อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 2 บทที่ 55 ติดอยู่ในหมอก (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 2 บทที่ 55 ติดอยู่ในหมอก (อัปเดต)
เมื่อการสอบใหญ่ของวิทยาลัยค่อยๆ เข้าสู่รอบคัดออก ตัวเลขบนกำแพงผลึกขนาดมหึมาที่อยู่นอกเทือกเขาไป๋หลิงก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นถึงความดุเดือดของการแข่งขันที่เกิดขึ้นในตอนนี้
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่กำแพงผลึก มีเสียงอุทานและคร่ำครวญดังขึ้นเป็นพักๆ ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับผลการสอบของนักศึกษาจากวิทยาลัยของตน
ไช่เวยกับเหยียนหลิงชิงเองก็ให้ความสนใจกับคุณชายน้อยของตนเช่นกัน เมื่อเห็นคะแนนของหลี่ลั่วเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง บนใบหน้าของพวกนางต่างก็เผยรอยยิ้มออกมา
“คุณชายน้อยก็ไม่เลวนี่” ไช่เวยโบกพัดขนนกยูงเบาๆ กล่าวด้วยรอยยิ้มหวาน
“ตอนนี้น่าจะยังไม่เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เมื่อการแข่งขันคัดออกดำเนินไปเรื่อยๆ คนที่ยังอยู่รอดก็จะมีแต่พวกคู่ต่อสู้ที่ตรึงมือ เมื่อถึงตอนนั้นเราถึงจะได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของเขา” เหยียนหลิงชิงวิเคราะห์อย่างรอบคอบ
ไช่เวยพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวด้วยรอยยิ้มสดใสดุจดอกไม้ “แต่ข้าเชื่อว่าคุณชายน้อยต้องทำได้แน่นอน”
“มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
“เพราะหน้าตาดีคือความถูกต้อง” ไช่เวยกล่าวอย่างจริงจัง
“เหลวไหล” เหยียนหลิงชิงยกมือขึ้นดันแว่นตาที่ทำจากเงินขึ้น ไม่สนใจไช่เวยอีกต่อไป
…
ภายในป่าทึบ
ติ๊ง!
พวกหลี่ลั่วสามคนรุมล้อมเหยื่อผู้โชคร้ายคนหนึ่งอยู่ ท่ามกลางสายตาสิ้นหวังของคนผู้นั้น ทั้งสามคนก็ได้แบ่งกันกวาดคะแนนของอีกฝ่ายไปจนหมดสิ้น จากนั้นก็จากไปอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้เหยื่อผู้โชคร้ายน้ำตานองหน้าอยู่ตรงนั้น
“คะแนนของพวกเรามีถึงหนึ่งพันห้าร้อยคะแนนแล้ว”
หลี่ลั่วมองไปที่แผ่นผลึกแก้วของแต่ละคน คะแนนหนึ่งพันห้าร้อยคะแนนนี้ เป็นผลงานจากความพยายามของพวกเขาตลอดทั้งช่วงเช้า โดยมีเจ้าปลาน้อยดวงซวยที่หลงมาติดเบ็ดเพราะความโลภอยู่หลายตัวเลยทีเดียว
“แต่ข้ารู้สึกว่ายิ่งตกยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ” จ้าวคั่วกล่าวด้วยความกังวล พวกเขาใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ถึงจะหลอกล่อเหยื่อผู้โชคร้ายคนนี้ติดกับได้
“เป็นเพราะชื่อเสียงในการตกปลาของพวกเรามันกระจายออกไปแล้ว” หลี่ลั่วกล่าว
การตกปลาในช่วงเช้านี้ พวกเขาก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป บางครั้งก็เจอปลาที่ว่องไวมาก ความแข็งแกร่งก็ไม่ธรรมดา ทำให้มีปลาที่หลุดมือไปได้อยู่พอสมควร ซึ่งพวกคนที่หนีไปได้ ก็ได้นำเรื่องที่พวกหลี่ลั่วกำลังตกปลาออกไปกระจายข่าวแล้ว
ดังนั้น นักศึกษาที่ยังอยู่ในบริเวณนี้ คงไม่ยอมติดกับง่ายๆ แน่
“การตกปลาตลอดเวลามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อคนถูกคัดออกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากพวกเราต้องการแย่งชิงคะแนนต่อจากนี้ ก็คงต้องฝืนปะทะกันตรงๆ แล้ว” หลี่ลั่วไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะเดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะตกปลาไปตลอดจริงๆ อยู่แล้ว
จ้าวคั่วกับอวี๋ล่างพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน พวกเขาก็เข้าใจเรื่องนี้ดี
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันนั้น ฝีเท้าของพวกเขาก็ไม่ได้หยุดลงแต่อย่างใด พวกเขายังคงก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พวกเขาก็พบว่าในป่าทึบเริ่มมีหมอกบางๆ ลอยออกมา
และหมอกก็กำลังหนาขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย
หลี่ลั่วหยุดฝีเท้าลง ขมวดคิ้วเล็กน้อยกล่าว “ไม่ชอบมาพากล รีบถอยกลับ”
จากนั้นทั้งสามคนก็หันหลังกลับ มุ่งหน้าไปยังเส้นทางเดิมอย่างรวดเร็ว
หลังจากวิ่งไปได้ไม่กี่นาที หลี่ลั่วก็หันหลังกลับไปมอง จากนั้นก็พบว่าอวี๋ล่างและจ้าวคั่วที่ตามหลังเขามานั้น ไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่เมื่อไร
หลี่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองหาในพุ่มไม้ใกล้ๆ ในที่สุดก็พบเห็นเห็ดสีเทาหลายดอก เป็นเห็ดเหล่านี้เองที่กำลังพ่นหมอกออกมาอย่างต่อเนื่อง
“นี่มันเห็ดหมอกวงกต”
หลี่ลั่วรู้สึกจนใจ หมอกที่เห็ดหมอกวงกตพวกนี้พ่นออกมาสามารถทำให้การรับรู้ทิศทางผิดเพี้ยนได้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้หลงเข้าไปในอาณาเขตของเห็ดหมอกวงกตโดยไม่รู้ตัว
ส่วนอวี๋ล่างกับจ้าวคั่วน่าจะเป็นเพราะหลงทิศตอนที่กำลังวิ่งถอยออกมาเมื่อครู่นี้ สุดท้ายก็พลัดหลงกันทั้งหมด
“กลายเป็นปัญหาไปจริงๆ แล้ว”
หลี่ลั่วยกเท้าขึ้นเหยียบเห็ดหมอกวงกตจนแหลกเป็นชิ้นๆ ถึงแม้ว่าหมอกนี้จะน่ารำคาญแต่ก็น่าจะมีเวลาจำกัด ตราบใดที่เขารอให้หมอกจางลงก็น่าจะหาตัวสองคนนั้นเจอได้
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของม่านหมอก
จ้าวคั่วกับอวี๋ล่างที่เดินอยู่ด้วยกัน พวกเขาก็พบว่าตัวเองพลัดหลงกับหลี่ลั่วไปแล้ว จากนั้นก็ทำหน้างงๆ หันไปมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย สุดท้ายก็ได้แต่เดินต่อไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
หลังจากเดินไปได้ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหน้า ทำให้รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที จ้าวคั่วลองเอ่ยปากเรียกออกไปหยั่งท่าที “พี่ลั่ว?”
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาของทั้งสองคน แต่เมื่อพวกเขามองเห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจนแล้วสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะนั่นไม่ใช่หลี่ลั่ว แต่เป็นคนที่พวกเขาเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้
เป็นเหลียนจ้งจากวิทยาลัยตงยวนที่เคยพยายามจะแย่งชิงผลหน้าผีของพวกเขานั่นเอง!
ซึ่งตอนนี้ เหลียนจ้งกำลังจ้องมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ไม่ได้เจอหลี่ลั่ว แต่มาเจอลูกสมุนสองคนก่อนหรือ”
จ้าวคั่วกับอวี๋ล่างก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย แยกกันหลบหนีทันที อีกฝ่ายยืนดักรออยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวมาก่อนแล้ว ซึ่งเป้าหมายของมันน่าจะเป็นหลี่ลั่ว
ทว่าทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าออกไปก็เห็นเงาร่างอีกสองสายเดินออกมาจากทิศทางที่พวกเขากำลังจะหลบหนีไปพอดี ปิดทางหนีของพวกเขาเอาไว้
อีกฝ่ายยังมีพวกอยู่อีกสี่คน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองไปที่แผ่นผลึกแก้วบนหน้าอกของพวกมันแล้ว ก็ล้วนเป็นคนของวิทยาลัยตงยวนด้วย
“สู้ตายโว๊ย!” นัยน์ตาจ้าวคั่วพลันระเบิดประกายอำมหิต
แต่อวี๋ล่างกลับยกมือขึ้น รีบกล่าวว่า “ยอมแพ้ ยอมแพ้ พวกเรายอมแพ้!”
เหลียนจ้งถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย “คนของวิทยาลัยหนานเฟิงนี่ขี้ขลาดกันขนาดนี้เชียว?”
จ้าวคั่วแผดเสียงคำรามลั่น “อวี๋ล่าง เจ้าทำบ้าอะไร?! เจ้าคิดว่าพวกมันจะปล่อยเจ้าไปจริงๆ งั้นหรือ?!”
“จ้าวคั่ว พวกมันต้องการตัวหลี่ลั่ว ไม่ได้ต้องการตัวพวกเราสักหน่อย” อวี๋ล่างกล่าว
“มารดามันเถอะ เจ้ามันขยะชัดๆ!”
จ้าวคั่วโกรธจนหน้าแดงก่ำ ชกออกไปหนึ่งหมัดอย่างหนักหน่วงทันที
อวี๋ล่างรีบหลบอย่างรวดเร็ว สีหน้าก็ย่ำแย่ลงเล็กน้อย กล่าว “เจ้าทำเกินไปแล้วนะ พวกเราไม่ใช่ลูกน้องของหลี่ลั่วจริงๆ สักหน่อย”
จากนั้นเขาก็หันไปมองเหลียนจ้งที่ทำท่าเหมือนกำลังดูละคร “พี่ชาย ปล่อยข้าไปเถอะ”
เหลียนจ้งยิ้มกล่าว “เมื่อครู่เจ้าบอกข้าว่าเจ้ากับหลี่ลั่วเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันไม่ใช่หรือ?”
อวี๋ล่างกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “ล้อเล่นน่ะ เรื่องนั้นข้าแค่พูดไปตามน้ำเท่านั้น หากเจ้ายอมปล่อยข้าไปละก็ ข้ายินดีช่วยเจ้าตามหาตัวหลี่ลั่ว ก่อนหน้านี้พวกเราได้แอบตกลงวิธีติดต่อแบบพิเศษเอาไว้แล้ว”
จ้าวคั่วโกรธจนตาแดงก่ำ พุ่งเข้าใส่อวี๋ล่างอย่างบ้าคลั่ง หมายจะฆ่าให้ตายคามือ แต่กลับถูกนักศึกษาของวิทยาลัยตงยวนอีกสองคนขวางเอาไว้
ดวงตาของเหลียนจ้งหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองอวี๋ล่าง “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าหรือ?”
อวี๋ล่างน้ำตาคลอเบ้า กล่าวว่า “หากเจ้าลองไปสืบดูก็จะรู้ว่า อันที่จริงระหว่างข้ากับหลี่ลั่วนั้นมีความแค้นต่อกันอย่างใหญ่หลวง ในการสอบซ้อมของวิทยาลัยหนานเฟิง หลี่ลั่วใช้วิธีที่โหดเหี้ยมทำร้ายข้าจนบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนติดเตียงนานหลายวันเลย จนป่านนี้แล้ว ทุกครั้งที่ฝนตก ร่างกายของข้าก็ยังคงปวดตุบๆ อยู่เลย”
“ก่อนหน้านี้ข้าเองก็โชคร้ายที่บังเอิญไปเจอกับพวกเขาสองคนเข้า เลยถูกบังคับให้ต้องร่วมกลุ่มด้วย”
นักศึกษาของวิทยาลัยตงยวนคนหนึ่งกระซิบข้างๆ หูเหลียนจ้งว่า “ข้าเคยได้ยินเรื่องของอวี๋ล่างมาเหมือนกัน ขึ้นชื่อเรื่องความโลภ ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน ในการสอบคัดเลือกของวิทยาลัยหนานเฟิงเมื่อครั้งก่อน ถูกหลี่ลั่วอัดจนน่วมจริงๆ ข้าได้ยินเพื่อนที่เรียนอยู่วิทยาลัยหนานเฟิงเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นหลี่ลั่วกระทืบมันจนเลือดอาบไปทั้งตัว น่าสงสารสุดๆ”
เหลียนจ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของอวี๋ล่างดังขึ้นอีกครั้ง “อันที่จริงก่อนหน้านี้ข้าก็เคยบอกใบ้เจ้าไว้แล้วนะ”
“บอกใบ้อะไร?”
อวี๋ล่างเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าให้เจ้าเพิ่มเงินไง… หากเจ้ายอมจ่ายเงินเพิ่มให้ข้า ข้าก็จะยอมช่วยเหลือเจ้าไง”
เหลียนจ้งผงะไปครู่หนึ่ง ตอนนั้นอวี๋ล่างพูดแบบนี้ออกมาจริงๆ แต่เขาจะไปเชื่อได้อย่างไร แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้ว เมื่อรวมกับข่าวลือของอวี๋ล่างแล้ว หรือนี่จะเป็นการบอกใบ้จริงๆ?
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงละก็ ไอ้หมอนี่มันก็ช่างไร้ยางอายจริงๆ
เหลียนจ้งกอดอก กล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “หากเจ้าสามารถพาหลี่ลั่วมาได้จริงๆ ข้าจะปล่อยเจ้าไปก็ได้”
ไม่ว่าไอ้หมอนี่จะพูดจริงหรือไม่ ขอแค่สามารถพาหลี่ลั่วมาหาเขาได้ก็พอ
อวี๋ล่างดีใจอย่างมาก กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา!”
“จ้าวคั่วกับหลี่ลั่วสนิทกันมาก พวกเราสามารถใช้เขาเป็นตัวประกันได้ รอพาหลี่ลั่วมาถึงแล้วค่อยใช้วิธีการข่มขู่ ทำให้หลี่ลั่วไม่กล้าเคลื่อนไหว” จากนั้นเขาก็เสนอความคิดเห็นอย่างกระตือรือร้น
เมื่อได้ยินดังนั้น เหลียนจ้งก็จ้องมองอวี๋ล่างอยู่นานก่อนจะกล่าว “เจ้านี่ ขายเพื่อนได้ช่ำชองเกินไปหน่อยไหม?”
อวี๋ล่างยิ้มเจื่อนออกมาอย่างกระอักกระอ่วน
“อวี๋ล่าง เจ้าไม่ได้ตายดีแน่ เจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้เด็ดขาด!” จ้าวคั่วคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น
“มัดมันไว้ ปิดปากมันด้วย” เหลียนจ้งโบกมือ
นักศึกษาของวิทยาลัยตงยวนสี่คนพุ่งเข้าไปมัดจ้าวคั่วเอาไว้ทันที
เหลียนจ้งเดินไปยืนข้างๆ อวี๋ล่าง จากนั้นก็เอาดาบยาวเล่มหนึ่งมาจ่อที่คอของอวี๋ล่างพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้เจ้ารีบใช้วิธีติดต่อเฉพาะของพวกเจ้า พาหลี่ลั่วมาให้ข้าได้แล้วละ”
“หากมันไม่มา พวกเจ้าก็จะถูกคัดออกทันที”
อวี๋ล่างตบหน้าอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“พี่ชายวางใจเถอะ หลี่ลั่วต้องติดกับแน่ ถ้าถึงตอนที่พวกเจ้าจับตัวมันไว้ได้แล้ว อย่าลืมอัดหน้ามันแรงๆ ด้วยล่ะ ข้าเกลียดใบหน้าอันหล่อเหลาของมันมานานแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหลียนจ้งก็ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่หยาบกร้านธรรมดาๆ ของตัวเองครู่หนึ่ง จากนั้นก็ไม่รู้ว่านึกถึงอะไรเข้า นัยน์ตาจึงมีความโกรธแค้นและเกลียดชังทะลักออกมาทันที
เพราะเขาก็เกลียดพวกที่ใช้หน้าตาหากินแบบนี้ที่สุดเช่นกัน!
คำพูดของอวี๋ล่างมันแทงใจเขามากจริงๆ
ต่อสู้ยังแพ้ได้ แต่พวกหน้าหล่อมันต้องตาย!
ยิ่งพวกที่หล่อถึงระดับหลี่ลั่ว ก็ยิ่งต้องตายอย่างทรมานด้วย!