อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 397 เธอฝันถึงได้นะ แต่ไม่มีวันเป็นจริงหรอก
ตอนที่ 397 เธอฝันถึงได้นะ แต่ไม่มีวันเป็นจริงหรอก
“เรื่องพวกนี้เธอฝันถึงได้นะ แต่ไม่มีวันเป็นจริงได้หรอก” จู่ ๆ ต้นขาของเขาก็ยื่นไปทับขาของเธอ “นอนเถอะ ฝันดีนะ”
“ตัวนายหนัก เอาออกไปหน่อย ฉันเพิ่งผ่าตัดมา ทนน้ำหนักนายไม่ไหวหรอก” ต้นขาที่ทับอยู่บนตัวเธอนั้น เธอรู้สึกเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่มาทับ มันแทบจะหายใจไม่ออกเพราะอึดอัด
จิ่งเป่ยเฉินขยับขาออก แต่กลับเอามือไปกอดเธอไว้แน่น เขาไม่คิดเลยว่าครั้งแรกที่เธอกลับมาอยู่กับเขาแบบนี้ จะเป็นตอนที่เธอท้อง ซึ่งไม่ใช่ลูกของเขา
เขาใจกว้างเกินไปหรือเปล่ากับเรื่องแบบนี้?
จะมีผู้ชายคนไหนทนรับเรื่องพวกนี้ได้กัน!
“พรุ่งนี้เช้านายช่วยอย่าเพิ่งออกไปไหนจะได้ไหม พวกเรามาคุยกันเถอะ” ตอนนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เช้าพูดได้อยู่ก็คงไม่เป็นไร!
จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้ตอบกลับ แต่กลับโอบกอดเธอและค่อย ๆ หลับไป
เมื่อนอนอยู่ท่ามกลางอ้อมแขนของเขาก็รู้สึกหลับสบายอย่างคิดไม่ถึง สุดท้ายก็ผล็อยหลับไป และเมื่อตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นจิ่งเป่ยเฉินอยู่ข้างกายแล้ว
เธอไม่เห็นเขามาแล้วสามสี่วันได้ โทรศัพท์ไปก็ไม่เคยรับ ราวกับว่าเขาหายไป
เขาไม่พูดจาเลยสักคำ มีแต่หายตัวไปแบบนี้
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้…..
“คุณผู้หญิง คุณชายส่งของสิ่งนี้มาให้” จู่ ๆ พ่อบ้านก็เดินเข้ามา พร้อมกับถือกล่องใบใหญ่ไว้ในมือ
อันโหรวมองไปที่กล่อง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าข้างในนั้นเป็นอะไร “เขากลับมาแล้วงั้นเหรอ?”
“คุณชายไม่ได้บอกครับ” พ่อบ้านวางกล่องเอาไว้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
อันโหรวเปิดกล่องขึ้นมาก็เห็นชุดกระโปรงสีม่วงยาว ทรวดทรงสวยงาม ราวกับว่าจะให้ใส่เพื่อเตรียมไปออกงานเลี้ยง
ข้าง ๆ ชุดกระโปรงมีรองเท้าส้นสูงขนาดต่ำสีน้ำเงินอยู่ ทำแท้งแล้วจะให้ใส่รองเท้าส้นสูงก็คงไม่ได้
อย่างน้อยถ้าใส่ชุดพวกนี้ก็อาจจะมีโอกาสได้เจอจิ่งเป่ยเฉิน ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาหลีกเลี่ยงไม่อยากเจอ ด้วยเหตุนี้โอกาสที่มีตรงหน้าเธอไม่มีทางพลาดอีกแน่นอน
เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็สวมรองเท้าส้นต่ำ ก่อนจะยืนอยู่ตรงหน้ากระจก มองไปที่ใบหน้าของตัวเอง ตอนนี้ใบหน้าของเธอนั้นซีดลงเล็กน้อย เป็นไปได้หรือเปล่าว่าการที่เธอหน้าซีด ดลงแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเธอทำแท้ง?
เธอเหลือบสายตามองไปที่โต๊ะเครื่องแป้งข้าง ๆ ตัว สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบเครื่องสำอางใด ๆ มาแต่งหน้า เธอคิดว่าเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว!
เธอเดินลงไปที่ชั้นล่าง ตรงประตูมีรถลีมูซีนจอดรออยู่แล้ว เสี่ยวหยางเดินลงมาเปิดประตูให้ ข้างในรถไม่มีเงาของคนอยู่เลยสักนิดเดียว ภายในใจเธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เธอคิดว่าอย่างน้อยจิ่งเป่ยเฉินก็น่าจะอยู่ในรถ
รถถูกขับออกจากวิลล่าไปอย่างรวดเร็ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกมาตั้งแต่กลับมาอีกครั้ง
หน้าร้อนกลางคืนเปลี่ยนค่อนข้างไว ถึงตอนนี้ยังไม่มืดเท่าไร แต่ก็เห็นพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ดวงจันทร์กว่าครึ่งบนท้องฟ้าส่องประกายงดงาม คืนนี้แสงจันทร์สาดส่องดูดีไม่ใช่น้อย
เธอไม่ได้ถามตลอดทางว่าจะไปที่ไหน เสี่ยวหยางเองก็ขับรถอย่างตั้งใจ เธอเอนหลังพิงเบาะรถ ก่อนจะหลับตาลงและคิดคำพูดว่าควรจะพูดแบบไหนดีว่าเธอต้องการจะหย่า!
เขามีครอบครัวอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมหย่ากับเธอง่าย ๆ นะ หรือว่าคิดจะผูกมัดตัวเธอเอาไว้แบบนี้ มันมีความหมายอะไรกันแน่?
รถมาจอดที่หน้าวิลล่าสไตล์ยุโรป ที่แห่งนี้มีรถหรูจำนวนมากจอดอยู่เยอะมาก ข้างนอกก็เปิดไฟสว่างไปทั่วบริเวณ พร้อมกับมีพรมแดงทอดยาวไว้ตรงหน้าประตู ดูแล้วสวยงามมากจริง ๆ ๆ
ไม่ช้าประตูรถก็ถูกเปิดออก เธอยังไม่เห็นแม้แต่เงาของจิ่งเป่ยเฉินเลยสักนิดเดียว “คุณผู้หญิง ถึงแล้วครับ!”
หรือว่าเขาจะอยู่ข้างใน?
สายลมเย็น ๆ ในเวลากลางคืนค่อนข้างหนาวนิดหน่อย เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะการทำแท้งหรือเปล่า เธอถึงได้รู้สึกหนาวนิดหน่อย อีกอย่างกระโปรงยาวเดรสสีม่วงของเธอก็บางอยู่พอสมควร
เธอรีบเดินเข้าไปในห้องโถง ก่อนจะเข้าไปรับอากาศข้างใน ตอนนี้คนที่อยู่ข้างในนั้นเยอะมาก อากาศเองก็ไม่ได้เย็นเหมือนด้านนอก
เธอเดินหาตัวของจิ่งเป่ยเฉิน ท่ามกลางฝูงชนที่ยืนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยต่างก็มองมาที่ตัวเธอ ตอนนั้นเธอหนีออกจากงานแต่งงาน กลายเป็นว่าเรื่องของเธอในเมือง A ไม่ใช่ความลับท ที่ต้องปกปิดอะไรอีกแล้ว
เมื่อมองดูเธอแบบนี้ก็มีผู้คนไม่น้อยต่างพากันซุบซิบนินทาและเหยียดหยามตัวเธอ
เธอไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิดเดียว ถึงแม้จะหาตัวจิ่งเป่ยเฉินไม่เจอ แต่เธอกลับเจอตัวของโอวหยางลี่เป็นครั้งแรกเสียได้
ทำไมเขาถึงออกมาเร็วแบบนี้?
ไม่ถูกสิ ทำไมเขาถึงออกมาได้กัน?
เมื่อเห็นเขาโกนหัวไปแบบนั้น พร้อมกับถือแก้วไวน์ไว้ในมือ เธอมองดูเขาพูดคุยกับผู้คน รู้สึกกระแหนะกระแหนชอบกล ก่อนจะหันตัวและคิดจะเดินไปอีกทาง
ตั้งแต่ตอนไหนกันที่ประธานกลุ่มโอวหยางกรุ๊ปต้องก้มหัวให้คนอื่นแบบนี้ ดูเหมือนว่ากลุ่มโอวหยางกรุ๊ปจะล้มละลายแล้วจริง ๆ สินะ!
“โหรวโหรว!”
เธอที่เพิ่งเดินออกไปได้สองก้าวก็ได้ยินเสียงของเขาดังขึ้นมาที่ด้านหลัง เมื่อได้ยินเสียงของเขา เธอก็รู้สึกขยะแขยงชอบกล!
ฝีเท้าของเขาก้าวไม่หยุด ก่อนจะเดินตรงไปที่ด้านหน้าเธอ พร้อมกับหยิบแก้วไวน์จากมือของบริกรมาด้วย ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้าอย่างเห็นได้ชัด
สรุปแล้วจิ่งเป่ยเฉินไปอยู่ที่ไหนกันแน่?
“โหรวโหรว เธออย่าเพิ่งไป!”
เพราะเสียงของโอวหยางลี่ดังมาก ผู้คนมากมายต่างก็สังเกตเห็นตัวเธอ โอวหยางลี่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มันเลยทำให้เธอต้องหยุดเดิน เมื่อครู่นี้เกือบจะชนตัวเขาแล้วด้วย
ถ้าหากชนตัวเขาละก็ เธอคงเอามือไปจับแก้วไวน์และสาดไปที่ใบหน้าของเขาแน่ ๆ
“โหรวโหรว คืนนี้เธอสวยจริง ๆ” โอวหยางลี่ก้มมองดูตัวเธอ สายตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยตัวเธอ
ผมสีดำที่ยาวประบ่า ไม่มีเครื่องสำอางใด ๆ บนใบหน้าเล็ก ๆ มองดูแล้วสวยงามและมีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะดวงตาสีดำที่คล้ายกับเม็ดองุ่นที่ใหญ่โต เมื่อสะท้อนเป็นใบหน้าของเขาก็บ่ งบอกว่าไม่ได้มีความสุข มันมีแต่ความเกลียดและความโกรธเสียมากกว่า
โหรวโหรวไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว!
ไม่ใช่อีกต่อไป!
“ฉันสวยอยู่แล้ว ประธานโอวหยางตาคุณบอดแล้วหรือไง? ตอนนี้ถึงได้เพิ่งรู้” เธอยิ้มพลางหัวเราะอย่างเย็นชา ก่อนจะคิดทิ้งห่างจากตัวเขาไป
“โหรวโหรว อย่าโกรธไปสิ ตอนนี้เธออยู่คนเดียวแล้วไม่ใช่เหรอ? มากับฉันเถอะ!” วันนี้เดิมทีตัวเขาคิดจะมาคุยเรื่องธุรกิจเพราะมีคนมากมายอยู่ที่นี่ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้เงินล ลงทุนเล็กน้อยก็ได้
แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่ามาที่นี่แล้วจะได้เจอตัวเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่วิเศษเสียจริง ๆ
ตอนแรกเขาคิดว่าจะไม่มีทางเจอเธอได้อีกแล้ว เพราะจิ่งเป่ยเฉินจะต้องดูแลเธอแน่ และคงไม่มีทางปล่อยเธอมาแน่นอน
“ไปให้พ้นซะ!” เธอเอ่ยคำพูดอย่างเย็นชา ไม่ได้มองที่ตัวเขาด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอต้องการแค่หาตัวจิ่งเป่ยเฉิน ผู้ชายคนนี้อยู่ห่างจากเธอหน่อยไม่ได้หรือไง?
“โหรวโหรว เธอหนีออกจากงานแต่งงานของจิ่งเป่ยเฉินไป เธอชอบฉันไม่ใช่เหรอ? ฉันรู้ว่าเธอหนีเพราะชอบฉัน ใช่หรือเปล่า?” ดวงตาของโอวหยางลี่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าที่อันโหรวหนีจ จากงานแต่งงานแบบนั้น ยังไงก็ต้องมีเหตุผลแน่ ๆ
เธอกับจิ่งเป่ยเฉินแต่ก่อนไม่ได้มีความรักต่อกัน เขายังคงเชื่อเธอว่าปีนั้นที่เธอนอนกับจิ่งเป่ยเฉินก็เป็นเพราะถูกวางยา ส่วนหยางหยางกับหน่วนหน่วนตอนนั้นก็เกิดเพราะเรื่อง พวกนั้น ที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นเพราะเด็กทั้งสองคนอย่างไม่มีทางเลือกเท่านั้นเอง
โหรวโหรวของเขาไม่ได้คิดนอกใจเขาแต่แรกอยู่แล้ว!
“นายมีปัญหาทางสมองหรือเปล่า? ฉันบอกว่าไปให้พ้นไง!” เธอต้องการขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อดูว่าจิ่งเป่ยเฉินอยู่ด้านบนหรือเปล่า เพราะที่ด้านล่างเธอหาหมดทุกที่แล้ว
ในเมื่อเขาขอให้เธอมาที่นี่ เป็นไปได้ว่าตัวของเขาต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน
“โหรวโหรว เธออยากขึ้นไปข้างบนงั้นเหรอ? งั้นฉันไปกับเธอนะ” นี่ถือเป็นโอกาสที่ดี เขาไม่มีทางปล่อยมันไปง่าย ๆ แน่
อันโหรวไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด เมื่อมองเห็นทางเดินตอนนี้โล่ง เธอก็รีบจับราวบันไดสีขาว ก่อนจะเดินขึ้นไปอย่างแน่วแน่ เธอแน่ใจว่าจิ่งเป่ยเฉินไม่น่าจะอยู่ที่ด้านล่าง
ที่ชั้นสองประตูห้องล้วนถูกล็อกจนหมด เธอไม่รู้ว่าที่นี่เป็นบ้านของตระกูลจิ่งหรือเปล่า เธอเลยลองเคาะทุกห้องดู
แต่ทว่ามีห้องหนึ่งที่มีกลิ่นควันบุหรี่แรงมาก เธอหยุดอยู่ตรงหน้าประตู พลันรู้สึกอึดอัดและไม่สบายอย่างมาก คิดอยากจะอาเจียน ประตูห้องเองก็ถูกล็อกเอาไว้ เธอเลยเอนหลังพิง งประตูกำแพงทันที
ตอนนี้เธอสับสน เธอทำแท้งแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ยังรู้สึกอึดอัดและไม่สบายจนอยากจะอาเจียนแบบนี้กัน?