หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 864 ค้นพบ
ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ ผู้แข็งแกร่งล้วนเป็นที่นับถือ
หลังการต่อสู้ครั้งใหญ่ โจวอี้เอาชนะผู้แข็งแกร่งที่เป็นที่นับถือของทุกคนมาได้ ไม่มีใครกล้าพูดว่าตนเองแข็งแกร่งกว่าโจวอี้ แม้ว่าเขาจะอายุน้อยมากก็ตาม
อีกทั้งโจวอี้ยังมีตำแหน่งสำคัญที่พวกเขานับถือ นั่นก็คือผู้มีทักษะทางการแพทย์
หลังการต่อสู้ครั้งใหญ่ พวกเขากว่าครึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส
ผู้แข็งแกร่งทุกคนที่ได้รับการรักษาจากเขารู้สึกซาบซึ้งใจในตัวโจวอี้
ครึ่งวันต่อมา
หลังจากรักษาทุกคนแล้ว โจวอี้ จ้านเฟิง และเกาหาน รวมถึงดาบดาราทั้งสี่ขึ้นไปยังยอดเขาหินดำ เมื่อทอดสายตามองไประยะไกลก็ไม่เห็นสัตว์ต่างดาวอีก
“ด้านในคงเป็นพื้นที่กึ่งกลางของสุสานมังกรจริง ๆ แล้ว” จี้หมิงถังที่มีบาดแผลเต็มตัวบอกขณะเดินมาอยู่ข้างโจวอี้
“ด้านในอันตรายไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“แน่อยู่แล้วล่ะ!” จี้หมิงถังพยักหน้า
“ดูท่าแล้วผู้อาวุโสจี้คงจะคุ้นเคยกับสุสานมังกรมากเลยใช่ไหมครับ?” โจวอี้ถามพลางยกยิ้ม
“ฉันก็คุ้นเคยกับมันจริง ๆ นั่นแหละ เพราะว่าคนในตระกูลฉันเคยมาที่นี่ แล้วก็บังเอิญได้พงศาวดารเกี่ยวกับสุสานนี้มาเก็บเอาไว้เป็นสมบัติสืบทอดกันมาในตระกูลมากกว่าสิบรุ่นแล้ว”
“เล่าเรื่องสุสานมังกรนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?”
“ได้สิ นายเป็นผู้มีพระคุณของฉันนี่” จี้หมิงถังหยอกล้อก่อนจะเริ่มเล่า
“เขาลูกนี้เป็นเหมือนขอบเขตกั้นส่วนกลางของสุสานเอาไว้ มีสัตว์ประหลาดน่ากลัวและกับดักมากมาย แถมยังมีพาหะนำโรคร้ายด้วย แต่ว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดก็ยังเป็นสุสานของมังกรโบราณอยู่ดี”
“มังกรโบราณน่ะดุร้ายโดยกำเนิด แต่ก็มีสติปัญญาสูง ว่ากันว่าเมื่อหลายหมื่นปีก่อนตอนที่เกิดเผ่ามังกรโบราณขึ้นมาในโลก สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต้องยอมสิโรราบให้พวกมัน แต่อยู่ ๆ พวกมันก็หายไปอีกครั้ง ร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้ก็หายไปด้วย เหลือแค่พงศาวดารส่วนหนึ่งและสุสานมังกรในเขตแดนลับแห่งนี้”
“ก่อนที่เธอจะมาที่นี่คงเห็นสุสานละลานตาพวกนั้นแล้ว อันที่จริงพวกมันไม่ได้เป็นสุสานของมังกรโบราณหรอก แต่เป็นสายพันธุ์ที่มีสิ่งมีชีวิตที่มีสายเลือดมังกรโบราณผสมอยู่”
“ตั้งแต่เขาหินดำเป็นต้นไปถึงจะเป็นสุสานมังกรโบราณที่แท้จริง”
“พวกมันชอบเก็บสะสมสมบัติมากก็เลยมีสมบัติมหาศาลในสุสานแห่งนี้ แต่ว่าก็วางกลไกป้องกันและอันตรายเอาไว้มากเหมือนกัน”
“ตามจารึกของบรรพบุรุษฉันบอกเอาไว้ว่าครั้งล่าสุดที่สุสานมังกรเปิดออก มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์และบรรพจารย์ยุทธ์เข้าไปในสุสานมากกว่าหมื่นคน”
“รู้ไหมว่าสุดท้ายมีกี่คนที่รอดชีวิตออกมาได้”
“ไม่ถึงพันคน!”
“ตอนที่เปิดออกคราวนั้นก็เพียงเพราะพวกสัตว์ต่างดาวบังเอิญไปแตะต้องถูกคาถาที่ผนึกสุสานเอาไว้”
“ดังนั้นพอสุสานเปิดออกคราวนี้ ฉันเองก็รู้สึกว่าสุสานมังกรโบราณส่วนใหญ่ยังปิดอยู่ น่าจะมีแค่หลุมเดียวที่บังเอิญเปิดออกเพราะพวกสัตว์ประหลาดไปแตะต้องคาถาที่ผนึกเอาไว้เหมือนคราวก่อน”
“การหาสมบัติในสุสานมังกรเลยต้องไปหาในสุสานมังกรโบราณหลุมนั้นให้เจอ”
พูดถึงตรงนี้ จี้หมิงถังก็เงียบไป
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าชายชรา
“หมายความว่าที่เราพยายามสู้กันมา สุดท้ายก็ต้องหวังพึ่งโชคเหรอครับ?” โจวอี้ถาม
“ใช่แล้ว ถ้าบังเอิญโชคดีเจอสุสานมังกรโบราณที่เปิดอยู่ เข้าไปด้านในและผ่านพ้นอันตรายมาได้ถึงจะได้สมบัติที่ถูกฝังเอาไว้กับมังกรโบราณ” จี้หมิงถังกล่าว
โจวอี้ยังคงยิ่งเงียบ
จ้านเฟิงและเกาหานที่อยู่ข้าง ๆ สบตากัน
หากสิ่งที่จี้หมิงถังเล่ามาเป็นเรื่องจริง หลังจากเข้าสุสานมังกรไปคราวนี้อาจจะกลับออกไปมือเปล่า
ไม่สิ!
พวกเขาไม่ได้กลับไปมือเปล่า ตอนที่สู้กับพวกสัตว์ต่างดาวก็ได้ลููกกลมสีดำมาตั้งมากมาย ซึ่งถือว่ามีมูลค่าไม่น้อย
“ผู้อาวุโสจี้ครับ ยังคิดจะเข้าไปด้านในอีกไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“เรามาถึงที่นี่กันแล้ว พยายามสู้กันมาตั้งนาน ก็ต้องไปต่ออยู่แล้วล่ะ ส่วนเราจะเจอสุสานมังกรที่เปิดอยู่หรือเปล่าก็คงต้องแล้วแต่โชคชะตา” อีกฝ่ายยิ้ม
ทันใดนั้น!
สายตาของเขาก็ฉายแววประหลาด เขาครุ่นคิดครู่เดียวก็ยกยิ้ม “ตอนที่นายสู้กับสัตว์ประหลาดก็ได้ลาภลอยมาด้วยไม่ใช่เหรอไง?”
“อะไรนะครับ?” โจวอี้อึ้งไป
“นี่ไง!” ลูกกลมสีดำปรากฏขึ้นในมือของจี้หมิงถัง
“อะแฮ่ม เห็นด้วยเหรอครับเนี่ย?” โจวอี้ถามกลบเกลื่อน
“เพราะดีใจที่เอาตัวรอดมาได้ตอนนายมาช่วยสู้กับพวกสัตว์ประหลาด ก็เลยไม่ทันสังเกตตอนนั้น แต่หลังจากสู้จบ หลายคนก็เจอพวกมัน แล้วก็พบว่ามันบรรจุแก่นชีพเอาไว้เยอะเลย” จี้หมิงถังหัวเราะ
โจวอี้พุ่งตัวไปยังเชิงเขาทันที
เป็นอย่างที่คิด!
เขาเห็นผู้แข็งแกร่งหลายคนที่รักษาตัวหายดีแล้วกำลังชำแหละซากของสัตว์ต่างดาว ไม่เพียงแต่จะยึดชิ้นส่วนอวัยวะของพวกมันมาเท่านั้น แต่ยังค้นหาลูกกลมสีดำอีกด้วย
ช่วยไม่ได้…
เดิมทีเขาวางแผนจะรอให้ทุกคนเดินทางเข้าไปด้านในแล้วจะกลับมาที่นี่พร้อมกับพรรคพวกเพื่อชำแหละซากค้นหาลูกกลมสีดำในตัวพวกมัน
ทว่าตอนนี้เป็นเขาเองที่ประมาทโลกใบนี้มากเกินไป
“มาเริ่มเก็บด้วยกันเถอะ?” โจวอี้บอกเสียงเข้ม
“อืม!”
จ้านเฟิงและเกาหาน รวมถึงดาบดาราทั้งสี่พุ่งตัวไปยังกองซากสัตว์ต่างดาว
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
โจวอี้และพรรคพวกก็กลับมารวมตัวกัน
พวกเขาได้ลูกปัดมาจำนวนมาก ทว่าผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์คนอื่นก็ได้มาไม่น้อยเช่นกัน การมีอยู่ของมันทำให้คนที่ไม่เคยค้นพบมันมาก่อนต้องตกตะลึง
ท้ายที่สุดซากสัตว์ต่างดาวหลายหมื่นตัวก็ถูกชำแหละ อีกทั้งพวกเขายังตั้งชื่อให้กับลูกกลมสีดำนี้ว่า ‘ไข่มุกแก่นชีพ’
ใช่แล้ว
เป็นชื่อที่เข้าใจได้ง่ายมาก!
เนื่องจากมันบรรจุพลังชีวิตของสัตว์ประหลาดพวกนี้เอาไว้
“คราวนี้เราเจ็ดคนเก็บไข่มุกแก่นชีพมาได้ 2,350 เม็ด เก็บเอาไว้ที่นี่ก่อน แล้วค่อยแบ่งกันหลังจากที่เราออกจากสุสานมังกรแล้วนะครับ” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่มีปัญหา!”
คนอื่น ๆ พยักหน้ารับ
พวกเขาไม่มีที่เก็บสมบัติไว้กับตัว ทุกคนเอาไข่มุกแก่นชีพไปด้วยไม่ได้ การเก็บเอาไว้ที่นี่จึงปลอดภัยที่สุด
โจวอี้กวาดสายตามองไปยังกองไข่มุกแก่นชีพตรงหน้าทุกคนด้วยแววตาตาเป็นประกาย
เขากระโดดขึ้นไปบนหินก้อนใหญ่ที่สูงราวเจ็ดแปดเมตร “ผู้อาวุโสทั้งหลาย ผมมีเรื่องจะบอกครับ หวังว่าทุกคนจะรับฟัง”
ทันใดนั้น ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ราว ๆ เจ็ดร้อยคนก็มองมาที่เขาเป็นตาเดียว
แม้แต่คนที่อยู่ห่างออกไปยังขยับเข้ามาด้วยความอยากรู้
“พวกท่านทั้งหลาย บอกตามตรงว่าที่ผมมาสุสานมังกรคราวนี้ ผู้อาวุโสของสำนักโอสถของเราคาดหวังว่าผมจะได้สมบัติจากที่นี่กลับไปจำนวนมาก ดังนั้นอาจารย์ลุงจ้านหลิงอวิ๋นก็เลยให้สมบัติมิติกับผมมาตอนที่อยู่หน้าสุสาน”
“คราวนี้พวกคุณก็เก็บไปได้เยอะเลยใช่ไหมครับ หลายคนได้ไข่มุกแก่นชีพไปตั้งเยอะแต่ดันไม่มีที่จะเก็บไม่ใช่เหรอครับ?”
“ดังนั้นผมก็เลยจะขอซื้อไข่มุกแก่นชีพครับ”
“ในเมื่อแบกเอาไปด้วยไม่ได้ ทำไมไม่ขายให้ผมที่นี่เลยล่ะครับ กลับจากที่นี่แล้วจะจ่ายด้วยแก่นวิญญาณให้ตามจำนวนเลยครับ”
“ผู้อาวุโสคนไหนอยากจะขายไข่มุกแก่นชีพก็มาขายกับผมได้เลยครับ”
คำพูดของเขาทำให้เกิดความแตกตื่นในทันที
สมบัติมิติอย่างนั้นหรือ ?
มันเป็นสมบัติในตำนาน ว่ากันว่ามีคนในโลกผู้ฝึกยุทธ์ไม่ถึงสิบคนที่ได้ครอบครองมัน
โจวอี้มีสมบัติมิติจริงหรือ?
ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์กลุ่มหนึ่งครุ่นคิดเพื่อหาทางฆ่าโจวอี้และแย่งชิงมันมา ทว่าพวกเขาก็ล้มเลิกความคิดโดยเร็ว
โจวอี้เป็นศิษย์สำนักโอสถ อีกทั้งยังเป็นศิษย์ของเจ้าสำนักอีกด้วย ด้วยความสามารถของเจ้าตัวหากฆ่าไปแล้ว ผู้แข็งแกร่งของสำนักโอสถคงได้ตามมาล้างแค้น
นอกจากนี้ คนเกือบครึ่งที่อยู่ที่นี่ยังได้รับการรักษาจากโจวอี้ ใครที่กล้าโจมตีโจวอี้อาจถูกคนเหล่านั้นจัดการเอาได้
อีกทั้งโจวอี้ยังมีความสามารถในการต่อสู้
พวกเขาไม่มีใครกล้าฆ่าโจวอี้แน่นอน นอกจากนี้ยังมีจ้านเฟิง เกาหาน และดาบดาราทั้งสี่ที่คอยปกป้องโจวอี้อยู่ตลอด
“น้องโจว ไข่มุกแก่นชีพเป็นสมบัติที่ดีกว่าแก่นวิญญาณอีกนะ คิดจะซื้อในราคาเท่าไหร่ล่ะ?” ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์จากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงคนหนึ่งถามขึ้น