หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 734 สนามรบของคนเดียว
บทที่ 734
สนามรบของคนเดียว
ยานอวกาศ”เกิดใหม่”ซึ่งกำลังช่วยสร้างท่าอวกาศอยู่เหนือดาวอังคารได้รับคำสั่งด่วนให้กลับมายังโลกโดยทันที
ขณะนั้นน้องสาวคนเล็กชื่อสวี่หว่านชิว ร้อนใจจนแทบคลุ้มคลั่งใช้สิทธิ์ของผู้อาวุโสวิหารทองคำส่งคำสั่งไปยัง ยานอวกาศทุกลำในบริเวณใกล้เคียง
ยานโอลีฟได้รับคำสั่งให้ไปร่วมรบและประสานงานกับ ท่าอวกาศว่าจะกลับมาประเทศเพื่อเข้าร่วมสงครามทันทีหรือไม่
เกาะหนานซา
สวี่หว่านชิวเดินวนไปวนมาในลานโล่งรอคอยยานอวกาศมารับความร้อนใจไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
“ทำไมยังไม่มา ยานอวกาศช้าขนาดนี้ กลับไปต้องลงโทษ!”
ทันทีที่เสียงเธอดังขึ้นนกหลายตัวก็บินเข้ามาโจมตี
ในลานกว้างโล่งเตียนมีเพียงเงาเดียวดายของน้องสาวคนเล็กนกทั้งฝูงบินโจมตีเธอทั้งหมด
“น่ารำคาญ!”
สวี่หว่านชิวกำลังโกรธอยู่แล้วพอเจอนกที่ตาบอดบินเข้ามาโจมตีเธอก็ใช้โอกาสนี้ระบายอารมณ์
เธอใช้พลังควบคุมสิ่งของ ทำลายล้างนกเหล่านั้น
แต่ทันทีที่เธอจัดการกับกลุ่มแรกนกกลายพันธุ์จำนวนมหาศาลก็บินมาจากทิศใต้มืดครึ้มทะมึนทมบดบังดวงอาทิตย์
สวี่หว่านชิวสะดุ้งความร้อนใจที่เคยคลุ้มคลั่งเปลี่ยนเป็นความดีใจ
“โชคดีไม่มีที่ระบายพวกแกมาได้จังหวะไปตายซะ!”
สวี่หว่านชิวเปิดใช้ระบบบินของชุดเกราะพุ่งทะยานขึ้นฟ้าเผชิญหน้ากับฝูงนกกลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียว
สวี่หว่านชิวคือหนึ่งในนักรบระดับสูงของกลุ่มสตาร์ไฟร์และยิ่งกว่านั้นเธอยังเป็นคนบ้าสงครามถ้าเธอจริงจังไม่ว่าจะเป็นนกหรือจะเป็นเฉินเทียนเซิงก็ไม่อยากสู้กับเธอ
ภาพที่ปรากฏคือเงาเล็กๆของสวี่หว่านชิวบุกเข้าไปในท้องฟ้าตรงเข้าหาฝูงนก การสังหารเริ่มขึ้น
“ฉันจะฉีกพวกแกออกเป็นชิ้นๆ!”
พลังของสวี่หว่านชิวระเบิดออกมา นกจำนวนมากถูกฉีกกระชาก ขนนกฟุ้งกระจายเหมือนหิมะตกลงไปในทะเลด้านล่าง
…
ด้านหลัง
ทหารหน่วยปฏิบัติการสตาร์ไฟร์ชื่อหลี่อ่าวเพิ่งขับยานอวกาศมาสำรวจก็เห็นฝูงนกบดบังท้องฟ้า
“รายงานกัปตันหยางเกาะหนานซาถูกฝูงนกโจมตี!ย้ำ…”
“จำนวนนกเป็นยังไงรายงานให้ละเอียดหน่อย”
“จำนวน…เอ่อ…รอแป๊บนึงครับ…”
หลี่ฮ่าวเปิดระบบมองเห็นระยะไกลของยานอวกาศเห็นสวี่หว่านชิวกำลังสังหารนกในฝูง
“จำนวนเยอะมากไม่น้อยไปกว่าตั๊กแตนแต่ผมว่า…เราไม่จำเป็นต้องไปช่วย”
“หมายความว่ายังไง?”
“เอ่อ…ผมอธิบายไม่ถูกดูเองเถอะครับ เธอคนเดียวเทียบเท่าคนแสนคน!”
หลี่ฮ่าวแบ่งปันภาพวีดีโอกับหยางเซวี่ย หยางเซวี่ยจึงเห็นว่าคนที่กำลังสังหารนกในฝูงคือสวี่หว่านชิว
“เอ่อ…ถ้ามีเธออยู่ฝูงนกคงไม่เป็นภัยอะไร”
“ซู่ๆๆ หยางเซวี่ย หยางเซวี่ย ฝูงสัตว์หลายสิบล้านตัวกำลังจะข้ามเทือกเขาเข้าประเทศรีบไปที่สนามรบทางตะวันตกเพื่อหยุดพวกมัน!”
หยางเซวี่ยสะดุ้งสั่งให้ทุกคนไปยังเทือกเขาหิมาลัยเพื่อต้านทานฝูงสัตว์!
ท้องฟ้าเหนือเกาะหนานซา
หลี่ฮ่าวเพิ่งจะบังคับยานอวกาศกลับก็ถูกสวี่หว่านชิวเห็น คิดว่ามารับเธอจึงเตรียมตัวจะออกจากการต่อสู้แต่แล้วก็เห็นยานอวกาศหายไปด้วยความเร็วแสง
“ทำไมไม่พาฉันไปสนามรบ หนีไปทำไม?”
สวี่หว่านชิวโมโหสุดขีด
และเพราะการใจลอยเล็กน้อยนกกลายพันธุ์จำนวนมากก็โจมตีล้อมเธอไว้
จากนั้นทุกคนที่อยู่ในวิหารทองคำต่างอ้าปากค้างอึ้งไปกับภาพที่เห็น
“น่ารำคาญ!”
เสียงคำรามของสวี่หว่านชิวพร้อมกับคลื่นพลังควบคุมจิตทำให้นกกลายพันธุ์ในรัศมีหลายร้อยไมล์กลายเป็นขนนกในพริบตา
ฝนขนนกโปรยปราย นกที่ไร้ขนร่วงลงทะเลเหมือนกับการหย่อนเกี๊ยว
…
(วิหารทองคำ)
เหล่าผู้บัญชาการต่างมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจหลังจากเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกาะหนานซา
“มีสวี่หว่านชิวอยู่ที่เกาะหนานซาหน่วยรบพลังพิเศษจำเป็นต้องไปช่วยไหม?”หนึ่งในผู้บัญชาการถามขึ้น
หลงเหยียนไอเบาๆแล้วกล่าวว่า
“หน่วยรบพลังพิเศษไปเฝ้าที่เทือกเขาฉางไป๋จะดีกว่า?”
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หน่วยรบพลังพิเศษ
ลัวหลงเดินยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
“กัปตันเก่งขนาดนี้พวกเราก็ไม่เป็นรองไปกันไปเทือกเขาฉางไป๋ไปสังหารศัตรูให้ราบคาบ!”
หน่วยรบพลังพิเศษต่างฮึกเหิมพร้อมใจกันเดินทางออกไป
…
ทะเลหมอกสีดำแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก
เฉินเทียนเซิงรู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรจึงยิ้มออกมาเบาๆด้วยความมั่นใจ
“เรื่องอื่นฉันไม่รู้ แต่ที่เกาะหนานซา ฉันแน่ใจว่าเธอจะชนะ แม้คุณจะขังฉันไว้แต่ลูกน้องของฉันก็ไม่ได้อ่อนแอโดยเฉพาะน้องภรรยาของฉัน คนเดียวก็สามารถต่อสู้กับกองทัพล้านคนได้”
แม้ว่าอันจะไม่ได้พูดอะไรแต่เฉินเทียนเซิงก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ผันผวนของอัน
สายฟ้าแลบไปมาในหมอกสีดำรอบๆราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงความโกรธของอัน
“เฮ้โกรธแล้วหรอว่าแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่บนสนามรบ คุณรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นบนสนามรบ คุณเห็นเหรอ?”
เฉินเทียนเซิงใช้โอกาสนี้ลองยั่งเชิง
เสียงของอันฟังดูเบาและเย็นชา
“แน่นอนว่าเห็น ข้ารู้ทุกอย่าง ทุกหนแห่ง ทำทุกอย่างได้!”
“นี่มันโกงแล้วนะ”
เฉินเทียนเซิงยังคงเยาะเย้ย
“คุณเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนสนามรบมันไม่ยุติธรรม”
“อย่ามาพูดแบบนั้น เจ้าก็รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บนสนามรบได้อย่างรวดเร็ว ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้วิธีอะไรแต่ข้ามั่นใจว่าเจ้าเหมือนกับข้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์การรบ!”
“ฮึ่”
เฉินเทียนเซิงกลืนน้ำลายรีบเอามือลูบหน้าท้องดำสนิทเพื่อส่งข้อความ
…
วิหารทองคำ
สงครามกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดไม่มีทีท่าว่า จะพลิกผันทุกคนต่างให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้นำ
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด คำสั่งของเฉินเทียนเซิงก็มาถึง
“ยกเลิกแผนการจู่โจมหมอกดำ อันรับรู้ได้ว่า พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่ เตรียมพร้อมรบอย่างเต็มที่อย่าสนใจผม”
ทุกคนต่างตกใจโดยเฉพาะภาพโฮโลแกรมของ กงหมินเสวี่ย
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”
“ลุง อย่าล้อเล่น ฉันจะช่วยคุณออกมาให้ได้!”
เฉินเทียนเซิงไม่มีเสียงตอบกลับ
ภาพโฮโลแกรมของกงหมินเสวี่ยโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ทุบทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวตะโกนโวยวายราวกับคนบ้า
…
ท่าอวกาศ
บรรยากาศในท่าอวกาศเงียบกริบทุกคนเฝ้ามอง กงหมินเสวี่ยที่กำลังสติแตก
มู่เจียงหรงหยุดการสั่งการแล้วรีบวิ่งเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นแบบนี้?”
“แผนถูกยกเลิก!”
ดวงตาของมู่เจียงหรงเบิกกว้าง
“ยังไม่เริ่มดำเนินการเลยทำไมถึงยกเลิก ทำไมต้องยกเลิก?”
กงหมินเสวี่ย ตะโกนเสียงดัง
“ลุงบอกให้ยกเลิก บอกว่าอันรู้ทุกอย่าง ไปถามลุงเองเถอะ!”
บรรยากาศในท่าอวกาศตึงเครียดทุกคนไม่รู้จะทำอย่างไรพวกเขาเพิ่งจะมีเป้าหมายในการต่อสู้มีความหวังที่จะช่วยคนแต่สุดท้ายกลับเกิดเรื่องแบบนี้ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมากลายเป็นไร้ค่า
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าทั้งแผนกวิทยาศาสตร์และแผนกสนับสนุนไม่มีประสิทธิภาพ!
ขณะที่ทุกคนกำลังท้อแท้
หลงหลิง รีบวิ่งกลับมาอย่างร้อนรน
“ศาสตราจารย์กงเซียนงเทียน จ้าวซือหรุนอยู่ไหนกัน?”
ในท่าอวกาศเงียบสงัดเสียงตะโกนของหลงหลิงชัดเจนทุกคนต่างหันไปมองทางประตูเห็นหลงหลิงกำลังหายใจหอบมือจับเอว
“รีบไปช่วยคนด้วย คนคนนั้นชื่อจี้ซิงเยว่ เขา…เขาสามารถทำนายอนาคตได้ พี่ชายฉันบอกว่าเขาสำคัญมาก…”
เหล่าสมาชิกของแผนกวิทยาศาสตร์ในท่าอวกาศจึงนึกได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้พวกเขาลืม จ้าวซือหรุนไปโดยสิ้นเชิง