หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 798 สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดคือคน
บทที่ 798
สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดคือคน
หลังจากจบการสนทนาหลงเหยียนก็จมอยู่ในความเงียบ สวี่หว่านชิวอยู่ทุกหนทุกแห่ง วิญญาณของเธอแทบจะรู้ทุกเรื่อง การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตระกูลจึงไม่อาจรอดพ้นสายตาของสตาร์ไฟร์ไปได้
ประเด็นสำคัญคือ ตระกูลยังคงต้องการเสี่ยง เล็งจะแบ่งอำนาจกับสตาร์ไฟร์ พฤติกรรมที่มองการณ์สั้นเช่นนี้ ทำให้ หลงเหยียนรู้สึกเหนื่อยใจจริง ๆ
ไม่มีทางล่ะ สี่ตระกูลใหญ่ก็เป็นตระกูลเก่าแก่ ความคิดล้าหลัง ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ อย่างเหนียวแน่น สตาร์ไฟร์กำลังจะออกไปนอกระบบสุริยะแล้ว แต่ตระกูลยังคงคิดถึงแต่เรื่องเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง
“เฮ้อ!”
หลงเหยียนถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง
เขาจะสนับสนุนอำนาจใหม่ เพื่อคานอำนาจกับสี่ตระกูลใหญ่โดยเฉพาะ ใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อสร้างสมดุล ไม่ให้สี่ตระกูลใหญ่มีอำนาจมากเกินไป เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
แต่ว่า ใครจะเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้ล่ะ?
“ก๊อก ก๊อก”
มีคนมาเคาะประตู ซุนเฉียนฮุ่ยผลักประตูเข้ามา
“ฉันมารายงานค่ะ”
หลงเหยียนมองซุนเฉียนฮุยที่เดินเข้ามาใกล้ คิดอะไรได้อย่างหนึ่ง
ซุนเฉียนฮุยรายงานงานเสร็จสิ้น หลงเหยียนก็เปลี่ยนเรื่องคุย “ฉันอยากมอบหมายงานสำคัญอย่างหนึ่งให้เธอ”
“เชิญพูดเลยค่ะ”
“เธอก็รู้ว่า อีกประมาณสามเดือน สตาร์ไฟร์จะยกพลออกไปรบกับการรุกรานแห่งรัตติกาลนอกโลก กำลังรบส่วนใหญ่จะถูกส่งไปด้วย คนที่อยู่บนโลกคงจะ…”
ซุนเฉียนฮุยขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่า ให้ฉันอยู่ดูแลสถานการณ์บนโลกงั้นเหรอคะ?”
“ก็มีส่วน แต่แค่เธอคนเดียวคงไม่พอ เธออาจจะจัดตั้งองค์กรขึ้นมา พอถึงเวลาที่สตาร์ไฟร์จากไป องค์กรของเธอก็จะเข้ามารับช่วงการบริหารจัดการโลก”
“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปหาคนที่มีความสามารถมารับช่วงต่อค่ะ”
ในเรื่องความสามารถในการจัดตั้งองค์กร ซุนเฉียนฮุยค่อนข้างโดดเด่น ไม่มีข้อกังขาใด ๆ
หลังเลิกงาน ซุนเฉียนฮุยก็ติดประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ให้กับแผนกใหม่ของบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ไฟร์ทันที
นับตั้งแต่ที่ทุกคนหันไปผจญภัยเพื่อทวงคืนผืนแผ่นดิน ฐานที่มั่นต่าง ๆ ก็แทบจะร้างผู้คน
ผู้คนต่างออกเดินทางผจญภัยไปทั่วโลก กลับประเทศก็ต่อเมื่อต้องการเสบียงเท่านั้น
ถนนที่เคยพลุกพล่านจึงเงียบเหงาไร้ผู้คน
ท่ามกลางความเงียบสงัด มียานอวกาศลำหนึ่งร่อนลงจอดที่หน้าบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ไฟร์
กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินลงมาจากยาน นำโดยหลิวเฉียงซี ที่เคยหนีทัพมาก่อน
“หัวหน้า ดูประกาศนั่นสิ”
หลิวเฉียงซีเดินไปที่บอร์ดประกาศ มองดูอย่างพิจารณา ก่อนจะแสยะยิ้มเยาะหยัน
“ยังจะรับสมัครคนอีกเหรอ ยุคนี้สมัยนี้แล้ว ใคร ๆ เขาก็ออกผจญภัยกันหมดแล้ว ถึงจะรวย!”
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก ไปกันเถอะ ไปแลกอุปกรณ์ระดับสูงที่เทคโนโลยีสตาร์ไฟร์กัน”
เหล่าผู้กล้าทั้งหลายจึงเดินเข้าไปในห้องโถงแลกเปลี่ยนด้วยท่าทางองอาจ
ภายในห้องโถงมีเพียงหุ่นยนต์คอยให้บริการ
ลูกน้องของหลิวเฉียงซีต่างนำแกนคริสตัล โลหะหายากจำนวนมากไปวางไว้บนแท่นสแกนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นคะแนน จากนั้นก็เลือกซื้ออุปกรณ์ไฮเทคผ่านหน้าจอแสดงผล
“ทำไมยานอวกาศถึงหมด ปืนอเนกประสงค์ก็ขายหมดเกลี้ยง เหลือแต่อุปกรณ์ห่วย ๆ อย่างหุ่นยนต์พัง ๆ ใครจะอยากได้กัน”
ขณะที่ทุกคนกำลังบ่นพึมพำ ซุนเฉียนฮุยก็เดินออกมา
ทุกคนต่างตะลึงเมื่อเห็นเธอปรากฏตัว
“โอ้โห นี่มันสาวงามนี่”
ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยปากเยาะเย้ย แต่กลับถูกหลิวเฉียงซีตบหน้าอย่างแรง
“หุบปาก! อย่าพูดจาเหลวไหล”
จากนั้นก็รีบคารวะทักทายอย่างสุภาพ
“ขออภัยด้วย ลูกน้องผมไม่มีมารยาท ไม่รู้จักคุณ”
ซุนเฉียนฮุยขมวดคิ้วเล็กน้อย
“งั้นแสดงว่าคุณรู้จักฉัน?”
“รู้จักสิครับ คุณซุนเฉียนฮุย หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไฟแห่งความมืด ใครจะไม่รู้จักกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าลูกน้องต่างพากันสูดหายใจ
ซุนเฉียนฮุยมองหลิวเฉียงซีตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นได้ชัดว่าจำเขาได้ ไม่แปลกหรอก ก่อนวันสิ้นโลก หลิวเฉียงซีก็เป็นมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียง ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักเขา
“ถ้าไม่รังเกียจ เชิญคุยกับฉันที่ห้องทำงานหน่อย ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
ซุนเฉียนฮุยกล่าว ก่อนจะพาหลิวเฉียงซีเข้าไปในห้องทำงาน และปิดประตูลง
ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่เมื่อหลิวเฉียงซีเดินออกมา เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ประกาศว่าวันนี้กลุ่มนักผจญภัยของเขาจะเข้าร่วมกับบริษัทสตาร์ไฟร์อย่างเป็นทางการ และจัดตั้งองค์กรไฟแห่งความมืดขึ้นใหม่
เหล่าลูกน้องต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าหัวหน้าเปลี่ยนใจได้อย่างไร
“พวกแกไม่รู้อะไร นี่มันเป็นเรื่องดีมาก รีบไปรวบรวมสมัครพรรคพวกกันเเถอะ!”
…
ยุคแห่งการผจญภัยของทุกคนได้เริ่มขึ้นแล้ว พื้นที่ต่าง ๆ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับความอันตราย ได้แก่ อันตรายน้อย อันตรายปานกลาง และอันตรายสูง เช่น ทวีปออสเตรเลีย และทวีปอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด จะมีหน่วยรบพิเศษของสตาร์ไฟร์เป็นผู้รับผิดชอบ
หลังสงคราม หน่วยรบพิเศษได้รับมอบหมายให้อยู่ดูแลความเรียบร้อยบนโลก เฉินเทียนเซิงสั่งให้พวกเขากำจัดสิ่งมีชีวิตขั้นสูงทั้งหมดบนโลกให้หมดภายใน 3 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตราย หลังจากที่กองกำลังหลักของสตาร์ไฟร์ออกเดินทางไปแล้ว
ณ ซากปรักหักพังของเมืองแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย…
สวี่หว่านชิวเอนกายลงบนเก้าอี้ผ้าใบอย่างผ่อนคลาย เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวตัวบาง เผยผิวเนียนภายใต้แว่นตากันแดดขนาดใหญ่ ปล่อยกายให้แสงแดดอาบไล้ผิวอย่างอารมณ์ดี
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของโม่เฉียงดังขึ้นพร้อมกับผลมะพร้าวขนาดใหญ่ในมือ เขาวิ่งตรงเข้ามาหาสวี่หว่านชิวด้วยท่าทางตื่นเต้น
“หว่านชิว ดูสิ นี่อะไร?”
โม่เฉียงยื่นมะพร้าวที่ใหญ่ราวกับแตงโมให้สวี่หว่านชิว เธอค่อยๆ ปลดแว่นลง เหลือบมองมะพร้าวอย่างเฉยชา ก่อนจะรับไปแล้วใช้นิ้วจิ้มรูเล็กๆ บนลูกมะพร้าวอย่างง่ายดาย เธอเสียบหลอดดูดและเริ่มดื่มน้ำมะพร้าวอย่างสบายอารมณ์
โม่เฉียงเริ่มรายงานภารกิจ “รายงานจากหน่วยไฟเพิ่งเข้ามาครับ พวกเขาสามารถกวาดล้างพื้นที่อันตรายในลาตินอเมริกาได้เกือบหมดแล้ว ส่วนอเมริกาเหนือกำลังอยู่ในระหว่างการกวาดล้างโดยหน่วยลม ตอนนี้พวกเขาทำได้ 89% แล้ว อีกไม่นานเราก็จะทำภารกิจที่ท่านผู้นำมอบหมายสำเร็จแล้วครับ”
สวี่หว่านชิวดื่มน้ำมะพร้าวหมดแล้วก็โยนลูกมะพร้าวทิ้งอย่างไม่ไยดี โม่เฉียงรีบคว้าไว้ก่อนที่มันจะตกถึงพื้น จากนั้นก็คว้าก้อนหินมาทุบเปลือกมะพร้าวให้แตก
สวี่หว่านชิวบิดขี้เกียจแล้วพูดอย่างเบื่อหน่าย “เมื่อไหร่เราจะได้กลับไปอวกาศสักที ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว”
ทันทีที่พูดจบ เสียงจากระบบก็ดังขึ้น “กัปตันๆ คุณเดาสิว่าเราเจออะไรในอุโมงค์ใต้ดินที่อเมริกา”
สวี่หว่านชิวพูดอย่างหงุดหงิด “มีอะไรก็รีบพูดสิ”
“เราเจอมนุษย์ที่รอดชีวิต!”
“หา!” สวี่หว่านชิวผงะตัวขึ้นนั่ง
“ใช่แล้วครับ มนุษย์ที่รอดชีวิต พวกเขาอยู่ที่ชั้นใต้ดิน 18 ชั้นของพื้นที่ 51 มีหลายหมื่นคนเลย มีทุกเชื้อชาติ คุณอยากไปดูไหม?”
“ไปสิ รออะไร!”
…
ข่าวที่หน่วยรบพิเศษสตาร์ไฟร์พบมนุษย์ที่รอดชีวิตในอเมริกาเหนือแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มนักผจญภัยหลายกลุ่มต่างก็เลื่องลือกันหนาหู ข่าวนี้ถึงขั้นทำให้หน่วยกู้ชีพ ของสตาร์ไฟร์ต้องส่งคนไปตรวจสอบยังอเมริกา เพื่อยืนยันว่ามนุษย์กลุ่มนี้มีความผิดปกติหรือไม่
ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลังการระบาดของไวรัสวันสิ้นโลก อเมริกาเป็นภูมิภาคที่ถูกทำลายหนักที่สุด
หลังการระเบิดของนิวเคลียร์ ทวีปอเมริกาเหนือแทบทั้งทวีปเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง
ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือมนุษย์ ผู้รอดชีวิตในอเมริกาต่างพากันอพยพลงไปอยู่ใต้ดินทั้งหมด
ในตอนแรกที่สำรวจอเมริกา พวกเขาไม่ได้ค้นหาอย่างละเอียดก็ถอนกำลังกลับ แต่พอค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้ง ก็พบว่าโลกใต้ดินของอเมริกานั้น โดยเฉพาะเมืองใต้ดินที่ถูกสร้างเป็นที่พักพิง ยังคงมีมนุษย์อาศัยอยู่จริง และพวกเขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้กลายพันธ์ุเป็นอย่างอื่น
เมื่อเห็นผู้รอดชีวิตจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผิวขาว ผิวดำ มีครบทุกเชื้อชาติ ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เพราะหลังจากวันสิ้นโลก สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการฟื้นฟูโลกก็คือ “มนุษย์”