ออกหาของทะเลแล้วดันเก็บได้สิ่งมีชีวิตทะเลสุดพิเศษวันสิ้นโลก - บทที่ 75
ตอนที่ 75
เช้าตรู่วันหนึ่ง ผู้รอดชีวิตนับไม่ถ้วนตื่นขึ้นจากเมืองที่เงียบงันราวสุสาน
พวกเขาหรี่ตา เปิดม่านกันแสงที่ปิดไว้ เปิดประตูบ้านอย่างเฉื่อยชา แล้วเดินออกไปที่ระเบียงอย่างเลื่อนลอย…ก่อนจะเห็นภาพที่ เหลือเชื่อ
รากพืชขนาดมหึมานูนขึ้นจากพื้นดิน
บางส่วนโค้งงอเหมือนประตูโค้งตระหง่าน บางส่วนทอดยาวราวกับมังกรที่กำลังจะทะยานสู่ท้องฟั้า
พวกมันหยุดนิ่งอยู่ใต้แสงอรุณ โบราณและผ่านกาลเวลา ลำต้นหนาใหญ่บิดเกลียว งดงามจนชวนสะท้านใจ ราวกับซาก อารยธรรมลึกลับจากยุคดึกดำบรรพ์
ภายใต้ท้องฟั้าใส บ้านหลังหนึ่งที่ถูกซากปรักหักพังล้อมรอบ มีเสียงเด็กสาวร้องอุทานขึ้น
“พ่อ แม่ มาดูเร็ว นี่มันอะไร”
บนระเบียงของอาคารหลังหนึ่งที่ถูกแผ่นดินไหวทำให้เอียง ชั้นล่างถล่มกลายเป็นกองหินจนไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ ชายคน หนึ่งที่เดิมทีดวงตาว่างเปล่าก็เบิกตากว้างทันที พุ่งไปเกาะราวระเบียงอย่างตกตะลึง
“นั่น นั่นอะไรน่ะ!”
ในเมืองที่ห่างไกลออกไป ภายในหอส่งสัญญาณ กลุ่มคนกำลังต่อสู้กับซอมบี้
เดิมทีซอมบี้เหล่านี้อาศัยอยู่ในชั้นล่าง ส่วนพวกเขาซ่อนตัวอยู่ในชั้นสูงของอาคาร จึงไม่เกี่ยวข้องกัน แต่แผ่นดินไหวเมื่อคืนได้ ปลุกพวกมันให้ตื่น และพวกมันก็กรูกันขึ้นมา
กลุ่มคนค่อยๆ ถอยร่นเข้าไปในห้องหนึ่ง เสียงตะโกนดังระงม
“ปิดประตูเร็ว!”
“เหล่าจาง ไปดูเครื่องหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น!”
“ยังรีสตาร์ตสัญญาณได้ไหม”
คนหนึ่งที่ถอยไปจนสุดห้องหันตัวกำลังจะวิ่งไปที่เครื่อง แต่พอเหลือบเห็นภาพนอกหน้าต่างก็ชะงักงัน
“ข้างนอก…ข้างนอกมีต้นไม้!”
“อะไรนะ เราอยู่ชั้นเก้าสิบ จะมีต้นไม้มาจากไหน!”
…
ภาพแบบเดียวกันเกิดขึ้นทั่วทุกแห่ง
หากมีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองลงมายังดาวเคราะห์ดวงนี้จากเบื้องบน คงต้องตกตะลึงกับภาพที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาเช่นนี้
และบนเกาะเล็กๆ อันห่างไกลแห่งหนึ่งของโลก ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็กำลัง วุ่นวายกันอย่างคึกคัก
“หมานอิน ต้นไม้โบราณผู้เฒ่าบอกว่าอะไร”
“มันบอกว่าพวกมันจะทำสัญลักษณ์ต่างกัน ถ้าโค้งเป็นรูปประตูหมายความว่าที่นั่นมีคนต้องการอาหาร ถ้าชี้ตรงขึ้นฟั้าแปลว่าคน ที่นั่นต้องการเมล็ดพันธุ์กับกระสุน ถ้าโค้งเป็นเส้นคลื่นก็หมายความว่าต้องการทั้งสองอย่าง ถ้ามันกำลังแกว่งไหวอยู่แปลว่าไม่ต้องสนใจ คนที่นั่นไม่ต้องการของอะไร แค่ต้องย้ายจากที่สูงลงสู่พื้นดิน ผู้เฒ่าบอกว่าพวกมันจัดการเองได้!”
“ดี งั้นฉันจะเรียกนกนางนวลมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงนกหวีดดังขึ้น
ฝูงนกขนาดมหึมาบินมาจากอีกฟากของทะเล แล้วทยอยลงจอดเต็มลานบ้าน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา พวกมันก็แบกเสบียงและภารกิจของตัวเอง ทยอยบินออกไปทุกทิศทั่วแผ่นดิน
จงหว่านเป็นคนทำงานต่างถิ่นคนหนึ่ง ปีนี้เธอไม่ได้กลับบ้านช่วงตรุษจีน เดิมคิดว่าจะกลับไปหาพ่อแม่ตอนวันแรงงาน แต่การ ระบาดของไวรัสซอมบี้ที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหันกลับทำให้เธอติดอยู่ในเมืองนี้
เธอกับเพื่อนร่วมงานต้องต่อสู้และหลบหนีมาตลอด จนถึงวันนี้ จากเดิมหลายคน เหลือเพียงห้าคนรวมเธอ
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในร้านหมาล่าทั่งแห่งหนึ่ง
เมื่อคืนหลังเกิดแผ่นดินไหว พวกเขาวิ่งออกจากร้านก่อน เห็นว่าข้างหน้ามีตึกถล่ม ฝูงซอมบี้กำลังหลั่งไหลเข้ามา จึงต้องคลาน กลิ้งกลับเข้าร้าน ปิดประตู
โชคดีที่ที่หลบภัยเล็กๆ แห่งนี้ไม่พังลง
แต่โชคร้ายก็คือ ซอมบี้ที่มารวมตัวกันไม่ยอมสลายไป พวกมันยังคงวนเวียนอยู่บนถนนหน้าร้านตลอดทั้งคืน
เกือบรุ่งสาง พวกเขาจึงหลับไปอย่างสะลึมสะลือ
และตอนนี้ สิบโมงเช้า พวกเขาตื่นขึ้นเพราะความหิว
ทันทีที่จงหว่านลืมตา ก็เห็นซอมบี้ที่ยังไม่ไปไหนอยู่ด้านนอก เธอหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
เพื่อนร่วมงานพูดขึ้น
“ทำยังไงดี เดิมทีวันนี้เราควรจะไปแล้ว ตอนนี้จะออกไปยังไง”
อีกคนพูดเสียงแหบ
“จะทำยังไงได้ ก็ต้องรออีกวัน”
อีกคนบ่นอย่างหงุดหงิด
“เมื่อวานตอนกลางวันควรออกไปแล้ว ตอนนั้นถนนก็มีซอมบี้ แต่ไม่เยอะขนาดนี้”
“ใครจะคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวกะทันหัน”
“เฮ้อ”
“กลัวก็แต่ว่าพรุ่งนี้พวกมันก็ยังไม่ไป เราไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว จะทนได้นานแค่ไหน”
“จะมาตายอยู่ตรงนี้หรือเปล่า…”
มีคนหยิบมือถือขึ้นมา
เมืองนี้ไม่มีสัญญาณมาตลอด พวกเขาติดต่อโลกภายนอกไม่ได้ และไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
สำหรับพวกเขา มือถือเหลือประโยชน์แค่สามอย่างเท่านั้น
ดูเวลา เล่นเกมออฟไลน์ และดูรูปถ่ายในอัลบั้ม
ภาพถ่ายทีละภาพบันทึกช่วงเวลาแห่งความสงบสุขในอดีต
คนนั้นตาแดงขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ ลูบผ่านใบหน้าของพ่อแม่ในรูป
ทันใดนั้น จงหว่านก็พลิกตัว คลานไปข้างหน้าเล็กน้อย จ้องมองออกไปด้านนอก
“…ตรงนั้นเดิมมีต้นไม้หรือเปล่า”
“อะไรนะ”
“ฝังถนน…พวกนายมาดูเร็ว”
เธอพูดอย่างไม่แน่ใจ
“ตรงนั้นเดิมไม่มีต้นไม้นะ”
อีกสามคนเดินมาดูตามสายตาของเธอ แล้วก็พากันตกตะลึง
…นั่นเรียกว่าต้นไม้ได้หรือ
วัตถุคล้ายลำต้นไม้ หรืออาจจะเป็นรากไม้ ขนาดใหญ่หนาบิดเกลียว ทะลุพื้นซีเมนต์ขึ้นมา บิดตัวเป็นเส้นคลื่นชี้ขึ้นสู่ท้องฟั้า
มันไม่มีแขนง ไม่มีใบไม้แม้แต่ใบเดียว
พืชประหลาดต้นนี้ยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น ดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
“ไม่ใช่สิ…เดิมทีไม่มีใช่ไหม…”
“ถ้ามีอยู่ก่อน เราจะเพิ่งสังเกตเห็นวันนี้ได้ยังไง…”
“ใช่สิ! นั่นมันอะไร พืชกลายพันธุ์เหรอ”
และในตอนนั้นเอง จงหว่านก็เห็นสิ่งที่ประหลาดยิ่งกว่า
บนขอบฟั้าไกลออกไป มีฝูงนกกำลังบินมา
ตั้งแต่ไวรัสซอมบี้ระบาด มนุษย์แทบไม่เหลือ สัตว์ก็หายไปแทบหมด
บางครั้งพวกเขาเห็นแมวหรือสุนัขไม่กี่ตัววิ่งหายไปจากมุมถนน หรือเห็นนกเดี่ยวๆ ร่อนผ่านท้องฟั้า
แต่แทบไม่เคยเห็นสัตว์รวมฝูง
ทว่าตอนนี้ กลับมีฝูงนกบินมาจากไกลโพ้น
จงหว่านจ้องมอง
สายตาเธอดีมาก มองอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่า นกเหล่านั้นกำลังช่วยกันหิ้วของบางอย่าง
“ให้ตาย!”
เพื่อนร่วมงานด้านหลังร้องขึ้น
เพราะพืชประหลาดฝังถนนขยับแล้ว
มันยืดยาวขึ้นอีก ทอดสูงขึ้นไปในอากาศ
และฝูงนกก็เปลี่ยนทิศทาง บินตรงมาทางนี้
ทุกคนอึ้งงัน
“นกพวกนั้นกำลังบินมาหาต้นไม้นี่เหรอ”
“นกอะไรน่ะ หิ้วอะไรมา”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หัวใจของจงหว่านเต้นแรง
เธอสังเกตเห็นว่า ในนกเหล่านั้นมีเพียงบางส่วนที่หิ้วของหนัก อีกส่วนหนึ่งบินอย่างอิสระ
นกที่บินอิสระเหมือนกำลังคาบอะไรบางอย่างไว้ที่กรงเล็บ
เมื่อพวกมันบินมาถึงเหนือถนน เสียงปีกกระพือดังพรึ่บ
พวกมันปล่อยของในกรงเล็บลงมา
ราวกับทิ้งระเบิดจากอากาศ วัตถุลึกลับเหล่านั้นกระแทกพื้นแล้วแตกออก จากนั้นก็มีบางสิ่งที่มองแทบไม่เห็นพุ่งกระจายไปทั่ว
ซอมบี้บนถนนถูกโจมตี
พวกมันเริ่มโซเซ กรีดร้อง ไม่นานก็มีร่างล้มลง
ส่วนนกที่หิ้วของหนักตอนนี้พวกเขามองเห็นชัดแล้วว่าเป็นนกนางนวลยังคงบินอยู่
และมันกำลังบินมาหาพวกเขา
จงหว่านหายใจถี่ ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นในใจ
เธอตัดสินใจทันที ผลักประตูร้านเปิดออก
เพื่อนร่วมงานร้องอย่างตกใจ
ฝูงนกลดระดับลง บินมาหยุดที่หน้าประตูร้าน
จงหว่านถามอย่างระมัดระวัง
“ของพวกนี้…ให้พวกเราเหรอ”
แน่นอนว่านกนางนวลพูดไม่ได้ มันทำได้เพียงร้อง อ๊อก อ๊อก เสียงฟังดูเหมือนกำลังหงุดหงิดเล็กน้อย
จงหว่านรีบเดินเข้าไป ปลดถุงตาข่ายที่ห้อยอยู่ลงมา
ด้านในเป็นถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มัดปากแน่น มองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
ทันทีที่เธอหยิบมันลงมา ฝูงนกก็ทะยานขึ้นบินจากไป
และในเวลาเดียวกัน พืชประหลาดฝังถนนก็หดกลับลงใต้ดิน หายไปอย่างไร้ร่องรอย
จงหว่านรีบปิดประตู หันกลับมา วางถุงปริศนาลงบนพื้น
เพื่อนร่วมงานทุกคนมารวมตัวกัน มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
ในถุงมีหมั่นโถวหลายลูก นํ้าดื่มหลายขวด และถุงดินคล้ายดินปลูกต้นไม้
ด้านบนมีแผ่นกระดาษพับครึ่งวางอยู่
จงหว่านมือสั่นเล็กน้อย หยิบกระดาษขึ้นมาเปิด
ข้างในเขียนไว้ว่า
“คู่มือการใช้กระสุนรูปแบบใหม่…”
ในเมืองที่แปลกหน้า พืชลึกลับที่ทะลุพื้นดินขึ้นมาค่อยๆ ยืดยาวไปยังตึกสูงที่พังครึ่งหนึ่ง ก่อนจะส่งผู้คนที่ติดอยู่บนดาดฟั้าและไร้ ทางช่วยเหลือลงมาถึงพื้นดิน
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างเห็นภาพนั้น ต่างร้องอุทานด้วยความดีใจ แต่ยังไม่ทันได้สืบหาว่าพืชนั้นมาจากที่ใด มันก็หดกลับลงใต้ดิน เหลือ ไว้เพียงหลุมลึกมืดดำ
ภายในหอส่งสัญญาณที่กำลังวุ่นวาย กลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กับซอมบี้ไปด้วยและพยายามกู้สัญญาณไปด้วย ก็ได้รับการมาเยือนจาก ฝูงนกนางนวล
พวกเขาได้รับถุงกระสุนเมล็ดพันธุ์ถุงใหญ่
เสียงตะโกนดีใจดังขึ้นทันที
“เป็นท่านนกนางนวล!”
“ท่านนกนางนวลส่งกระสุนแบบใหม่มาให้พวกเราแล้ว!”
“อะไรนะ เขารู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่”
“ต้องเป็นพืชประหลาดข้างนอกนั่นแหละที่ส่งข่าวให้ พืชนั่นก็เป็นลูกน้องของท่านนกนางนวล!”
“ท่านนกนางนวลสุดยอด!”
“ท่านนกนางนวลจงเจริญ!”
ในเมืองอื่นๆ หอส่งสัญญาณที่ไม่เคยถูกจุดขึ้นมาก่อนก็ยังมีผู้คนกำลังพยายาม
พวกเขามาจากทั่วทุกมุมของเมือง มารวมตัวกันใต้หอคอยด้วยเปั้าหมายเดียวกัน
พวกเขาต้องการจุดหอส่งสัญญาณ
จุดสายใยสำคัญของโลกสมัยใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คนทุกคนเข้าด้วยกัน
ท่ามกลางความโกลาหล เมื่อได้รับเสบียงช่วยเหลือ พวกเขาก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง
“นั่นอะไรน่ะ!” มีคนตะโกนขณะต่อสู้กับซอมบี้
“เป็น…เป็นถุงดิน! แล้วก็หมั่นโถวกับนํ้า!”
“อะไรนะ ใครเป็นคนส่งมาเมื่อกี้”
“นกนางนวล!”
“อะไรนะ”
“นกนางนวลส่งมา!”
“?!”
“ในถุงยังมีโน้ต บอกว่าดินชนิดนี้ใช้เป็นอาวุธได้!”
“อะไรนะบ้าเอ๊ย! ไม่ไหวแล้ว ฉันจะกันซอมบี้ไม่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็เอามาใช้ก่อน!”
ยังมีฐานขนาดเล็กบางแห่งที่กำลังตกอยู่ในอันตราย
แรงสั่นสะเทือนตามหลังแผ่นดินไหวทำให้กำแพงฐานพัง ซอมบี้จำนวนมหาศาลทะลักเข้ามาจากภายนอก
ผู้คนต่อสู้จนหมดแรง ในช่วงเวลาสิ้นหวังนั้นเอง พวกเขาก็ได้รับกระสุนรูปแบบใหม่
สถานการณ์พลิกกลับในทันที
กำลังใจกลับคืนมา
พวกเขาตะโกนร้อง พร้อมกับเมล็ดพันธุ์ที่พุ่งออกไป โถมเข้าใส่ซอมบี้
การต่อสู้เสี่ยงตายหลายแห่งจึงสิ้นสุดลงทีละแห่ง ในเวลาที่ต่างกันออกไป
ในฐานแห่งหนึ่ง ผู้ช่วยคนหนึ่งเดินเข้าไปหา ผู้นำ แล้วพูดเสียงตํ่า
“หัวหน้า เสบียงที่ท่านนกนางนวลส่งมายังเหลืออีกมาก”
ผู้นำมองภาพความเสียหายตรงหน้า แล้วพูดช้าๆ
“นกนางนวลพวกนั้นบินมาเพราะเห็นพืชข้างนอก พืชข้างนอกมีสิบต้น นกนางนวลก็มาเป็นสิบชุด แต่ละชุดให้ของเท่ากัน”
“คนที่กล้าให้ ลูกน้อง ของตัวเองจัดสรรเสบียงแบบนี้ และกล้าส่งของออกมามากขนาดนี้…ไม่ใช่คนธรรมดาแน่”
หลังจากกล่าวอย่างทอดถอนใจ เขาก็หันกลับมาออกคำสั่ง
“บอกทุกคนว่า หลังเก็บกวาดที่นี่เสร็จแล้ว เตรียมตัวออกเดินทาง”
ผู้ช่วยชะงัก
“ไปไหนครับ”
“ที่ไหนต้องการเรา เราก็ไปที่นั่น”
“เขาใจกว้างส่งของมาให้พวกเรา เราจะปล่อยให้มันสูญเปล่าไม่ได้”
ดังนั้นเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นถึงกลางฟั้า รถจำนวนมากก็ออกจากฐานต่างๆ อีกครั้ง
พวกเขาบรรทุกความช่วยเหลือจาก “คนคนนั้น”
และบรรทุกความช่วยเหลือของตัวเอง
พุ่งทะยานออกไปทุกทิศ
เมืองแห่งหนึ่งทางตอนเหนือ
เมื่อคืน ที่นี่ก็เกิดแผ่นดินไหว
ตึกหลังหนึ่งถล่มลงมา ทับผู้คนที่ซ่อนอยู่ข้างในหลายคน
เช้าวันนี้ มีคนขับรถผ่านมาที่นี่ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ชะลอรถด้วยความสะเทือนใจ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากด้านใน เขาตกใจรีบลงรถไปช่วย
ต่อมา ขบวนรถประหลาดอีกขบวนหนึ่งก็ผ่านมาที่นี่
เห็นสถานการณ์แบบนี้ จึงจอดรถลงมาช่วยด้วย
ตอนนี้ ผู้รอดชีวิตห้าคนถูกช่วยออกมาแล้ว และพบศพสามศพ
ผู้ที่รอดชีวิตถูกพยุงไปนั่งข้างรถ
หวงหนิงกำลังตรวจอาการและทำแผลให้พวกเขา
ตอนที่ซูหลิงนำไอโอดีนจากรถอีกคันมา รถแปลกหน้าสามคันก็โผล่มาจากมุมถนนด้านหน้าแล้วขับเข้ามา
ทั้งสามคันเป็นรถออฟโรด
ผู้ชายในรถล้วนรูปร่างกำยำ
เมื่อผ่านมาถึง พวกเขาก็ชะลอรถและลดกระจกลง
ซูหลิงเพิ่งเริ่มระวังตัว ก็ได้ยินอีกฝั่ายถาม
“พวกคุณต้องการความช่วยเหลือไหม”
เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
“คนแทบจะช่วยออกมาหมดแล้ว ขอบคุณครับ”
อีกฝั่ายถามต่อ
“แล้วต้องการเสบียงไหม พวกเรามีนํ้า มีหมั่นโถว แล้วก็มีกระสุนแบบใหม่ เอาไว้ยิงซอมบี้ ถ้าต้องการก็แบ่งให้พวกคุณได้นะ”
ซูหลิงนิ่งไปเล็กน้อย
ตั้งแต่วันสิ้นโลกมาถึง พวกเขาพบผู้คนมาหลายแบบ
มีคนดีอยู่บ้าง แต่ไม่เคยเจอใครพูดง่ายๆ ว่า “เอาไหม แบ่งให้หน่อย” แบบนี้
ราวกับเสบียงในมือไม่ได้มีค่าอะไรเลย
ตามปกติสถานการณ์แบบนี้ เขาคงชักปืนออกมาแล้ว
แต่ท่าทีผ่อนคลายของคนพวกนี้กลับไม่เหมือนคนที่มีเจตนาร้าย
อีกฝั่ายเองก็ดูเหมือนรู้ว่าตัวเองดูแปลก จึงเกาหลังคอแล้วพูด
“ไม่ใช่ว่าพวกเรามีของมากจนใช้ไม่หมดนะ ของพวกนี้ท่านนกนางนวลเป็นคนส่งมาเอ่อ พวกคุณรู้จักท่านนกนางนวลไหม”
ซูหลิงลังเล ก่อนจะส่ายหน้า
หวงหนิงได้ยินบทสนทนา จึงเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย
ในรถ คนขับคาบบุหรี่ไว้ในปากแล้วพูด
“พวกเขาอาจไม่รู้ เมืองนี้หอส่งสัญญาณยังไม่เคยถูกจุดเลยใช่ไหม”
“ก็จริง” คนที่นั่งข้างๆ ทำท่าปวดหัวเล็กน้อย แล้วอธิบาย
“เอ่อ ท่านนกนางนวลเป็นคนใหญ่คนโตคนหนึ่งบนเกาะลู่อัน มีเสบียงเยอะ ใจกว้าง มักจะให้ฝูงนกนางนวลส่งของไปช่วยคนที่ ต้องการ เป็นคนดีมาก”
“เมื่อวานไม่ใช่ว่าหลายที่เกิดแผ่นดินไหวเหรอ กำแพงฐานของพวกเราก็พัง เช้านี้ยังสู้กับซอมบี้อยู่ดีๆ จู่ๆ ก็ได้รับของที่เขาส่งมา”
“ใช้ไปแล้วก็ยังเหลือ พวกเราก็เลยคิดว่าจะเอาไปให้คนที่ต้องการมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่เสียแรงที่ท่านตั้งใจช่วย”
คนขับอดถอนหายใจไม่ได้
“ครั้งนี้ท่านคงควักหนักเลย ดูจากสถานการณ์แล้ว ของที่ส่งออกไปคงไม่น้อย”
คนข้างๆ หันกลับมาแล้วคุยต่อ
“ใช่ พืชพวกนั้นก็สุดยอดเหมือนกัน ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ ทำเครื่องหมายพวกเราไว้หมดเลย!”
“แต่นกนางนวลก็สุดยอดนะ มันบินตามสัญลักษณ์พืชพวกนั้นได้แม่นยำ”
“ต้องบอกว่าท่านนกนางนวลสุดยอดต่างหาก”
“จริง ของ ทหาร ของเขาครอบคลุมสิ่งมีชีวิตหลายชนิดจนคนทั่วไปนึกไม่ถึง…”
คำพูดส่วนใหญ่ของสองคนนี้
หวงหนิงกับซูหลิงฟังไม่ค่อยเข้าใจ
แต่เมื่อได้ยินคำว่า “เกาะลู่อัน”
หัวใจของทั้งสองก็เต้นแรงขึ้น
และในตอนนั้นเอง มีคนรอบๆ ร้องอุทานขึ้น ชี้ไปบนท้องฟั้าด้านหน้าถนน
“นกเยอะมาก!”
“พวกมันกำลังทำอะไร”
หวงหนิงกับซูหลิงเงยหน้ามอง
เห็นเพียงฝูงนกนางนวลจำนวนมากบินผ่านท้องฟั้าไกลๆ
พวกมันกำลังช่วยกันหิ้ววัตถุประหลาดบางอย่าง
ก่อนที่พวกเขาจะมองเห็นชัด มันก็หายไปหลังกลุ่มตึกทางซ้าย
คนในรถทั้งสามคันต่างยื่นหัวออกมาดู
พอเห็นภาพนั้นก็พูดอย่างตื่นเต้น
“ใช่ๆ แบบนั้นแหละ นั่นแหละทหารของท่านนกนางนวล!”
“ดูเหมือนข้างหน้าจะมีคนติดอยู่!”
“งั้นเราไปทางนั้นกันเถอะ ที่นั่นอาจต้องการความช่วยเหลือ!”
“โอเค กลับรถกลับรถอ้อ จริงสิ”
ชายที่คุยกับพวกเขาตั้งแต่แรกถามขึ้น
“ยังไม่ได้ถามเลย พวกคุณต้องการเสบียงพวกนี้ไหม”
เขายิ้มกว้าง เผยฟันขาวสะอาด
บนใบหน้าไม่มีความคิดคำนวณใดๆ มีเพียงความจริงใจ
ซูหลิงยืนอึ้งไปแล้ว
หวงหนิงได้สติก่อน จึงพูดอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นไรครับ พวกเรามีอาวุธกับอาหารพอแล้ว ขอบคุณมาก”
“แต่ขอถามหน่อย…ท่านนกนางนวล ชื่ออะไรหรือ”
อีกฝั่ายชะงัก ก่อนจะหัวเราะ
“หา ไม่รู้เหมือนกัน! พวกเราก็อยากรู้ชื่อของผู้มีพระคุณเหมือนกัน ฮ่าๆๆ!”