูรดำก็จะเป็นเสี้ยนหนามของกองกำลังมากมาย และยังต้องกลายเป็นศัตรูกับนิกายอเวจีโลหิตด้วย”
แม่เฒ่าเสวียนหยินเอ่ยจบ แววตาเธอก็วาววับขึ้นมา ก่อนจะมองหน้าหูจื้อจวินและถามว่า “เจ้าคงยังเล่าไม่หมดใช่ไหม?”
“ใช่ครับ ผมได้ข่าวมาว่าโจวอี้ไปเกาะไซปันเมื่อไม่กี่วันก่อน”
“ว่าแล้วเชียว…”
เธอก้มหน้าและเริ่มถักไหมพรมต่อ “คราวนี้สำนักโอสถเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะจัดการกับเด็กหลายพันคนพวกนั้นยังไง”
“เด็กพวกนั้นหายตัวไปครับ”
“หายไปเหรอ?”
“ใช่ ผมไม่ได้ข่าวเลย แม้แต่จากคณะกรรมการเถิงหลงก็ยังไม่ได้ข่าว คิดว่าถ้าคณะกรรมการเถิงหลงรู้เรื่องนี้ก็คงปิดบังไม่ได้หรอก ความเป็นไปได้เดียวก็คือเด็ก ๆ ถูกคนสำนักโอสถซ่อนตัวเอาไว้”
“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่านิกายอสูรดำจับตัวเด็กทุกชาติทุกสีผิวจากทั่วโลกมาใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น สำนักโอสถก็คงไม่ยอมรับอยู่แล้ว พวกเขาเคร่งครัดคร่ำครึขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้หรอก… แต่ข้าก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นโจวอี้” เธอเอ่ยตามความคาดเดา
“ผมเองก็คิดแบบนั้น ก็เลยเตรียมกลับไปนิกายอสูรดำ”
“เจ้าน่าจะรู้ว่าถ้าสำนักโอสถฆ่าทุกคนบนเกาะจริง ๆ ถ้าเจ้ากลับไปคนเดียวคงจะอันตรายมาก”
“เสี่ยงมากก็ได้มาก ผมต้องแสดงให้เขาเห็นในคุณค่าของผม” เขาเอ่ยพลางเปิดเสื้อให้เห็นแผลเป็นบนอก “เมื่อเดือนก่อนผมบาดเจ็บ ขอแค่แม่เฒ่าช่วยเหลือ ผมก็จะกลับไปได้ครับ”
“ต้องการแบบนั้นจริงเหรอ?” เธอถามเสียงเรียบ
“ผมตัดสินใจแล้ว แทนที่จะเป็นหนูท่อตาบอดอยู่ในนิกายอสูรดำ สู้เดินอย่างสง่าผ่าเผยในโลกดีกว่า เขาเป็นคนแข็งแกร่งมาก ความเฉลียวฉลาดและแผนการก็ทรงพลังมาก ผมก็เลยอยากร่วมต่อสู้กับเขาด้วย” เขาบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น