อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 141 เฉียงตงฟาง แห่งพรรคมังกรฟ้า
ตอนที่ 141
สุราลมปราณที่ ซุน นำออกมาเสนอขาย ล้วนเป็นสุราลมปราณที่ ซุน ใช้เพิ่มพูนลมปราณในช่วงลมปราณสีน้ำเงิน แน่นอนว่าต่อให้เป็นชนชั้นลมปราณสีเขียวก็ยังรู้สึกได้ถึงปราณที่ก่อตัวแผ่ซ่าย แม้จะมีสุราลมปราณในระดับชนชั้นสีเขียวที่สูงล้ำกว่า แต่ ซุน ก็ไม่คิดที่จะนำของดีเช่นนั้นออกมาแสดง เพราะมันล้ำค่าเกินไป!!
เพียงแค่สุราลมปราณชั้นลมปราณสีน้ำเงิน ในตลาดก็เรียกได้ว่าหายากยิ่งแล้ว ระดับที่พ่อค้าสามัญมิอาจนำมาตั้งขายได้… ซึ่งสำหรับ ซุน สุราชนิดนี้ถือเป็นสุราระดับต่ำที่หมักบ่มได้ง่ายมาก พอเพียงมีเวลาสักครึ่งเดือน ต้นทุนยังต่ำเตี่ยเรี่ยดิน จากทรัพยากรที่หาได้ไม่ยาก
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ใช้ทั้งต้นทุนและเวลาที่ต่ำกว่าแหล่งอื่นนั้น มันมาจากการค้นคว้านับตั้งแต่อดีตของ ปรมาจารย์สุรา ในแต่ละรุ่นที่สืบทอดวิถีเซียนเมรัย ซึ่งปรมาจารย์ทุกคนด้วยมาจากพรรคเซียนประทานที่เป็นกลุ่มขอทาน จึงมีพื้นฐานความยากจนเป็นที่ตั้ง ทำให้การค้นคว้ามีรูปแบบปรับเปลี่ยนสูตรการหมักบ่ม ดึงเอาวัตถุดิบชั้นสามัญให้เกิดเป็นสุราที่มีคุณภาพเลิศล้ำ
ซุน เสนอขายสุราเหล่านั้น น้ำเต้าละหนึ่งพันเหรียญทอง อันเป็นราคามาตรฐานในท้องตลาด ทั้งที่ต้นทุนในแต่ละน้ำเต้าไม่ถึง 3 เหรียญทองด้วยซ้ำไป!! เมื่อเหล่ามือปราบรุ่นเยาว์ได้ลิ้มลอง ก็สัมผัสได้ถึงปราณที่แผ่ซ่านทั่วร่าง กระชับกระเฉงอย่างที่ ซุน ได้กล่าวเอาไว้จริง ๆ
ซุน ไม่ได้คาดการณ์ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ไว้ล่วงหน้า จึงเตรียมสุราลมปราณชนิดนี้ติดตัวมามากนัก มีเพียงไม่กี่สิบน้ำเต้าเท่านั้น… ทว่าพริบตาเดียวสุราที่พกพาก็ถูกขายไปจนเกลี้ยงไม่เหลือหลอ จน ซุน ต้องติดค้างอีกหลาย ๆ คนเอาไว้ก่อน หากมีโอกาสตนจึงจะกลับไปที่ ถ้ำปิดด่าน สุราลมปราณที่หมักบ่มในนั้นใกล้จะได้ที่แล้ว ค่อยนำมาจำหน่ายต่อในวันข้างหน้า…
จริงอยู่ที่การขายอาจได้เงินไม่มากในแต่ละครั้ง ทว่าสิ่งที่ ซุน สร้างขึ้นมาคือเครือข่ายภายในหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์… ซึ่งสมาชิกผู้เยาว์เหล่านี้ล้วนมีที่มาไม่ธรรมดา แต่ละคนยังมีเส้นสายแผ่ขยายกับตระกูลของตน ดังนั้นจึงเป็นจุดเริ่มระบายสุราลมปราณที่ดี…
“สุราระดับสูง จำหน่ายให้ตระกูลตัน และตระกูลหยวน… ส่วนสุราระดับต่ำจำหน่ายแยกย่อยให้กลับคนเหล่านี้ และยังสามารถขยายออกไปได้อีกกว้างไกลไร้สิ้นสุด เท่านี้การค้าสุราสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่งของข้า ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นบ้างแล้ว!!”
ซุน พึมพำกับตนเองในห้วงสำนัก ใจเต้นระส่ำเมื่อนึกถึงทรัพยากรอันไร้ขีดจำกัดในภายภาคหน้า ถึงจะยังไม่มีทรัพยากรมากพอจะหล่อหลอมศพระดับที่ 2 จำนวนนับพันร่าง แต่ก็พอจะเห็นเค้าลางในอนาคตอันใกล้ขึ้นมาบ้างแล้ว…
ในวันนี้ 3 แน่นอนว่าพอไม่มีใครในหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์เคลือบแคลงใจ ซุน จึงเข้าไปรายงานตัว เตรียมขึ้นประลองอย่างถูกต้องกับแผนกส่วนกลาง จนในที่สุดรายนามของผู้เยาว์ทั้ง 32 คน ก็ครบถ้วนสมบูรณ์… แต่เรื่องการแบ่งสายจัดประลองนั้น ถือเป็นความลับสำคัญ ที่ทางแผนกส่วนกลางจะส่งต่อรายนามมายัง สมาพันทำเนียบยุทธภพ หนึ่งในหน่วยราชการแผ่นดินอันยิ่งใหญ่จากทวีปมังกรฟ้า ซึ่งถูกยอมรับว่ามีความเป็นกลางมากที่สุด
ดังนั้นการประกาศสายประลอง จะถูกประกาศในวันเริ่มประลองวันแรก โดย สมาพันทำเนียบยุทธภพ เท่านั้น แผนกส่วนกลางรับหน้าที่เพียงแค่ยืนยันรายนามและดูแลเรื่องของสถานที่จัดการประลอง… แม้แต่ องค์รัชทายาทอย่าง ไป๋หู่จิวหรง ก็ไม่อาจแทรกแซงในส่วนนี้ได้ เพื่อความเสมอภาคของทุกฝ่าย…
ซุน ได้รับการยอมรับจากหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ให้เป็นสมาชิกพิเศษชั่วคราว ดังนั้นภายใต้การประชุมภายในหน่วยเกี่ยวกับการประลองนี้ ซุน ก็ยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมด้วย ถือเป็นการหยิบยื่นความสัมพันธ์จาก ไป๋หู่จิวหรง ที่เป็นเสมือนผู้นำกลุ่มในระดับผู้เยาว์ของหน่วยนี้…
มู่เจี้ยน และ สมาชิกมือปราบอาวุโส จะไม่เข้ามามีบทบาทอะไร ถือเป็นการจัดการของเหล่าสมาชิกรุ่นเยาว์กันเอง มีเพียงช่วยชี้แนะเกี่ยวกับการฝึกฝนเท่านั้น ถือเป็นการปล่อยให้เผชิญหน้าปัญหาตั้งแต่ช่วงอายุระดับนี้
ภายในการประชุม…
ไป๋หู่จิวหรง ตรวจสอบรายงานข้อมูล โดยสมาชิกร่วมประชุมหลัก คงหนีไม่พ้นสมาชิกผู้โดดเด่นทั้งสามคนที่เข้าร่วมการประลอง เปียวเฟิงหง จ้านเซี่ยวหลง และ กงซุนฉี ทั้งยังมีฝ่ายสืบหาข้อมูลจำนวนหนึ่งเพื่อยืนยัน รวมไปถึงตัวของ ซุน ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการรับฟัง แต่แน่นอนว่าคงไม่มีโอกาสได้ออกความเห็นอะไรนัก
“เอาล่ะ… จากรายชื่อผู้เข้าประลองทั้ง 32 คนที่ได้รับการยืนยันแน่นอนแล้ว สามารถแบ่งออกได้ เป็น 6 กลุ่ม หลัก ๆ ซึ่งกลุ่ม 1 คงหนีไม่พ้นขุมกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า ราชวงศ์ไป๋หู่ ของพวกเรา อย่างพรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาว กว่า 3 ใน 7 คน ของอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ณ ตอนนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคนของพรรคมังกรฟ้าทั้งสิ้น…
โดยเฉพาะเจ้าสัตว์ประหลาดในร่างคนอย่าง เฉียงตงฟาง อันดับ 1 ในรุ่นเยาว์ ที่เวลานี้ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความแข็งแกร่งของเจ้านั่น ก้าวข้ามไปถึงชนชั้นลมปราณสีเหลืองแล้วหรือยัง ผนวกกับการเป็นร่างสถิตสัตว์อสูรสายพันธุ์มังกรขาวเนตรฟ้าของเจ้านั้น… คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เฉียงตงฟาง คือตัวเต็งอันดับ 1 ในการประลองครั้งนี้
อี้เหวินเจีย และ อี้เหวินจิน คู่ฝาแฝดที่ครองตำแหน่งอัจฉริยะผู้เยาว์ อันดับที่ 6 และ อันดับที่ 7 ก็ไม่ใช่ธรรมดา ประมาททั้งสองคนนี้ไม่ได้แม้เพียงนิด… มาพร้อมกับสมาชิกพรรคมังกรฟ้ารุ่นเยาว์ระดับสูงอีก 7 คน รวมทั้งสิ้นแล้วมีสมาชิกพรรคมังกรฟ้ามากถึง 10 คน จาก 32 ผู้เข้าประลอง บ่งบอกถึงพื้นฐานความแข็งแกร่งที่น่ากลัวเขย่าทวีป ทั้งหมดคือกลุ่มที่ 1
กลุ่มที่ 2 คือพวกเราหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ในที่ประชุม ซึ่งเข้าร่วมการประลองทั้งหมด 4 คน โดยมีข้า ไป๋หู่จิวหรง อัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับ 2 เป็นผู้นำ… กลุ่มที่ 3 คือสำนักสายลมประจิม ซึ่งนำโดย เจี่ยโย่วเทียน อัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับ 3 และอัจฉริยะหน้าใหม่อย่าง ลั่วชิงเหอ ทั้งยังมีสมาชิกศิษย์หลักระดับสูงอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน เช่นกัน…
กลุ่มที่ 4 คือสำนักบุปผาประจิม ที่นำโดย ซวงฉวี่ อัจฉริยะรุ่นเยาว์ อันดับ 4 และสมาชิกศิษย์หลักระดับสูงอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน… กลุ่มที่ 5 คือพรรคราชสีห์สวรรค์ ซึ่งนำทัพโดย เกาทงหลิน อัจฉริยะรุ่นเยาว์ อันดับ 5 มาพร้อมกับศิษย์พรรคอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน…
และสุดท้ายคือกลุ่มที่ 6 คือผู้เยาว์จากสารทิศอื่นภายในทวีป ที่ถูกส่งมาเป็นตัวแทนมาเพียงลำพัง ทั้งจากพรรคและตระกูลที่มีชื่อเสียง หนึ่งในนั้นก็คือ ซุน ที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย รวมทั้งสิ้นอีก 8 คน… นี่คือรายนามผู้เข้าประลองทั้ง 32 คนในการแข่งขันครั้งนี้
คงไม่ต้องให้ข้าระบุชี้ชัด ว่าพวกเราควรระวังกลุ่มใดมากที่สุด พวกเจ้าเองก็น่าจะรู้ ว่านั่นคือกลุ่มที่ 1 สมาชิกจากพรรคมังกรฟ้า… ด้วยความที่เป็นขุมกำลังยิ่งใหญ่ ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่งคั่งด้านทรัพยากร ทั้งยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานจึงมีเคล็ดวิชาที่สืบทอดน่ากลัว ความกล้าแกร่งจึงเหนือล้ำกว่าขุมกำลังอื่น ๆ จนยากที่จะเปรียบวัด
แม้แต่ ราชวงศ์ไป๋หู่ ที่เป็นหน่วยราชการแผ่นดินปกครองทวีปนี้ ยังต้องยอมมอบสิทธิ์ปกครองพิเศษทางตอนเหนือของทวีปพยัคฆ์ขาว ให้กับพรรคมังกรฟ้าเลย ด้านชื่อเสียงข้าคงไม่ต้องอธิบายให้พวกเจ้าฟัง…” ไป๋หู่จิวหรง กล่าวอธิบาย
สมาชิกหน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ ราวกับรู้ดีอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีใครตื่นตะลึงกันนัก… จะมีก็แต่ ซุน ที่สูดลมหายใจลึกครั้งแล้วครั้งเล่า ถึง ซุน จะอ่านบันทึกตำรามามาก แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะถูกเขียนลงไปในบันทึกเหล่านั้น บางส่วนของบันทึกผู้เขียนยังถูกกดดันให้บิดเบือนไปจากความจริง เทียบไม่ได้เลยกับการรับรู้ในเชิงลึกจากปากของ ไป๋หู่จิวหรง ที่เป็นถึงองค์รัชทายาท
ภาพมุมมองของ ซุน พลิกคว่ำไปในทันที จากที่เคยเชื่อมาตลอดว่า ราชวงศ์ไป๋หู่ คือขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปนี้ ทว่าเมื่อเห็นการเข้าร่วมประลองในระดับผู้เยาว์ ย่อมสะท้อนความแข็งแกร่งโดยรวมได้เป็นอย่างดี
กว่า 3 ใน 7 อัจฉริยะรุ่นเยาว์เป็นคนจากพรรคมังกรฟ้า ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมประลองยังมีมากถึง 10 คน มากกว่าสมาชิกที่เข้าร่วมของ ราชวงศ์ไป๋หู่ ถึงสองเท่า แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่า พรรคมังกรฟ้า สาขาสุดท้ายในแดนมนุษย์ กล้าแกร่งและน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด…
“พรรคมังกรฟ้า ทุกสาขาในอดีตล้วนถูกต่อตั้งโดยผู้ยิ่งใหญ่ เล้งซาน... ทว่ามีเพียง พรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาวแห่งเดียวเท่านั้น ที่ถูกครอบครองโดยผู้ยิ่งใหญ่ กุ่ยเยี่ยซา ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทั้งยังเป็นสาขาที่มีความกล้าแกร่งที่สุดตลอดหนึ่งหมื่นปีจวบจนถึงปัจจุบัน…” ซุน กล่าวพึมพำขึ้น เมื่อหวนนึกถึงข้อมูลในตำราบันทึก
ซุน ฟังเนื้อหาการประชุมอยู่สักระยะ ซึ่งโดยรวมจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลของผู้เข้าร่วมการประลองในแต่ละคนอย่างละเอียดตามที่สามารถหาข้อมูลมาได้ ทั้งเคล็ดวิชา ความชำนาญ จุดอ่อน หรือแม้แต่ชนิดของศาสตราประจำกาย แน่นอนว่าการได้รับรู้ข้อมูลล่วงหน้าเช่นนี้ก็มีผลดีอยู่ไม่น้อย
ทว่า…อย่างไรข้อมูลเหล่านี้ก็ใช้เพียงแค่อ้างอิงได้ในบางเท่านั้น ไม่อาจเชื่อถือได้ทั้งหมด ฝ่ายนั้นอาจจงใจปล่อยข้อมูลลวง หรือยังเก็บงำความสามารถอีกหลาย ๆ ส่วนเอาไว้ก็เป็นได้ เฉกเช่นเดียวกับที่ ซุน ได้กระทำ ตราบใดที่มิได้ขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีประลอง ก็มิอาจชี้ชัดผลการต่อสู้
แต่จากสีหน้าของทุก ๆ คน ดูเหมือนว่าจะมีความสะท้านสะเทือนกันอย่างมาก เมื่อมีการกล่าวถึง เฉียงตงฟาง อันดับ 1 แห่งผู้เยาว์ในทวีปคนปัจจุบัน ทั้งที่ข้อมูลของ เฉียงตงฟาง เรียกได้ว่ามีมากยิ่งกว่าคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีจุดอ่อนใด ๆ ถูกเขียนไว้ ไม่มีประวัติพ่ายแพ้การต่อสู้ในคนรุ่นเดียวกัน!!
อีกทั้งเมื่อสืบข้อมูลลึกลงไป กลับยิ่งพบความน่ากลัวที่แฝงไว้… กล่าวกันว่าเมื่อครึ่งปีก่อน เฉียงตงฟาง ที่เวลานั้นเป็นชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นสูงสุดแล้ว เผชิญหน้ากับศัตรูระดับยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นต้น
แน่นอนว่าระยะห่างของระดับชั้นลมปราณนั้น แตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อระดับสูงขึ้น… และโดยเฉพาะช่องว่างระหว่างชนชั้นลมปราณสีเขียว และชนชั้นลมปราณสีเหลือง เนื่องจากมันเป็นเส้นแบ่งระหว่างชนชั้นผู้ใช้ลมปราณ และชนชั้นยอดฝีมือ ถือว่ามีพลังที่แตกต่างกันอย่างมาก
แต่ เฉียงฟางตง กลับมีข่าวลือว่าสามารถสังหารศัตรูผู้นั้นได้เพียงลำพัง!! ทั้งยังฉีกร่างศัตรูเป็นชิ้น ๆ จนมิอาจจดจำรูปลักษณ์ดั้งเดิมได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน และเป็นเพียงแค่ข่าวลือก็จริง… แต่อีกหลายฝ่ายต่างคิดเห็นตรงกันว่า พรรคมังกรฟ้า จงใจปิดข่าวนี้เสียมากกว่า เพราะ เฉียงฟางตง ลงมือโหดเหี้ยมเกินไป จนอาจทำให้เสียภาพลักษณ์ของพรรคมังกรฟ้าเข้า…
ซุน ที่ได้ยินเรื่องนี้ จากที่ไม่เคยรู้สึกอะไรมากนัก ในการได้ยินได้ฟังเรื่องเกี่ยวกันระดับผู้เยาว์ด้วยกัน ยังต้องสะท้านสะเทือน มองเห็นภาพของตนเองทับซ้อนกับภาพของ เฉียงตงฟาง อย่างช่วยไม่ได้ ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าพื้นฐานที่ปรากฏ มิได้มีเพียงแค่ ซุน ที่ทำได้!!
อีกทั้ง ซุน ยังทราบดีว่ายอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเหลืองนั้นแข็งแกร่งเพียงใด… ต่อให้เป็นชนชั้นลมปราณสีเหลือง ที่เพิ่งข้ามผ่านทะลุระดับชั้นได้เพียงวันเดียว ซุน ในเวลานี้ ต่อให้หยิบเอาศาสตราที่ดีที่สุดออกมา ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะได้!! ดังนั้นหาก เฉียงตงฟาง แข็งแกร่งถึงขั้นฉีกร่างชนชั้นลมปราณสีเหลืองผู้หนึ่งจริง ๆ ตนก็คงหมดสิทธิ์ที่จะเผชิญหน้าด้วยพื้นฐานลมปราณและความแข็งแกร่ง ณ เวลานี้
“เฉียงตงฟาง แห่งพรรคมังกรฟ้า งั้นหรือ…” ซุน เผยแววตาคมกล้าด้วยความลืมตัว
……………………………………