อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 490 กอดที่เอาแต่ใจ
ตอนที่ 490 กอดที่เอาแต่ใจ
อันโหรวถูกเขากอดแบบเอาแต่ใจ ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นออกมาได้เลย แบบนี้จึงต้องเดินเข้าไปด้านในกับเขา
ฉากแรกต้องใช้ตัวสำรองไปอยู่โรงเรียน ตอนนางเอกเป็นเด็กนักเรียน เธอกำลังวาดภาพเพื่อบางสิ่งบางอย่าง ส่วนพระเอกต้องมาโรงเรียนเพราะเหตุผลบางอย่าง เขาเดินผ่านห้องเรียนและมองเธอที่อยู่ภายในห้อง
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไป คนอื่น ๆ เหมือนว่าจะลุกขึ้นและจ้องมาที่พวกเขาทั้งคู่ คนในกองต่างไม่เชื่อสายตา!
ไม่นึกเลยว่าประธานจิ่งจะมาที่นี่!
โพสต์นี้ในเว่ยป๋อจะต้องเป็นกระทู้ยอดนิยมอย่างแน่นอน!
มีผู้หญิงใจกล้าคนหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้ อย่างไรก็ตามต้องถ่ายวิดีโอด้วย แน่นอนคาดว่าเขาคงจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก คงสามารถที่จะถ่ายได้หลายรูป!
“ประธานจิ่ง คุณนายจิ่ง เชิญนั่งทางด้านนี้ ฉากใกล้จะจัดการเสร็จแล้ว” ผู้กำกับชี้ไปที่ตำแหน่งโต๊ะใต้ร่มกันแดด
และด้านข้างก็มีเครื่องดื่มน้ำผลไม้วางอยู่ พัดลมสองตัวที่วางอยู่นั้นพัดเข้ามา ฤดูร้อนที่ร้อนระอุพัดลมร้อนมาทำให้รู้สึกร้อน
จิ่งเป่ยเฉินได้เพียงแต่ชำเลืองมอง ก่อนจะละสายตา “เมื่อไหร่จะเริ่ม?”
“สิบนาที ไม่สิ ห้านาทีครับ!” ผู้กำกับจู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบ ไม่มีความร้อนอยู่เลย
นี่ต้องเป็นภาพลวงตาของเขาแน่ ๆ อากาศร้อนขนาดนี้พอมองจิ่งเป่ยเฉินอีกครั้ง คนที่มีแอร์เป็นของตัวเองก็ดีเหมือนกันนะ!
อันโหรวมองผู้คนรอบ ๆ และมองมาที่จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะกระซิบข้างหูเขา “ฉันผิดเองที่ทำให้พวกเขากล้าเข้าใกล้นาย”
“ที่รัก แค่คุณกล้าคนเดียวก็พอแล้ว” ในสายตาของเขาคนอื่นไม่ได้สำคัญเลย
“ฉันไม่กล้าก็อยู่เป็นโสดเถอะ!” เธอพูดจบก็ลุกขึ้นยืน คนที่อยู่ด้านข้างจึงเข้ามาคุยกับเธอ
“ที่รัก เธอทนได้ยังไง และฉันเองก็ทนอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก” พวกเขากำหนดเอาไว้แล้วว่าต้องอยู่ด้วยกัน จะหนีก็หนีไม่พ้น
“ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้นายไปจุ่มน้ำผึ้งมาหรือยังไง ทำไมถึงได้หวานขนาดนี้ ใครสอนนายมา?” ยังไม่ทันไรก็เหมือนสารภาพรักทุกครั้ง เธอรู้สึกท่วมท้นและมีความสุขมาก
“เธอไง”
โอเค! ไม่มีทางที่จะหักล้างคนคนนี้ได้ เพราะว่าเป็นเธอ เขาถึงได้พูดออกมาแบบนั้น
เมื่อเริ่มถ่ายทำ เพราะว่าอยู่ในห้องเรียน กระดานดำภายในห้องนั้นว่างเปล่า ผู้กำกับบอกให้วาดภาพ ผลสุดท้ายก็เห็นจิ่งเป่ยเฉินเดินเข้าไป!
ทันใดนั้นอันโหรวก็รู้สึกว่ามีลางสังหรณ์บางอย่าง ตามที่เขาแสดงออกในช่วงนี้เหมือนจะเดาได้ว่าเขาจะทำอะไร
เป็นไปตามคาด ด้านบนนั้นปรากฏชื่อของเธอขึ้น เธอรีบวิ่งเข้าไปทันที
“จิ่งเป่ยเฉิน นายทำอะไร? อย่าเขียนชื่อฉัน! ฉันไม่อยากปรากฏตัว” เธอเพียงแค่เผยให้เห็นมือก็พอ ถ้าหากว่ากล้องจับภาพแล้วปรากฏชื่อเธอแบบนั้น คนอื่นก็ได้รับรู้กันหมดพอดี
แม้ว่าจะเป็นละครทีวี แต่ก็ต้องเข้มงวด ไม่ควรมีอะไรผิดพลาด
“ทำไมถึงให้เห็นไม่ได้?” มือของเธอนั้นก็เผยให้เห็นไปแล้ว
“โอเค แค่ชื่อเท่านั้นเอง ไม่ต้องเขียนอย่างอื่นแล้ว” คนมองดูเยอะขนาดนี้ เขาไม่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองแล้วหรือยังไง?
“ได้ ฉันไม่เขียน” เขายื่นชอล์กในมือให้กับเธอ “เธอเขียน”
“ให้ฉันเขียนอะไร?” เธอไม่ได้อยากจะเขียนสักหน่อย!
“ฉันบอกให้เธอเขียน” บิ๊กบอสมองหน้าเธอและพูดอย่างเรียบเฉย
เธอหยิบชอล์กมาพลางมองไปที่ชื่อของตัวเองที่ดูบางและเฉียบคมอย่างสง่างาม ดูเหมือนเป็นลายมือของผู้ชาย
ในสายตาของทุกคนจิ่งเป่ยเฉินพูดขึ้นโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าว่า “ฉันรักเธอ เขียนสิ!”
เขียนคำนี้?
ไม่เชื่อฟังเขาก็ดูไม่ดี คนมากมายที่อยู่ด้านหน้าก็ต้องให้เกียรติกันบ้าง
เธอจึงเขียนคำนั้นตัวเล็ก ๆ อยู่ใต้ชื่อของเธอ
มองดูขนาดเล็กแบบนั้น บิ๊กบอสก็พอใจแล้ว อย่างน้อยก็เขียนมัน
เมื่อเธอวางชอล์กลงก็ได้ยินเสียงของเขา “จิ่งเป่ยเฉิน”
เข้าใจแล้วเธอยังไม่ได้ลงนาม
และยังเขียนชื่อเขาเพิ่มด้านบนด้วย คนที่ดูสง่างามแต่เขาได้รับชื่อที่ละเอียดอ่อนจากเธอ
“เขียนได้ดีมาก แต่ดูเล็กไปหน่อย” บิ๊กบอสมองไปที่ลายมือ ก่อนจะวิจารณ์อย่างพึงพอใจ
“เขียนแล้วก็ไม่ผิด เงื่อนไขของนายสูงขนาดนั้น!” เธอทิ้งชอล์กและลากตัวเขาออกมาจากห้องเรียน
เขายืนอยู่ที่หน้าประตูนอกห้องพลางเอียงหน้ามอง “นายรอก่อน เดี๋ยวฉันก็เสร็จแล้ว”
เธอเป็นตัวสำรองแต่ว่าเธอก็ต้องถ่ายก่อน หลังจากที่เธอถ่ายเสร็จก็ถ่ายเหอเฉ่าและซงโส่ว รวมถึงเก็บรายละเอียดอื่น ๆ
บิ๊กบอสยืนอยู่หน้าประตู ส่วนคนอื่น ๆ ก็เดินไปที่หลังประตู ทีมงานคนอื่นล้อมรอบตัวอันโหรวอยู่ข้าง ๆ
เคยวาดออกแบบไปแล้ว เพราะงั้นเธอจึงวาดมันได้อย่างคล่องแคล่ว คล่องแคล่วจนผู้กำกับต้องพูดซ้ำให้วาดใหม่
“คุณนายจิ่ง ช้าลงอีกหน่อย หยุดพักจิบน้ำบ้าง” ผู้กำกับพูดด้วยรอยยิ้มพลางมองเธอ
“ได้ค่ะ” ถึงยังไงเธอก็ไม่ใช่นางเอก ไม่รู้ว่าฉากนี้ควรแสดงอารมณ์ไหน
แสงแดดค่อย ๆ ส่องเข้ามาจากนอก ส่องเข้ามาทั่วห้องเรียนอย่างโปร่งใส เธอเงยหน้ามองขึ้นไปที่ชื่อของเธอบนกระดานดำ
น่าเสียดายที่เมื่อก่อนเธอกับจิ่งเป่ยเฉินไม่ได้เรียนด้วยกัน ไม่อย่างนั้นเธออาจจะเปลี่ยนใจไปรักเขาตั้งนานแล้วก็ได้
ความรักในวัยเด็กบ้าบออะไรนั่นไม่มีอยู่อีกต่อไป!
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนจากผู้กำกับเธอก็ค่อย ๆ วาดอย่างละเอียด บางครั้งก็หยุดพัก กล้องถ่ายเข้ามาใกล้มือของเธอมาก มากจนสามารถเห็นเธอวาดทุกจังหวะลายเส้นในการวาด
หมกมุ่นอยู่กับบรรยากาศที่งดงามราวกับว่าเธอไม่รู้สึกถึงกล้องที่เข้าใกล้ และราวกับว่าได้ย้อนกลับไปตอนช่วงมหาวิทยาลัย ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงวันวาน
จิ่งเป่ยเฉินที่ยืนอยู่หน้าประตูมองเธอไม่กะพริบตา คนมุงดูเธออยู่ด้านหน้าแต่ว่ามุมที่เขายืนดูอยู่นั้นเป็นมุมที่เห็นใบหน้าที่ดูจริงจังของเธอได้อย่างชัดเจน
สงบและนุ่มนวล มือที่สวยงามจับปากกากับกระดาษแผ่นสีขาวที่กำลังวาด
โหรวโหรวของเขา ภรรยาของเขา ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด
แม้ว่าไม่ได้ทำอะไร แค่มองเธอแบบนี้ก็ไม่เลว
แต่เขาเป็นคนโลภ ไม่อยากมองเพียงเธอ เขาอยากจะกอดเธอทุก ๆ วัน ตื่นมาก็อยากเห็นหน้าเธอคนแรก ตอนนอนก็สามารถจูบเธอได้
เพราะงั้นพวกเขาไม่สามารถแยกทางกันได้ ไม่มีทางเลิกกัน เย่มูเหยียนนั่นที่เขาจำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีทางที่จะเป็นลูกของเขา!
เขาเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าโหรวโหรวเชื่อเขาก็คงจะดี
ความรู้สึกในเรื่องนี้ของเขานั้นแสดงความกดดันให้กับเธอมาตลอด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงจะกังวลและไม่รู้ว่าจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่
ขณะที่เขายังคงครุ่นคิดอยู่ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากทางนั้น เขาเห็นโหรวโหรวเดินเข้ามาหา
ใบหน้าที่สวยงามนั้นเผยรอยยิ้มออกมาและเดินเข้ามาควงแขนเขา “ไปกันเถอะ ฉากต่อไปอยู่ด้านนอก”
ทั้งคู่เดินออกไปด้านนอก และกลุ่มคนด้านหลังก็กำลังทยอยเดินออกมาเช่นกัน
“เมื่อกี้ฉันแสดงเป็นยังไงบ้าง?”
“ดีมาก”
“นายยืนซะไกลเลย เห็นฉันด้วยเหรอ? แสดงได้ดีมาก!” เขาไม่ใช่คนที่โอ้อวดโดยไร้เงื่อนไขหรือไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใด
“เห็นแล้ว” เมื่อครู่ตอนที่เขาเดินมานั้น เขาได้ยินผู้กำกับชมว่าเธอแสดงได้ดีมาก ใช้ได้เลย
แม้ว่าครั้งแรกจะติดขัดแต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ สามารถทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลว