หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 787 พนันกันในหมู่ผู้หญิง
บทที่ 787
พนันกันในหมู่ผู้หญิง
เรื่องที่หลงหลิงบุกห้องนอนของเฉินเทียนเซิง กลายเป็นเรื่องเล่าลือไปทั่วยานรบโอลีฟ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้
หลงหลิงเองก็รู้สึกว่าเป็นความผิดของเธอ ที่ทำอะไรไม่คิด เดินไปทางไหนก็เอาแต่ก้มหน้า ยิ่งเวลาที่เลี่ยงไม่ได้ เธอก็จะสวมหมวกนาโนเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครจำได้
ห้องพักผ่อน
กลุ่มคนกำลังนั่งคุยกัน
“นี่ พวกนายว่าทำไมหลงหลิงถึงบุกห้องท่านผู้นำล่ะ”
“จะทำไมล่ะ ก็ผู้หญิงหึงกันไง”
“หึงอะไรของเธอล่ะ ท่านผู้นำกับหยางเซวี่ยน่ะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เริ่มต้น กิ่งทองใบหยก เหมาะสมกันจะตาย รู้จักกันมานาน ถ้าจะมีอะไรกันก็คงมีไปนานแล้ว จะรอให้เธอมาหึงทำไม”
“ใช่มั้ยล่ะ ถึงท่านผู้นำกับหยางเซวี่ยจะมีใจให้กันจริงๆ ก็เป็นเรื่องน่ายินดี เธอมายุ่งทำไม”
“ถ้างั้นพวกเรามาพนันกันดีกว่า ว่าสุดท้ายแล้วท่านผู้นำจะเลือกใครเป็นภรรยา”
พอพูดแบบนี้ ก็มีคนเห็นด้วยมากมาย
“ฉันขอแทงหยางเซวี่ย”
“ฉันแทงมู่เจียงหรง”
“ฉันแทงกงหมินเสวี่ย”
ต่างคนต่างก็เสนอชื่อ บางคนถึงขั้นบอกว่า ภรรยาในอนาคตของเฉินเทียนเซิง อาจจะเป็นเด็กน้อยอย่างสวี่หว่านชิวก็ได้
“สวี่หว่านชิว เด็กสาวไดโนเสาร์เนี่ยนะ”
“พวกคุณไม่สังเกตเห็นหรอ ว่า สวี่หว่านชิว ถึงจะก้าวร้าวไปหน่อย แต่ก็มีแต่ท่านผู้นำของเราเท่านั้นที่เอาอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น การที่น้องภรรยาจะกลายมาเป็นภรรยา มันก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ซะหน่อย”
“ก็มีเหตุผล”
กลุ่มคนว่างงานกำลังพนันกันอย่างสนุกสนาน โดยแทงชื่อสาวงามในยานอวกาศ กันแทบทุกคน มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีใครเลือกพนัน นั่นก็คือ หลงหลิง
หลงหลิงที่แอบฟังอยู่ถึงกับโมโห
ใจเธอตะโกนร้องอย่างโกรธแค้น
ทำไมถึงไม่มีใครเลือกฉันล่ะ!
สวี่หว่านชิวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะยังมีคนเลือก ฉันขาดอะไรไปอีกล่ะ
เธออดทนไม่ไหวแล้ว หลงหลิงกระโดดโลดเต้นออกมา และฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะแรงๆ
“ปัง!”
“ฉันขอแทงตัวเอง!”
ทุกคนอึ้งไป เมื่อเห็นหลงหลิงในชุดปกปิดสุดมิดชิด
“เธอเป็นใคร?”
หน้ากากหมวกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สดใส อ่อนโยนของหลงหลิง
“ฉันขอแทงตัวเองค่ะ มีปัญหาอะไรไหม?”
“ไม่มี ไม่มีปัญหาแน่นอน”
ทุกคนอมยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะแยกย้ายกันไปโดยไม่ต้องนัดหมาย
“เฮ้ย พวกคุณอย่าหนีสิ มาลงเดิมพันกันต่อเถอะ บอกไว้ก่อนเลยนะ เฉินเทียนเซิงเป็นของฉันอยู่แล้ว อย่าให้ใครคิดไม่ซื่อนะ”
หลงหลิงโพล่งออกมาอย่างกล้าหาญ ตอนนี้ละก็เรียบร้อย ทั่วยาน ไม่มีใครไม่รู้ ไม่มีใครไม่เข้าใจ
แม้แต่ หยางเซวียที่เพิ่งกลับมายังห้องบัญชาการ ก็ได้ยินเรื่องราวนี้
ตามตรง เธอรักเฉินเทียนเซิง แต่ไม่จำเป็นต้องครอบครองเขาคนเดียว แม้กระทั่งไม่ได้คัดค้านการมีภรรยาหลายคน ถึงอย่างไร เฉินเทียนเซิงก็เก่งกาจเกินไป
“หัวหน้า
เจิ้งเฉียนค่อยๆ เดินเข้ามา กระซิบกระซาบถาม
“หลงหลิงพูดเปิดเผยอย่างนั้น หัวหน้าได้ยินรึยัง จะให้ผมหาโอกาสสั่งสอนเธอสักหน่อยมั้ย?”
หยางเซวี่ยจ้องเจิ้งเฉียนด้วยสายตาขวาง
“ครั้งก่อนปฏิบัติการล้มเหลว เธอไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยสินะ ลงโทษฝึกใช้จักรกล 240 ชั่วโมง!”
“หา!?”
“หาอะไรหา ไม่รีบไปฝึกอีกหรอ”
“อา”
เจิ้งเฉียนเดินออกไปอย่างหดหู่ท้อแท้
บังเอิญสวนกับหลงหลิง ที่กำลังเดินเข้ามาในห้องบัญชาการอย่างสบายๆ
“พี่เซวี่ย!”
หลงหลิงกระโดดโลดเต้นวิ่งเข้ามา พูดตรงไปตรงมาว่า
“คงได้ยินมาแล้วสินะ ฉันจะไม่ปิดบังพี่หรอกนะ ฉันจะให้กำเนิดลูกเฉินเทียนเซิงค่ะ!”
“พรึ่ด”
หยางเซวียถึงกับพ่นน้ำออกมาด้วยความตกใจ ในความซื่อสัตย์ของหลงหลิง
“เออ แล้วไง?”
“ก็แค่มาบอกให้ พี่เตรียมใจไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวทีหลังจะไม่ได้เป็นแม้แต่พี่น้องกันอีก”
“อืม”
หยางเซวี่ยไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆ
หลงหลิงยื่นมือออกมาแล้วเอ่ยว่า “ตกลงแบบนี้แล้วกันนะ ต่อจากนี้ไปเราสองคนมาแข่งขันกันอย่างยุติธรรม ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะก็ห้ามโกรธกันเด็ดขาด”
“ฉันไม่โกรธหรอก จะทำอะไรก็ทำไป” หยางเซวี่ยต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากจับมือกับหลงหลิง
แต่หลงหลิงกลับเดินเข้ามาหา คว้ามือของหยางเซวี่ยแล้วบีบแน่น ก่อนจะเอ่ยว่า “ตกลงตามนี้นะ เราจะแข่งขันกันอย่างยุติธรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือความยุติธรรม!”
ในขณะที่หลงหลิงกำลังพูดอย่างโอ้อวดอยู่นั้น เฉินเทียนเซิงก็เดินเข้ามาพอดี
“พวกเธอสองคนจะแข่งขันอะไรกันเหรอ”
หญิงสาวทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นหลงหลิงรีบวิ่งเข้าไปหาเฉินเทียนเซิงพร้อมกับคล้องแขนเขาอย่าง สนิทสนม ก่อนจะดึงเขาเข้ามาใกล้ๆ
“ฉันกำลังจะแข่งขันกับพี่เซวี่ย…”
“แข่งขันการควบคุมหุ่นยนต์ต่อสู้ต่างหาก” หยางเซวี่ยรีบพูดแทรก เธอไม่อยากทำให้เฉินเทียนเซิงเดือดร้อน แถมยังรู้จักนิสัยของเขาดี ถ้าหากเฉินเทียนเซิงรู้ว่าหลงหลิงหมายปอง เธอก็คงจะถูกไล่ตะเพิดออกไปแน่
ใครจะไปเหมือนเฉินเทียนเซิงกันล่ะ เอาแต่เรื่องงานเป็นที่ตั้ง
“เธอก็อยากจะควบคุมหุ่นยนต์ต่อสู้ด้วยอย่างนั้นเหรอ” เฉินเทียนเซิงถามขึ้น
“ฉัน…” หลงหลิงมองไปทางหยางเซวี่ยด้วยสีหน้างุนงง
“ใช่แล้ว หลงหลิงก็สนใจเรื่องหุ่นยนต์ต่อสู้เหมือนกัน เธอเลยอยากให้ฉันแบ่งให้เธอควบคุมดูสักครั้ง” หยางเซวี่ยอ้ำอึ้งอธิบาย เธอเพิ่งหาข้ออ้างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ แต่กลับดูเหมือนว่าเธอก็เชื่อในสิ่งที่เธอพูด
“บังเอิญว่า อู๋เหว่ยต้า เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกระยะหนึ่ง ตอนนี้ก็เหลือหุ่นยนต์ต่อสู้อยู่ 8 ตัว พวกเราสามคนแบ่งกันใช้ก็ไม่ได้ งั้นก็ให้หลงหลิงลองดูก็แล้วกัน” เฉินเทียนเซิงกล่าว
“เอาไว้ก่อนเถอะ เด็กคนนี้ไม่น่าจะปรับตัวได้เร็วเท่าพวกเธอ หุ่นยนต์ต่อสู้พวกนี้ก็ราคาแพง เราสิ้นเปลืองไม่ได้หรอก”
“ทำไมฉันจะทำไม่ได้” หลงหลิงกระโดดโวยวายทันที เธอเกลียดที่สุดก็คือคำพูดที่ดูถูกว่าเธอไม่เก่งเท่าหยางเซวี่ย
“ฉันเนี่ยน่ะ ตั้งแต่เด็กจนโต เรียนอะไรก็เป็นเร็วไปหมด ทำไมจะปรับตัวไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลอง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าฉันทำไม่ได้”
“อย่าโวยวายไปหน่อยเลย” เฉินเทียนเซิงพูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม
“ถ้าเธออยากจะควบคุมหุ่นยนต์ต่อสู้จริงๆ ก็รอให้ถึงเวลาที่เรามีวัสดุเพียงพอก่อน ฉันจะสร้างให้เธอเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้…”
“ไม่เอา!” หลงหลิงยืนกราน “พี่เซวี่ยทำได้ ฉันก็ต้องทำได้ ฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอสักหน่อย”
พูดจบเธอก็กระแอม เทียบกับรูปร่างที่สง่างามของ หยางเซวี่ย
นี่มันไม่ใช่การแข่งขันควบคุมหุ่นยนต์ต่อสู้ชัดๆ แต่มันคือการประชันความงามและรูปร่างระหว่างผู้หญิงด้วยกันต่างหาก
หยางเซวี่ยหัวเราะอย่างเขินๆ ก่อนเอ่ยว่า “งั้นให้หลงหลิงลองดูสักครั้งก็ได้ ลองควบคุมแค่ตัวเดียว ถ้าทำไม่สำเร็จก็ตัดสิทธิ์ไป”
หลงหลิงพูดด้วยท่าทางมั่นใจ “ฉันไม่มีทางล้มเหลวแน่ เชื่อฉันเถอะ ฉันจะทำให้ดูเอง”
เฉินเทียนเซิงได้แต่ยิ้มแห้งๆ พร้อมกับโบกมือ “ในเมื่อเธอเป็นคนแนะนำเอง งั้นเธอก็พาเธอไปทำความคุ้นเคยกับการควบคุมหุ่นยนต์ต่อสู้ แล้วก็คอยฟังข่าวจากฝ่ายเทคโนโลยีไว้ให้ดี ภารกิจครั้งต่อไปอาจจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้”
“รับทราบ”
หยางเซวี่ยยืนตรง ก่อนจะพาหลงหลิงเดินออกไปด้วยกัน
“พี่เซวี่ย ทำไมพี่ถึงแนะนำให้ฉันไปควบคุมหุ่นยนต์ต่อสู้ล่ะ ฉันไม่เคยควบคุมอะไรแบบนั้นมาก่อนเลยนะ”
“ฉันเองก็ไม่เคยควบคุมมาก่อนเหมือนกัน” หยางเซวี่ย กล่าวขณะเดิน
“เฉินเทียนเซิงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับงานมากนะ ถ้าอยากได้ใจเขา เราต้องไม่ทำตัวเอาแต่ใจ ต้องพึ่งพาตัวเองได้ ไม่งั้นเขาไม่สนใจเราหรอก”
“จริงด้วยสิ” ได้ยินหยางเซวี่ยพูดแบบนั้น หลงหลิงก็เข้าใจในทันที เพื่อที่จะทำให้เฉินเทียนเซิงสนใจ เธอต้องพยายามแล้วล่ะ
หญิงสาวทั้งสองคนมาถึงห้องฝึกควบคุมหุ่นยนต์จำลอง และเริ่มฝึกฝนการควบคุมหุ่นยนต์ผ่านระบบเสมือนจริง
เมื่อจิตของหลงหลิงเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ ความรู้สึกแปลกใหม่ก็ทำให้เธอตื่นเต้น ในตอนแรก เธอเริ่มจากการขยับแขนและขา แต่ไม่กี่นาทีต่อมา หลงหลิงก็สามารถควบคุมหุ่นยนต์ให้ต่อยหมัดได้เป็นชุด
ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้จริงหรือการบิน เธอก็ไม่เป็นรอง หยางเซวี่ยและคนอื่นๆ เลยสักนิด แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่เฝ้าดูอยู่ก็ยังต้องตกตะลึง
“เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!”