อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 81 เปียวเฟยฟง
ตอนที่ 81
เปียวเฟยฟง ก้าวเดินเข้ามาด้วยเพลิงโทสะ ตั้งแต่ที่เข้าเป็นศิษย์สายในจนไต่ระดับขึ้นมา อยู่ในสถานะที่ก้าวเข้าไปเป็นศิษย์หลักได้ครึ่งก้าวแล้ว ก็ยังไม่เคยมีครั้งใดเลยที่มันจะถูกทิ้งขว้างป้ายจับจองเช่นนี้มาก่อน และไม่เคยสูญเสียที่นั่งของตนให้ผู้ใด!!
ซึ่งภาพที่เห็นได้สร้างความเดือดดาลให้กับ เปียวเฟยฟง อย่างยิ่ง!! เพราะผู้ที่นั่งตรงตำแหน่งของมันในเวลานี้นั้น กลับสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มของศิษย์สายนอก อีกทั้งคู่แข่งสำคัญอย่าง เฟิงอี้จุน ที่ควรจะแสดงอำนาจแห่งศิษย์สายในระดับสูงเพื่อขับไล่ กลับนิ่งสนิทนั่งเป็นระเบียบกับเหล่าผู้ติดตามโดยมิได้ให้ความสนใจ…
“เฟิงอี้จุน!! นี่มันหมายความว่ายังไง เหตุใดเจ้ามิขับไล่ศิษย์นอกคอกผู้นั้น!!” เปียวเฟยฟง แผดเสียงกังวานสมกับร่างกำยำ ถ้ำเล็กแคบแห่งนี้แทบจะสั่นสะเทือนจากน้ำเสียง
“ศิษย์น้องผู้นี้ แย่งตำแหน่งของเจ้า มิใช่ของข้านี่?! ใยข้าต้องเป็นเดือดเป็นร้อนในเมื่อตำแหน่งนั่นมันวางเว้นอยู่ และว่าตามกฎสำนักแล้วข้าจะไปขับไล่ศิษย์น้องผู้นี้ได้อย่างไร?!” เฟิงอี้จุน กล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
เปียวเฟยฟง ถ่มน้ำลายลงพื้น
“ถุย!! อย่ามาอ้างกฎสำนักกับข้า!!”
สายตาของทั้งสอง ผู้เป็นศิษย์สายในระดับสูงสุด จ้องเขม่นกันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร บ่งบอกว่าทั้งสองไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว… หากแต่ทั้งสองกำลังจะสอบเลื่อนระดับเป็นศิษย์หลักดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าตรง ๆ มาโดยตลอด ส่งผลให้ เปียวเฟยฟง ต้องการที่ระบายความอัดอั้น และคงหนีไม่พ้นศิษย์สายนอกผู้ที่ยังไม่ยอมลืมตามองกับการมาของมันด้วยซ้ำ…
“ศิษย์พี่เปียว ให้ข้าจัดการมันให้ดีหรือไม่?” ผู้ติดตามด้านหลังเอ่ยถามขึ้น อีกหลายคนด้านหลังล้วนหักข้อนิ้วมือจนลั่นดัง อุปนิสัยของกลุ่มนี้แทบไม่ต่างจากกลุ่มของ ต้วนไห่ ที่ด้านปากถ้ำ จะแตกต่างก็ตรงที่กลุ่มนี้ดิบเถื่อนแข็งแกร่งและมีอำนาจยิ่งกว่า…
เปียวเฟยฟง เพ่งมอง เฟิงอี้จุน และศิษย์สายนอกคนดังกล่าวสลับกัน ก่อนจะค่อย ๆ แสยะยิ้มขึ้น…
“เฟิงอี้จุน... ที่เจ้าปล่อยให้ศิษย์นอกคอกนั่นร่วมฝึกฝน แปลว่าเจ้ารู้จักมันก่อนงั้นหรือ?!”
เฟิงอี้จุน ส่ายหน้าปฏิเสธทันที…
“ข้าเพิ่งเคยพบศิษย์น้องผู้นี้เป็นครั้งแรก ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันถึงเพียงนั้น…”
เปียวเฟยฟง หรี่ตาแคบ...
“แปลว่าหากข้าลงมือกับศิษย์นอกคอกผู้นั้น เจ้าก็จะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืองั้นหรือ?!”
เฟิงอี้จุน กดหัวคิ้วต่ำลง ก่อนจะเหลือบมองไปยัง เหยาซาน เล็กน้อย…
“แน่นอนว่าข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว… เว้นแต่ว่าพวกเจ้าจะล้ำเส้นกลุ่มของข้า…”
เปียวเฟยฟง ได้ยินเช่นนั้นก็สวบกอดขึ้นเย้ยหยัน แน่นอนว่า เปียวเฟยฟง ไม่ปักใจเชื่อว่าทั้งสองไม่รู้จักกันมาก่อน หาไม่แล้วคง เฟิงอี้จุน คงไม่ปล่อยให้ศิษย์สายนอกผู้หนึ่งที่เพิ่งเคยพบหน้า มานั่งเสมอตำแหน่งของตนเช่นนี้ เปียวเฟยฟง จึงหมายใจว่าจะเล่นงาน ศิษย์สายนอก ผู้นี้ให้หนักเพื่อปลุกโทสะของ เฟิงอี้จุน ที่ตนไม่อาจเล่นงานตรง ๆ ได้…
“เฉียนเป่ย เจียงฉุน เซี่ยวถัง พวกเจ้าสามคน… หักแขนและขาเจ้าเด็กนั่นอย่างละข้าง ทำให้เป็นเหมือนอุบัติเหตุระหว่างการฝึก แต่อย่าทำให้ใบหน้าของมันบอบช้ำ จนผู้อาวุโสมีข้ออ้างเอาผิดพวกเราภายหลัง!!” เปียวเฟยฟง เค้นเสียงออกคำสั่งเหล่าสมุนติดตาม
สามลูกสมุนแนวหน้าแสยะยิ้ม พร้อมก้าวเดินออกมา… แน่นอนว่าทั้งสามย่อมสัมผัสได้ถึงรัศมีลมปราณชนชั้นสีน้ำเงินขั้นที่ 2 ของ เหยาซาน ทว่าพวกมันทั้งสามคนล้วนเป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 6 ความแตกต่างย่อมมิอาจเปรียบวัด อาศัยเพียงพวกมันคนใดคนหนึ่งยังเล่นงานศิษย์สายนอกผู้หนึ่งให้ม่อยกระรอกได้โดยง่าย แต่ที่ เปียวเฟยฟง เรียกใช้ถึง 3 คน ก็เพื่อจงใจกระตุ้นโทสะของ เฟิงอี้จุน...
ทว่าน่าแปลกยิ่ง… นอกจาก เฟิงอี้จุน จะไม่แสดงท่าทีตระหนกใด ๆ แล้ว ยังถอนหายใจออกมาด้วยความละเหี่ยใจ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อฝึกฝนต่อมิได้แสดงความใส่ใจ กับเรื่องเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นเบื้องหน้า…
เปียวเฟยฟง ถึงกับกัดฟันแยกเขี้ยว เมื่อยั่วยุไม่เป็นผล…
“จัดการมัน!! ไม่ต้องออมมือ!!”
เฉียนเป่ย เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง สามคนยืนเรียงกันเบื้องหน้า เหยาซาน เผยใบหน้าดุร้ายและแรงกดดันออกมาอย่างไม่หักหาม จนทำให้ดวงตาของเด็กหนุ่มที่ปิดสนิทอยู่ ค่อย ๆ ลืมตื่นขึ้นเงยหน้ามองทั้งสามด้วยแววตาที่แข็งกร้าว…
“ไสหัวไป!!”
“!!!!!!!!!!” ทั้งสามได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างขึ้น รู้สึกราวกับหูมันเพี้ยนไป…
“เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่?! เจ้าเด็กโง่นี้มันกล้าเอ่ยปากไล่พวกเรา?”
“นั่นสิ ข้าก็ได้ยินเช่นนั้น… ดูท่ามันกลัวจนเป็นบ้าไม่เสียแล้ว”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ข้าชักจะสงสารมันเสียแล้วสิ!!”
เสียงหัวเราะของทั้งสาม เปี่ยมไปด้วยความดูแคลน… ก่อนที่ เฉียนเป่ย จะเผยจิตคุกคามในชั่วพริบตา ตวัดขารวดเร็วหมายใจเตะเข้าที่แขนของเด็กหนุ่มให้หักลงในคราเดียว เสียงเท้าที่แหวกอากาศได้ยินแจ่มชัดนัก
สายตา เปียวเฟยฟง เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน…
ตูม!!
เสียงปะทะก้องดังถนัดหู ก่อนที่จะมีเสียงแผดร้องออกมาตามหลัง…
“อ๊ากกกกก!!”
เฉียนเป่ย หล่นร่วงไปกองกับพื้น พร้อมดิ้นทุรนทุราย… ก่อนที่จะทุกคนจะสังเกตเห็นชัดเจนว่ากระดูกหน้าแข้งของมันได้หักจนผิดรูป!! เป็นภาพที่ค่อนข้างน่าสยดสยองยิ่ง ไม่แปลกเลยที่มันจะลงไปดิ้นพร่านเช่นนั้น จากความเจ็บปวดมหาศาลที่ได้รับ!!
เหยาซาน ยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่ที่เดิม ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองทันเหตุการณ์เมื่อครู่นี้… หนึ่งในนั้นคือ เฟิงอี้จุน!! แม้จะหลับตาไปแล้วก่อนหน้า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลืมตามองในช่วงที่ เฉียนเป่ย ตวัดขาเตะ ด้วยความที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจึงมองเห็นทุกอย่างแจ่มชัด…
เฟิงอี้จุน อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง…
“ศอก?! เหยาซาน กระทุ้งแทงศอกสวนเข้าที่หน้าแข้งของ เฉียนเป่ย ทั้งรวดเร็วและเฉียบคมยิ่งนัก!! พลังทำลายของทั้งสองฝ่ายที่ปะทะแสดงผลลัพธ์ชัดเจน นั่นคือกระดูกหน้าแข้งของ เฉียนเป่ย หักผิดรูปในทันที!!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจน เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง ทั้งที่อยู่ข้าง ๆ เฉียนเป่ย ยังงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น!!
เหยาซาน พ่นลมหายใจแรงออกมาทันที… หากตนถูกดุด่าว่ากล่าวอย่างไร เหยาซาน จะไม่ถือโทษว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่หากอีกฝ่ายได้เริ่มลงไม้ลงมือ คนผู้นั้นจะถูกหมายหัวเป็นศัตรูในบัดดล!! เด็กหนุ่ม ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้นจดจ้อง เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง โดยไม่มีความหวั่นเกรง
กลับเป็นฝ่ายสองศิษย์พี่เสียอีก ที่รู้สึกกายสั่นไหวอย่างไร้ที่มา เมื่อพบเจอกับดวงตาแข็งกร้าวที่ เหยาซาน จดจ้อง… รัศมีคุกคามของพวกมันก่อนหน้านี้ เลือนหายไปเมื่อใดไม่มีใครทราบ รู้แต่เพียงว่าในตอนนี้ สิ่งที่หลงเหลือคือรัศมีออร่าอันน่าสะพรึง ของศิษย์สายนอกที่พวกมันเคยดูแคลน!!
สายตาของ เหยาซาน จู่ ๆ ก็มองผ่าน เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง ตรงไปยังด้านหลัง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตำแหน่งของ เฟิงอี้จุน ที่ประสานสายตากลับมา…
“ศิษย์พี่เฟิง… ท่านกล่าวว่าหน้าที่ของท่านซึ่งได้รับมอบหมายจากกลุ่มศิษย์หลัก คือจัดการกับศิษย์สายในคนใดที่พยายามจะผ่านม่านพลังเข้าไปในเขตระยะที่ 4 งั้นสินะ… เช่นนั้นดูท่าท่านคงมีงานให้ทำบ้างแล้ว…”
ทันทีที่กล่าวจบ มือซ้ายขวาของ เหยาซาน ก็ขยับรวดเร็วดุจอสรพิษฉก พุ่งไปจับคว้าลำคอของ เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง!! ความเร็วนั้นประหนึ่งยอดฝีมือที่ชักกระบี่ สองศิษย์พี่ผู้โชคร้ายไม่อาจมองตามได้ทัน ก็ย่อมมิอาจเลี่ยงหลบ กว่าจะรู้สึกตัวลมหายใจของพวกมันก็ติดขัดขึ้นเสียแล้ว…
แขนสองข้างของ เหยาซาน เปี่ยมด้วยพละกำลังที่เกินกว่าระดับชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินไปแล้ว จากการฝึกฝนขวานศิลาหนักหลายพันชั่ง สามารถยกร่างของสองศิษย์พี่ประหนึ่งว่าไร้น้ำหนัก พร้อมกับเหวี่ยงโยนทั้งสองร่างเข้าไปในม่านพลังสีขุ่น!!
สองร่างลอยเคว้งกลางอากาศมิอาจหยุดยั้ง ทันทีที่ร่างของ เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง แตะสัมผัสม่านพลัง เฟิงอี้จุน ก็ลุกพรวดขึ้นจากท่านั่งในพริบตา ตวัดสองฝ่ามือฟาดไปยังทั้งสองร่างจนใบหน้าของพวกมันบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ สำรอกโลหิตส่วนหนึ่งออกมา ก่อนจะเกลือกกลิ้งตามแรงฝ่ามือ จนไปหยุดอยู่แทบเท้าของ เปียวเฟยฟง!!
เฟิงอี้จุน พ่นลมหายใจแรง พร้อมประกาศกล้าขึ้น…
“พวกเจ้าจะโทษข้าไม่ได้ เพราะข้านั้นทำตามหน้าที่… ทุกคนในที่นี้จงเป็นพยานว่า เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง ได้แตะต้องม่านพลังเขตศิษย์หลัก!! หากข้าไม่ลงมือหยุดเอาไว้ทั้งสองคนทะลุเข้าไปในระยะที่ 4 นั่นแล้ว…”
เสียงของ เฟิงอี้จุน ทำเอาบรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดในชั่วพริบตา!! เหยาซาน แสยะยิ้มชั่วร้าย อาศัยกำลังของตนเพียงผู้เดียว จะรับมือกับ เปียวเฟยฟง และผู้ติดตามทั้งหมดยอมมิใช่เรื่องง่าย… และรู้ดีว่าหากไม่มีเหตุผลรองรับ เฟิงอี้จุน ก็คงไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ จึงตัดสินใจดึงอีกฝ่ายให้เข้ามาร่วมมือเป็นเชิงบังคับ ด้วยการใช้เงื่อนไขหน้าที่…
แม้ว่า เฟิงอี้จุน ก็จะพอทราบถึงเจตนา แต่ก็ได้ตัดสินใจร่วมมือด้วยจริง ๆ ส่วนหนึ่งคงเพราะบาดหมางกับกลุ่มของ เปียวเฟยฟง อยู่ก่อนหน้านี้ และยิ่งมีข้ออ้างให้ลงมือด้วยแล้ว จึงไม่ลังเลที่จะกระทำ…
“แสบมากนะศิษย์น้องเหยา…” เฟิงอี้จุน กล่าวพลางยกมุมปากสูง
“เพื่อความอยู่รอด อะไรข้าก็ทำได้ทั้งนั้น…” เหยาซาน แสยะยิ้มตอบรับ
เปียวเฟยฟง เส้นเลือดที่ขมับปูดบวมขึ้นในทันที!! สภาพของสามผู้ติดตามที่ฝีมือดีที่สุดของมัน บัดนี้สองร่างบาดเจ็บแทบเท้า ต่อให้ลุกยืนขึ้นมาได้ก็คงยากที่จะสู้ต่อไป… ส่วนอีกร่างขาหักผิดรูป ยังคงแผดเสียงโอดครวญดังระงมอย่างน่าสมเพส…
คู่แข่งคนสำคัญอย่าง เฟิงอี้จุน ได้ลุกยืนขึ้นมาแล้ว ซึ่งพลังฝีมือของ เปียวเฟยฟง และ เฟิงอี้จุน ค่อนข้างที่จะสูสีกันมาก จนยากที่จะตัดสินผู้ชนะ…
แต่ทั้งหมดนั่นยังไม่ใช่ใจความสำคัญ!!
สายตาของ เปียวเฟยฟง จดจ้องไปยัง เหยาซาน ไม่ละวาง… ทั้งการกระทุ้งศอกหักกระดูกของ เฉียนเป่ย หรือแม้แต่การใช้กำลังแขน ยกร่างของ เจียงฉุน และ เซี่ยวถัง ขึ้นพร้อมกันก่อนจะขว้างร่างออกไป ภาพทั้งหมดล้วนไม่รอดพ้นสายตาของ เปียวเฟยฟง!!
เปียวเฟยฟง หาใช่คนโง่เขลา ที่จะมองเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ออก...
“นี่เจ้าเป็นใครกันแน่!! ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีศิษย์สายนอกที่แข็งแกร่งในระดับนี้”
แม้นี่จะเป็นคำถามเดียวกับที่ เฟิงอี้จุน เคยเอ่ยถามกับ เหยาซาน ก่อนหน้านี้ แต่ทั้งคำพูดและการกระทำของ เปียวเฟยฟง ล้วนแตกต่างกับ เฟิงอี้จุน คนละขั้ว ดังนั้นคงไม่อาจคาดหวังให้เด็กหนุ่ม แสดงกิริยาเดียวกันตอบกลับไป…
เหยาซาน ยกมือขวายื่นออกมา พลางตวัดปลายนิ้วเบา ๆ เชื้อเชิญ
“ใยไม่เข้ามาบีบบังคับให้ข้าตอบเล่า?!
เมื่อครู่ยังบอกว่าจะหักแขนหักขาข้าอยู่เลยมิใช่หรือ?!”
…………………………………………..