อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 124 การเจรจาลุล่วง
ตอนที่ 124
ภายในโถงเรือน...
เมื่อ เหยาซาน และ ตันเหมา เข้ามาก็อดไม่ได้ที่ใบหน้าบิดงอชั่วครู่… เพราะเวลานี้ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า สองพ่อค้ามหาอำนาจที่เปี่ยมไปด้วยความมั่งคั่งและน่าเกรงขามก่อนหน้านี้ ยามนี้กลับเผยใบหน้าเลื่อนลอยมียิ้มประดับ เพ้อรำพันเอื้อมมือไขว้คว้าอากาศและความว่างเปล่าเบื้องหน้า ประหนึ่งสติหลุดลอยออกไปจากร่างแล้ว…
สององครักษ์ กระแอมไอพร้อม ๆ กัน จึงค่อยทำให้ทั้งสองหวนคืนสติ รีบจัดระเบียบท่วงท่าให้สง่างามดังเดิม แม้ใบหน้าจะยังแดงก่ำขึ้น… เหยาซาน เผยยิ้มแห้งออกมา แน่นอนว่าตนก็เคยลิ้มลองราชันย์สุรานี้มาบ้างแล้ว ฤทธิ์สุราสุดหยั่งพรรณนา เป็นความเมามายที่แฝงไว้ด้วยความเคลิบเคลิ้มแทบจะเทียบได้กับสารเสพติด…
เหยาซาน และ ตันเหมา กลับมานั่งยังตำแหน่งเดิมอีกครั้ง บรรยากาศกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากก่อนหน้านี้… ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า เพ่งมองมายัง เหยาซาน ด้วยแววตาที่แฝงไว้ความประหลาดใจ…
“เหยาซาน... รู้ใช่หรือไม่ที่พวกเราเรียกเจ้ากลับมาเพราะเรื่องอะไร?”
เหยาซาน เผยสีหน้าเศร้ากำสรดออกมา…
“ผู้อาวุโสทั้งสอง คงสงสารเห็นอกเห็นใจกระมัง?!”
ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ถึงกับเบิกตากว้างหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง จวบจนสององครักษ์ก้าวเดินเข้ามา และกระซิบข้างหู บอกถึงสิ่งที่ เหยาซาน กล่าวในตอนที่เข้าไปเชื้อเชิญอีกครั้ง ทำเอาทั้งสองคนถึงกับสูดลมหายใจลึกโดยพลัน ด้วยเล่ห์เหลี่ยมพ่อค้าด้วยกันไยจึงจะมองไม่แตกฉาน ถึงเหตุผลที่ เหยาซาน เป็นเช่นนั้น
ไม่มีทางที่ เหยาซาน จะไม่ทราบเหตุผลในการเรียกตัวครั้งนี้สอง เพราะ เหยาซาน จงใจทิ้งราชันย์สุราไหนั้นเองไว้ด้วยตนเอง… แต่ที่ได้แสดงอากัปกิริยาเช่นนั้นออกมา ก็เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ที่มากขึ้น ในฐานะผู้ที่เสียหายจากการถูกสั่งสอนไปเมื่อครู่นี้
ตันเหมิน สำลักลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งครึม
“เอ่อ… อันที่จริงไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก ตัวข้าและพี่หยวน ได้ลองปรึกษาพูดคุยกับดูแล้ว คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าพวกเรานั้นควรจะให้โอกาสเด็กหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นอย่างเจ้าดูบ้าง จริงอยู่ที่เจ้าอาจมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอจะเป็นคู่ค้ากับตระกูลตัน ทว่าหากเป็นการซื้อขายสุราส่วนตัวระหว่างพวกเรา ก็ยังพอเป็นไปได้อยู่บ้าง…”
หยวนจินเป่า พยักหน้าเบา ๆ เช่นกัน
“หากเจ้ามีสุราชั้นยอด เฉกเช่นราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ พวกเราสองคนก็พร้อมจะรับซื้อเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับในแง่ธุรกิจ เรื่องราคานั้นไม่มีการเอารัดเอาเปรียบเจ้าอย่างแน่นอน ขอเพียงเจ้ายอมขายให้พวกเราเท่านั้น…”
สองพ่อค้า เอ่ยวาจาเกรงอกเกรงใจผิดกับคราแรก ฟังดูยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกร้องขอ… ทั้ง ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ต่างก็เป็นพ่อค้าที่มีความยิ่งใหญ่มั่งคั่ง แน่นอนว่าย่อมทราบกฎเกณฑ์ในด้านการค้าเป็นอย่างดี สิ่งหนึ่งที่มิอาจเอ่ยถามได้ตรง ๆ นั่นคือที่มาของสินค้า เพราะมันคือความลับด้านธุรกิจของอีกฝ่ายที่ไม่ควรก้าวล่วง
ทั้งสองคนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ว่า เหยาซาน จะได้ราชันย์สุรามาครอบครองด้วยวิธีการใด สนใจเพียงแค่ผลลัพธ์ว่าจะทำอย่างไรให้ เหยาซาน ยอมขายให้กับตนเท่านั้น!!
แต่ไม่ว่าทั้งสองจะใช้วาจาใดหว่านล้อมเพียงใด ก็ดูเหมือนว่าสีหน้าของ เหยาซาน จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแม้สักนิด ยังคงเผยสีหน้าห่อเหี่ยว ดวงตาขุ่นมัวเศร้ากำสรด ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย ทำเอา ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า อดไม่ได้ที่จะว้าวุ่นใจ
แน่นอนว่าอากัปกิริยาของทั้งสองย่อมถูก เหยาซาน เฝ้าสังเกตเป็นระยะเช่นกัน คล้ายกำลังเฝ้ารอให้ห้วงอารมณ์สุกงอมถึงขีดสุดเสียก่อน... อย่างไรซะทั้งสองคนก็ได้ลิ้มรสสุราไปแล้ว ความเย้ายวนก็มิต่างกับรอยจุมพิตของหญิงสาวที่ได้เริ่มปลุกเร้าอารมณ์ บุรุษผู้นั้นย่อมต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เสพสุขต่อไป…
เหยาซาน มิได้ต้องการราคาที่สูงเทียมฟ้า หมายมั่นจะร่ำรวยในการขายเพียงครั้งเดียว… แต่ต้องการความต่อเนื่องสม่ำเสมอไร้ที่สิ้นสุดเสียมากกว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ต่อให้ เหยาซาน มีเหรียญทองเป็นภูเขาเลากา แต่หากไม่รู้แหล่งซื้อวัตถุดิบที่ต้องการ ก็ย่อมไม่อาจเดินหน้าต่อได้
อีกทั้งวัตถุดิบในการหมักบ่มต้มกลั่นสุราระดับสูง หรือแม้แต่การหล่อหลอมศพ ล้วนเป็นทรัพยากรชนิดพิเศษ ที่แม้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้โดยง่าย… ด้วยความกว้างขวางในวงการธุรกิจของ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า หากสามารถผูกสัมพันธ์กับทั้งสองคนนี้เอาไว้ได้ อาจมีค่ามากกว่าเหรียญทองนับล้านด้วยซ้ำไป…
ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า พยายามเกลี่ยกล่อมอยู่นาน ก็ยังไม่อาจสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของ เหยาซาน ได้ หากเป็นการเจรจาธุรกิจครั้งอื่น ๆ ทั้งสองคงยอมแพ้ไปแล้ว แต่ครั้งนี้มันมิใช่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นความต้องการส่วนตัว!! ในดินแดนแห่งนี้สิ่งบันเทิงใจมีได้ไม่มากนัก หนึ่งในนั้นคือการร่ำสุราที่ถูกปาก ทั้งสองจึงยากจะตัดใจ…
“เหยาซาน... ข้ารู้ว่าเจ้ามีเป้าหมายในใจอยู่แล้ว เมื่อสิ่งที่พวกเราหยิบยื่นยังไม่ถูกใจเจ้า… เช่นนั้นเจ้าก็เอ่ยความต้องการของเจ้ามาเถอะ หากอยู่ในขอบเขตที่พวกเราสองคนยอมรับได้ ก็จะยินดีตอบรับ…” ตันเหมิน กล่าวขึ้นพลางถอนหายใจ หยวนจินเป่า ก็ได้แต่พยักหน้าเห็นพ้อง
แน่นอนว่าในฐานะพ่อค้าแล้ว การยื่นเงื่อนไขให้ฝ่ายที่มีอำนาจเจรจาด้อยกว่าเป็นผู้กำหนด ถือเป็นเรื่องไม่สมควร แต่เพราะมิอาจหักห้ามความต้องการได้จึงต้องยอมกล่าวออกไปเช่นนั้น
เหยาซาน ได้ยินประโยคสุดท้าย ก็ลุกยืนขึ้นประสานมือคล้ายเฝ้ารอคำนี้มานานแล้ว…
“เช่นนั้นผู้เยาว์จะไม่ขออ้อมค้อม…”
เด็กหนุ่มวาดแขนออกไปเบื้องหน้าอีกครั้ง… สุรา 10 ไหพลันปรากฏตรงหน้า ทว่าทั้งหมดมิใช่เพียงแค่ เมรัยสะท้านไตรภพ แต่ยังมี สุราโบราณอีกมากมายที่แทบไม่มีปรากฏในยุทธภพตลอดช่วงหลายปีมานี้ เป็นสุราโบราณ 10 ชนิด ที่แตกต่างกันออกไป!!
ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ถึงกับสำลักลมหายใจ ราวกับมีสายฟ้าผ่าฟาดลงกลางศีรษะ!! ถึงแม้ สุราเหล่านี้จะเทียบไม่ได้กับ ราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ ทว่าก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเท่าใดนัก เหนือล้ำกว่าสุราในท้องตลาดอย่างมิอาจเปรียบวัด…
ดวงตาของทั้งสองเบิกกว้างสั่นไหว เผยแววตาไม่อยากจะเชื่อออกมา…
เหยาซาน เห็นสีหน้าของทั้งคู่ ก็พลันเผยรอยยิ้มเขินอายออกมา…
“เรียนผู้อาวุโสทั้งสอง… สุราโบราณทั้ง 10 ชนิดนี้ คือสิ่งที่ผู้เยาว์นั้นสามารถเสาะหามาให้พวกท่านได้ ทว่าในแต่ละเดือนก็คงจะมีไม่มากนัก เพราะพื้นฐานของผู้เยาว์นั้นมีเพียงแหล่งนำเข้า ไม่มีเงินทุนสำหรับหมุนเวียน… ดังนั้นหากพวกท่านยังต้องการ ผู้เยาว์คงต้องขอร้องให้พวกท่านช่วยออกเงินทุนเหล่านั้น เพื่อผลตอบแทนตามที่พวกท่านต้องการ…”
ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า จิตใจสะท้านสั่นไหว ยกมือเพียงครั้งสาวใช้ก็เดินตรงเข้ามา รินสุราทั้ง 10 ชนิดให้ทั้งสองได้ลิ้มรส… แน่นอนว่าทุกไหล้วนเป็นของแท้ ไม่มีแม้แต่การถูกนำมาเจือจางด้วยสุราสามัญ ทุกหยดอัดแน่นไปด้วยฤทธิ์สุราที่พร้อมจะระเบิดออกในลำคอ…
“หะ…ห้าสิบล้าน!! ตระกูลหยวน จะให้เงินทุนเจ้า 50 ล้านเหรียญทอง!!” หยวนจินเป่า แผดเสียงขึ้นทันที
ไหนเลยที่ ตันเหมิน จะปล่อยให้ หยวนจินเป่า ได้สร้างพันธสัญญาโดยลำพัง กัดฟันแนบแน่นโพล่งเสียงขึ้น… “ตระกูลตันก็ให้เจ้า 50 ล้านเหรียญทองเช่นกัน!!”
สองตระกูลรวมกัน กว่า 100 ล้านเหรียญทอง!! ทั้งยังเป็นเพียงเงินทุนเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้หาก เหยาซาน สามารถส่งมอบ ย่อมได้รับเงินทุนอย่างต่อเนื่องไร้สิ้นสุด… เหยาซาน แม้ในใจจะเต้นระส่ำ คำรามก้องดังในห้วงสำนึกว่าตนนั้นร่ำรวยแล้ว แต่ใบหน้ากลับรักษาความสงบได้เป็นอย่างดี มีเพียงรอยยิ้มอ่อน ๆ เผยขึ้นเท่านั้น…
แน่นอนว่าการให้เงินทุนจากสองตระกูลใหญ่ อาจมองว่า ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ตัดสินใจได้ไม่ดีนัก เพราะมูลค่าของสุราทั้ง 10 ไหนั้น แม้จะทรงคุณค่าและหาได้ยากยิ่ง แต่มันไม่มีทางมีมูลค่ามากไปกว่าเงิน 100 ล้านเหรียญทอง…
แต่ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า กลับมีสายตาที่มองได้ยาวไกลกว่านั้น… สุราที่ทรงคุณค่า แม้จะมีประโยชน์เพียงแค่เพื่อดื่มกิน ทว่ามันยังสามารถใช้เป็นของกำนัลชั้นเลิศ เพื่อกรุยเส้นทางธุรกิจในภายภาคหน้าให้ราบเรียบยิ่งขึ้น
คนบางคนมิได้มองสุราโบราณเป็นเพียงสินค้า แต่มองว่ามันเป็นอัญมณีล่ำค่าด้วยซ้ำ ยอมทุ่มเทเพื่อให้ได้ดื่มด่ำมัน นี่คือสังคมในชนชั้นสูงที่ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า มีความเข้าใจเป็นอย่างดี จึงเป็นเหตุผลที่ทั้งสองยอมจ่ายเงินมหาศาลออกไปเพื่อความเป็นไปได้ในภายภาคหน้า…
หลังจากที่ เหยาซาน ยื่นใบสั่งของอันเป็นทรัพยากรจำนวนมาก ไหว้วานสองพ่อค้าให้ช่วยเสาะหาวัตถุดิบเหล่านั้น โดยหักจากเงินทุนไปกว่าครึ่งหนึ่ง… แน่นอนว่าทั้งสองคนคล้ายจะเผยความตกใจเล็ก ๆ เพราะทรัพยากรในใบสั่งล้วนเป็นระดับพิเศษที่หาได้ยาก ทว่าก็ไม่เกินไปกว่าความกว้างขวางของทั้งสองคน สามารถรับปากได้ในทันทีแต่ต้องใช้เวลาจัดหาสักระยะ…
เหยาซาน จับมือร่วมพันธสัญญากับทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม และรับปากว่าในทุก ๆ เดือนจะจัดส่งสุรามาที่นี่… ตันเหมา ที่เฝ้ามองยังอดไม่ได้ที่จะปริยิ้มเช่นกัน รู้สึกว่าตนนั้นมองคนไม่ผิด…
การมาของ เหยาซาน ในครั้งนี้ แม้จะสูญเสียสุราโบราณล้ำค่าไปกว่า 10 ไห ทว่าก็ได้มาถึงเงินติดตัวถึง 50 ล้านเหรียญทอง และทรัพยากรจากในใบสั่งจ่ายที่เพียงพอจะสร้างสุราโบราณทั้ง 10 ไหที่สูญเสียไปนั้น ได้อีกนับร้อยนับพัน!!
เป็นความคุ้มค่าอย่างที่สุดในประสบการณ์เจรจาธุรกิจครั้งแรก... ทั้งยังทำให้ เหยาซาน รู้แจ้งในจุดด้อยของตนเองอีกหลาย ๆ สิ่ง เกี่ยวกับด้านธุรกิจที่ต้องใช้อะไรอีกมากมายนัก ในการก้าวเดินอย่างมั่นคงบนเส้นทางสายนี้…
“นี่มันยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น… ข้ายังสามารถไปต่อไปอีก!!”
เหยาซาน กล่าวกับตนเองในห้วงสำนึก
……………………………………..
เหยาซาน เมื่อเสร็จธุระก็เดินกลับสำนักพร้อมกับ ตันเหมา… ความสำเร็จที่ได้รับย่อมทำให้บังเกิดรอยยิ้มประดับด้วยความปราบปลื้ม ตันเหมา ก็ยังเชยชมไม่ขาดปาก ถึงทักษะการเจรจาและกลวิธีอันแยบยลที่ ตันเหมา ก็พอจะมองออกได้เช่นกัน
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันไปมาอยู่นั้น… เบื้องหน้าสุดสายตาภายในตรอกแคบ กลับมีชายคนหนึ่งก้าวเดินเนิบช้า ถือพัดสีทองในมือสะบัดเบา ๆ บุคลิกดูเหมือนเป็นผู้ชราที่ดูแลตัวเองอย่างดี จนแทบไม่ปรากฏร่องรอยความชราใด ๆ ทั้งยังมีท่วงท่าการเดินที่ต่างไปจากบุรุษ นิ้วที่จับพัดกรีดกรายเกินงาม แววตาคมกริบดุจใบมีดพวยพุ่ง
สองผู้เยาว์จากที่เดินหัวเราะมาตลอดเส้นทาง ล้วนชะงักงันสั่นเทิ้มไปทั้งร่างพร้อมกัน รู้สึกราวกับสูดลมหายใจได้ไม่ทั่วท้อง… ตันเหมา เป็นนายน้อยตระกูลตัน ความกว้างขวางในภูมิความรู้ ถือว่ามีมากกว่า เหยาซาน ไม่น้อย จึงรีบดึงตัวของ เหยาซาน ให้เข้ามาแนบชิดกำแพงฝั่งหนึ่ง เพื่อมิให้ขวางทางเดินของชายผู้นั้น…
“ศิษย์น้องเหยา… พยายามก้มหน้าเข้าไว้ อย่าได้พยายามสบสายตาหรือแสดงกิริยาไม่ดีกับผู้อาวุโสท่านนั้นโดยเด็ดขาด!! หากพวกเราไปสร้างร่องรอยขุ่นเคืองใด ๆ ขึ้นมาล่ะก็ แม้แต่ท่านเจ้าสำนักสายลมประจิม ก็คงไม่อาจปกป้องพวกเราได้…” น้ำเสียงของ ตันเหมา สั่นสะท้านชัดเจน
เหยาซาน แม้จะทราบว่าอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือ แต่ไม่คิดว่าจะถึงระดับเหนือล้ำกว่าเจ้าสำนัก…
“ผู้อาวุโสเจ้าสำอางผู้นี้ เป็นใครงั้นหรือ…”
ตันเหมา สูดลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวแผ่วเบา…
“เทพปรมาจารย์ลำดับที่ 2 ของทวีปพยัคฆ์ขาว
มีดบินไร้เทียมทาน... ลู่เหรินฮ่าว”
………………………………………