อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 504 ฉันเลี้ยงเอง
ตอนที่ 504 ฉันเลี้ยงเอง
กลิ่นแอลกอฮอล์นั้นค่อย ๆ เข้ามาใกล้เธอ เธอเอนถอยหลังทันที สำหรับเธอที่ก็ยังรู้สึกต่อต้านที่ถูกผู้หญิงหอมแก้มอยู่
“ตื่นเต้นเกินไปแล้ว!” เฉินเหยียนมองการต่อต้านของเธอ ก่อนจะควงแขนเธอเดินออกไปด้านนอก “เธอเพิ่งบอกว่าฉีเซิ่งเทียนซ่อนตัวอยู่ในห้องใช่ไหม? ตอนนี้น่าจะตื่นแล้วนะ เรียกเขามาแล้วพวกเราไปกินข้าวกัน ฉันเลี้ยงเอง!”
“คือว่า…ไม่ดีมั้ง” เธอไม่อยากให้แฟนของตัวเองกับอดีตคู่หมั้นของเขามาเจอกัน
เฉินเหยียนมองเห็นความกังวลของเธอจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกัน จริง ๆ นะ คืนนี้เธอช่วยฉัน แน่นอนว่าฉันก็ต้องเลี้ยงข้าวเธอ!”
“คือ…….ฉันจะถามเขาดู” ปกติเธอมักจะไม่ใช่คนตัดสินใจ ถ้าฉีเซิ่งเทียนตอบรับ เขาน่าจะดีใจที่กลับไป
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงความใจแคบของตัวเอง เธอเริ่มเข้าใจความรู้สึกของฉีเซิ่งเทียนที่คืนนั้นมาเห็นเซว์มู่มาที่บ้านของเธอแล้ว
ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ก็อดหึงขึ้นมาไม่ได้ ไม่คิดว่าเธอจะมีวันนี้!
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้กดโทรหาฉีเซิ่งเทียน เขาก็โทรมาก่อน
หลินจือเซี๋ยวกำลังจะกดรับโทรศัพท์ เฉินเหยียนที่ยืนอยู่ด้านข้างมองชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ไปรับ “ฉีเซิ่งเทียน!”
ทันใดนั้นฝั่งนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ตามมาด้วยคำถามมากมาย “เธอเอาโทรศัพท์คืนให้เซี๋ยวเซี๋ยว เซี๋ยวเซี๋ยวอยู่ไหน? ทำไมเธอถึงได้มีโทรศัพท์ของเซี๋ยวเซี๋ยว? นี่เธอกำลังทำอะไรกันแน่? ตามพวกเรามางั้นเหรอ?”
“นายนี่จินตนาการไปมากมายจริง ๆ เลย ฉันน่าจะมาถึงก่อนพวกนายอีกนะ ตามพวกนายมาที่ไหนกัน! ช่วยพูดให้มันมีเหตุผลหน่อยได้ไหม? นายอยู่ไหน? มากินข้าวด้วยกัน ฉันเลี้ยงเอง! เซี๋ยวเซี๋ยวอยู่ข้างฉัน ถ้านายไม่มาก็จะไม่เจอเธอนะ!”
หลินจือเซี๋ยวที่อยู่ด้านข้างมองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย เธอจะทำอะไร?
ฉีเซิ่งเทียนไม่มาก็จะไม่ได้เจอเธอ ฆ่าอำพรางศพ?
เธอคิดจินตนาการไปมากกว่าฉีเซิ่งเทียนเสียอีก
เฉินเหยียนได้ยินน้ำเสียงที่โกรธจากอีกฝั่งจึงรีบวางสายทันที “เซี๋ยวเซี๋ยว พวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวเขาก็มา”
แม้หลินจือเซี๋ยวจะไม่ยอมแต่ว่าก็ต้องตามเธอไปด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้เจอฉีเซิ่งเทียนจริง ๆ
เมื่อมาถึงห้องส่วนตัวภายในโรงแรม ทั้งคู่ก็สั่งอาหารรอ ไม่นานฉีเซิ่งเทียนก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่โกรธเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบไปมองเฉินเหยียนและเดินไปทางหลินจือเซี๋ยว
หลินจือเซี๋ยวเห็นเขาเดินมาหา ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นมีเรื่องอยากจะพูดมากมาย อยากจะถาม แต่ว่าเขาก็เดินไปนั่งลงข้างเธอ ราวกับว่าไม่จำเป็นต้องถามอะไร ทัศนคติของเขานั้นชัดเจนอยู่แล้ว
“นายตื่นแล้วเหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
ฉีเซิ่งเทียนที่กำลังโกรธนั้น พอได้ยินคำถามที่อ่อนโยนของเธอ ความโกรธก็หายไปทันที ก่อนจะจับมือเธอไว้แน่น “ตื่นแล้ว เธอเที่ยวสนุกไหม?”
ไม่สนุกอยู่แล้ว มีเฉินเหยียนจะสนุกได้ยังไง!
“ก็ดี พี่เฉินได้มาไม่น้อยเลย บอกว่าฉันเป็นเทพแห่งโชคลาภด้วยแหละ” หลินจือเซี๋ยวหัวเราะ สถานการณ์ศัตรูความรักที่คลุมเครือต้องแสดงศักยภาพให้เหมือนว่าไม่มีอะไร
“อืม เธอเป็นตัวนำโชค เป็นเทพแห่งโชคลาภจริง ๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำลายโชคชะตาของเธอได้” ฉีเซิ่งเทียนเอื้อมมือไปลูบผมข้าง ๆ หูของเธอ
นี่คือการแสดงความรักกันเหรอ?
ต่อหน้าเฉินเหยียน?
หลินจือเซี๋ยวรู้สึกยังไม่ค่อยสบายใจ หรือว่าในใจของฉีเซิ่งเทียนยังคิดแบบนั้น เฉินเหยียนชอบเขา?
ไหนบอกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน?
บริกรเดินมาเสิร์ฟอาหาร เฉินเหยียนมองความรักที่เลี่ยนของทั้งคู่ตรงหน้า ก่อนจะยักไหล่ “พวกเธอทั้งคู่……ต้องมาแสดงความรักต่อหน้าหญิงสาวที่โสดและแก่กว่างั้นเหรอ? เคยคิดถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหม?”
นี่ใครยั่วโมโหใครกันแน่?
ไม่ใช่ว่าพาพวกเขามากินข้าวหรือไง?
ทำไมถึงได้เปลี่ยนมาเป็นแบบนี้?
“ทำไมต้องคิดถึงความรู้สึกเธอด้วย? เธอหาแฟนไม่ได้เองยังจะมาโทษที่พวกเราแสดงความรักกัน!” ฉีเซิ่งเทียนเหลือบมองเธอ ก่อนจะบอกหลินจือเซี๋ยวให้กินข้าว
เฉินเหยียนมองเขาแกะเปลือกกุ้งให้หลินจือเซี๋ยว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะหาแฟนสักคนได้แล้ว มีเพื่อนฝูงมากมาย แต่กลับไม่มีแฟนเลยสักคน!
“ฉีเซิ่งเทียน ฉันรู้สึกว่านายนี่มันเป็นผู้ชายที่เห็นแฟนดีกว่าเพื่อนจริง ๆ เมื่อก่อนตอนที่พวกเรากินข้าวด้วยกันทำไมถึงไม่เคยเห็นนายทำเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นเลย? ถึงเมื่อก่อนนาย…..นั่นแหละ คนอื่นคอยปรนนิบัตินาย ผู้ชายนั้นกลายเป็นชายที่อบอุ่นแต่ไม่ใช่ตัวเอง!” เปิดประสบการณ์โลกใบใหม่ให้กับตัวเธอจริง ๆ
เมื่อหลินจือเซี๋ยวได้ยินเธอพูดก็เหลือบมองไปที่ชายที่อยู่ข้าง ๆ ถึงเขาจะรังแกเธอไม่ใช่น้อย แต่ส่วนใหญ่เขาก็ดูแลเธอดีอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเหยียนก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
แม้ฉีเซิ่งเทียนจะเป็นของมือสองคงจะไม่มีอะไร ยังไงก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำ อย่างเช่นดูแลผู้หญิงอย่างทะนุถนอม
ให้เกียรติผู้หญิงอย่างมากซึ่งก็เป็นตัวเธอเอง
“เธอไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเธอไม่มีปากหรอกนะ หรือว่าไม่มีอะไรอุดปากเธองั้นเหรอ?” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่อาหารบนโต๊ะ “อยากกินอะไรก็หยิบเอาเอง ท้องจะได้ไม่หิว!”
“ทำยังไงดี ฉันไม่อยากใช้มือของตัวเองนี่! นายช่วยฉันหน่อยได้ไหม!” เฉินเหยียนตอบเขาอย่างขบขัน
“ช่วยเธองั้นเหรอ ได้สิ!” ฉีเซิ่งเทียนพูดอย่างสบาย ๆ
สักพักผู้หญิงในห้องทั้งสองคนก็มองมาที่เขาอย่างแปลกใจ ที่เขาพูดหมายความว่ายังไง?
“ถ้ามือทั้งสองข้างของเธอขาด ฉันอาจจะลองพิจารณาช่วยเธอดู” เขาที่เพิ่งแกะกุ้งใส่ลงในชามของหลินจือเซี๋ยวเอ่ยขึ้น
ความหมายของเขานั้นคือตอนนี้เขาจะไม่ช่วยเธอ
“เหอะเหอะ จริง ๆ เลย ไอ้….เพื่อนคนนี้ เลวจริง ๆ!” เฉินเหยียนหยิบตะเกียบมาแล้วคีบเอง
“ไม่สนุกเลย บริกรเสิร์ฟเหล้า! เธอทั้งคู่ก็ดื่มสักหน่อย ยังไงคืนนี้ดื่มเมาแล้วก็ไปนอน พรุ่งนี้ค่อยมาเล่นกันใหม่!” เฉินเหยียนพูดตอบด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยเหล้ามากมาย ความจริงหลินจือเซี๋ยวไม่ได้อยากดื่ม แต่ว่าแก้ววางตรงหน้าเธอแล้ว และฉีเซิ่งเทียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ดื่มแล้วด้วยก่อนจะมองมาที่เธอ
“เซี๋ยวเซี๋ยว ดื่มสักหน่อย! เหล้านี้รสชาติดีมากเลยนะ ลองชิมดู ถ้าเมาเดี๋ยวฉันแบกเธอกลับเอง!” ฉีเซิ่งเทียนมองและพูดกับเธออย่างอ่อนโยน พลางมองดูเธอยกเหล้าขึ้นดื่ม
เดิมทีเขาอยากจะมอมไวน์หลินจือเซี๋ยวด้วยตัวเอง แต่ระหว่างทางกลับเจอเฉินเหยียนมาก่อกวน แต่ก็ยังดีที่ยังคงทำตามแผนของเขา
มอมไวน์เซี๋ยวเซี๋ยว มอมไวน์เซี๋ยวเซี๋ยว จะต้องมอมไวน์เซี๋ยวเซี๋ยว
เขายังไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้ดื่ม เฉินเหยียนก็ลุกขึ้นมานั่งข้างหลินจือเซี๋ยวอย่างกะทันหัน ก่อนจะตบมาที่ไหล่ของเธอ “ฉันจะบอกเธอนะ! ความจริงแล้วฉีเซิ่งเทียนมีปัญหาเยอะเลย! เยอะมากเลย!”
มีปัญหาอะไร?
เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรสักหน่อย โอเคไหม?
“ความผูกพัน ความผูกพันที่สำคัญมาก แต่ว่าความรู้สึกนี้มีเพียงความสัมพันธ์พี่น้องอย่างจิ่งเป่ยเฉินเท่านั้น ตอนนี้กลับมีเธอเพิ่มมา!” เฉินเหยียนดื่มจนเริ่มเมาแล้ว หลินจือเซี๋ยวถูกมอมเหล้าไม่หยุด เธอเองก็เริ่มเมาเช่นกัน
ฉีเซิ่งเทียนที่กำลังวางแผนอย่างมีสติมองดูทั้งสองพูดคุยกันแถมยังพูดถึงสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับเขาพลางดื่มเหล้าไปอย่างมึนงง
สิ่งสำคัญคือทั้งสองคนนั้นหันมามองเขาเป็นครั้งคราว เฉินเหยียนเทเหล้าให้ตัวเอง วันนี้ไม่มีทางผ่านไปได้แน่!