อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 2 บทที่ 53 อัตลักษณ์ดิน เหลียนจ้ง (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 2 บทที่ 53 อัตลักษณ์ดิน เหลียนจ้ง (อัปเดต)
ในพริบตาที่เสียงตะคอกของหลี่ลั่วดังเข้ามาในหูของอวี๋ล่าง ในหัวเขาก็พลันมีความคิดมากมายแวบผ่านเข้ามาทันที เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ หากเขาหลับตาลงก็เท่ากับเป็นการมอบโอกาสให้กับอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยความที่เขารู้จักนิสัยใจคอของหลี่ลั่วดี สุดท้ายเขาก็กัดฟันหลับตาลง
ดังนั้นในพริบตาที่ระเบิดแสงนั้นปะทุออกมา อวี๋ล่างจึงสามารถหลบเลี่ยงได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นก็พุ่งออกไปคว้าผลหน้าผีเอาไว้ตามเส้นทางที่จำไว้ก่อนหน้านี้
ในทางกลับกันเงาร่างที่กำลังจู่โจมเข้ามานั้นกลับต้องตกใจกับระเบิดที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาทั้งสองข้างเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที การเคลื่อนไหวจึงชะงักลงเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
ระเบิดแสงปรากฏขึ้นเพียงครู่เดียวก็หายวับไป
แต่อวี๋ล่างกลับคว้าผลหน้าผีมาได้แล้ว จากนั้นสีหน้าของเขาก็เย็นเยียบลงทันที พลันมีดาบพกเล่มหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อ พลังอัตลักษณ์สีเขียวทะลักออกมา พุ่งออกไปพร้อมเสียงแหวกอากาศ แทงเข้าใส่เงาร่างที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมสายนั้นอย่างไม่ปรานี
“ฮึ”
อีกฝ่ายเองก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองล้มเหลว จึงได้แต่กระแทกเสียงฮึออกมาก่อนจะชกออกหนึ่งหมัด พลังอัตลักษณ์สีเหลืองแผดพุ่งเข้าปะทะกับอวี๋ล่างโดยตรงด้วยพลังอันหนักอึ้ง
พลังอัตลักษณ์ปะทะกันจนเกิดระเบิด เงาร่างของคนที่จู่โจมเข้ามานั้นเพียงแค่เซเล็กน้อยส่วนอวี๋ล่างนั้นกลับถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป ตกลงบนพื้นไม่ไกล
ในจังหวะที่อวี๋ล่างชิงผลหน้าผีมาได้แล้วนั้น หลี่ลั่วกับจ้าวคั่วก็ได้ถอยออกจากขอบเขตการโจมตีของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีแล้วเช่นกัน จากนั้นก็รีบตรงเข้าไปหาอวี๋ล่าง จ้องมองไปยังเงาร่างที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบ
“ฮ่าฮ่า มีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วดี ขนาดนี้ยังแย่งมาไม่ได้อีก” เงาร่างของคนผู้นั้นหัวเราะออกมาเมื่อเผชิญกับสายตาอันเย็นชาของทั้งสามคน ตอนนี้เขาได้เผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมาแล้ว เป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่ง ผมสั้น บนร่างกายมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เปี่ยมไปด้วยพละกำลังอันป่าเถื่อน ชวนให้รู้สึกกดดันตั้งแต่แรกเห็น
“คนของวิทยาลัยตงยวน?” จ้าวคั่วมองเห็นแผ่นผลึกแก้วที่อยู่ตรงหน้าอกของอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งตราสัญลักษณ์ตรงนั้นเป็นของวิทยาลัยตงยวน
“เหลียนจ้งแห่งวิทยาลัยตงยวน เขาเป็นถึงอันดับสองของวิทยาลัย มีอัตลักษณ์ดินระดับหก ความแข็งแกร่งระดับแปดตรา” ส่วนอวี๋ล่างนั้นกลับสามารถบอกข้อมูลทั้งหมดของอีกฝ่ายออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนทันที สมกับเป็นคนที่รวบรวมข้อมูลการสอบใหญ่ครั้งนี้จริงๆ รู้ข้อมูลของนักศึกษาระดับหัวกะทิของแต่ละวิทยาลัยอย่างละเอียด
หลี่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉย กล่าวว่า “คนของวิทยาลัยตงยวนชอบแย่งชิงสิ่งของของผู้อื่นขนาดนี้เลยหรือ? วิธีการสั่งสอนของพวกเจ้าดูท่าจะมีปัญหาอยู่นะ”
“ในกฎของการสอบใหญ่ก็ไม่ได้บอกไว้สักหน่อยว่าห้ามแย่งชิงนี่” เหลียนจ้งกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“การแย่งชิงสิ่งของน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่การที่มุดหัวซ่อนตัวเป็นหนูอยู่ตั้งนาน แต่สุดท้ายก็ยังแย่งของมาไม่ได้ มันคงจะน่าโมโหอยู่หน่อยๆ สินะ” หลี่ลั่วหัวเราะกล่าว
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียนจ้งจางหายไปเล็กน้อย การจู่โจมในครั้งนี้ เดิมทีเขาวางแผนเอาไว้อย่างดีแล้ว คิดว่าจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นจะได้เยาะเย้ยอีกฝ่ายสักหน่อย แต่ไม่คิดเลยว่าหลี่ลั่วผู้นี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วขนาดนี้ โต้กลับได้อย่างรวดเร็วจนทำให้เขาพลาดท่าล้มเหลว
“หลี่ลั่ว ดูท่าข้าคงดูถูกเจ้าเกินไปจริงๆ”
“เหลียนจ้งจ้องมองไปที่หลี่ลั่วครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆ กล่าวว่า “แต่นี่มันก็แค่ของว่างเรียกน้ำย่อยเท่านั้น อย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย”
“ฟังจากคำพูดของเจ้าแล้ว สุดท้ายพวกเจ้าก็ยังเพ่งเล็งข้าอยู่ดีสินะ?”
“ช่วยไม่ได้ หัวหน้าสั่งมาแล้วว่า เขาไม่มีเวลาว่างมาทักทาย จึงให้พวกเรามาสร้างความบันเทิงให้กับเจ้าสักหน่อย” เหลียนจ้งกล่าวด้วยรอยยิ้มราวกับจนใจ
“ซือคง?” หลี่ลั่วครุ่นคิด
“ถึงจะสู้กันตรงนี้ไปก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะที่นี่ยังแย่งคะแนนกันไม่ได้ เอาไว้ผ่านด่านนี้ไปแล้ว เข้าสู่รอบคัดออกเมื่อไร ข้าจะไปหาเจ้าเอง” เหลียนจ้งกล่าว
จากนั้นเขาก็มองไปทางจ้าวคั่วกับอวี๋ล่างแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าสองคน หากมีสมองหน่อยละก็ รีบแยกตัวออกจากมันไปซะจะดีกว่า หัวหน้าสั่งมาแล้ว พวกคนของวิทยาลัยตงยวนทุกคนจะร่วมมือกันจัดการมัน พวกเจ้าอยู่กับมันไปก็มีแต่จะซวยไปด้วยเปล่าๆ”
“มารดาเจ้าสิ”
จ้าวคั่วเบิกตาโต ด่ากราดออกไปทันที “พวกข้าอยากให้ไอ้พวกสุนัขของวิทยาลัยตงยวนอย่างพวกเจ้าเอาคะแนนมามอบให้ถึงที่อยู่แล้ว”
อวี๋ล่างสะบัดดาบในมือครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว “ข้ากับหลี่ลั่วเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกัน มีมิตรภาพแน่นแฟ้น หากอยากให้ข้าทิ้งเขาไปละก็ เว้นเสียแต่ว่า… เจ้าจะจ่ายเงิน”
“ไอ้พวกโง่เขลาไม่รู้ความ เช่นนั้นก็ตามใจพวกเจ้าแล้วกัน” เหลียนจ้งส่ายหน้า ไม่สนใจจะพูดอะไรอีกต่อไป จากนั้นก็หันหลังมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก
“จะจ่ายมากจ่ายน้อย อย่างน้อยเจ้าก็บอกตัวเลขมาสักหน่อยสิ ถ้าไม่ได้จริงๆ พวกเรายังต่อรองกันได้นะ!” อวี๋ล่างรีบกล่าว
เขายังอยากจะไล่ตามไปอีก แต่กลับถูกหลี่ลั่วขวางเอาไว้ “ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาที่นี่แล้ว อีกอย่างการลงมือกันตรงนี้มันก็ไม่มีความหมายอะไรจริงๆ แย่งคะแนนมันก็ไม่ได้ด้วย”
“มารดามันเถอะ! มันจะอวดดีเกินไปแล้ว” อวี๋ล่างสบถออกมาอย่างหัวเสีย เห็นได้ชัดว่ายังคงโกรธไม่หาย แต่ไม่รู้ว่าโกรธที่เหลียนจ้งลอบจู่โจม หรือว่าโกรธที่อีกฝ่ายไม่ยอมแม้แต่จะต่อรองราคากันแน่
จ้าวคั่วมองหลี่ลั่ว ขมวดคิ้วกล่าว “พี่ลั่ว หากคนของวิทยาลัยตงยวนคิดจะเล่นงานพี่จริงๆ พวกเราไปหาคนอื่นมาช่วยจัดการพวกมันกันเถอะ”
หากไม่หาคนมาช่วยละก็ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า
“ไม่ต้องรีบ รอดูสถานการณ์ไปก่อน”
ส่วนหลี่ลั่วยังคงมีสีหน้าค่อนข้างผ่อนคลาย เห็นได้ชัดว่าซือคงผู้นั้นไม่ได้สนใจเขามากขนาดนั้น จึงได้มอบหมายภารกิจจัดการเขามาให้เหลียนจ้งกับพรรคพวกแทน ซึ่งหากอีกฝ่ายคิดจะทำแบบนั้นจริงๆ ละก็ เขาก็ยินดีที่จะแสดงให้พวกมันได้รู้ว่าการโยนซาลาเปาใส่สุนัข ไปแล้วไม่กลับ[1]มันหมายความว่าอย่างไร
เอ๊ะ ไม่สิ ข้าไม่ใช่สุนัขนะ
“นี่ ผลงานของพวกเราในครั้งนี้” ในตอนนี้อวี๋ล่างก็ได้ยื่นผลหน้าผีในมือให้
“ให้จ้าวคั่วไปก่อนเถอะ เขาโดนหนักที่สุดแล้ว” หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
ตอนนี้บนร่างกายของจ้าวคั่วยังคงมีรอยแผลจากการถูกโจมตีอยู่หลายจุด ดูแล้วน่าสงสารไม่น้อย แต่บาดแผลเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงบาดแผลภายนอก ด้วยพลังป้องกันของเขา อีกไม่นานก็หายดีแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวคั่วก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ยื่นมือออกไปรับผลหน้าผีมา อย่างไรเสียเดี๋ยวเขาก็ต้องช่วยหลี่ลั่วกับอวี๋ล่างหาผลหน้าผีอีกคนละลูกอยู่แล้ว
เขาถือผลหน้าผีไว้ จากนั้นก็บีบจนแตกออก นำเมล็ดผลไม้ด้านในออกมา บีบอย่างแรงจนได้น้ำสีเขียวออกมาหนึ่งหยด ก่อนจะหยดลงบนแผ่นผลึกที่อยู่ตรงหน้าออก หลอมรวมเข้าไป
จากนั้นคะแนนบนแผ่นผลึกก็เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยคะแนนในทันที
“ไปกันเถอะ ไปหาลูกที่สองกันต่อ” หลี่ลั่วกล่าวจบก็พาทั้งสองคนมุ่งหน้าไปต่อ
และหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็ได้พบกับต้นเถาวัลย์มารหน้าผีอีกสองต้น จากนั้นก็ใช้วิธีการเดิมจัดการอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ได้มีใครมารบกวนอีก ทำให้พวกเขาได้ผลหน้าผีมาอีกสองลูกอย่างราบรื่น คะแนนพื้นฐานของหลี่ลั่วกับอวี๋ล่างก็กลายเป็นหนึ่งร้อยคะแนนแล้ว
หลังจากที่ได้คะแนนพื้นฐานครบหนึ่งร้อยคะแนนแล้ว การแย่งชิงผลหน้าผีก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป ดังนั้นทั้งสามคนจึงไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังพื้นที่สำหรับการแข่งขันรอบคัดออกอย่างรวดเร็วทันที
…
บริเวณเชิงเขาไป๋หลิง ตัวเลขคะแนนบนกำแพงผลึกขนาดใหญ่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สายตานับไม่ถ้วนต่างก็จับจ้องไปที่ข้างบนนั้น ต่างก็ชมดูกันอย่างคึกคักครื้นเครงอย่างมาก
ส่วนบนกระดานคะแนนนั้น ก็ยังคงเป็นชื่อของกลุ่มคนเดิมๆ ที่ครองอันดับต้นๆ ของกระดาน มีคะแนนพื้นฐานมากถึงสองร้อยคะแนนเต็ม และในบรรดาคนเหล่านี้ก็ยังคงมีชื่อของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์และซือคงอยู่ด้านบนสุด
และสิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือ ด้านบนของกำแพงผลึกนั้น มีภาพเหตุการณ์ที่ฉายอยู่บนกระจกสองแผ่น ซึ่งมันเป็นภาพเหตุการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
ภาพแรกเป็นภาพของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ นางยืนอยู่บนต้นเถาวัลย์มารหน้าผีต้นหนึ่งอย่างสง่างาม และตอนนี้ เถาวัลย์ที่แสนจะน่าปวดหัวของมันกลับถูกน้ำแข็งแช่แข็งเอาไว้จนหมดสิ้น นางมีผมยาวสลวย รูปร่างเพรียวบาง ประกอบกับหน้าตาที่งดงามจนน่าหวั่นไหว ในพริบตานั้น ไม่รู้ว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดที่ได้สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของหญิงสาวที่เป็นอันดับหนึ่งของวิทยาลัยหนานเฟิงผู้นี้
ส่วนภาพที่สองคือภาพของซือคง เขากำลังถือผลหน้าผีอยู่หนึ่งลูก บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆ ส่วนด้านหลังของเขานั้นเป็นต้นต้นเถาวัลย์มารหน้าผีที่กำลังพ่นควันดำออกมาเป็นระยะๆ บนเถาวัลย์ยังคงมีประกายสายฟ้ากะพริบวูบวาบออกมาเป็นพักๆ
ทั้งสองคนนี้ล้วนแต่เป็นผู้ที่สามารถเอาชนะต้นเถาวัลย์มารหน้าผีและแย่งชิงผลหน้าผีมาได้ด้วยตัวคนเดียวทั้งสิ้น
ผลงานอันน่าทึ่งเช่นนี้ ทำให้พวกเขาได้รับเสียงชื่นชมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผู้ที่จะได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งในการสอบใหญ่ปีนี้ คงหนีไม่พ้นคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้เป็นแน่
ไช่เวยกับเหยียนหลิงชิงไม่ได้สนใจภาพเหล่านั้นมากนัก ดวงตาของพวกนางจับจ้องไปที่กระดานคะแนนตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าในที่สุดคะแนนของหลี่ลั่วก็เปลี่ยนจากศูนย์คะแนนเป็นหนึ่งร้อยคะแนนแล้ว พวกนางถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถึงแม้ว่าด่านทดสอบนี้จะมีไว้เพื่อให้เก็บคะแนนพื้นฐานก็จริง แต่หากหลี่ลั่วได้ศูนย์คะแนนทั้งสองด่านจริงๆ มันก็ดูจะแปลกประหลาดเกินไปหน่อย
และเมื่อนักศึกษาจำนวนมากต่างก็ใช้วิธีการต่างๆ นานาในการแย่งชิงผลหน้าผีจนได้คะแนนกันมาแล้ว บรรยากาศตรงนี้ก็เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าด่านทดสอบสองด่านนี้เป็นเพียงแค่ฉากโหมโรงเท่านั้น มีไว้เพื่อให้ทุกคนได้คะแนนพื้นฐานไปใช้ในการแข่งขันรอบคัดออกที่กำลังจะมาถึง
ดังนั้น เมื่อการแข่งขันรอบคัดออกเริ่มต้นขึ้นเมื่อไร การสอบใหญ่ครั้งนี้ถึงจะกล่าวได้ว่าเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
…
ภายในเทือกเขาไป๋หลิง
หลี่ลั่ว อวี๋ล่าง และจ้าวคั่วทั้งสามคนเดินออกมาจากป่าทึบ พลันมีลำธารสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ส่วนฝั่งตรงข้ามของลำธารนั้น เป็นเนินเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อน บนเนินเขามีทั้งต้นไม้และโขดหินขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมด
ทั้งสามคนสบตากัน เข้าใจได้ทันทีว่า เมื่อข้ามลำธารสายนี้ไปก็จะเป็นสถานที่สำหรับการแข่งขันรอบคัดออกแล้ว
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย ปล่อยพลังอัตลักษณ์ออกมา จากนั้นก็พุ่งทะยานข้ามลำธารที่มีความกว้างหลายจ้างไปยืนอยู่บนฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว เปิดฉากการแข่งขันรอบคัดออกของการสอบใหญ่ครั้งนี้
——————-
[1] โยนซาลาเปาใส่สุนัข ไปแล้วไม่กลับ เป็นสำนวนหมายถึงการลงทุนอย่างสูญเปล่า ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา เหมือนกับการโยนซาลาเปาใส่สุนัข สุนัขจะต้องกินซาลาเปาเข้าไปอย่างแน่นอน