อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 20 เส้นทางที่ถูกย้อมด้วยโลหิต
ตอนที่ 20
ซุน ในเวลานี้อาจจะไม่รู้สึกตัว หากแต่เด็กได้แผ่รัศมีคุกคามออกมาอย่างแจ่มชัดจนน่าขนลุก... แม้แต่ มือปราบ ที่เผชิญหน้ากับความเป็นความตายมาบ่อยครั้ง ก็ยังไม่เคยสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ชัดเจนเพียง จนถึงขั้นมิอาจนิ่งเฉยได้ ชักกระบี่ออกมาตระเตรียมกระบวนท่า แววตาสั่นไหว…
“เจ้าคิดจะทำอะไร!! หากขยับเข้ามาไกลมากไปกว่านี้ อย่าโทษว่าข้าไม่กล่าวเตือน!!” มือปราบ ตวาดเสียงขึ้นข่มขู่ แน่นอนว่า ลึก ๆ แล้ว มือปราบ ย่อมไม่อยากที่จะลงมือใด ๆ กับคนของตระกูลฉี แต่หากภัยมาถึงตน ก็คงยากจะนิ่งเฉย…
เฒ่าชีเปลือย เห็นออร่าที่ ซุน แผ่ออกมาก็เป็นที่พอใจไม่น้อย…
“ยอดเยี่ยม!! นี่แหละที่ข้าต้องการจะเห็นจากตัวเจ้า เส้นทางที่เจ้าจะอยู่รอดในดินแดนแห่งนี้ มันสมควรย่อมด้วยโลหิตและซากศพ!! เจ้ามิได้เกิดขึ้นมาเพียงเพื่ออยู่รอด แต่เจ้ามีชะตากรรมที่จะเป็นหนึ่งในใต้หล้า!! เหตุผลที่ข้าเลือกเจ้า เพราะข้าสัมผัสได้ถึงพลังแห่งชะตากรรมอันไร้สิ้นสุด ที่อยู่เหนือการควบคุม
จงก้าวเดิน!! จะทะเยอทะยาน!! จงสังหารทุกคนที่ขวางทางเจ้า!!”
ซุน แผดเสียงตะโกนออกมาดุจสัตว์ร้ายที่ได้รับการปลดโซ่ จิตสังหารยิ่งรุกโชน แน่นอนว่ามันยิ่งบดบังสติสัมปชัญญะลงไปเรื่อย ๆ เมื่อปลดปล่อยสัญชาตญาณที่ป่าเถื่อนออกมา… ทำเอา มือปราบ ที่สมควรแข็งแกร่งกว่า ซุน ในทุก ๆ ด้าน ยังต้องผงะหน้าถอดสี…
ในช่วงที่หายไป เฒ่าชีเปลือย ได้สร้างขอบเขตอาคมขนาดใหญ่ ครอบคลุมจวนผู้ว่าแห่งนี้เอาไว้ ถึงแม้ว่า ซุน จะคำรามเสียงก้องดังเพียงใด ก็ไม่มีผู้ใครได้ยินหรือรับรู้ กระทั่ง มือปราบ อีกคนที่เฝ้าด้านนอกประตูเรือนหลังนี้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาสบทบ...
ซุน พยายามปลุกปั้นความรู้สึกฆ่าฟันของตนเองให้พุ่งพร่านที่สุด มิเช่นนั้นอาจเกิดความรู้สึกเช่นเดิมในการลงมือปิดฉาก… รอยสักเบญจสารสัตว์ เปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับการปรากฏเงาร่างของ สมิงขาว!! สัตว์ร้ายที่ถูก ซุน สังหารเป็นตนสุดท้ายในโลกเดิม และเกือบจะเป็นผู้ที่สังหาร ซุน เช่นเดียวกัน…
ย้อนเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน ในตอนนั้น ซุน บาดเจ็บเกินกว่าที่จะสะกดจิตวิญญาณของสมิงขาว ให้เข้ามาในรอยสัก… แต่ทว่า เฒ่าชีเปลือย ก็ได้ช่วยเหลือ โดยการเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณของ สมิงขาว และนำมามอบให้กับ ซุน ในภายหลัง เพื่อให้ เบญจสารสัตว์ กลายเป็นรอยสักที่สมบูรณ์แบบ...
แน่นอนว่าวิญญาณสัตว์ร้ายทั้ง 5 ตน ที่ถูกสะกดไว้ภายในรอยสักนั้น ล้วนแล้วแต่มีพลังในรูปแบบเฉพาะ… [วานร] จะเพิ่มพลังในการเคลื่อนไหวให้ว่องไวเป็นพิเศษ [อาชา] จะเพิ่มความเร็วในการวิ่งทะยานและความอึดที่เกินกว่ามนุษย์ [มหิงสา] จะเพิ่มพละกำลังทั่วร่างดุจวัวกระทิง [นาคราช] จะเป็นรูปแบบเฉพาะในการต่อสู้ภายในน้ำ
สุดท้ายคือ [พยัคฆ์] เป็นรูปแบบที่มีพลังความสมดุลสูงที่สุด ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความอึด ผนวกเข้ากับจิตสังหารที่รุนแรงจากสายพันธุ์ทางธรรมชาติ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกัน!!
“สมิงขาว… ทรงร่าง!!”
เงาร่างพยัคฆ์แผดเสียงคำราม ก่อนจะเข้ามาทับซ้อนกับร่างของ ซุน!! ระเบิดพลังมหาศาลออกมาในฉับพลัน ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นพยัคฆ์ ซี่ฟันเผยความแหลมคม พร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรงที่ทบทวี…
มือปราบ ไม่ทราบแน่ชัดว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งใด… ทั้งที่เบื้องหน้าเป็นเพียงเด็กหนุ่ม แต่กลับส่งกลิ่นอายของสัตว์ร้ายที่รุนแรงออกมา แม้จะพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ก็มองเห็นปลายกระบี่ที่สั่นไหวอย่างชัดเจน...
“ยะ…อย่าเข้ามา!!”
แม้ ซุน จะมีพื้นฐานร่างกายที่สูงขึ้น แต่ก็ยังไม่อาจลดความต่างของชนชั้นลมปราณสีม่วง และชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินที่ห่างกันถึงสองช่วงขั้นได้สมบูรณ์… จำเป็นต้องอาศัยการโจมตีที่เฉียบคม เด็ดขาด โดยเฉพาะในช่วงที่ศัตรูยังไม่มีใจพร้อมต่อสู้เช่นนี้…
ซุน ระเบิดฝีเท้าดุงพยัคฆ์กระโจม… ระยะสิบก้าว เข้าถึงในฉับพลัน!! มือปราบ ใบหน้าขาวซีดเต็มไปด้วยความลังเลภายในจิตใจ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเสือกแทงกระบี่ไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งแน่นอนว่า ซุน สามารถเลี่ยงหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มือจับคว้าไปที่ลำคอของ มือปราบ ผู้นั้น ยกสูงลอยขึ้นจากพื้น…
“อ๊าก!” เสียงของ มือปราบ ที่ถูกหยุดไว้ในลำคอเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน กระบี่หลุดออกมาจากมือ พยายามดิ้นรนเพื่อให้ ซุน คลายนิ้ว แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องด้วยนิ้วแต่ละนิ้วของเด็กหนุ่ม แข็งแกร่งดุจกงเล็บของพยัคฆ์ เมื่อจับเหยื่อแล้วย่อมไม่มีทางปล่อยไปโดยง่าย…
ดวงตาของ มือปราบ ผู้นั้นเลื่อยลอยขึ้นด้านบน ร่างกระตุกรุนแรงคล้ายกำลังจะขาดใจ… ซุน มองเห็นสีหน้าของ มือปราบ ผู้นี้ในทุก ๆ การเปลี่ยนแปลง จิตใจของชายหนุ่มเริ่มสั่นไหวอีกครั้ง เรี่ยวแรงที่มือตั้งท่าว่าจะผ่อนปรนลงจากความเวทนา แต่ก็ได้มีเสียงหนึ่งที่ตวาดก้องดังด้านหลัง…
“อย่าได้ปล่อยไปเชียวนะ!! จงจดจำเอาไว้ ว่านี่คือเส้นทางที่เจ้าจะต้องก้าวเดิน!!” เฒ่าชีเปลือย กำชับแน่นหนัก สีหน้าของ ซุน ในเวลานี้ เจ็บปวดมิต่าง มือปราบ ที่กำลังใกล้ตาย มีหยดน้ำตาไหลออกมาด้วยความเวทนา จวบจน มือปราบ ผู้นั้นสิ้นลมแน่นิ่งไป
เป็นศพแรก ที่ตายด้วยน้ำมือของ ซุน!!
ในตอนนั้นเอง มือของ ซุน ก็หมดสิ้นเรี่ยวแรง จนร่างของมือปราบหล่นร่วงกองมากับพื้น… จิตวิญญาณของสมิงขาวหลุดจากร่าง หายกลับเข้าไปในรอยสัก พยัคฆ์ ที่ด้านหลัง… ซุน ใบหน้าขาวซีดจิตใจสั่นสะท้าน จดจ้องมือสองข้างที่สั่นเทา มือที่เพิ่งพรากชีวิตคนไปหนึ่งคน…
ภาพใบหน้าก่อนสิ้นลมของ มือปราบ ยังคงติดตา
จนสุดท้าย ซุน ก็สำรอกอาเจียนออกมา ด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่…
“อะไรกันฟะ!! ฆ่าคนไปเพียงคนเดียว ถึงกับสำรอกอาเจียนเชียวหรือ?! ดูท่าเจ้ามันยังต้องฝึกฝนอีกเยอะ… ช่วยไม่ได้เช่นนั้นข้าจะยอมสูญเสียพลังวิญญาณบางส่วนเพื่อช่วยเหลือเจ้า ทำให้ร่างกายและจิตใจของเจ้าค่อย ๆ คุ้นชินกับความรู้สึกเช่นนี้ก็แล้วกัน…” เฒ่าชีเปลือย กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเลศนัย…
ซุน เหลืองมอง จิตวิญญาณเฒ่าชรา ด้วยใบหน้าที่ยังคงขาวซีด…
“เจ้าคิดจะทำอะไร…”
“หึหึ… คิดจะทำอะไรงั้นหรือ?! ก็ทำตามวิถีของข้ายังไง!!” เฒ่าชีเปลือย ยื่นมือตรงไปยังร่างของเด็กหนุ่ม ก่อนจะฉุดกระชากดวงวิญญาณของ ซุน จนหลุดออกมา!!
จากนั้น เฒ่าชีเปลือย ก็ได้สอดแทรกดวงวิญญาณของตนเอง เข้าไปแทนที่ภายในร่างกายนั้น!! เวลานี้สถานะของ ซุน และ เฒ่าชีเปลือย ถูกสลับกันเป็นที่เรียบร้อย… ซุน มิใช่ผู้ควบคุมร่างกายของตนเองอีกต่อไป แต่เป็นเพียงดวงวิญญาณที่ติดตามร่างกายนี้เท่านั้น…
“เฒ่าชีเปลือย นี่เจ้า!!”
“หึหึ… หุบปากแล้วเฝ้าดูอยู่เช่นนั้นนั่นแหละ ข้าจะทำให้ร่างกายและจิตใจของเจ้า คุ้นชินกับรสชาติแห่งการเข่นฆ่า!!” เสียงที่ดังออกมาจากร่าง คือเสียงของ ซุน ไม่ผิดแน่ แต่ดวงวิญญาณที่พูดอยู่ภายในร่างกลับมิใช่!!
ซุน รู้ได้ทันทีว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้น แต่ไหนเลยที่ดวงวิญญาณของ ซุน จะสามารถหยุดยั้ง เฒ่าชีเปลือย ผู้นี้ได้… ร่างของเด็กหนุ่มค่อยลุกยืน แผ่ล้นกลิ่นอายที่แสนอันตรายออกมาอย่างท่วมท้น
ตูม!
ประตูเรือนรับรองแห่งนี้ระเบิดออก... มือปราบ ที่เฝ้าระวังด้านหน้าแสดงสีหน้าตกตะลึง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มก้าวเดินออกมา… “หยุดนะ!! เจ้าคิดจะทำ…….”
ไม่ทันที่ มือปราบ คนดังกล่าวจะเอ่ยได้จบสิ้นประโยค ภาพเบื้องหน้าของมันก็เอนเอียงประหนึ่งแผ่นดินพลิกกลับ เสียงที่กำลังจะเอื้อนเอยขาดหายไป… ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพราะศีรษะของมันได้ขาดออกจากร่างเป็นที่เรียบร้อย และกำลังหล่นร่วงสู่พื้น!!
เฒ่าชีเปลือย ในร่างของ ซุน ตัดศีรษะของ มือปราบ ด้วยการตวัดมือเพียงครั้งเดียว!! โลหิตพุ่งสาดกระเซ็นเป็นน้ำพุ อาบชโลมร่างของชายหนุ่ม ที่มีรอยยิ้มน่ากลัวประดับไว้…
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นี่สิจึงสมเป็นวิถีแห่งข้า!! เส้นทางที่อาบไปด้วยโลหิตและซากศพ!!”
ซุน ทำได้เพียงแค่มองสิ่งที่ เฒ่าชีเปลือย ได้กระทำเท่านั้น…
การละเลงโลหิตภายในจวนผู้ว่า เริ่มต้นขึ้น!!
เฒ่าชีเปลือย ใช้ร่างของ ซุน ไล่ล่าสังหารทุกคนที่พบเจอ!! ไม่เว้นแม้บ่าวไพร่ชราไร้ลมปราณ หรือแม้แต่หญิงสาวที่มาคอยบำเรอ ผู้ว่าจินหง ทุกชีวิตที่เข้ามาในระยะสายตาล้วนถูกสังหาร ตกตายในสภาพที่ไม่ทันได้รู้ตัว…
เหล่ามือปราบ เข้ามารายล้อมด้วยใบหน้าที่หวาดหวั่น… แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานอำนาจสังหารไร้เทียมทานของ เฒ่าชีเปลือย ผู้นี้ได้… ถึงแม้ว่าร่างกายของ ซุน จะยังอ่อนแอ แต่เฒ่าชราก็ยังสามารถใช้ทักษะบางอย่างเสริมส่งความสามารถ มันทรงพลังยิ่งกว่ายามที่ ซุน ใช้การทรงร่างสัตว์ร้ายตั้งไม่รู้กี่เท่า…
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงบไปทั่วทั้งจวนแห่งนี้ เรือนหลายสิบหลังที่กระจัดกระจายในอาณาเขตจวนผู้ว่า ไม่มีเรือนหลังใดที่ไร้โลหิตชโลมพื้น… ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้น นอกจาก เฒ่าชีเปลือย จะสังหารทุกคนแล้ว ยังดูดกลืนเอาวิญญาณของผู้ที่ตนสังหาร มาเพิ่มพลังให้กับจิตวิญญาณของตนเอง นับเป็นความน่ากลัวที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจทำให้รอดพ้นเงื้อมมือ…
ณ เรือนนอนผู้ว่า…
ตูม! ประตูเรือนนอนถูกทำลาย… ชายร่างท่วมค่อย ๆ สะลืมสะลือตื่นขึ้นมา พร้อมกับหญิงสาวสองคนที่เปลือยกายอยู่ข้าง ๆ แน่นอนว่ามันมิได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกแม้สักนิด เพราะอำนาจอาคมได้ปิดกั้นเสียงโหยหวนที่ก้องดัง…
“ใครบังอาจเข้ามาปลุกข้า?” ชายร่างท่วมพยายามขยี้ดวงตาที่ยังพร่ามัว ก่อนที่ดวงตาจะค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นถึงเงาร่างที่อาบท่วมไปด้วยโลหิต แผ่จิตสังหารและไอทมิฬออกมาอย่างท่วมท้น
ดวงตาของ ผู้ว่าจินหง ค่อย ๆ เบิกโพรงขึ้น… ไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากเรียกผู้ใด เงาร่างดังกล่าวพลันเลือนหาย ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้ง ณ เบื้องหน้าแนบชิด ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวจับคว้าลำคอที่อวบอ้วน ยกร่างที่หนักร่วม 250 ชั่ง(125 กิโลกรัม) ลอยสูงจากเตียงนอน...
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวบนเตียงหวีดดังขึ้น ก่อนจะเงียบหายในอึดใจต่อมา ด้วยสภาพที่นอนจมกองเลือดของตนเอง… ใบหน้าของ ผู้ว่าจินหงเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและเจ็บปวด แทบจะขาดใจได้ทุกชั่วขณะ ภายใต้รอยยิ้มของเด็กหนุ่ม…
“นี่เจ้าเด็กหยาบช้า… หากอาศัยวิธีการของเจ้าที่ค่อย ๆ สืบเสาะ และเฝ้ารอ ไม่รู้อีกกี่ปีจึงจะได้เบาะแสของ เหล่าซือ ที่เจ้าตามหา… ทว่าหากเป็นวิธีการของข้า มันคือการใช้ความแข็งแกร่งเพื่อสยบทุกสิ่ง!! จับจ้องดูให้เต็มตา เบาะแสเพียงหนึ่งเดียวที่เจ้าจะได้รับ ถือเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้!!” เฒ่าชีเปลือย ใช้มืออีกข้างหนึ่งเสียบเข้าไปที่กลางหน้าอกของผู้ว่าจินหง แผ่ขยายพลังวิญญาณจากภายในเข้าแทรกซึม
“วิชาลับ… นิมิตห้วงวิญญาณ!!”
ในตอนนั้นเอง ที่ปรากฏภาพนิมิตขึ้นในห้วงสำนึกของ ซุน!! มันเป็นภาพจากภายในความทรงจำของ ผู้ว่าจินหง ผู้นี้ ถูกดูดกลืนเข้ามาด้วยวิชาลับของ เฒ่าชีเปลือย… ทำให้ ซุน ได้มองเห็นใบหน้าของ เกาถิง และป้ายเหล็กตระกูลเกา ที่อีกฝ่ายยกมาแสดง รวมไปถึงคำสั่งของ เกาถิง ที่ให้ ผู้ว่าและมือปราบเฉิน หาวิธีการคุมขัง ซุน เอาไว้…
ซุน เบิกตากว้างในทันที ชัดเจนว่านี่คือเบาะแสที่ตนจะตามหาศัตรู…
จากนั้นไม่กี่อึดใจ ผู้ว่าจินหง ก็ไม่อาจทนต่อความเจ็บปวด สิ้นใจลงด้วยความทุกทรมาน... ส่งผลให้ภาพนิมิตในความทรงจำเลือนหายไปด้วย เป็นการบอกใบ้ว่าวิชาลับค้นความทรงจำนี้ สามารถใช้ได้เฉพาะกับผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่เท่านั้น และเมื่อถูกใช้คนผู้นั้นก็มีเพียงความตายเฝ้ารออยู่ นับเป็นหนึ่งในวิชาลับที่อันตรายและโหดเหี้ยมอย่างมาก...
บัดนี้ 104 ชีวิต ภายในจวนผู้ว่า ถูกสังหารจนหมดสิ้น!!
จากพลังของ เฒ่าชีเปลือย ที่ยืมร่างของ ซุน ลงมือ!!