หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง - ตอนที่ 148 ข้าเป็นบุรุษที่ชอบเล่นกับ
ความรู้สึก ?
ตอนนี้หลินเว่ยเว่ยค่อนข้างพอใจในตัวหลิวว่ายจื่อมาก ตัวเลขอารบิกที่
นางสอนให้ เขาก็ฝึกฝนจนชำนาญแล้ว การบวกลบในหลักร้อยก็สามารถ
คำนวณแล้วพูดปากเปล่าออกมาได้ วิธีการคำนวณแบบแนวตั้งก็เรียนได้
พอสมควร สมุดบัญชีที่เขาเขียนก็มีระเบียบขึ้นมาก เพราะอย่างน้อยหลิน
เว่ยเว่ยก็อ่านแล้วเข้าใจ
“อาว่ายจื่อ งานก่อสร้างที่ท่าเรือใกล้เสร็จแล้ว ท่านช่วยลองสังเกตว่ามีเรือ
ที่ผ่านมาอยากเช่าโกดังบ้างหรือไม่ คุณชายหนิงพอใจในผลงานของท่าน
มาก ข้าจะพูดชมท่านต่อหน้าเขาสองสามประโยค ดูว่าจะแย่งตำแหน่งผู้
ดูแลโกดังมาให้ท่านได้หรือไม่ ! ” หลินเว่ยเว่ยแขวนเหยื่อไว้ตรงหน้าเขา
อีกครั้ง
หลิวว่ายจื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้น ผู้ดูแลโกดัง ! คือ
งานดูแลโกดังเหล่านั้นหรือ ? เดิมทีตัวโกดังมี 8 ห้อง ทว่าหลังจากปรับปรุง
ใหม่แล้วมันก็มีเพิ่มถึง 16 ห้อง ! ต่อไปเขาจะต้องดูแลโกดังทั้ง 16 ห้องนี้
หรือ ! ! ใจเย็น ๆ ! จะลืมตัวไม่ได้ ! ! ไม่อย่างนั้นความสุขที่มากล้นเกินไป
จะแปรเปลี่ยนเป็นความทุกข์ได้ !
“หลานสาว เจ้าช่วยบอกคุณชายหนิงให้หน่อยว่าข้าจะตั้งใจทำงาน
แน่นอน ! ถ้าให้โอกาสนี้แก่ข้า ข้าจะไม่มีวันทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่
คุณชายหนิงมีต่อข้า ! ” หลิวว่ายจื่อทุบหน้าอกแสนผอมแห้งของตน
หลินเว่ยเว่ยกวาดตามองหลิวเอ้อร์ล่ายที่กำลังยืนชะโงกศีรษะมองห่าง
ออกไปไม่ไกล จากนั้นนางก็ยิ้มแล้วกล่าวกับหลิวว่ายจื่อว่า “ผู้ดูแลหลิว
มีหน้าที่ดูแลแค่บัญชีสินค้าที่เข้าออกและสมุดบันทึก แต่ยังต้องการลูกน้อง
สักหน่อยเพื่อคอยคุ้มกันโกดัง…”
ดวงตาของหลิวว่ายจื่อเปล่งประกายทันที “หลานสาว คนคุ้มกันเหล่านี้
คุณชายหนิงจัดเตรียมไว้หรือยัง ? ”
หลินเว่ยเว่ยส่ายหน้าแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “คุณชายหนิงงานยุ่งถึงเพียง
นั้น ไฉนเลยจะมีเวลามาสนใจเรื่องเล็กน้อย ? เขากล่าวไว้ว่าถ้าฝั่งข้ามีคน
ที่ไว้ใจได้ก็แนะนำให้เขาสักคนสองคน เฝ้าโกดังต้องเป็นคนที่มีนิสัยดี มี
ความอดทน หากสินค้าโดนขโมยขึ้นมา ข้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอก…ช่าง
เถิด ข้าให้คุณชายหนิงเลือกคนเองดีกว่า…”
“ไม่ดี ! หลานสาว เจ้าลองคิดว่าหากเจ้าแนะนำคนในหมู่บ้านฉือหลี่โกว
พวกเขาก็จะนึกถึงความดีของเจ้าใช่หรือไม่ ? นี่ถือเป็นเวลาที่เจ้าจะได้
สร้างบารมีในหมู่บ้าน ถ้าทำเรื่องนี้สำเร็จแล้ว ต่อไปจะมีใครกล้าเข้ามา
ขวางทางเจ้าอีก ? ”
หลิวว่ายจื่อคิดแทนจากมุมมองของหลินเว่ยเว่ยจริง ๆ แต่ก็แน่นอนว่าต้อง
มีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง ลองคิดว่าถ้าคนที่เขาแนะนำทำให้นางหนูรอง
พอใจได้ก็จะยิ่งพิสูจน์ได้ว่าเขามีอำนาจในการต่อรองกับนางหนูรอง ส่วน
คนที่เคยดูถูกเขาในสมัยก่อนก็จะไม่เข้ามาประจบเขาหรือ ? มีหน้ามีตาจะ
ตาย !
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องมีคนที่เหมาะสมให้เลือก ! ตอนนี้ข้าขอยังไม่กล่าวสิ่งใด
มาก รอดูไปก่อนก็แล้วกัน” หลินเว่ยเว่ยจงใจถอนหายใจ จากนั้นก็จับมือ
เจ้าหนูน้อยแล้วพากันออกมาจากตรงนั้น
เจียงโม่หานหันกลับไปมองหลิวเอ้อร์ล่ายที่โดนหลิวว่ายจื่อลากไปยังด้าน
ข้างปราดหนึ่ง หลังจากนั้นก็หันกลับมาพูดกับหลินเว่ยเว่ย “เจ้าคิดจะใช้
งานเขาหรือ ? เจ้าไม่กลัวนิสัยเก่าเขากำเริบหรือไร ? ”
“จนถึงตอนนี้ข้ายังพอใจในการกระทำของเขามาก แต่ก็แน่นอนว่าต้อง
ทดสอบไปอีกระยะหนึ่ง ! ” หลินเว่ยเว่ยเห็นระดับน้ำในคูข้างแปลงนาบ้าน
ตนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นางจึงขุดรูระบายน้ำหนึ่งแห่งเพื่อให้น้ำไหลเข้ามา
ในแปลงปลูกข้าวโพด
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงว่า…สำเร็จแล้ว ! ต่อไปเวลา
จะรดน้ำพืชผลก็ไม่ต้องขึ้นเขาไปหาบน้ำลงมาทีละถังแล้ว ! บัณฑิตเจียง
กับนางหนูรองได้ทำความดีที่เป็นประโยชน์ใหญ่หลวงให้หมู่บ้านเรา !
สายตาที่พวกชาวบ้านมองทั้งสองคนจึงเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและตื้น
ตันใจ
หลินเว่ยเว่ยออกเดินสำรวจท่อไม้ไผ่อีกรอบ เมื่อพบว่าไร้ปัญหา นางก็เดิน
กลับมาที่หมู่บ้านอย่างสบายใจ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงดื่มด่ำกับความสุข
ที่มี พวกเขาล้อมรอบกังหันวิดน้ำหรือตรงแปลงนา ท่าทางราวกับไม่อยาก
จากไป พวกเด็กหนุ่มที่อยู่บนภูเขาก็ผลัดกันขับเคลื่อนกังหันวิดน้ำ…ที่นา
ของตระกูลหลินจึงเปียกชุ่มอย่างทันใจ
เมื่อเข้ามาในบ้าน หลินเว่ยเว่ยก็เห็นหลีชิงในสภาพม้วนแขนเสื้อขึ้นสูง
และกำลังผ่าท่อนฟืนอยู่ นางถอยกลับไปที่หน้าบ้านแล้วเหลือบมองไปยัง
ประตูบ้านหลังข้าง ๆ…ก็ยังลงกลอนไว้อย่างดี !
“ไม่ต้องมองแล้ว กำแพงบ้านเจ้าสูงแค่นี้ คิดว่าจะขวางข้าได้หรือ ? ” หลี
ชิงเหวี่ยงขวานลงไป ท่อนฟืนก็ถูกผ่าออกเป็นสองท่อน
“เฮอะ ! สารภาพมาโดยดีว่าเจ้าเป็นโจรใช่หรือไม่ โดนทางการไล่ตาม
จนถึงบนเขาใช่หรือเปล่า ? ” หลินเว่ยเว่ยถอนหายใจ ชายคนนี้เป็น
แมลงสาบหรือไร ? เจ็บหนักถึงเพียงนั้นและเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันก็ลุกมากระ
โดดโลดเต้นได้แล้ว
หลีชิงจัดเรียงฟืนที่ผ่าแล้วให้เรียบร้อย จากนั้นก็หยิบไม้มาอีกท่อนแล้วยก
ขวานขึ้นอีกครั้ง “หากข้าเป็นโจร ป่านนี้ของมีค่าในบ้านเจ้าก็หายหมด
แล้ว ตอนนี้ข้าคงไปเสพสุขอยู่ที่ไหนสักแห่ง ยังจะอยู่ใช้แรงงานให้เจ้าเช่น
นี้หรือ ? ”
“ข้าไม่ได้กดขี่คนเจ็บ ใช้แรงงานก็เป็นสิ่งที่เจ้าทำเอง ! ” หลังจากคราว
ก่อนแม่ทัพหนุ่มของทางการก็มาที่นี่อีกสองครั้งและบอกว่าเพียงแจ้ง
เบาะแสของหลีชิงจะมีเงินรางวัลถึง 50 ตำลึงให้
โชคดีที่ตอนหลินเว่ยเว่ยช่วยคนกลับมาไม่มีใครเห็นเลย มิหนำซ้ำยังพา
มารักษาอาการที่บ้านปู่เถียน เวลาส่งอาหารส่งยาก็ปีนกำแพงกลับไปกลับ
มา หลีชิงรักษาบาดแผลอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 10 กว่าวันแล้วก็ยังไม่มีใครรู้
สักคน
“ฟังจากเสียงบนเขา กังหันวิดน้ำสร้างเสร็จแล้วใช่หรือไม่ ? ” หลังผ่าฟืน
เสร็จแล้วหลีชิงก็ตักน้ำมาดื่ม เมื่อดื่มลงไปอึกหนึ่งแล้วน้ำที่เหลือก็ถูกเทรด
ศีรษะของเขา…คนตระกูลหลินใจดี แม้แต่น้ำก็ยังหวานกว่าบ้านคนอื่น !
เอิ่ม…คือตรรกะบ้าบออะไรกัน ?
หลินเว่ยเว่ยใช้หลังมือตีหน้าอกของเจียงโม่หาน “ยังมีเรื่องที่ข้ากับบัณฑิต
น้อยทำไม่ได้อีกหรือ ? ”
เจียงโม่หานถอยหลังไปสองก้าว เขารีบหลบมือที่อยู่ไม่สุขของนางทันที
หลีชิงเห็นภาพนี้แล้วก็ถลึงตาอย่างไม่สบอารมณ์ใส่เจียงโม่หาน…ผู้มี
พระคุณตีเจ้าก็ถือว่าชอบเจ้า ถ้าเจ้าไม่ได้มีหน้าตาเหมือนเทพเซียนลงมา
จุติ คิดว่าใครอยากจะสนใจอีกหรือ ? อย่าได้รับเกียรติแล้วโยนทิ้งสิ ! ผู้มี
พระคุณเป็นสาวน้อยมีจิตใจงดงามและบริสุทธิ์ผุดผ่อง เจ้ากล้าคิดทำร้าย
จิตใจนางหรือ !
เจียงโม่หานกวาดสายตามองหลีชิงเบา ๆ เขาเข้าใจนิสัยหลีชิงที่สุด แม้
บุญคุณเพียงหยดเดียวก็จะตอบแทนมากเป็นสายธาร หลีชิงสามารถยก
ชีวิตไว้ในมือเจ้า ! ไม่ต้องบอกเลยว่าสายตาเช่นนี้ต้องกำลังเรียกร้อง
ความยุติธรรมแทนเด็กตัวแสบอยู่เป็นแน่ !
นางเคยกล่าวไว้ว่าไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับตัวข้าเลย ทว่าเหตุใดคนรอบข้าง
ต่างมองว่าข้าเป็นบุรุษที่ชอบเล่นกับความรู้สึก ? ข้าไปทำให้ใครไม่พอใจ
หรือ ? มีความยุติธรรมอยู่บ้างหรือไม่ ?
“บัณฑิตน้อย มื้อเที่ยงนี้เจ้าอยากกินอะไร ? ช่วงหลายวันมานี้เจ้า
ตรากตรำทำกังหันวิดน้ำ ถึงเวลาที่เจ้าจะได้รางวัลแล้ว ! ” หลินเว่ยเว่ยนึก
ทบทวนว่ามีวัตถุดิบอะไรอยู่ในห้องใต้ดินบ้าง พอที่จะนำมาทำอาหารเลิศ
รสอะไรได้หรือไม่
“ข้าอยากกินอะไรเจ้าก็ทำออกมาได้หมดเลยหรือ ? ” เจียงโม่หานเห็นนาง
พยักหน้าอย่างมีความสุขจึงจงใจหาเรื่องนาง “ข้าอยากกินเนื้อมังกรบิน
เจ้าทำสิ ! ”
“เนื้อมังกรบิน ? ง่ายมาก ! พี่หลีชิง ได้เวลาใช้วรยุทธของท่านแล้ว ไปเถิด
ไปยิงมังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้ากลับมาสักสองสามตัว ! ” ใครต่างก็บอกว่า
‘ท้องนภามีเนื้อมังกร ปฐพีมีเนื้อลา’ ล้วนเป็นอาหารเลิศรสสำหรับมนุษย์
ทั้งนั้น ในชาติก่อนหลินเว่ยเว่ยเคยกินเนื้อลาแล้ว ทว่ามังกรบินจะไป
หากินจากที่ไหนเล่า
หลีชิงหันมาถลึงตาใส่เจียงโม่หานอีกครั้งแล้วก็รีบขึ้นเขาโดยออกทาง
ประตูหลังทันที
ส่วนเจียงโม่หานรีบหลบสายตาและทำหน้าหดหู่ เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเด็กตัว
แสบใช้เจ้า แล้วเจ้าจะมาถลึงตาใส่ข้าด้วยเหตุใด ? เขาจึงกล่าวด้วยน้ำ
เสียงไม่สบอารมณ์ “เจ้าคิดจะใช้นกขี้บ่น1มาหลอกข้าหรือ ? ”
“ก็เจ้าพูดเองว่า ‘เนื้อมังกรบิน’ มังกรบินไม่ได้อยู่บนฟ้าหรือ ? เจ้าอย่าดูถูก
มังกรบินเชียวนะ นี่คืออาหารอันโอชะแสนเลื่องชื่อ เจ้าอย่าเพิ่งบอกว่าไม่
ชอบ ระวังอีกประเดี๋ยวจะเป็นการตบหน้าตนเอง ! ” หลินเว่ยเว่ยกำลังยุ่ง
อยู่กับการล้างหม้อพลางเอ่ยอย่างแสนมั่นใจ
1 นกขี้บ่น หรือนกเฮเซลบ่น มีขนสีน้ำตาลแดง บางครั้งเรียกว่าไก่ป่าและ
เป็นสัตว์สงวนของประเทศจีน
ตอนต่อไป