อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 252 บุตรของข้า
ตอนที่ 252
เมื่อเพ่งมองผ่านรอยแผลขนาดใหญ่ ยังศพร่างของ อสรพิษเกล็ดมรกตเพลิง ชายหนุ่มเห็นวัตถุประกายแสงที่ห่อหุ้มไปด้วยรัศมีพลัง ซุน จึงไม่ลังเลที่จะทะลวงกระบี่ดำทิ่มแทงเข้าไป ก่อนจะดีดงัดเอาสิ่งนั้นให้หลุดออกมา แน่นอนว่ามันคือ ลูกแก้วดวงจิต ชนชั้นลมปราณสีเหลืองระดับสูง…
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อศพร่างนั้นไร้วิญญาณ ย่อมสามารถเก็บเข้าไปในแหวนมิติได้!! เรื่องขนาดที่ใหญ่โต ก็ย่อมไม่ใช่ปัญหา เพราะ ซุน ได้แบ่งแยกแหวนมิติเป็นหลายวงในการเก็บเกี่ยววัตถุดิบที่ต่างชนิดกัน ชายหนุ่มวาดมือออกไปเพียงครั้ง ศพร่างของอสรพิษทะเลก็เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาของทหารอสรพิษทะเลโดยรอบ...
“บัดซบ!! นอกจากมันจะสังหารองค์ทายาทแล้ว มันยังกล้าเก็บไปแม้แต่ศพและลูกแก้วดวงจิต!! นี่มันถือเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเราชัด ๆ ทหารทุกตนจงช่วยกันสังหารมนุษย์ผู้นั้นให้จงได้ มิเช่นนั้นพวกเราคงไม่มีหน้าไปพบท่าน จ้าวอสรพิษทะเล เป็นแน่!!” เมื่อผู้นำทัพสิ้นชีพ ตำแหน่งรองลงมากอย่าง แม่ทัพอสรพิษทะเลเกล็ดนิล ก็ออกคำสั่งทันที
ทหารอสรพิษทะเล รู้ดีว่าหากไม่อาจสังหารมนุษย์ผู้นี้ได้ พวกตนคงต้องแบกรับความผิดที่มิอาจปกป้ององค์ทายาท และอาจถูกลงโทษขั้นเด็ดขาดจาก จ้าวอสรพิษทะเล คราวนี้จึงไม่มีใครยอมออมกำลัง ต่อให้พลาดท่าถูกการโจมตีของพวกเดียวกัน อย่างมากก็แค่บาดเจ็บไม่ถึงตาย เสียงคำรามอู้ดังของอสรพิษขนาดใหญ่รอบด้าน แทบจะทำให้มหาสมุทรเสรีแห่งนี้เกิดมรสุม…
ซุน เองก็บาดเจ็บหนัก ถึงจะเอาชนะและสังหารทายาทจ้าวอสรพิษทะเลได้ แต่คงไม่อาจเอาชนะทหารอสรพิษทุกตัวที่นี่ได้อย่างแน่นอน ชายหนุ่มจึงไม่ลังเลที่จะรวบรวมพลังในร่างทั้งหมดอีกครั้ง ฝ่าทะลวงวงล้อมหมายที่จะหลบหนีออกไป!!
กระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ บินหมุนวนคอยสกัดกั้นเหนือผิวน้ำ กระบี่ดำราชวงศ์ฟาดฟันสร้างคลื่นกระบี่ป้องกันใต้น้ำมิให้ถูกลอบโจมตี… ชายหนุ่ม พยายามหลบหนีอย่างทุลักทุเลท่ามกลางการไล่ล่าของกองทัพอสรพิษขนาดใหญ่จำนวนมาก...
ด้วยอาการบาดเจ็บทำให้ความเร็วของ ซุน มีไม่มากพอจะฉีกหนีอย่างสมบูรณ์ ทำได้เพียงฉุดยื้อเวลาไปเรื่อย ๆ สถานการณ์เกือบจะเรียกได้ว่าสิ้นหวัง… จวบจนกระทั่งฝันร้ายที่แท้จริงได้คืบคลานเข้ามาเยือน... เกิดเสียงตูมดังขึ้นจากระยะที่ไม่ห่างไกลมากนัก รัศมีและพลังลมปราณที่แผ่ขยายทำให้ ซุน ถึงกับอึดอัดจนต้องสำรอกโลหิตคำโตออกมาอีกครั้ง…
ศีรษะขนาดใหญ่ของอสรพิษตาเดียวโผล่ออกมาจากผิวน้ำ มันมิใช่ใครอื่นหากแต่เป็น จ้าวอสรพิษทะเล ที่ติดตามมาจนทัน… ซุน ใบหน้าซีดเผือด ดวงตานั้นหดแคบลงโดยพลัน ด้วยพลังที่หลงเหลือของ ซุน ในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ขบคิด ต่อให้มีสภาพที่สมบูรณ์พร้อมก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีส้ม โอกาสที่จะหลบหนีแทบพังทลายลงไปในทันทีที่ จ้าวอสรพิษทะเล ปรากฏตัว…
จ้าวอสรพิษทะเล กวาดมองไปรอบด้าน… จิตใจของมันสั่นไหวรู้ก็ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะนี่เป็นการขึ้นมาบนผิวน้ำในรอบ 30 กว่าปีของตัวมันเช่นกัน หากมิใช่เพราะถูกมนุษย์ตรงหน้าเข้าไปเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตนถึงในอาณาจักรอสรพิษทะเล จ้าวอสรพิษ ก็คงไม่ยินยอมที่จะออกมาตามล่าด้วยตนเองเช่นนี้…
“เจ้าพวกไม่ได้เรื่อง!! กับมนุษย์เพียงคนเดียว ยังไม่อาจจัดการได้!! แล้วนี่เจ้าเกล็ดมรกตเพลิง มันหายหัวไปไหนแล้ว เห็นมันพุ่งติดตามมาเป็นตัวแรกแท้ ๆ แต่ทำไมถึงยังมาไม่ถึง…” จ้าวอสรพิษทะเล แค่นเสียงตำหนิเหล่าทหารอสรพิษในเผ่า ทุกตัวต่างก็พากันหัวหดไร้สิ้นคำพูด
แม่ทัพอสรพิษเกล็ดสีนิล เผยท่าทีละล่ำละลักจนขัดหูขัดตาผิดสังเกต... จ้าวอสรพิษทะเล จึงแผ่รัศมีคุกคามตรงไปยังร่างของแม่ทัพดังกล่าว จึงทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวจนไม่สามารถเก็บงำความจริงและคำพูด ตัดสินใจโพล่งเอ่ยออกมาตามตรง…
“อะ…องค์ทายาท ถูกมนุษย์ผู้นั้นสังหารไปแล้วขอรับ!! แม้แต่ซากร่างและลูกแก้วดวงจิต ก็ยังถูกเก็บไปด้วย!!”
“!!!!!!!!!!” จ้าวอสรพิษทะเล เบิกตากว้าง เกล็ดทุกอันล้วนตั้งชันขึ้นบ่งบอกถึงความเดือดดาล...
ราชินีอสรพิษที่ติดตามจ้าวอสรพิษทะเลมาด้วย เมื่อนางได้ยินคำพูดของแม่ทัพอสรพิษทะเลนางก็แอบหัวร่อในใจยกมุมปากเผยรอยยิ้มที่มืดดำ นางรู้สึกว่าโชคชะตาได้เข้าข้างฝ่ายของตนแล้ว เสี้ยนหนามเพียงหนึ่งเดียวของนางถูกสังหารไปเรียบร้อย
“หากเป็นเช่นนี้ ตำแหน่งทายาทจ้างอสรพิษทะเลตนถัดไป ย่อมหนีไม่พ้นบุตรที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาแน่นอน” นางกล่าวกับตนเอง พลางลูบมือไปที่ท้องของนางอย่างแผ่วเบา
“จะ…เจ้า!! เจ้าสังหารทายาทของข้าอีกแล้วงั้นหรือ!! ทายาทที่สำคัญตนสุดท้ายของข้า!! เจ้า…เจ้า!!” จ้าวอสรพิษทะเล เจ็บปวดใจจนหมดสิ้นคำพูดที่จะด่าทอ มีเพียงไอสังหารที่แผ่ซ่านอย่างไร้ที่สิ้นสุด ผิวน้ำรอบกายจ้าวอสรพิษทะเลบังเกิดคลื่นยักษ์ซัดตลบ เพียงแค่จดจ้องมองมายังทำให้ ซุน ถึงกับตัวสั่นงันงก เวลานี้ชายหนุ่มแทบไม่หลงเหลือสิ่งใดอีกแล้ว ที่จะใช้ต่อต้านโทสะของราชาแห่งเผ่าพันธุ์ที่น่าหวาดหวั่นตนนี้…
“ตาย!!” เสียงคำรามของ จ้าวอสรพิษทะเล ก่อให้เกิดมวลคลื่นน้ำถูกซัดโถมเข้ามา ก่อนที่คลื่นน้ำเหล่านั้น จะผนึกรวมตัวกลายเป็นอสรพิษวารีหลายสิบหัวจากทักษะแห่งเผ่าพันธุ์ ทุกหัวล้วนแสยะคมเขี้ยวตรงเข้ามา หมายฉีกร่างของ ซุน ให้เป็นชิ้น ๆ
ชายหนุ่ม แม้จิตใจจะโหยไห้ ร่างกายจะร่ำร้อง… ทว่าดวงตากลับเผยความไม่ยินยอมที่จะรับความตาย ความเด็ดเดี่ยวแผ่ซ่าน ถูกบีบคั้นให้ต้องระเบิดพลังทั้งหมดออกมาอย่างไม่กักเก็บ พรแห่งร่างสถิตสายลมสีครามถูกขับขาน ทั้งยังดึงเอาพลังชีวิตบางส่วนออกมาช่วยเหลือ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลัง…
“ปราการแห่งสายลม!!”
พายุสีครามก่อตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ กระแสลมจากรอบทิศทางในรัศมีหลายลี้ คล้ายว่าถูกหยิบยืมมาใช้จนทำให้นอกเหนือจากมวลคลื่นของอสรพิษวารีเหล่านี้แล้ว ผิวน้ำทะเลรอบด้านเมื่อไร้ซึ่งสายลม ต่างล้วนนิ่งสงบอย่างน่าอัศจรรย์ เผยให้เห็นถึงกำแพงพายุที่โหมกระหน่ำ ผลักดันต้านทานกับคมเขี้ยวของอสรพิษวารีเหล่านั้น จนเกิดการปะทะที่รุนแรงส่งเสียงดังกัมปนาท แม้แต่ทหารอสรพิษทะเลทั้งหมดยังต้องร่นถอย ซ่อนตัวใต้ผิวน้ำ
ตูม!!
ปราการพายุสีครามพังทลายลงในที่สุด แต่มันก็ทำให้ ซุน สามารถป้องกันอำนาจโจมตีของจ้าวอสรพิษทะเลได้ครั้งหนึ่ง ผลกระทบจากการปะทะทำให้โลหิตในร่างของชายหนุ่มไหลออกมาจากทวารทั้ง 7 บนใบหน้า ร่างกายปลิดปลิวดุจว่าวสายป่านขาด ก่อนจะไถลไปกับผิวน้ำอย่างที่มิอาจหยัดยืน…
ร่างของ ซุน ท่วมไปด้วยเลือดทั้งแผลเก่าและแผลใหม่ แม้จะรอดจากความตายแต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินกว่าจะมีเรี่ยวแรง ทำได้แค่ปล่อยให้ร่างกายที่บาดเจ็บนั้นลอยตัวบนผิวน้ำ ไม่สามารถทำได้แม้แต่จะว่ายหลบหนี… สติสัมปชัญญะของ ซุน พร่าเลือนเต็มที มีเพียงคำพูดประโยคหนึ่งแววดังออกมา…
“ทะ…ท่านพ่อบุญธรรม”
ทันใดนั้นเอง ประกายแสงสีทองก็ปกคลุมผิวน้ำโดยรอบ พลานุภาพสยบแห่งชนชั้นจักรพรรดิที่เดือดดาล ราวกับต้องการจะเปลี่ยนแปลงฟ้าดิน!! เส้นแสงที่เป็นจุดศูนย์กลางของพลังอำนาจทั้งหมด พวยพุ่งมาจากตำแหน่งที่อสรพิษทุกตนคาดไม่ถึง และทิศทางที่เส้นแสงนั้นผ่านมา ร่างของทหารอสรพิษทะเลระดับสูงสามตนในจุดนั้น ก็แตกระเบิดเพราะมิอาจทนรับพลังที่คุกคามเมื่อเฉียดกรายมาใกล้…
เหยาหมิง ได้มาถึงที่นี่แล้ว…
สิ่งแรกที่กระทำของชายชรา คือจับคว้าร่างของบุตรชายมาพยุงไว้ในอ้อมแขนข้างเดียว ก่อนจะถ่ายทอดพลังลมปราณและพลังชีวิตของตนเข้าไปอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตา… “ซุน!! ทำใจดี ๆ ไว้ บิดามาช่วยเจ้าแล้ว!!”
ซุน ที่ดวงตาพร่าเลือน เมื่อได้รับพลังลมปราณและพลังชีวิตที่อบอุ่นก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว สายตาเริ่มกระจ่างชัดขึ้น หันมองไปยังใบหน้าของชายชราที่มาถึง รอยยิ้มของชายหนุ่มเผยออกมาจาง ๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความปิติยินดี…
“หากท่านมาช้ากว่านี้… ดูท่าข้าคงได้กลายเป็นอาหารงูแน่นอนเลยท่านพ่อ…”
เหยาหมิง ถอนหายใจโล่งอก ที่เห็นว่า ซุน แม้จะสาหัสแต่ก็ไม่ถึงขั้นสิ้นใจ แน่นอนว่าบาดแผลทั้งภายนอกและภายในของ ซุน ในเวลานี้ หากเป็นมนุษย์ทั่วไปย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย หากแต่เพราะ ซุน เป็นร่างสถิตราชันย์พยัคฆ์ขาวที่มีพลังชีวิตมากมายกว่ามนุษย์ปกติ จึงทำให้รอดพ้นขีดอันตรายได้อย่างเฉียดฉิว…
ทหารอสรพิษทะเลโดยรอบต่างพากันตัวสั่นงันงก เมื่อสัมผัสได้ถึงรัศมีพลังของชายชราที่มากมายจนมิอาจมองเห็นขอบเขต... หลายตัวยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองศพร่างของอสรพิษทะเลสามตนก่อนหน้านี้ ที่ร่างแตกระเบิดจนสภาพน่าอนาถยิ่งกว่า องค์ทายาทที่ถูก ซุน ลงมือสังหารเสียอีก...
อีกหลายตนยังถึงกับรักตัวกลัวตาย ยอมเป็นทหารหนีทัพมุดดิ่งลงไปใต้ทะเลด้วยความหวาดกลัว ต่อให้ถูกลงโทษหลังจากนี้ พวกมันก็ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับ เหยาหมิง… แต่หากจะกล่าวว่า อสรพิษทะเล ตนใดมีใบหน้าที่แสนอัปลักษณ์มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น จ้าวอสรพิษทะเล ที่บัดนี้เกล็ดบางส่วนยังถึงกับหลุดร่วงออกมา!!
“ทะ…ทำไมเป็นเจ้า!! ทำไมเป็นเจ้า!!” จ้าวอสรพิษทะเล หมดสิ้นซึ่งสง่าราศี ตัวสั่นราวกับเป็นอสรพิษตัวน้อยที่เผชิญหน้ากับพญาอินทรีที่โฉบบินลงมา…
เหยาหมิง ดวงตาแข็งกร้าวอย่างถึงที่สุด เมื่อมองตรงไปยัง จ้าวอสรพิษทะเล…
“เป็นเจ้าจริง ๆ นับว่าแน่มากที่ขึ้นมาบนผิวน้ำอีกครั้ง และยังกล้าเล่นงานบุตรของข้าอีกด้วย!!”
“บะ…บุตรของเจ้า!! บุตรของเจ้า!!” จ้าวอสรพิษทะเล หวาดกลัวจนเกิดภาวะติดอ่าง รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่ามายังศีรษะของมันนับครั้งไม่ถ้วน…
เหยาหมิง แผ่รัศมีอำนาจแห่งจักรพรรดิ จนปรากฏร่างจำแลงขนาดใหญ่ของเซียนทองคำ สูงตระหง่านใหญ่โตยิ่งกว่าร่างของจ้าวอสรพิษทะเลเสียอีก... เพียงความนึกคิดเดียวของ เหยาหมิง ร่างเซียนทองคำมหึมานั้น ก็ยื่นมือออกไปจับคว้าลำคอของ จ้าวอสรพิษทะเล และดึงเข้ามาเผชิญหน้าใกล้ ๆ สายตาเข้าประจันกันในระยะเอื้อมมือ
ต่อให้จ้าวอสรพิษทะเลพยายามดิ้นรนเพียงใด ก็รู้สึกเหมือนว่าหัตถ์สีทองแห่งเซียนตนนี้ จะยิ่งบีบกระชับรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนทำให้มันสำลักเอาโลหิตคำโตออกมา ไม่ต่างอะไรกับงูเขียวตัวน้อยที่ถูกมนุษย์บีบเค้นลำคอ…
“เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ข้าได้เคยให้โอกาสเจ้าแล้ว ย้ำเตือนแน่นหนักว่าอย่าขึ้นมาทำร้ายมนุษย์อีก… ครั้งนี้นอกจากเจ้าจะผิดคำมั่นที่ให้ไว้กับข้า ยังเล่นงานบุตรชายข้าเสียเกือบตาย เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่!!” น้ำเสียงของ เหยาหมิง เย็นชาอย่างถึงที่สุด
จ้าวอสรพิษทะเล มองดูก็รู้ว่าแทบจะร้องไห้ออกมา…
“กะ…ก็บุตรชายของเจ้า มันสังหารทายาทของข้าก่อน!! ทั้งยังช่วงชิงเอาดวงเนตรแห่งการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของพวกเราไป เมื่อครู่ก็ได้ก่อเรื่องเสียอาณาจักรอสรพิษทะเลของข้าโกลาหลขึ้น หากข้าไม่ลงมือจัดการ ข้าจะเอาหน้าของราชาแห่งเผ่าพันธุ์ไปไว้ที่ใดกันเล่า…”
เหยาหยิง ได้ยินเช่นนั้น ก็หดนัยน์ตาแคบ และหันมองไปยังใบหน้าของบุตรชายที่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาแทนคำตอบ... “ท่านพ่อบุญธรรม… ก็ข้านั้นถูกตามล่า ข้าก็ต้องป้องกันตัวเองไปตามสถานการณ์”
เหยาหมิง ได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงกับถอนหายใจ…
แต่ยังเผยรอยยิ้มเอ็นดูมายังบุตรชายอย่างอดไม่ได้…
ขณะที่สถานการณ์บนผิวน้ำเกิดเรื่องพลิกผันเมื่อ เหยาหมิง ปรากฏตัวขึ้น… ทว่าบนท้องฟ้าที่ยังห่างไกลจากตำแหน่งของการต่อสู้ กลับมีเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน มันเป็นโชคชะตาหรืออย่างไรก็ไม่มีใครทราบ…
บนท้องฟ้าที่สูงจากพื้นเหนือชั้นเมฆขึ้นไปอีกระดับ… เงาร่างเกล็ดสีทองที่อร่ามล้ำยิ่งกว่าพลังอำนาจของ เหยาหมิง ลำตัวยาวราวกับสามารถโอบรัดภูเขาขวางกั้นทะเล คาดว่าคงมากเกินกว่าหลายพันจั้ง กำลังมุ่งหน้าตรงมายังมหาสมุทรเสรีแห่งนี้ ด้วยความเร็วที่มากพอจะสามารถข้ามทวีปได้ในไม่กี่ลมหายใจเข้าออก...
………………………………………