หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 921 หลบหนี
บริเวณศูนย์กลาง ณ สนามรบจองจำวิญญาณ
มีการต่อสู้ครั้งใหญ่เกิดขึ้นเช่นกัน ครั้งนี้ยิ่งใหญ่และดุเดือดยิ่งกว่า
ผู้ฝึกยุทธ์มากกว่าสามสิบคนตกอยู่ในวงล้อมของกองกำลังร้อยนายที่เก้าของมนุษย์ต่างดาว ในขณะที่ผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวนับร้อย สัตว์คู่หู และสัตว์ล่าสังหารราวสามสี่ร้อยตัวเป็นฝ่ายได้เปรียบทั้งในด้านกำลังคนและกำลังการต่อสู้
ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากจ้านหลิงอวิ๋น โจวอี้ และพรรคพวก
สองเดือนนี้พวกเขาผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างเช่นในสองครั้งแรก แต่ก็ฆ่ามนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารไปได้มาก อีกทั้งยังช่วยผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกไว้ได้นับสิบคน
ทว่า!
กองกำลังร้อยนายที่เก้าของมนุษย์ต่างดาวก็ยังตามรอยพวกเขามาได้
“ตายซะเถอะ!”
โจวอี้เข้าปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวระดับพลศึกขั้นปลาย ไม้เท้าหัวมังกรกระแทกเข้าใส่เสื้อเกราะที่ศัตรูสวมอยู่ ส่งผลให้อีกฝ่ายกระเด็นออกไป ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวอีกสองตนฟันดาบเฉือนเสื้อคลุมคุ้มกันของเขาฉีกขาด จนสร้างบาดแผลบนหลังของเขา
การต่อสู้ครั้งนี้ดำเนินมามากกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว
ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกตายไปมากมาย ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวถูกฆ่าไปไม่ถึงสิบตน ส่วนสัตว์ล่าสังหารตายไปเกือบร้อยตัว
“ผู้อาวุโสเหลียงกับผู้อาวุโสเวิง พาโจวอี้หนีไปก่อน” จ้านหลิงอวิ๋นที่สู้กับมนุษย์ต่างดาวระดับจอมพลถอยออกมาหาทั้งสองคนขณะบอก
“เจ้าพาเขาไป เราจะอยู่สู้เอง” เหลียงเหล่ยตอบ
“ผมนำกองกำลังนี้มา ถ้าพาโจวอี้หนี คนอื่น ๆ จะเสียกำลังใจ” จ้านหลิงอวิ๋นบอก
“เจ้า…”
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยสู้กับกับผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวตรงหน้าขณะรีบพุ่งตัวไปหาโจวอี้ ดาบในมือแทงเข้าที่อกของมนุษย์ต่างดาวตนหนึ่ง ก่อนจะตัดหัวพวกมันไปอีกตน
“โจวอี้ เราจะคุ้มกันเจ้าให้หนีออกไปเอง” เหลียงเหล่ยกล่าว
“ไปก็ไปด้วยกัน อยู่ก็อยู่ด้วยกันครับ ผม โจวอี้ ทอดทิ้งผู้อาวุโสและพี่น้องผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้เด็ดขาด!” โจวอี้ตะโกนบอก
“เจ้า…”
เหลียงเหล่ยใจเต้นแรงและตั้งท่าจะพูดบางอย่าง ทันใดนั้นก็เห็นลำแสงจากกลุ่มคนเจ็ดแปดคนพุ่งมาแต่ไกล
คนที่นำหน้ามาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวันเยี่ยนจวิ้นที่เลือดอาบไปทั้งตัว
เขาเป็นผู้นำหนึ่งในสามกลุ่มที่บุกเข้ามาในสนามรบจองจำวิญญาณตั้งแต่แรก จ้านหลิงอวิ๋นเองก็เป็นหนึ่งในผู้นำอีกกลุ่มหนึ่ง
“มีคนมาสมทบแล้ว! มาช่วยจัดการพวกมันที” จ้านหลิงอวิ๋นบอกด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“จัดการกับผีน่ะสิ! หนีเร็ว!” หวันเยี่ยนจวิ้นตะโกน
หมายความว่าอย่างไร?
จ้านหลิงอวิ๋นนึกสับสนในใจ
แม้ว่าตอนนี้หวันเยี่ยนจวิ้นและพรรคพวกจะเจ็บหนักและเห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้มา แต่การมาสมทบก็ทำให้พวกเขาได้เปรียบมากขึ้น ทำไมจะต้องหนีอีก?
พวกเขาเข้ามาร่วมต่อสู้ในสมรภูมิ
พวกเขาปล่อยปราณทรงพลังที่สร้างความเสียหายให้กับเหล่ามนุษย์ต่างดาวหลายตน รวมถึงสัตว์ล่าสังหารนับสิบตัว
“จ้านหลิงอวิ๋น เตรียมให้ทุกคนหนี ใครหนีไปได้ให้หนีไปก่อนเลย!” หลังจากที่ฟันมนุษย์ต่างดาวตัวหนึ่งเป็นครึ่งท่อน หวันเยี่ยนจวิ้นก็ร้องบอก
“ทำไม?…”
เขาชะงักคำพูดเมื่อเห็นว่าบนยอดเขาที่อีกฝ่ายและพรรคพวกหนีมามีมนุษย์ต่างดาวกลุ่มใหญ่ปรากฏตัว รวมถึงฝูงสัตว์ล่าสังหารที่มากันแบบมืดฟ้ามัวดิน
“เราถูกกองกำลังร้อยนายของมนุษย์ต่างดาวไล่ล่า ถ้าสองกองกำลังนี้มารวมกันจะไม่มีใครหนีรอดไปได้” หวันเยี่ยนจวิ้นกล่าว
“เอ่อ…”
จ้านหลิงอวิ๋นอยากจะหัวเราะไม่เป็นภาษา
“ทุกคนหนีไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ! ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจอมพลอยู่รั้งท้ายกับฉัน!” จ้านหลิงอวิ๋นบอกขณะเหวี่ยงดาบใส่มนุษย์ต่างดาวระดับจอมพล
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลศึกแต่ละคนล้มเลิกความตั้งใจจะสู้ต่อ พวกเขาต่างพร้อมใจกันพยายามหลุดพ้นจากการต่อสู้ที่พัวพันอยู่กับมนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหาร ก่อนจะพากันหนีไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
เหลือเพียงแปดคนที่ยังไม่หลบหนีไป
จ้านหลิงอวิ๋น เหลียงเหล่ย เวิงหลิวกุ้ย หม่านเทียนหลง หลินเยียนจื่อ หวันเยี่ยนจวิ้น และเกาเซิน พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจอมพล ในขณะที่อีกคนคือโจวอี้
แม้ว่าเจ้าตัวจะยังไม่สำเร็จยุทธ์ไปถึงระดับจอมพล ทว่าพลังการโจมตีตอนที่ต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเหนือกว่าเจ้าตัวก็เพียงพอจะป้องกันตัวได้
“โจวอี้ นายหนีไปซะ!” จ้านหลิงอวิ๋นตะโกนบอก
“มีคนเพิ่มแค่คนเดียวก็ทำให้พลังการโจมตีเพิ่มขึ้นครับ” โจวอี้ตอบ
ตอนนี้เองที่เขารู้สึกเคร่งเครียด เพราะผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวสี่ห้าตนได้เข้ามาจู่โจมเขา
พวกเขาทั้งแปดคนรวมตัวกันเป็นแนวป้องกันภายในไม่ถึงสิบวินาที
หนึ่งนาทีต่อมา… เพียงหนึ่งนาทีแต่มันกลับไม่ต่างจากหนึ่งวันสำหรับพวกเขาทั้งแปด
แม้ว่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวระดับจอมพลเพียงหกตนในกองกำลังร้อยนายที่เก้า แต่ก็มีมนุษย์ต่างดาวตนอื่น ๆ และสัตว์ล่าสังหารอีกเป็นจำนวนมาก พวกเขาทั้งแปดบาดเจ็บหนักขึ้นในทุกห้วงขณะ
“จ้านหลิงอวิ๋น ถ้านายหนีไปได้ก็ช่วยดูแลลูกหลานครอบครัวฉันด้วยนะ” หม่านเทียนหลงทะยานขึ้นฟ้า สีหน้ามุ่งมั่นฉายชัดบนใบหน้าเปื้อนเลือด
“ผู้อาวุโสหม่าน ผมรับปากครับ!” จ้านหลิงอวิ๋นเห็นเจตนาของอีกฝ่ายแล้ว แม้จะปวดใจแต่ก็ยังรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“พวกมนุษย์ต่างดาวที่มารุกรานเราควรตายไปซะ!”
หม่านเทียนหลงลอยตัวกลางอากาศห่างออกไปสิบเมตร ปราณจากร่างกายมาบรรจบกัน ในขณะที่เข็มเงินนับสิบเล่มถูกแทงเข้าที่จุดชีพจรในตัว พลังที่สามารถทำลายล้างฟ้าดินได้ปะทุออกจากตัวเขา
“ชาติหน้าหม่านเทียนหลงคนนี้ จะยังขอเป็นศิษย์ของสำนักโอสถต่อไป!”
ตู้ม!
ผิวของเขาปริแตก เลือดทะลักพรั่งพรู ทว่ามันกลายเป็นศรโลหิตหลายร้อยดอก ซึ่งพุ่งตรงไปจู่โจมเหล่ามนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารด้วยพลังดวงดาวผนวกรวมกับพลังฟ้าดิน
“ฉัน หม่านเทียนหลง ขอพลีชีพโจมตีเป็นครั้งสุดท้าย!”
ร่างกายของเขาราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่ที่พุ่งเข้าหากลุ่มศัตรูพร้อมด้วยศรโลหิต ก่อนจะระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
“ฮ่า ๆๆ ผู้อาวุโสสำนักโอสถบ้าดีเดือดมาก ฉันเกาเซินล่ะนับถือเลย ในเมื่อคุณยินดีจะก้าวลงถนนน้ำพุเหลือง งั้นฉันเองก็จะไปเป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้คุณข้ามสะพานหน่ายเหอเพียงลำพัง” เกาเซินเหาะขึ้นฟ้าขณะหัวเราะลั่น
ในมือของเขาถือมีดสั้นเอาไว้
เมื่อมีดนั้นปักเขาที่หัวใจ เปลวไฟก็พลันลุกโชนมอดไหม้เสื้อผ้าและคลอกไปทั้งตัว
“ด้วยจิตเทวะของฉัน! ฉันขอสละเลือดเนื้อให้กลายเป็นดาบนับล้าน ทำลายล้างไปถึงนรกภูมิ!”
“จัดการกวาดล้างพวกมัน!!”
ดาบโลหิตกระจัดกระจาย แต่ละเล่มมีเปลวไฟลุกโชน ท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นลูกไฟที่เข่นฆ่าบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหาร
“เกาเซิน ผมในฐานะศิษย์สำนักโอสถ ขอสัญญาว่าจะปกป้องคนที่คุณรักเอง!” จ้านหลิงอวิ๋นตะโกนบอกขณะที่อีกฝ่ายแทงมีดทะลุอก ส่วนตัวเขาเองก็ฟันคอมนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งขาดสะบั้น
“ขอบใจมาก…”
เกาเซินที่อยู่ท่ามกลางเปลวไฟพุ่งตัวเข้าหากลุ่มมนุษย์ต่างดาว
ทั้งสองคนสละชีพเพื่อทำลายกองกำลังร้อยนายที่เก้าของมนุษย์ต่างดาวไปได้ถึงร้อยละสามสิบถึงสี่สิบภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที
ทว่า
กองกำลังร้อยนายอื่น ๆ ที่มีมนุษย์ต่างดาวถึงแปดสิบเก้าสิบตน รวมถึงสัตว์คู่หูและสัตว์ล่าสังหารหลายร้อยตัวก็ตามมาติด ๆ
อีกสิบวินาที พวกมันก็จะมารวมตัวกันแล้ว
“หนี! ทุกคนหนี!”
“ใครหนีไปได้ ฉัน จ้านหลิงอวิ๋นคนนี้จะเลี้ยงเหล้าเลย!”