อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 2 บทที่ 51 ศูนย์คะแนนสามคน (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 2 บทที่ 51 ศูนย์คะแนนสามคน (อัปเดต)
ภายในตำหนักใหญ่ได้จมสู่ความโกลาหลวุ่นวายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
เหล่านักศึกษาต่างก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสังหารหรือหลบหลีกฝูงค้างคาวสี่ปีกที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุดฝูงนี้ แต่เนื่องจากอีกฝ่ายมีจำนวนมากเกินไป นักศึกษาหลายคนจึงเริ่มได้รับบาดเจ็บ ถูกกรงเล็บอันแหลมคมของค้างคาวสี่ปีกข่วนจนเกิดเป็นรอยเลือดยาวเป็นทาง แผ่นผลึกแก้วบนหน้าอกเองก็เปล่งแสงสีแดงกะพริบวูบวาบอย่างต่อเนื่อง
มีเพียงนักศึกษาที่ค่อนข้างแข็งแกร่งจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ยังพอมีสติอยู่ พวกเขารีบรวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือกับค้างคาวสี่ปีก ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าตรงขอบของตำหนัก มีเงาร่างสามสายที่กำลังหลบการตามล่าของฝูงค้างคาวสี่ปีกอย่างสบายๆ อยู่ใต้เงาแสงสลัวๆ ทั้งยังคอยวิพากษ์วิจารณ์ผู้คนในตำหนักไปด้วย
“ฮ่าฮ่า ดูหมอนั่นสิ หน้าโดนข่วนจนจะเละอยู่แล้ว”
“โว้ว เจ้าหมอนี่มันดวงซวยจริงๆ โดนค้างคาวสี่ปีกข่วนเป้าไปที ดูสีหน้าบิดเบี้ยวของมันสิ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้มันจะกลายเป็นปมในใจไปหรือเปล่า?”
“น่าสงสาร”
“…”
ทั้งสามคนมองดูผู้คนในตำหนักที่มีสภาพสะบักสะบอมด้วยความสงสาร และรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ก่อนเข้ามาไม่ได้เตรียมขนมขบเคี้ยวเข้ามาด้วย มิฉะนั้นพวกเขาก็คงจะสามารถนั่งกินขนมไปพลางดูความวุ่นวายไปพลางได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว
ทันใดนั้นหลี่ลั่วก็หันไปมองอวี๋ล่าง ขมวดคิ้วกล่าว “เจ้าจะเข้ามาใกล้ข้าขนาดนี้ทำไม? ไม่ขยะแขยงหรือ?”
เจ้าหมอนี่มันจับมือเขาไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคอยขยับเข้ามาใกล้เขาตลอดเวลา กลิ่นเหงื่อโชยมาจนทำให้หลี่ลั่วรู้สึกอึดอัด
อวี๋ล่างกล่าวอย่างมีเหตุผลว่า “ก็เจ้ามันร้ายนี่ ถ้าอยู่ๆ เจ้าโยนข้าออกไปแล้วข้าจะทำยังไง? ข้าต้องจับไว้ให้แน่นอยู่แล้ว”
หลี่ลั่วรู้สึกจนใจ คิดในใจว่า หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ที่เจ้าช่วยข้าปกปิดข้อมูลละก็ ข้าคงจะเตะเจ้าออกไปแล้วจริงๆ…
“พี่ลั่ว แบบนี้พวกเราน่าจะถือว่าแสดงผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วใช่ไหม? คะแนนพื้นฐานของด่านนี้ หากยังไม่ได้คะแนนเต็มอีก ข้าว่ามันคงไม่ยุติธรรมแน่ๆ” จ้าวคั่วที่อยู่ด้านข้างยิ้มจนมุมปากแทบจะฉีกถึงใบหูแล้ว
หลี่ลั่วพยักหน้า พวกเขาไม่เคยถูกค้างคาวสี่ปีกโจมตีเลยสักครั้งในด่านทดสอบนี้ ดังนั้นหากใช้สิ่งนี้เป็นเกณฑ์ในการประเมินคะแนนละก็ คงไม่มีใครสามารถเหนือกว่าพวกเขาได้แล้ว
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังดูเหตุการณ์อย่างสบายๆ อยู่นั้น หลังจากที่ค้างคาวสี่ปีกอาละวาดในตำหนักได้ราวๆ ครึ่งชั่วโมง พวกมันก็ดูเหมือนจะได้รับคำสั่งบางอย่าง ทันใดนั้นพวกมันก็บินถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นกระแสสีดำไหลทะลักเข้าไปในรูสีดำสองรูที่อยู่บนเพดานของตำหนัก
เห็นได้ชัดว่า การทดสอบของด่านนี้ได้จบลงแล้ว
ภายในตำหนัก เหล่านักศึกษาที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดต่างทรุดตัวลงกับพื้น
ทันใดนั้นเอง ด้านบนของตำหนักดูเหมือนว่าจะมีศิลาผลึกก้อนหนึ่งที่เปล่งประกายแสงออกมา มีตาข่ายแสงสายหนึ่งกวาดผ่านอย่างรวดเร็ว กวาดผ่านร่างกายของทุกคนในที่นี้
จากนั้น ทุกคนก็เห็นว่าบนแผ่นผลึกแก้วที่อยู่บนหน้าอกของพวกเขาได้มีตัวเลขปรากฏขึ้นมา
“เอ๊ะ? ข้ามีคะแนนพื้นฐานแล้ว สี่สิบหกคะแนน!”
“ของข้าห้าสิบคะแนน”
“ซวยจริง ข้าได้แค่ยี่สิบคะแนน!”
“…”
เสียงแสดงความยินดีและผิดหวังดังขึ้นภายในตำหนักอย่างสับสนวุ่นวาย
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังดีใจและเสียใจกับคะแนนของตัวเองอยู่นั้น หลี่ลั่ว จ้าวคั่ว และอวี๋ล่างทั้งสามคนที่อยู่ตรงขอบกลับอยู่ในสภาพชะงักงัน
เพราะพวกเขาพบว่า คะแนนที่ปรากฏบนแผ่นผลึกแก้วของพวกเขายังคงเป็นศูนย์
“เป็นไปได้ยังไง!” จ้าวคั่วเบิกตาโตอ้าปากค้าง
“พวกเรารับมือกับการโจมตีของค้างคาวสี่ปีกได้อย่างสมบูรณ์แบบแท้ๆ!” อวี๋ล่างก็โกรธเช่นกัน รู้สึกว่าพวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
หลี่ลั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “หรือว่า ‘วิชาเงาวารี’ นี่มันได้ผลมากเกินไปจนซ่อนตัวจากแสงตรวจจับนั่นได้ ทำให้พวกเราถูกข้ามไปเลย?”
จ้าวคั่วมีสีหน้าตกตะลึง เป็นแบบนี้ก็ได้หรือ? ‘วิชาเงาวารี’ ได้ผลดีเกินไปก็ผิดด้วยหรือ?
“เมื่อครู่นี้ ลำแสงตรวจจับนั่นเหมือนจะไม่ได้ส่องมาที่พวกเราจริงๆ ด้วย” อวี๋ล่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว
ทันใดนั้นทั้งสามคนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก จิตใจแทบจะพังทลายไปแล้ว
ไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้… เดิมทีพวกเขากำลังรอคอยคะแนนพื้นฐานเต็มด้วยความตื่นเต้นยินดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่า พวกเขาหลบได้แนบเนียนเกินไป จนไม่มีใครพบพวกเขา ก็เลยให้ศูนย์คะแนน?
มันจะเกินไปแล้วนะ!
“ไม่ได้ ข้าจะไปประท้วง! นี่เป็นความผิดพลาดของพวกเขา!” อวี๋ล่างกล่าวด้วยความโกรธเคือง
หลี่ลั่วเบะปากกล่าว “ถ้าออกไปตอนนี้ก็เท่ากับถูกตัดสิทธิ์จากการสอบแล้ว ช่างเถอะ ศูนย์คะแนนก็ศูนย์คะแนน อย่างไรเสียคะแนนพื้นฐานก็มีไว้ให้คนอื่นแย่งชิงอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีด่านทดสอบด่านต่อไปอีกไม่ใช่หรือ”
เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น อวี๋ล่างจึงค่อยสงบลงบ้าง แต่ก็ยังสบถออกมาสองสามคำอย่างอดไม่ได้
หลี่ลั่วยกเลิกวิชาเงาวารี เงาร่างของทั้งสามคนปรากฏขึ้นมาทันที ดึงดูดสายตาจากคนในตำหนักมาได้จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อพวกเขาเห็นศูนย์คะแนนบนแผ่นผลึกแก้วของหลี่ลั่วทั้งสามคนแล้วก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน
เพราะพวกเขาพบว่า แม้แต่คนที่แย่ที่สุดในที่นี้ก็ยังพอมีคะแนนอยู่บ้าง ซึ่งนั่นอาจเป็นคะแนนการแสดงออกก็ได้ แต่กลับไม่มีใครได้ศูนย์คะแนนเลย
พวกหลี่ลั่วทั้งสามคน พวกเขาไปทำอะไรกันมา?
ภายในตำหนักพลันมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยด้วยความสะใจดังขึ้น
พวกหลี่ลั่วสามคนกลับมีสีหน้าเฉยเมยกับสายตาเหล่านั้น และก็คร้านจะอยู่ที่นี่ต่อแล้ว จึงรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตูไม้บานหนึ่งที่เปิดอ้าอยู่ทางฝั่งตรงข้ามของตำหนักอย่างรวดเร็ว
มารดามันเถอะ! น่าโมโหชะมัด! เดิมทีพวกเขาเป็นฝ่ายเยาะเย้ยคนพวกนี้อยู่แท้ๆ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าถูกคนพวกนี้เยาะเย้ยใส่เสียเอง ชีวิตคนเรามันมีขึ้นต้องมีลงจริงๆ
…
ในขณะที่พวกหลี่ลั่วสามคนกำลังมุ่งหน้าไปยังด่านต่อไปนั้น ภายในภูเขาไป๋หลิงก็มีเสียงเฮดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะบนกำแพงผลึกขนาดใหญ่นั้นได้ทยอยมีตัวเลขจำนวนมากปรากฏขึ้นมา มีชื่อหลายชื่อปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดสายตาทุกคู่เอาไว้ ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดเสียงอุทานดังขึ้นเป็นระลอก
ตัวเลขต่างๆ ขยับอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ หยุดลง ในตอนนี้ ชื่อที่เรียงรายอยู่ด้านหน้า ล้วนแล้วแต่มีคะแนนพื้นฐานอยู่ที่หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม
นี่คือคะแนนเต็มของด่านทดสอบ
ไม่ผิดคาด ชื่อของพวกหลี่ว์ชิงเอ๋อร์และซือคงนั้นล้วนติดอันดับต้นๆ ทั้งหมด
สายตานับไม่ถ้วนกวาดมองไปมา ทันใดนั้นก็มีคนร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะพวกเขาเห็นคนที่ได้คะแนนแปลกๆ อยู่สามคน…
ศูนย์คะแนน?
จริงๆ แล้วคะแนนของคนอื่น แม้จะแย่ที่สุดก็ยังมีอยู่หนึ่งคะแนน เพราะถือเป็นคะแนนการแสดงออก แต่ศูนย์คะแนนนั้น พวกเขายังไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ
ดังนั้นเมื่อชื่อของผู้ที่ได้ศูนย์คะแนนทั้งสามคนปรากฏขึ้นมา ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาเห็นชื่อของหนึ่งในสามคนนั้นแล้ว ก็ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นตะลึงมากขึ้นไปอีก
วิทยาลัยหนานเฟิง หลี่ลั่ว
นั่นมันคุณชายน้อยแห่งคฤหาสน์ลั่วหลานไม่ใช่หรือ? คนผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังในมณฑลเทียนสู่ไม่น้อย ทำไมตอนนี้ถึงได้ศูนย์คะแนนล่ะ?
มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร?
“นี่ ศูนย์คะแนนนั่น อย่าบอกนะว่าเป็นของคุณชายน้อยน่ะ?” ไช่เวยเห็นศูนย์คะแนนที่เด่นชัดนั่นแล้วเช่นกัน ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางก็อ้าออกเล็กน้อย
เหยียนหลิงชิงนวดระหว่างคิ้วกล่าว “นอกจากเขาแล้ว ในวิทยาลัยหนานเฟิงยังมีใครที่ชื่อหลี่ลั่วอีกหรือ?”
“ทำไมถึงได้ศูนย์คะแนนล่ะ?” ไช่เวยหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ นี่คุณชายน้อยทำอะไรลงไปกันแน่?
เหยียนหลิงชิงยักไหล่ “เจ้าถามข้า แล้วข้าจะไปถามใครได้ล่ะ”
“แต่ก็ช่างเถอะ ด่านทดสอบสองด่านนี้เป็นเพียงแค่การทำคะแนนพื้นฐานเท่านั้น สิ่งที่ใช้ตัดสินผลลัพธ์ที่แท้จริง คือการแข่งขันรอบสุดท้ายต่างหาก”
ไช่เวยกล่าวอย่างจนใจ “คุณชายน้อยผู้นี้ ชอบทำให้เป็นห่วงจริงๆ”
…
ภายในศาลาใจกลาง
ผู้อำนวยการเฒ่า ผู้ว่าซือ และครูอันเลี่ยต่างก็เห็นศูนย์คะแนนอันเด่นชัดนั่นแล้วเช่นกัน พวกเขาต่างก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
จากนั้น ผู้ว่าซือก็หัวเราะออกมาแล้วกล่าว “ผู้อำนวยการเฒ่า ดูเหมือนว่านักศึกษาจากวิทยาลัยหนานเฟิงของพวกท่านจะพิเศษไม่น้อยเลยนะ”
ผู้อำนวยการเฒ่าขมวดคิ้วขณะมองดูชื่อของคนทั้งสาม รู้สึกปวดหัวเช่นกัน เจ้าพวกตัวแสบนี่มันไปทำอะไรกันแน่? น่าขายหน้าจริงๆ
เขาเองก็รู้สึกเอือมระอา ดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดจิกกัดของผู้ว่าซือเสียเลย อย่างไรเสียมันก็เป็นเพียงแค่ด่านทดสอบด่านหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้สำคัญอะไร
แต่เขาก็ได้แต่หวังว่าต่อจากนี้เจ้าพวกตัวแสบทั้งสามคนนี้จะไม่ก่อปัญหาอะไรอีก มิฉะนั้น ผู้อำนวยการเฒ่าอย่างเขาคงต้องลงไม้ลงมือกันหน่อยแล้ว