อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 328 คำไหว้วาน
ตอนที่ 328
“ชาติกำเนิดที่แท้จริง?!” ซุน ได้ยินเช่นนั้นในหัวก็ถึงกับขาวโพลนไร้ความคิด เลศนัยที่แอบแฝงบ่งบอกว่า ซุน อาจมิใช่แค่เพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่งจากดินแดนเก่าก่อน แต่อาจจะมีเส้นทางนำไปสู่บิดาและมารดาที่แท้จริงของตน…
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ เล้งซาน ในขณะที่เลือนรางใกล้จะสลาย สายตาได้ชำเลืองมองมายัง เฒ่าชีเปลือย ครั้งหนึ่งก่อนจะปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ “ดีใจที่ได้พบเจ้า… ครั้งหน้าบิดาคาดหวังว่าจะมีช่วงเวลาระหว่างพวกเรามากกว่านี้…”
กล่าวจบเงาร่างของ เล้งซาน ก็สลายกลายเป็นอณู ก่อนจะไหลเวียนกลับเข้าไปยังรอยสักประตูปิดผนึกที่ด้านหลัง… เฒ่าชีเปลือย สะท้านสะเทือนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกราวกับตนเองสูญเสียเส้นทางดั้งเดิมไปชั่วขณะ และปรากฏเส้นทางใหม่ไปพร้อม ๆ กัน
ตลอดเวลาที่ผ่าน อาธีน่า มารดาแท้จริงของ เฒ่าชีเปลือย เน้นย้ำมาตลอดว่าบิดาของตนนั้นตายไปนานแล้ว และไม่ว่าจะคาดคั้นนางเพียงใด นางก็ไม่เคยปริปากพูดถึงความเป็นมาในอดีต… อันที่จริงแล้ว อาเมนดูเอล เป็นหนึ่งในแฝดของสามพี่น้อง ทั้งยังเป็นแฝดพี่คนโตอีกด้วย
ซึ่งผู้ที่ได้กระทำการสังหาร อาเมนดูเอล เมื่อสองพันปีก่อน และยังใช้คำสาปแห่งวิญญาณกับตนจนมีสภาพเช่นนี้ ก็หาใช่ใครอื่น… แต่เป็นหนึ่งในน้องชายฝาแฝดที่คลานตามกันมา ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก อาธีน่า ผู้เป็นมารดาในการกระทำนั้นอีกด้วย!! ช่างเป็นเรื่องที่โหดร้ายและกระทบกระเทือนจิตใจของชายผู้นี้เป็นอย่างมาก...
และเหตุผลก็เป็นเพียงเพราะ อาเมนดูเอล อ่อนแอกว่าน้องชายฝาแฝดอีกสองคนนั่นเอง จึงถูก อาธีน่า ละความสนใจในการดำรงอยู่ ทั้งยังมองว่า อาเมนดูเอล อาจจะกลายเป็นอุปสรรคในการช่วงชิงบัลลังก์แห่งสุริยะราศีมีน ดินแดนที่ อาเมนดูเอล เติบโตขึ้นมา…
“บิดา?! ข้ายังมีบิดาอยู่จริง ๆ งั้นหรือ?!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยพึมพำกับตนเอง ภายใต้ความรู้สึกที่มืดดำคับแค้นใจ ไม่อาจจะบรรยายความรู้สึกที่มีออกมาเป็นคำพูดใด ๆ ได้
ใบหน้าของทั้ง ซุน และ เฒ่าชีเปลือย ในเวลานี้ เรียกได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย เมื่อเทียบกับตอนที่เข้ามาในโถงถ้ำสุสาน... กุ่ยเยี่ยซา ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะกระแอมไอเป็นสัญญาณ ชำเลืองมองไปยังชายชรา กุ่ยจือชิง เพื่อให้เปลี่ยนบรรยากาศในภาพร่วม
แน่นอนว่า กุ่ยจือชิง เองก็ตกอยู่ในอารามตกใจไม่น้อยเช่นกัน เพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้มาพบเจอ ผู้ยิ่งใหญ่ เล้งซาน ในสภาพเช่นนี้ อีกทั้งยังต้องตื่นตระหนกกับความเป็นจริงเรื่องความเกี่ยวพันของ ซุน และดวงวิญญาณชายชราที่ติดตามมาด้วย ต่อให้เป็นชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ก็อดไม่ได้ที่จะใช้เวลาระงับอารมณ์ ก่อนที่มองไปยัง ซุน…
“ซุน ในฐานะผู้นำพรรคที่มีอำนาจสั่งการ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้าหนึ่งเรื่อง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับพรรคมังกรฟ้าและตระกูลกุ่ยของข้า… ข้านั้นเข้าใจดีว่าเจ้ากำลังอยู่ในภวังค์แห่งความสับสน หากแต่เจ้าต้องไม่ลืมว่า เจ้ายังต้องก้าวเดินไปต่อ และตั้งอยู่ในความเป็นจริงในปัจจุบัน มิใช่อดีตที่ผ่านไปแล้ว หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง…” ชายชรา เอ่ยปากน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับวางมือลงบนไหล่ของ ซุน ด้วยท่าทีคาดหวัง
“ภารกิจ?!” ชายหนุ่ม ขมวดคิ้วแน่นโดยพลัน
“ถูกต้อง… เจ้าเองก็น่าจะทราบว่าพรรคมังกรฟ้า หากขาดเสาหลักสำคัญอย่างข้าไปสักคน จะต้องเกิดสงครามภายในที่รุนแรงอย่างที่คาดไม่ถึง อาจมีหลายชีวิต หรือหลายตระกูลที่จะต้องถูกดับทำลาย ไหนจะคนนอกที่เฝ้ารอจังหวะเล่นงานอยู่อีก...
อายุข้าก็มาถึงขอบปากเหวแล้ว การประคับประคองในปัจจุบันต่อให้ข้าไม่ออกไปจากเขตสุริยานี้เลย คงทำได้อย่างมากก็ไม่เกิน 10 ปี ดังนั้นผู้สืบทอดของข้า จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น… เมื่อความจริงปรากฏแล้วว่าข้ามิอาจให้กำเนิดทายาท ข้าจึงได้เลือกใช้วิธีอื่นพยายามสืบค้นมาหลายต่อหลายปี เพื่อตามหาร่องรอยสายเลือดตระกูลกุ่ยที่ยังอาจดำรงอยู่ จวบจนกระทั่งข้าได้ค้นพบในที่สุด…
พี่สาวของข้า กุ่ยจือหลิง นางเคยก้าวออกจากตระกูลกุ่ย ไปตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน เพราะมิอาจทนต่อข้อบังคับมากมายภายในตระกูลกุ่ย ณ เวลานั้นได้ ทั้งนางยังมีชายคนรักที่ปักใจมั่น ข้าในตอนนั้นยังเด็กเกินกว่าจะรู้ความจึงมิอาจฉุดยื้อนางได้… วันเวลาผ่านล่วงเลยไป ข้าพยายามขุดคุ้ยสืบค้นเรื่องราวในอดีต แม้พี่สาวข้าจะมิใช่ยอดฝีมือ นางไม่ได้มีอายุที่ยืนยาวจึงได้ตายไปนานแล้ว แต่ข้าก็ได้รู้มาว่านางได้ให้กำเนิดทายาทรุ่นต่อมา พร้อมกับชายคนรักของนาง
แต่น่าเสียดาย… เพราะนางเป็นสตรี ทำให้สายเลือดตระกูลกุ่ย ที่สืบทอดไปนั้นมิได้เข้มข้นมากพอ บุตรของนางไม่มีสายเลือดที่แข็งแกร่งของตระกูลกุ่ย หลานที่เกิดจากบุตรของนางก็ไม่มีสายเลือดที่แข็งแกร่งของตระกูลกุ่ยเช่นกัน…
ทว่า…ในรุ่นเหลนของนาง กลับมีพลังของสายเลือดตระกูลกุ่ย แฝงเร้นอยู่จริง ๆ ถึงแม้จะเพียงน้อยนิด ทว่าข้าก็ยังมีวิธีการอีกมากมาย จะทำให้สายเลือดที่แฝงเร้นนั้นกลับมาเข้มข้นขึ้นได้!! และจะสามารถกลายเป็นชายผู้สืบทอดตระกูลกุ่ย รวมถึงตำแหน่งพรรคมังกรฟ้าที่ยิ่งใหญ่นี้ได้อย่างสมบูรณ์…
ซึ่งภารกิจของเจ้า ก็คือการไปพาตัวคนผู้นั้น กลับมาให้ข้า!!”
“!!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างไปโดยพลัน
“อะไรนะ ให้ข้าไปพาคนผู้นั้นกลับมาหาท่าน?!”
กุ่ยจือชิง พยักหน้าตอบรับทั้งรอยยิ้ม… “ถูกต้อง ขอเพียงผ่านกระบวนการปลุกพลังของสายเลือดได้สำเร็จ ข้านั้นพร้อมที่จะประกาศก้องออกไปทั่วยุทธภพและใต้หล้า ว่าข้าจะยกตำแหน่งผู้นำพรรคมังกรฟ้า รวมถึงทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลกุ่ยให้กับคนผู้นั้น…”
ซุน สูดลมหายใจลึกดังเฮือก ๆ ขึ้น ความมั่งคั่งและตำแหน่งผู้นำพรรคมังกรฟ้า ความยิ่งใหญ่นั้นหาที่เปรียบมิได้อย่างแท้จริง… “เรื่องแบบนี้ เพียงแค่ยื่นข้อเสนอให้กับคนผู้ข้า ข้าเกรงว่าใต้หล้านี้จะไม่มีใครกล้าปฏิเสธมันด้วยซ้ำ เหตุใดต้องลำบากให้ข้าไปพาตัวกลับมาด้วยเล่า?!”
ชายชรา ถอนหายใจยาว ก่อนจะส่ายหน้าอย่างปลดปลง… “เรื่องมั่นไม่ได้ง่ายเช่นนั้นน่ะสิ… เหลนคนที่ข้ากล่าวถึงนั้น ปัจจุบันมีสถานะเป็นถึงศิษย์สืบทอดของราชครูต้วน เทพปรมาจารย์ลำดับที่ 1 แห่งทวีปพยัคฆ์ขาวนี้ ราชครูต้วน ก็เผชิญหน้าสถานการณ์ไร้ผู้สืบทอดเฉกเช่นเดียวกับข้า จึงรักและเอ็นดูเด็กหนุ่มคนนี้ราวกับเป็นลูกในไส้ คาดหวังว่าจะให้สืบทอดทุกสิ่งอย่างต่อจากตนเอง
และในเวลานี้ เหลนคนที่ข้ากล่าวถึง ก็เพิ่งจะฝากตัวและกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของ สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ ภายในทวีปมังกรฟ้า ล่าสุดยังมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากสถาบันฯ ว่าคน ๆ ดีได้สร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าเอามหาขุมทรัพย์แห่งวงกตสีรุ้งได้เป็นผลสำเร็จ นั่นจึงทำให้ สถาบันฯ ออกตัวปกป้องอย่างถึงที่สุด ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องเพชรเม็ดงามผู้นี้…” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“!!!!!!!!!” ฟังมาถึงตอนนี้ ร่างของ ซุน ก็พลันสั่นเยือก
“ระ…หรือว่าเหลนคนที่ท่านกล่าวถึง… ก็คือ กังเฉิง!!”
กุ่ยจือชิง พยักหน้าแน่นหนัก… “ใช่แล้ว กังเฉิง นั่นแหละ… ท่านบูรพาจารย์บรรพบุรุษ ได้ยืนยันกับข้าด้วยตนเอง ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีสายเลือดตระกูลกุ่ย ไหลเวียนอยู่จริง ๆ นั่นจึงทำให้ความเป็นอัจฉริยภาพ ค่อย ๆ ปรากฏออกมาเรื่อย ๆ หากได้รับการปลุกพลังในสายเลือดให้สมบูรณ์ จะมีพื้นฐานที่ไม่เป็นรองสายเลือดตระกูลเล้ง หรือตระกูลเหว่ย ได้อย่างแน่นอน...
ตัวข้านั้นมิอาจออกไปจากเขตสุริยาได้ มิเช่นนั้นอายุขัยจะเริ่มหมุนเดินอย่างรวดเร็วอีกครั้ง… และเรื่องนี้ก็จำต้องเป็นความลับสำคัญ หากตระกูลใหญ่อื่น ๆ ทราบเรื่องว่าข้าจะยกตำแหน่งผู้นำพรรคมังกรฟ้า ให้กับคนนอก ตัวของ กังเฉิง จะต้องถูกปองร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย จึงเป็นเหตุผลให้คนที่ข้าไว้ใจที่สุดอย่าง โอวหยางเจี่ย จึงไม่อาจเคลื่อนไหวได้…
และตัวเจ้า ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มพิชิตมังกร ที่กำลังจะไปยังสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์อย่างถูกต้อง หากเจ้าสามารถโน้มน้าว กังเฉิง ให้กลับมาที่นี่พร้อมกับเจ้าได้ ขอให้ข้าได้มีโอกาสพูดคุยกับเหลนผู้นั้น ข้าสัญญาว่าข้าจะตอบแทนในทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ มันคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวของตัวข้า รวมไปถึงท่านบูรพาจารย์บรรพบุรุษ…”
ซุน หันมองไปยังดวงวิญญาณของ กุ่ยเยี่ยซา
ซึ่งก็พยักหน้าอย่างแน่นหนักยืนยันจริง ๆ
ชายหนุ่มแสดงสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก มอง กุ่ยจือชิง และ กุ่ยเยี่ยซา สลับไปมาอยู่หลายครั้ง จริงอยู่ที่เรื่องนี้ไม่ว่าจะมองในมุมใด กังเฉิง ก็จะได้รับประโยชน์และความมั่นคงอย่างมหาศาล ใครก็คงคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ…
ทว่า ซุน นั้น ในฐานะที่เติบโตมาพร้อมกับ กังเฉิง อยู่หลายปีย่อมรู้จักอุปนิสัยของ กังเฉิง ดีที่สุด ว่าความมั่งคั่งหรือตำแหน่งยิ่งใหญ่เหล่านั้น ล้วนมิได้อยู่ในสายตาของ กังเฉิง แม้แต่น้อย ไม่อาจนำมาเป็นปัจจัยให้คนอย่าง กังเฉิง ไขว้เขวได้เสียด้วยซ้ำ…
กังเฉิง เกลียดที่สุดคือการถูกปิดกั้นอิสรภาพ เมื่อถูกตีกรอบก็จะยิ่งต่อต้าน… ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่ กังเฉิง จะปฏิเสธตำแหน่งที่ กุ่ยจือชิง พยายามจะมอบให้… ซึ่งในฐานะของสหาย ซุน ย่อมไม่ต้องการจะบีบบังคับใด ๆ อีกฝ่ายอยู่แล้ว
แต่ในอีกแง่มุม ซุน ก็รู้สึกเห็นใจสายเลือดตระกูลกุ่ย และพรรคมังกรฟ้าเช่นเดียวกัน… การนองเลือดเป็นสิ่งที่ต้องตามมาภายใต้สงครามภายในอันดุเดือดและรุนแรง ไหนจะยังมีการแทรกแซงของกลุ่มมังกรทองนั่นอีก ชายหนุ่มจึงรู้สึกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง…
“ข้าเชื่อว่าพวกท่านสองคนน่าจะทราบ ว่าข้าและ กังเฉิง เป็นสหายกัน… ข้าจะขอบอกไว้ก่อนนะว่าข้าจะไม่ใช้ความสัมพันธ์นี้ไปบีบบังคับ กังเฉิง และข้าก็จะไม่รับปากด้วยว่าจะสามารถพา กังเฉิง กลับมาที่นี่ได้ แต่ข้าก็จะขอพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน…” ซุน เอ่ยตอบออกไปอย่างจนใจ…
กุ่ยจือชิง เพียงได้ยินแค่นั้นก็มีรอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นมาแล้ว… “ขอบคุณเจ้ามาก ข้าคาดหวังกับเรื่องนี้มาก…”
ซุน ยกมือขึ้นห้ามปรามทันที… “ช้าก่อน! ไม่ต้องรีบขอบคุณ ต่อให้เป็นคำร้องขอของพวกท่าน ทว่าข้าก็ย่อมมีเส้นทางและวิถีที่ตนยึดมั่น นั่นคือข้าจะไม่ยอมเหนื่อยเปล่าโดยไม่มีค่าตอบแทน!! ดังนั้นข้าจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ กับตำแหน่งทายาทผู้นำพรรคมังกรเท่านั้น…”
กุ่ยจือชิง หัวเราะเสียงดัง หึหึ ขึ้นมาในลำคอ หากกล่าวถึงค่าตอบแทน ย่อมไม่มีใครในยุทธภพทำสิ่งนี้ได้ดีเท่ากับ กุ่ยจือชิง อีกแล้ว ชายชราขยับริมฝีปากตั้งท่าจะกล่าวเสนอยื่น ทว่า ซุน กลับส่ายหน้าเบา ๆ ออกมา “ไม่ใช่ท่าน… เงินทองและสมบัติของท่านถึงจะมีมากมายจนใช้ไม่หมด ทว่าตัวข้าก็ยังมีกำลังพอที่จะเสาะแสวงหาด้วยตนเองได้…
สิ่งตอบแทนที่ข้าต้องการ ก็คือจากท่าน...” ชายหนุ่ม ตวัดสายตาหันมองไปยังดวงวิญญาณที่สวมกอดอก เชิดหยิ่งอย่าง กุ่ยเยี่ยซา ดวงตาของคนทั้งสองประสานกันชั่วครู่ ราวกับคนตระหนี่ที่รู้ใจกัน
กุ่ยเยี่ยซา อดหัวเราะออกมาไม่ได้… “เด็กน้อยเอ้ย... เจ้ากำลังคิดจะรีดไถ กุ่ยเยี่ยซา ผู้นี้งั้นหรือ?!”
ซุน ประสานมือโค้งตัวสุภาพ “ผู้น้อยย่อมมิกล้า… แต่ในเมื่อท่านผู้ยิ่งใหญ่ กุ่ยเยี่ยซา มีใจจะเมตตา เพียงเศษเสี้ยวความหวังดีของท่าน ข้าก็เชื่อว่าคงไม่อาจประเมินมูลค่าได้”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! อย่ามาเสแสร้งเยินยอข้าดีกว่าน่า ข้านั้นพบเจอมานักต่อนักแล้ว… เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้านั้นเคยรับปากกับ เล้งซาน พร้อมจะมอบของสำคัญบางอย่างให้เจ้าในฐานะผู้สืบทอดของ เล้งซาน อยู่แล้ว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีเกินไปสำหรับเจ้าด้วยซ้ำ…” กุ่ยเยี่ยซา ผายฝ่ามือออกมาตรงหน้า…
ชั่วพริบตานั้นเอง…ก็ได้มีเส้นใยสีรุ้งสายหนึ่งผุดขึ้นมาจากฝ่ามือ เส้นใยสายนี้แผ่รัศมีแห่งจิตวิญญาณอันไร้ที่สิ้นสุด จนทำให้ทุกคนที่ได้เห็นจำต้องสะท้านสะเทือนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ซุน จดจำสิ่งนี้ได้จากห้วงความทรงจำแห่งสายลมสวรรค์ที่ถูกถ่ายทอด…
“เส้นใยแห่งจิตวิญญาณอนันต์!!”
………………………………………….
**ประกาศแจ้งล่วงหน้า ในวันเสาร์-อาทิตย์ (20-21/02/64) ไรท์มีธุระที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด จึงขอประกาศหยุดอัพนิยาย 2 วันนะครับ จะอัพอีกครั้งในวันจันทร์ (22/02/64) ทั้งนี้ทั้งนั้น หากไรท์สามารถหาเวลาในการเขียนได้มากพอ จะพยายามอัพให้วันละ 1 ตอน แต่ขอแจ้งเป็นหยุดอัพไว้ก่อนตามความเหมาะสมครับ ขออภัยสำหรับผู้อ่านและผู้ติดตามไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ Frее-J**