อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 256 ความพลิกผัน
ตอนที่ 256
ราชันย์อสรพิษ เมื่อแน่ชัดว่า ซุน เป็นร่างสถิตของราชันย์พยัคฆ์ขาว… เรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต ก็พลันหลั่งไหลเข้ามาอย่างอดไม่ได้ สีหน้าของมันอัปลักษณ์มากยิ่งกว่าส่วนที่ถูกหลอมละลายใบหน้าเสียอีก สูดลมหายใจดังเฮือก ๆ อยู่หลายครั้งหลายครา
จากนั้นก็ยกนิ้วขึ้นมานับคำนวณวันเดือนปีด้วยความลนลาน...
“ครบหนึ่งหมื่นปีแล้ว… นี่ผ่านมาหนึ่งหมื่นปีแล้วงั้นหรือ ช่วงเวลาที่ชะตากรรมกลับมาหมุนวนเกิดขึ้นแล้วงั้นหรือ บัดซบเอ้ย!! บัดซบยิ่งนัก!! อิสระของข้ากำลังจะสูญหายไปแล้วงั้นหรือ!! ตลอดหมื่นปีมานี้ นางงูเฒ่าเกล็ดบูรพานั้นก็กดขี่ข้าราวกับข้ามิใช่สามีนาง ข้ายังใช้อิสรภาพของผู้ยิ่งใหญ่ไม่คุ้มค่าเลยนะเฟ้ย!!”
ราชันย์อสรพิษ ก่นด่าพึมพำอย่างราวกับรับรู้บางสิ่งบางอย่างมา… สร้างความประหลาดใจให้กับ ซุน ที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก แม้แต่ เฒ่าชีเปลือย ก็ยังเผยความฉงนสนเท่ผ่านสีหน้าแววตา… ราชันย์อสรพิษ กัดฟันดังกล่าว ถลึงตามองมายัง ซุน แผ่รัศมีดวงเนตรราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงเนื้อในแก่นกาย…
จากนั้นใบหน้าของมันก็ยิ่งอัปลักษณ์ลงเรื่อย ๆ ก้าวถอยกรูดไปอย่างไร้เหตุผล…
“บ้าเอ้ย บ้าเอ้ย! เป็นเจ้าเด็กบ้านี่จริง ๆ ด้วย!!”
ท่าทีที่ผิดแปลกไปของ ราชันย์อสรพิษ เต็มไปด้วยปริศนาบางอย่างซ่อนเร้นอยู่… ซุน มิได้โง่เขลา ย่อมสังเกตเห็นถึงความผิดปกติเกินสามัญ ก่อนที่ดวงตาของชายหนุ่มจะเริ่มกระจ่างชัดในบางสิ่ง คำว่าหนึ่งหมื่นปีก่อนที่ ราชันย์อสรพิษ โพล่งออกมา นั่นเป็นยุคสมัยที่ผู้ยิ่งใหญ่ เล้งซาน ได้เคยมีชีวิตอยู่
และ ซุน ก็ได้ระลึกถึงห้วงนิมิตความทรงจำที่ พยัคฆ์วาตะ เคยมอบให้(ตอนที่ 177) จดจำได้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ เล้งซาน ได้ครอบครองพลังร่างสถิต ของ เทพเสอ(มะเส็ง) หนึ่งในเทพนักษัตร ที่เป็นบรรพบุรุษของ ราชันย์อสรพิษกลืนนภา!!
“หรือว่าท่าน... เกี่ยวพันธ์บางอย่างกับผู้ยิ่งใหญ่ เล้งซาน?! ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ข้ากำลังตามหาคำตอบ?!” ซุน เอ่ยปากขึ้นอย่างอดไม่ได้
ราชันย์อสรพิษ ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็ยิ่งเบิกโพลงราวกับเห็นผี…
“ไม่รู้โว้ย!! ข้าไม่เกี่ยว ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น อย่ามาถามข้า…อย่ามาหลอกถามข้าเสียให้ยากเลย!!”
ราชันย์อสรพิษ ระเบิดพลังขยายร่างขึ้นอีกระลอก แปรสภาพจากรูปลักษณ์ของชายวัยกลางคนกลับคืนสู่ร่างอสรพิษเกล็ดสีทองขนาดมหึมา… และที่สำคัญ มันกำลังหมุนตัวหันหลังกลับเพื่อหลบหนีจากความจริงตรงหน้า!! ซุน หรือแม้แต่ทุกคนโดยรอบต่างก็พากันอึ้งงัน…
“ดะ…เดี๋ยวก่อนสิ ราชันย์อสรพิษ!!” ซุน เอ่ยทักพยายามจะเรียกขาน
“หุบปาก!! ตอนนี้ข้าฝันไป ขะ…ข้าเพียงแค่นอนละเมอ วันนี้ข้าไม่ได้พบเจออะไร ข้าไม่เคยพบเจอพวกเจ้า!! อ๊ากกกกกก... เจ้าสารเลวน้อยนั่นมันตามมาหลอกหลอนข้าอีกแล้ว สวรรค์ไร้ความเป็นธรรม!!” ราชันย์อสรพิษ ก้นด่าคำราม พลางบินหนีขึ้นไปสู่ท้องฟ้าท่ามกลางความงุนงงของทุกคน และดูเหมือนว่ามันจะไม่คิดหันหลังกลับมาแม้แต่น้อย…
“เจ้างูเฒ่านั่น มันตันหากลับ จนเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ” เฒ่าชีเปลือย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยค่อนแคะ รู้สึกเจ็บใจอยู่ไม่น้อยที่ตนเองได้แพ้อย่างไรทางสู้ ตั้งใจว่าหากตบะที่ปิดผนึกไปคลายออก และมีร่างภาชนะที่ดีกว่าศพหลอมระดับ 3 เมื่อไหร่ จะต้องหาทางไปแก้มือในสักวัน….
ซุน ที่ไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย จึงเผยความผิดหวัง แต่ไหนเลยที่จะมีปัญญาไปฉุดรั้ง ราชันย์อสรพิษตนนั้นได้ ทว่าถึงแม้อีกฝ่ายจะหลบหนีไป แต่ ซุน ก็รู้ดีว่าสามารถตามหาตัวอีกฝ่ายได้จากที่แห่งใด…
“หากมีโอกาส ข้าจะปีนหอคอยสุสานเทพอสูรเต่าทมิฬ เพื่อให้ราชันย์อสรพิษอธิบายเรื่องนี้ให้จงได้!! ความลับบางอย่างที่ราชันย์อสรพิษแอบซ่อนอยู่ น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวข้าโดยตรงอย่างแน่นอน...”
เหตุการณ์ในวันนี้แม้ไม่มีเหตุผลหรือข้อสรุปอะไรแน่ชัด… แต่การที่ ราชันย์อสรพิษ เลือกที่จะหลบหนี ทั้งยังไม่กล้าลงมือสังหาร ซุน ด้วยเหตุผลบางอย่าง จนคล้ายจะมีความหวาดหวั่นต่อ ซุน ในเรื่องบางอย่างเสียด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันของชะตากรรมที่ ซุน ยังต้องค้นหาคำตอบต่อไป…
ทางด้าน เหยาหมิง ก็ยังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากแต่สายตาของชายชรา ก็อดไม่ได้ที่จะมองตามไปยังเส้นแสงสีทองที่ค่อย ๆ บินห่างออกไปไกล... การชี้แนะของ ราชันย์อสรพิษ ก่อนหน้านี้ทำให้ เหยาหมิง ประจักษ์แจ้งในบางสิ่งขึ้นมา แม้ว่า ราชันย์อสรพิษ อาจมิได้เจตนาที่ดีงามนัก แต่ เหยาหมิง ก็ไม่ลังเลที่จะโค้งคำนับก้มศีรษะ ยังทิศทางดังกล่าวด้วยความเคารพจากใจ…
จ้าวอสรพิษทะเล อ้าปากกว้างราวกับขากรรไกรแข็งค้าง… มันไม่มีความคิดแม้แต่น้อยว่า ราชันย์อสรพิษจะพ่ายแพ้ ซึ่งเหตุการณ์ก็ดูว่าจะเป็นเช่นนั้น… ทว่าการที่ ราชันย์อสรพิษ หลบหนีจากไปอย่างกะทันหัน ไหนเลยที่มันจะไม่เข้าใจในสถานการณ์ว่าตนกำลังเผชิญหน้าวิกฤตที่ไร้ผู้ปกป้อง…
เหยาหมิง เพ่งมองตรงมายัง จ้าวอสรพิษทะเล
ดวงตานั้นคบกริบดุจคมมีดที่พร้อมจะขอดเกล็ดงู…
จ้าวอสรพิษทะเล หวาดผวาไปทั้งกายใจใช้พลังทั้งหมดที่มี มุดลงไปใต้ทะเลอย่างไม่คิดเหลียวหลังกลับ… ทว่ามีหรือ เหยาหมิง จะปล่อยให้มันทำเช่นนั้นได้?! รัศมีแสงสีทองขยายตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างจำแลงของ เซียนทองคำ ขนาดใหญ่ จะระเบิดพลังอำนาจผ่าแยกน้ำในมหาสมุทรจนเปิดทางออก...
“จะหนีไปไหน เจ้าอสรพิษสับปลับ!!”
จ้าวอสรพิษทะเล ถูกโอบล้อมด้วยแสงสีทองที่พันธนาการ ก่อนจะถูกดึงให้ลอยกลับขึ้นมาบนผิวน้ำอีกครั้ง แม้มันจะพยายามดิ้นรนไปมา แต่สุดท้ายก็ไร้ความหมาย… ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ราชินีอสรพิษทะเล รวมไปด้วยทหารอสรพิษทะเลที่เฝ้ามองดูอยู่ห่างไกล ต่างก็พากับแตกฮือราวกับผึ้งที่แตกรัง กระจายกำลังกันหลบหนีอย่างอุตลุด…
ซุน ที่เคยไปยังอาณาจักรอสรพิษทะเลมาก่อน ย่อมทราบดีว่าผู้ขับเคลื่อนคอยสั่งการในเผ่าพันธุ์อยู่เบื้องหลังก็คือ ราชินีอสรพิษทะเล อีกตัวหนึ่ง… ต่อให้จัดการ จ้าวอสรพิษทะเล ได้ แต่ถ้าปล่อยนางไปก็อาจไม่สามารถจบเรื่องความวุ่นวาย…
“เฒ่าชีเปลือย ช่วยข้าจับนางขึ้นมา!!”
ซุน ระเบิดพลังร่างสถิตขับขานสายลมสีครามให้หมุนวน สร้างเป็นผนึกพันธนาการพื้นที่บางส่วนจากรอยแยกของทะเลที่ เหยาหมิง ได้ทำไว้ ปิดกั้นเส้นทางการหลบหนีของ ราชินีอสรพิษ… เฒ่าชีเปลือย จึงร่ายเวทย์อาคมต่อเนื่อง เกิดเป็นเส้นใยอักขระที่เรียงร้อยต่อกัน รัดพันร่างของนางราวกับโซ่ตรวนก่อนจะฉุดดึง ราชินีอสรพิษทะเล ขึ้นมาบนผิวน้ำ…
นางเป็นเพียงสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีเหลือง อีกทั้งยังตั้งครรภ์ท้องแก่ เพียงแค่พลังของ ซุน และ เฒ่าชีเปลือย จึงมากพอที่จะจับตัวของนางเอาไว้ได้… นางพยายามรีดเค้นพลังเพื่อดิ้นรนต่อสู้ ทว่าเมื่อขึ้นมาบนผิวน้ำแล้ว พลังในการต่อสู้ของนางก็ลดลงเป็นอย่างมาก ไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือ…
จ้าวอสรพิษทะเล และ ราชินีอสรพิษทะเล ถูกจับตัวได้ในที่สุด… เป็นตายล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ซุน และ เหยาหมิง…
“ปะ…ปล่อยข้าไปเถอะ เจ้าเป็นผู้สืบทอดพลังของท่านจักรพรรดิแห่งอสรพิษ ข้าเองก็เป็นลูกสมุนที่คอยรับใช้ท่านจักรพรรดิ พวกเราล้วนมีความเกี่ยวพันกันไม่มากก็น้อย อีกทั้งพวกเจ้าพ่อลูกก็ยังสังหารทายาทของข้าไปแล้วด้วย ได้โปรดเถิดเผ่าพันธุ์ของเรายังต้องการผู้นำ…” จ้าวอสรพิษทะเล อ้อนวอนเสียงโหยไห้ เห็นได้ชัดว่ามันนั้นกลัวตายเหนือสิ่งอื่นใด
ซุน เดินเข้ามาเรียบเคียง พลางเอ่ยปากขึ้นเบา ๆ
“ท่านพ่อบุญธรรม… จะว่าไปลูกแก้วดวงจิตชนชั้นลมปราณสีส้มนี่ ก็ราคามหาศาลเลยนะ”
จ้าวอสรพิษทะเล ได้ยินเช่นนั้นเรือนกายก็ยิ่งสั่นเยือกขึ้น หวาดกลัวจนเกล็ดอีกหลายส่วนหลุดร่วงจนเกือบจะกลายเป็นปลาไหลอยู่รอมร่อแล้ว… เหยาหมิง แม้จะแสดงใบหน้าขึงขังน่ากลัว แต่ใจลึก ๆ ก็ไม่อยากจะสังหารอีกฝ่ายเท่าใดนัก… เพราะ เหยาหมิง เติบโตเป็นขอทานมาในพรรคเซียนประทาน จึงไม่ได้เห็นเงินทองเป็นสำคัญมาตั้งแต่แรก และยังรู้สึกคิดค้าง ราชันย์อสรพิษ อยู่ไม่น้อย เรื่องที่ได้รับการชี้แนะสั่งสอน แต่ครั้นจะปล่อย จ้าวอสรพิษทะเล กลับไปง่าย ๆ มันก็กะไรอยู่…
ในตอนที่ เหยาหมิง กำลังสับสนอยู่นั้นเอง ที่ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดฝันขึ้น… ราชินีอสรพิษทะเล พยายามดิ้นรนมากจนเกินไป จึงได้กระตุ้นครรภ์ของนางให้เกิดความผิดปกติ จนทำให้นางกำลังตกอยู่ในภาวะที่กำลังจะคลอดบุตรก่อนกำหนดการ!!
“นางกำลังจะคลอด… นางกำลังจะคลอดทายาทตนใหม่ของข้า!!” จ้าวอสรพิษทะเล ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจกับสถานการณ์เช่นนี้
สัตว์อสูรยิ่งมีระดับสูงเท่าไหร่ ระยะเวลาในการตั้งครรภ์ก็จะยิ่งมีมากขึ้นไปตามลำดับ ทั้งหมดก็เพื่อฟูมฝักสร้างสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นมาในรุ่นถัดไป… ทายาทตัวแรกของราชินีอสรพิษทะเล ใช้เวลาตั้งครรภ์นานถึง 10 ปี ออกมาเป็นอสรพิษทะเลเกล็ดมรกตสมบูรณ์ที่ห้าวหาญ แต่ใช้ชีวิตได้เพียงแค่ร้อยกว่าปี ก็ต้องมาพลาดท่าถูกสังหารโดย ซุน เมื่อเกือบสองปีก่อน...
ทว่าบุตรในครรภ์ของนางตอนนี้ ได้ตั้งครรภ์มาแล้วกว่า 50 ปี!! ไม่เคยมีเผ่าอสรพิษทะเลตนใดอยู่ในครรภ์ได้นานถึงเพียงนี้มาก่อน มากที่สุดก็ยังไม่เกิน 20 ปีเท่านั้น… นี่คือสัญญาณบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่สั่งสมไว้อย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังดูดกลืนอายุขัยของราชินีอสรพิษทะเลไปอย่างมหาศาล… ด้วยความที่เวลานี้ จ้าวอสรพิษทะเล ไม่ได้หลงเหลือทายาทสายเลือดตนอีกแล้ว นี่จึงถือเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่สำหรับ จ้าวอสรพิษทะเล ในรุ่นต่อไป…
ทั้ง ซุน และ เหยาหมิง ต่างสำลักลมหายใจออกมา… สองพ่อลูกหันมองหน้าสบตากัน ด้วยสามัญสำนึกของคนทั้งสอง ไหนเลยที่จะกล้าลงมือกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะถือกำเนิด หรือแม้แต่ จ้าวอสรพิษทะเลที่กำลังจะเป็นกลายเป็นพ่อ… ทายาทตัวน้อยที่เต็มไปด้วยความหวังของเผ่าพันธุ์เช่นนี้ ต่อให้ ซุน และ เหยาหมิง มิใช่คนดีมือสะอาดนัก แต่ก็ยังละอายแก่ใจหากคิดจะลงมือดับทำลาย…
เวลานี้จากสายตาที่ขุ่นเคือง จึงกลายเป็นสายตาที่คอยให้กำลังใจ คาดหวังว่าสิ่งมีชีวิตใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ จะแข็งแรงสมบูรณ์… เสียงโหยหวนแสนเจ็บปวดของ ราชินีอสรพิษทะเล ดังระงมขึ้น จ้าวอสรพิษทะเล เฝ้ามองด้วยความตื่นเต้น แม้แต่ ซุน และ เหยาหมิง ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นตามไปด้วย…
ราชินีอสรพิษทะเล แผดเสียงร้องยาวสุดลมหายใจ ก่อนที่จะมีถุงน้ำคล้ำหลุดจากร่างของนางตกลงไปในทะเล ย้อมสีน้ำครามให้กลายเป็นสีน้ำเงินจากโลหิตบางส่วน… ราชินีอสรพิษทะเล หายใจหอบหนัก ทว่าใบหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยความปิติยินดี ทางด้านจ้าวอสรพิษทะเลก็กระเสือกกระสนจน เหยาหมิง รู้สึกเห็นใจ จึงยอมปล่อยตัวให้จ้าวอสรพิษทะเล เข้าไปคลอเคลียกับราชินีด้วยความดีใจเช่นเดียวกัน
“สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้ว!! ในที่สุดทายาทตนใหม่ของข้าก็ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” จ้าวอสรพิษทะเล เผยความดีใจเป็นล้นพ้น ถือเป็นภาพแห่งความสุข ที่ ซุน และ เหยาหมิง ก็ไม่อยากจะเข้าไปแทรกแซง ถอนหายใจออกมาพร้อม ๆ กัน
และแล้ว อสรพิษตัวน้อย ก็แหวกถุงน้ำคร่ำออกมาเปิดอิสรภาพให้กับตนเอง และสามารถแหวกว่ายใต้ทะเลได้ในทันทีจากสัญชาตญาณที่ติดตัวมา… โผล่ศีรษะน้อย ๆ ที่น่าเอ็นดูจากผิวน้ำ มองดูแล้วน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง…
ทว่า…
มันกลับทำให้ จ้าวอสรพิษ ดวงตาเบิกถลน เมื่อเห็นเรือนกายของ อสรพิษตัวน้อยทายาทของมันตลอดร่างเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียวมรกตที่สลับกับริ้วเกล็ดสีทองอร่าม!! ดวงตาของ ราชินีอสรพิษทะเล ก็เบิกโพลงไม่ต่างก่อน ก่อนที่ศีรษะของนางจะกดต่ำลงน้อย ๆ ดวงตาเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวอสรพิษทะเล ตัวสั่นเยือกขึ้น!! หากเป็นสายเลือดแท้จริง อสรพิษตัวน้อยสมควรจะมีเกล็ดสีเขียวมรกตตลอดทั้งร่าง!! เว้นเสียแต่จะเป็นสายเลือดผสมดังเช่นที่ ทายานตนก่อนอสรพิษเกล็ดสีมรกตเพลิง ที่เกิดจากนางสนมที่มีเกล็ดสีแดงเพลิงกับจ้าวอสรพิษทะเล…
และแน่นอนว่า อสรพิษเกล็ดริ้วสีทองอร่ามเช่นนี้ ในใต้หล้ามีเพียงหนึ่งไม่มีสอง…
“บัดซบ!! เจ้างูทองตันหากลับตัวนั้น มันลอบสมสู่กับเมียข้าด้วยงั้นหรือ!!” เสียงคำรามก้องดังของ จ้าวอสรพิษทะเล เต็มไปด้วยความเดือดดาลอย่างถึงที่สุด อีกทั้งยังไม่มีการเรียกขานให้เกียรติ ราชันย์อสรพิษกลืนนภา ว่าท่านจักรพรรดิแห่งอสรพิษ อีกต่อไป…
…………………………………………………..