อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 250 การต่อสู้ใต้ทะเล
ตอนที่ 250
“ห๋า?! ข้าหรือ ติดต่อไปตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน... นี่เจ้าพูดเรื่องอะไร?!” น้ำเสียงของผู้ที่อ้างตนว่าเป็น จักรพรรดิแห่งอสรพิษ เต็มไปด้วยความฉงนสนเท่…
จ้าวอสรพิษทะเล ดวงตาเบิกโพลงในทันที แม้จะยังอยู่ในท่าทีที่ก้มหน้าอธิบาย… ด้วยคำพูดที่ตอบกลับมาเพียงแค่นั้น ก็มากพอจะทำให้ทราบแน่ชัดเลยว่า ตนกำลังถูกเด็กหนุ่มมนุษย์ล่อลวง จ้าวอสรพิษทะเล จึงเงยหน้าขึ้นโดยพลันพร้อมถลึงตาดุร้ายฉายแววตาอาฆาต
ทว่า…
เบื้องหน้าของ จ้าวอสรพิษทะเล เห็นแค่เพียงอัญมณีเนตรมรกตที่ตกอยู่บนพื้นสะท้อนภาพฉาย… และเหล่าอสรพิษทะเลระดับสูงตนอื่น ๆ กำลังก้มหน้าหมอบคลานแสดงความเคารพ แม้จะหันซ้ายหันขวา แต่ก็ยังไม่เห็นแม้เพียงเงาของมนุษย์คนก่อนหน้านี้…
“บัดซบ!! เจ้านั่นมันหนีไปแล้ว!!” ทันทีที่เสียงถูกตวาดดังขึ้น อสรพิษทะเลตนอื่น ๆ ที่เอาแต่ก้มหน้าต่ำก็ค่อย ๆ เงยหน้าชูคอ และแน่นอนว่าทุกตนประจักษ์แก่ใจ ว่า ซุน ได้อาศัยช่วงเวลาที่ทุกตนกำลังหวาดหวั่นต่อจักรพรรดิแห่งอสรพิษ ได้แอบหลบหนีไปเพราะแผนการแอบอ้างทั้งหมดได้ถูกเปิดเผย
“ตามไปลากคอมันกลับมา!!” จ้าวอสรพิษทะเล คำรามแผดกังวานจนวังอสรพิษแห่งนี้สะท้านสะเทือน... ทายาทอสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง เป็นตนแรกที่พวยพุ่งออกไป หอบเอาความเจ็บแค้นใจจากก่อนหน้านี้ที่ตนถูกตำหนิดูแคลน หมายมั่นจะฉีกร่างของ ซุน ให้เป็นชิ้น ๆ
ตามไปด้วยเหล่าแม่ทัพอสรพิษทะเล และทหารระดับสูงตนอื่น ๆ ที่ติดตามไปเป็นพรวน จนเกิดเป็นความโกลาหลภายในวังอสรพิษทะเลอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง…
ในวังเวลานี้ เหลือก็แต่เพียง จ้าวอสรพิษทะเล และราชินีอสรพิษทะเล ที่แม้จะเดือดดาลเช่นกัน แต่ก็มิอาจเสียมารยาทออกไปจากวังแห่งนี้ได้ในขณะที่จักรพรรดิแห่งอสรพิษยังคงมีภาพเงาอยู่… “ขะ…ขออภัยท่านจักรพรรดิ เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นกับดวงเนตรของท่าน ทำให้พวกเราถูกมนุษย์ล่อลวง”
แต่แทนที่จักรพรรดิแห่งอสรพิษ จะเผยความไม่พอใจในความโกลาหลนี้… ตรงกับข้าม!! กลับเต็มไปด้วยเสียงวาจาที่กลั้วเสียงหัวเราะขบขัน แว่วดังออกมาผ่านภายฉายดังกล่าว… “อุ วะ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! มนุษย์งั้นหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาณาจักรใต้ทะเลที่หลบซ่อนอย่างมิดชิดของพวกเจ้า จะถูกมนุษย์เข้ามายุ่มย่ามรังควานได้ พวกมนุษย์มันมากันกี่คน มีเยอะหรือไม่เล่า?!”
“เอ่อ… คะ…คนเดียวขอรับ เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง”
จ้าวอสรพิษกล่าวด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกอับอายในใจ
“คนเดียว?! เด็กหนุ่มคนเดียวเนี่ยนะ!! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! พวกเจ้านี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ แต่ข้าชักจะสนใจเสียแล้วสิ ทำเอาข้านึกถึงเจ้าสารเลวน้อยตัวหนึ่งในอดีตขึ้นมาเลย ไหนลองเล่ามาให้ละเอียดแล้วข้าจะไม่ตำหนิพวกเจ้า…” จักรพรรดิแห่งอสรพิษ กล่าวขึ้นราวกับกำลังจะได้ยินเรื่องน่าสนุก
……………………………………………
ซุน เมื่อฉวยโอกาสครั้งสำคัญหลบหนีออกมาจากวังอสรพิษทะเล ก็ขับขานปราณวารีเสริมส่งความเร็วในการแหวกว่ายเคลื่อนตัว พุ่งตรงไปยังทิศทางที่เคยเข้ามาอันเป็นปากถ้ำที่สลับซับซ้อน แม้ว่ารอบด้านจะมีอสรพิษทะเลอยู่ไม่น้อย แต่ทุกตนเหล่านั้นส่วนมากจะเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำ ชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินและสีเขียวเสียเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นเมื่อ ซุน แผ่รัศมีลมปราณสีเหลืองขั้นกลางที่น่ากริ่งเกรงออกมา ผสานเข้ากับกลิ่นอายดุร้ายของราชันย์พยัคฆ์ขาว อสรพิษทะเลระดับต่ำเหล่านั้นก็เผยท่าทีหวาดกลัว ขอเพียงมิใช่อสรพิษทะเลระดับสูงชนชั้นลมปราณสีเหลือง หากคิดจะเข้ามาเผชิญหน้า ซุน ก็ยังพอจะต่อสู้ได้ จากความแตกต่างของระดับชั้นพลัง…
ความเร็วของ ซุน แม้จะเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปเมื่ออยู่ใต้ทะเล หากแต่ก็ยังห่างชั้นกับอสรพิษทะเลระดับสูงพวกนั้นหลายเท่า… เมื่อ ซุน สัมผัสได้ถึงการติดตามของกองกำลังที่เขย่าคลอนโลกใต้ทะเล ชายหนุ่มก็ยิ่งต้องกัดฟัน ยอมเสียสละดึงเอาร่างศพหลอมระดับต่ำออกมา…
ด้วยความที่ในจุดนี้เป็นเขตความลึกระดับ 4 ฉะนั้นแล้ว ร่างศพหลอมระดับต่ำไหนเลยจะสามารถทนต่อแรงกดดันของมวลน้ำอันมหาศาลนี้ ทันทีที่ศพถูกดึงให้ปรากฏ ร่างศพหลอมก็แตกระเบิดจากแรงดันที่บีบอัด จนกลายเป็นละอองโลหิตกระจัดกระจาย ศพแล้วศพเล่าที่ ซุน นำออกมาสภาพก็ไม่ต่างกัน
ทว่า เป้าหมายของ ซุน มิใช่การนำศพหลอมออกมาเพื่อสู้รบ แต่นำออกมาเพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นมนุษย์ของตนเองต่างหาก!! และเมื่อซากศพเหล่านั้นถูกบีบอัดจนแตกกระจาย เหล่าสัตว์ทะเลจำนวนมากก็เริ่มมารวมตัวกันตามกลิ่นเลือด กลายเป็นปราการที่ปกปิดทัศนวิสัยที่มืดมิดอยู่แล้ว ให้ขุ่นมัวมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับ
ซุน อาศัยโอกาสนี้ รีบหนีเข้าไปในโพลงถ้ำที่สลับซับซ้อนทันที…
“นายท่าน!! ทางนี้!!” วิญญาณดวงหนึ่ง ชี้เส้นทางการหลบหนี
“ขอบใจมาก เจ้าเองก็รีบกลับมาก่อน...” ซุน ยกป้ายสะกดวิญญาณขึ้น วิญญาณดวงนั้นก็รีบกลับเข้ามาในโลกวิญญาณใบเล็กทันที… ตลอดเส้นทาง ยังมีดวงวิญญาณอีกหลายสิบดวง ที่คอยชี้นำเส้นทางการหลบหนีให้กับ ซุน ซึ่งทั้งหมดเป็นดวงวิญญาณที่ ซุน ได้ทิ้งเอาไว้ ในช่วงที่ถูกพาตัวมาที่นี่ เพราะ ซุน ได้วางแผนเอาหลบหนีเอาไว้แต่แรกแล้ว และหากเมื่อถึงยามคับขันจะได้มีผู้ชี้นำเส้นทางอันมืดมิดและสลับซับซ้อน...
ทางด้านอสรพิษทะเลระดับสูงหลายสิบตน ที่เวลานี้พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วสูง จนเกิดมวลน้ำวนบ้าคลั่งตามหลัง แม้ว่าบางส่วนถูกล่อลวงไปกลิ่นที่กระจัดกระจาย บางส่วนก็ถูกก่อกวนด้วยสัตว์ทะเลขนาดเล็กจำนวนมาก... หากแต่มีอสรพิษทะเลอยู่ตนหนึ่ง ได้ดิ่งทะยานฝ่าอุปสรรคทั้งหมดมาเป็นตัวแรก และมีสัมผัสอันคมกล้ารู้จักพื้นที่ในอาณาจักรทุกซอกทุกมุมจากการเป็นอดีตแม่ทัพ ทำให้ยังคงติดตามมา ซุน ไปได้ในเส้นทางที่ถูกต้อง…
ซึ่งนั่นก็คือ ทายาทจ้าวอสรพิษทะเลตนปัจจุบัน อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง… ดวงตาของมันแดงก่ำจากโทสะ แสยะคมเขี้ยวพร้อมกับแหวกว่ายผ่านโพลงถ้ำอย่างรวดเร็ว จนอสรพิษทะเลตนอื่น ๆ ล้วนตามไม่ทัน…
“เจ้ามนุษย์กระจ้อยร่อย!! วันนี้ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้น!!”
ณ ใต้ทะเลแห่งนี้ถึงแม้ว่าสัมผัสลมปราณทั้งหมดจะถูกปิดกั้น แต่ ซุน ยังรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่ทิ่มแทงมาจากด้านหลังได้ด้วยสัญชาตญาณ ใบหน้าของชายหนุ่มมืดดำอย่างถึงที่สุด ก่อนจะขับขานอาคมกระตุ้นรอยสักเบญจสารสัตว์…
“นาคามณีมรกต!!”
ดวงวิญญาณแห่งสัตว์เทพ กู่ร้องพร้อมเผยเงาร่างขนาดใหญ่ออกมาจากรอยสักด้านหลัง ความแข็งแกร่งของนาคามณีมรกต เติบโตไปพร้อมกับซุนที่ส่งมอบตบะพลังวิญญาณให้สัตว์เทพตนนี้กลืนกิน จึงทำให้เวลานี้เงาร่างของนาคาน้อยตัวดังกล่าว จึงมีขนาดพอ ๆ กับ อสรพิษทะเล ขนาดย่อม ๆ ตัวหนึ่ง…
“ประทับร่าง!!”
ซุน ทำการทรงร่างดวงวิญญาณนาคาตนนี้ ส่งผลให้ ซุน แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเดิม อีกทั้งนาคามณีมรกตเดิมทีก็เป็นสัตว์เทพแห่งสายน้ำอยู่แล้ว จึงกระตุ้นความเร็วของ ซุน ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายขั้น แหวกว่ายประดุจโบยบิน พริบตาเดียวก็แตะย่างเข้าสู่เขตความลึกระดับ 3 แรงกดดันจากมวลน้ำ จึงยิ่งลดต่ำลง…
หากคิดจะต้องปะทะกับ อสรพิษทะเลระดับสูง ซุน ประเมินความสามารถของตนเองเอาไว้แล้ว ว่าอย่างน้อยต้องไปให้ถึงเขตความลึกระดับ 1 เพื่อให้ใกล้ผิวน้ำมากที่สุด ร่างกายจึงจะสามารถขยับคล่องได้เพียงพอสำหรับการต่อสู้
อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง เห็นอีกฝ่ายเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน ก็เผยท่าทีเดือดดาลขึ้น… อ้าปากกว้างกางคมเขี้ยว ก่อนจะระเบิดกระบวนท่าผสานลมปราณของสัตว์อสูร อันเป็นทักษะเฉพาะของสายพันธุ์และการฝึกฝน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับทักษะวิชายุทธของมนุษย์
“คมเขี้ยววารีอสรพิษ!!”
คลื่นใต้น้ำก่อตัวเป็นเงาร่างของอสรพิษที่สยายเขี้ยว พวยพุ่งขึ้นไปยังตำแหน่งของ ซุน… ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงวิกฤตที่รุนแรง หากร่างกายโดนกระบวนท่านี้เต็ม ๆ อาจถึงขั้นต้องบาดเจ็บสาหัส และคงส่งผลต่อความเร็วในการหลบหนี
ซุน จึงหยิบเอากระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ออกมา แต่ก็ยังไม่หยุดท่วงท่าที่แหวกว่ายหลบหนี… ในมือกำกระบี่ไว้แนบแน่นเฝ้ารอจังหวะโดยยังไม่ปลดปล่อยกระบวนท่าใด ๆ และเมื่อเงาร่างของวารีอสรพิษนั้นเข้ามาใกล้ ซุน จึงค่อยตวัดกระบี่ฟาดฟันออกไปในระยะประชิด…
“วังวนกระบี่ไร้สิ้นสุด!!”
ตูม!!
การปะทะเพื่อหักล้างในครั้งนี้เกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้นใต้ทะเล… และด้วยความที่เป็นการระเบิดในระยะประชิด จึงทำให้ ซุน ได้รับผลกระทบสำลักโลหิตออกมาจำนวนหนึ่ง บาดเจ็บภายในจนลมปราณในร่างปั่นป่วน ทว่าชายหนุ่มกลับอาศัยแรงระเบิดดังกล่าว ยอมบาดเจ็บเพื่อเพิ่มพูนความเร็วในการหลบหนีที่มากยิ่งขึ้น จนทำให้เข้าสู่เขตความลึกระดับ 2 ได้ในไม่กี่อึดใจ…
อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง เบิกตากว้างอีกครั้ง จากที่ตั้งใจจะหยุดยั้งอีกฝ่าย กลับกลายเป็นการเสริมส่งผลักดันให้อีกฝ่ายหลบหนีห่างไกลออกไปอีกขั้น มันไม่เคยรู้สึกเจ็บแค้นใจผู้ใดได้เท่านี้มาก่อน ต่อให้เป็นมนุษย์ระดับยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีส้มขึ้นต้น หากเป็นการต่อสู้ใต้ทะเล อดีตแม่ทัพเผ่าอสรพิษทะเลตนนี้ ก็ยังเคยสังหารมาแล้ว…
“สารเลวเอ้ย!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!”
อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง ไม่กล้าโจมตีสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ใช้พลังทั้งหมดไปกับการเพิ่มพูนความเร็วเพื่อแหวกว่ายติดตาม ความเร็วของทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันเกินไป จนในที่สุดอสรพิษทะเลตนนี้ก็ตาม ซุน มาได้ในระยะแค่เอื้อม ปลายหางของอสรพิษ ถูกยกตวัดราวกับเป็นแส้ขนาดใหญ่แหวกผ่ามวลน้ำจนเกิดเป็นอำนาจที่ฉีกกระชากมวลคลื่น
ซุน ไม่มีทางเลือก จึงกัดฟันฟาดกระบี่ทองเข้าตั้งรับ… แต่พละกำลังของมนุษย์และสัตว์อสูรก็ยังมีความต่างชั้น กระบี่ทองแม้จะไม่เสียหาย แต่ก็ได้หลุดออกจากมือในทันที… อีกทั้งยังมิอาจหยุดยั้งปลายหางของอสรพิษทะเลตนนี้ จึงได้กระแทกเข้าใส่ร่างของ ซุน อย่างรุนแรง…
ตูม!!
แม้จะขับขานอาคมคงกระพันชาตรี แม้จะใช้ทักษะผิวปราณโลหะ หรือแม้แต่วิชากระดูกเหมันต์เสริมความแข็งแกร่ง… แต่สุดท้ายร่างของ ซุน ก็ยังถูกทะลวงการป้องกันทั้งหมดจนบาดเจ็บสาหัส ชายหนุ่มสำรอกโลหิตอีกหลายคำออกมา ซี่โครงหักไม่น้อยกว่า 3 ซี่ อวัยวะภายในถูกกระทบกระเทือนรุนแรง จนทำให้การโคจรลมปราณขาดช่วง
และเมื่อลมปราณโคจรติดขัด สภาวะที่ขาดอากาศหายใจจึงทำให้ ซุน ตกอยู่ในวิกฤตรุนแรงถึงตาย… ดวงตาของชายหนุ่มแดงฉานขึ้น หากแต่ยังแฝงเร้นไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ในเมื่อการป้องกันถูกทำลายไปแล้ว ก็มีแต่จะต้องต่อสู้เท่านั้น!!
ซุน ดึงเอากระบี่ดำราชวงศ์ออกมา อาศัยในตอนที่อสรพิษตนดังกล่าวกำลังตวาดหางกลับ ซุน ได้เสียบกระบี่ดำไปยังช่องว่างระหว่างเกล็ดเหล่านั้นอย่างแม่นยำ ก่อนจะใช้กระบี่ดำเป็นจุดหยั่งเท้า ดีดตัวเพื่อเพิ่มความเร็วพุ่งตรงไปยังศีรษะของ อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง ในพริบตา
ซุน ใช้สายสัมพันธ์ของตนและจิตวิญญาณแห่งกระบี่ทอง เพื่อดึงกระบี่กลับเข้ามาไว้ในมือ และเสือกแทงเข้าไปที่ดวงตาข้างหนึ่งของ อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง จนโลหิตสีน้ำเงินสาดกระเซ็น!! แม้จะบาดเจ็บเจียนตาย แต่ ซุน ก็ไม่ยินยอมที่จะเจ็บเพียงฝ่ายเดียว
อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด… ใบหน้าของ ซุน เย็นชาอย่างถึงที่สุด ก่อนจะบิดข้อมืออย่างรุนแรง และทะลวงกระบี่ให้ลึกลงไปอีกระดับ ความเจ็บปวดทรมานของอสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง แตะไปถึงระดับที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต...
“บิดาเจ้าตาบอดข้างนึงนี่นะ!! ในเมื่อเจ้าเป็นทายาท ก็จงมีสภาพเฉกเช่นเดียวกับบิดาเจ้าไปก็แล้วกัน!!”
…………………………………………