หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 120 คัดเลือกขายา
120 คัดเลือกขายา
เสียงของจ้าวเข่อหรันค่อย ๆ เล่าเรื่องราวในอดีตออกมาทีละค้า ราว กับดึงเส้นไหมที่พันหัวใจตัวเองออกมาช้า ๆ ทุกประโยคเหมือนคมเข็ม เล็ก ๆ ทิ่มแทงชือ ชวี่ เขารู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อนแล้วก็จริง แต่ “รู้” กับ “ได้ ยินจากปากนางเอง” มันต่างกันราวฟ้ากับดิน
ยิ่งนางพูด เสียงยิ่งสั่น ยิ่งนางพยายามเข้มแข็ง เขายิ่งเจ็บลึก แขน ของเขาค่อย ๆ กระชับแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว คล้ายกลัวว่าสตรีในอ้อมอกจะ สลายหายไปกับสายลม
“ต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว” เขาเอ่ยเสียงต่ํา แต่หนักแน่น
“ข้าจะรักเจ้าให้ดี จะไม่ยอมให้ใครทําให้เจ้าต้องกล้ากลืนความอัปยศ แม้แต่นิดเดียว และต่อหน้าข้า เจ้าไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องฝืนยิ้ม ไม่ต้องเข้ม แข็งเพื่อใครทั้งนั้น….เป็นตัวเจ้าเองก็พอ”
คําพูดเรียบง่าย แต่มันคือคําสัญญาของบุรุษที่หยิ่งทะนงที่สุดในราช สํานัก จ้าวเข่อหรันสะอื้น น้ําตาไหลราวสายฝนเดือนสาม นางเรียกชื่อเขา เบา ๆ ซ้ําแล้วซ้ําเล่า
“ชวี่…วี่…” ซือถูกวี่วูบหลังนางอย่างอ่อนโยน
“ร้องออกมาให้หมด เถอะ คนที่ไม่เห็นค่าของเจ้า ไม่ควรค่าแม้แต่น้ํา
ตาหยดเดียว”
ครานี้นํ้าตาของนางไม่ใช่เพียงความน้อยใจ แต่มีความซาบซึ้งปนอยู่
เต็มอก นางเชื่อเขา เพราะบุรุษผู้นี้ไม่เคยพูดเล่นกับหัวใจของตนเอง เมื่อ ร้องจนเหนื่อย ดวงตานางบวมแดง ปลายจมูกชื้นราวลูกแมวหลงทาง ฮือ ชวี่หัวเราะเบา ๆ เอานิ้วแตะปลายจมูกนาง
“ดูสิ เจ้าเหมือนลูกแมวร้องไห้ไม่มีผิด
“ท่านต่างหากเป็นแมว!”
นางทุบอกเขาเบา ๆ อย่างเขินอาย แรงนั้นเบาจนคล้ายเกาคิน เขา
หัวเราะเสียงต่ําา
ชีวิต”
“เอาล่ะ เจ้าเป็นแมว ข้าก็เป็นแมว เช่นนั้นเราก็เป็นคู่แมวกัน”
“ใครจะเป็นคู่กับท่าน!
ใบหน้านางแดงจัด
“ไม่รู้จักอายบ้างหรือ”
“อายทําไม” เขาก้มกระชิบข้างหู
“เจ้าคือของข้า ข้าคือของเจ้า เราสองคนถูกลิขิตให้เดินเคียงกันทั้ง
ถ้อยคําเรียบง่าย แต่หนักแน่นดั่งคําสาบานใต้ฟ้า ครู่หนึ่ง นางจิงนิก
งั้นได้
“วันนี้… อเชียงเป็นคนไปบอกท่านใช่หรือไม่”
เหตุการณ์บ่ายวันนี้ แทบไม่มีใครรู้ มารดานางย่อมสั่งปิดข่าวแน่น
หนา ผู้เดียวที่ทั้งรู้ ทั้งกล้าส่งข่าว ก็คือชื่อเชียง
“ใช่” เขาพยักหน้า “นางเป็นห่วงเจ้า”
แล้วเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“ดีที่นางบอก ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงไม่มีใครปลอบเจ้า
“ท่านนี่!”
นางถลึงตาใส่เขา เขารีบยกมือยอมแพ้
“ได้ ๆ ข้าผิดเอง เจ้าเข้มแข็งเช่นนี้ มีหรือเรื่องแค่นั้นจะล้มเจ้าได้ ข้า
ๆ
เพียงมาดูเจ้าเท่านั้น”
นางหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นรอยยิ้มกลับมา เขาจึงถอนใจ เบา ๆ ในที่สุด สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เสียงร้องไห้ แต่คือความเงียบที่กดทับใจ นาง ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเข่อหรันเอ่ยเสียงแผ่ว
“หวี่…ระหว่างท่านกับข้า ใครกันแน่ที่โชคร้ายกว่า”
เขาเลิกคิ้ว นางยิ้มจาง ๆ แฝงรสขม
“ท่านไม่มีพระมารดาตั้งแต่เยาว์วัย ข้าแม้มีบิดามารดา แต่ในสายตา พวกเขา มีเพียงจ้าวเย่อเหรินเท่านั้น เราสองคน….คงไม่มีวาสนากับความรัก จากพ่อแม่กระมัง
เลือก”
ชือ ชวี่สบตานาง
“จริง…แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เรามีกันและกัน”
ประโยคนั้นเรียบง่าย แต่แน่นหนักราวคํามั่นเหนือแผ่นดิน
“แม้ไร้รักจากบิดามารดา แต่ข้ามีท่าน ก็พอแล้ว”
“เจ้าเด็กโง่” เขาเรียกเสียงอ่อน
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดีหรือไม่”
นางหัวเราะเบา ๆ
“เราก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้วมิใช่หรือ”
เขาส่ายหน้า “บัาหมายถึง…ให้มันชัดเจนกว่านี้”
หัวใจนางเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
“เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย เร็ว ๆ นี้”
“หมายความว่าอย่างไร”
เขาลูบผมนางอย่างปลอบประโลม
“อีกไม่นานจะมีการคัดเลือกชายา ไม่ใช่ฮ่องเต้เลือก แต่เป็นองค์ชาย
จ้าวเข่อหรันนิ่งงัน
“คัดเลือก…ชายาหรือ?”
“องค์รัชทายาทถึงวัยอภิเษกแล้ว พร้อมกันนั้นองค์ชายที่ถึงวัยก็จะ
เลือกพระชายาเช่นกัน บุตรสาวขุนนางหลายตระกูลจะเข้าวังชั่วคราว เพื่อ เข้ารับการคัดเลือก”
เยามองนางตรง ๆ
“เจ้าเองก็จะเข้าวัง ครั้งนี้…ทุกอย่างจะถูกกําหนดเสียที”
หัวใจนางพลันสั่นไหว เรื่องนี้…ไม่เหมือนชาติที่แล้ว ในอดีต องค์รัช ทายาทใด้รับพระราชทานอภิเษกโดยตรง ชายาไท่จื่อคือฉินอี้เหมี่ยว แต่ครั้ง นี้กลับเปิดคัดเลือก ตัวแปรใหม่…จ้าวเย่อเหริน เกมนี้คงไม่ง่ายอย่างเต็ม ฮือถูชวี่สังเกตเห็นแววกังวล เขากระชับอ้อมกอด
“วางใจ ทุกอย่างมีข้า
เพียงหกค้า แต่ทําให้นางสงบลงอย่างประหลาด
“ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องเราหรือไม่” นางถามเบา ๆ
เขายิ้ม “หากพระองค์ไม่ทรงเห็นชอบ เจ้าไม่มีวันได้เป็นจวิ้นจี่”
นางชะงัก จริงสิ หากไม่ยินยอม คงไม่มีพระราชทานยศนั้น
“พระชายาของข้า…ต้องเป็นเจ้า”
ถ้อยคํานั้นทําให้หัวใจนางอุ่นวาบ เมื่อปลดกังวลแล้ว นางจึงถามต่อ
“เช่นนั้น การคัดเลือกครั้งนี้….เพื่อชายาไท่จื่อใช่หรือไม่”
“2”
“แล้วผู้ที่จะได้ตําแหน่งนั้น…”
เขาตอบเรียบ ๆ
“ฉินอี้เหมี่ยว”
จ้าวเข่อหรันชะงัก “ท่านแน่ใจหรือ?”
เยาเคาะหน้าผากนางเบา ๆ
“คิดว่าทุกอย่างสุ่มจริงหรือ ฮองเฮาใช่สตรีธรรมดา นางเล็ง
ฉินอี้เหมียวมานานแล้ว ตําแหน่งนั้นแทบจะถูกกําหนดไว้แต่แรก”
อากาศ
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นเย็นราวใบมีดบางเฉือน
“เช่นนั้นหรือ…”
หากเป็นเช่นนั้นจริง จ้าวเย่อเหรินที่กําาลังวาดฝันถึงตําแหน่งนั้น คง ต้องตื่นจากความเพ้อฝันเสียที นางยิ้มบาง ๆ ดวงตาฉายประกายเย็นวาบ ละครฉากใหม่ทําลังจะเปิดม่าน ใครกันแน่จะได้หัวเราะถึงตอนจบ ใครกันแน่
จะถูกตบหน้ากลางราชสํานัก
ครั้งนี้….คงได้เห็นกันชัด ๆ