อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 515 สบายใจ
ตอนที่ 515 สบายใจ
“พี่สะใภ้ ทำไมพี่ดูสบายใจแบบนั้น พี่เฉินรู้แล้วหรือยัง?” แทนที่จะสนใจเรื่องของเขา ทำไมไม่ไปห้องทำงานของพี่เฉิน?
“ฉันแค่สบายใจนิดหน่อยเอง” อีกอย่างเธอก็ไม่ได้อยากสนใจเขา
แค่เร็ว ๆ นี้เธอก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายอยู่แล้ว!
ถังซั่วกับจิ่งเป่ยเฉินยังคงเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยแม้แต่การคืนดีเลยสักนิด ฉีเซิ่งเทียนก็ยังมาเจอเรื่องแบบนี้อีก ส่วนจิ่งเป่ยเฉิน!
ยังมีข้อสงสัยเรื่องลูกนอกสมรสกับผู้หญิงอีกคนที่ตั้งท้องอยู่เลยด้วยซ้ำ ทำไมกันนะ ทำไมถึงไม่มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นมาบ้างเลยสักอย่าง!
“เธอชอบอะไร ผมเองก็ไม่รู้หรอก ผมไม่ได้คุ้นเคยกับเธอมากเท่าไร” ฉีเซิ่งเทียนส่ายหน้าอย่างแรง ก่อนจะพูดต่อ “พี่สะใภ้ พี่ช่วยผมโน้มน้าวเซี๋ยวเซี๋ยวหน่อยสิ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เลย”
“ไม่ต้องห่วงเธอหรอก ฉันห่วงนายมากกว่า” แม้ว่าทะเบียนสมรสจะไม่มีผลในประเทศจีนก็เถอะ!
แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็นตัวเธอเอง หัวใจของเธอก็คงรู้สึกแย่ไม่ใช่น้อย เกี่ยวกับหลินจือเซี๋ยวเธอเข้าใจมันเป็นอย่างดี
“พี่สะใภ้ช่างดีจริง ๆ เอาซะผมรู้สึกไม่ดีเลย” เขาโกรธเฉินเหยียนมากจริง ๆ
“นายก็ลองคิดดูดี ๆ ละกันว่าผู้ชายรอบ ๆ ตัวนายมีผู้ชายคนไหนพอใช้ได้บ้าง เอาแบบถูไถก็พอ เฉินเหยียนอาจจะตอบตกลงสนใจความคิดนายก็ได้นะ” ทันใดนั้นสัมผัสที่หกเธอก็บอกให้เธอพูดแบบนั้นออกไป
ถ้าหากเดาไม่ผิดละก็
“ผู้ชายข้าง ๆ ผมเหรอ……..?” ฉีเซิ่งเทียนเริ่มคิด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา “เป็นไปไม่ได้หรอก เธอเพิ่งมายุ่งกับผมเอง!”
อันโหรวเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ตนเองถามไปดูไร้ประโยชน์ ด้วยเหตุนี้เธอเลยหมุนตัวกลับและเดินออกไป
ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่แผ่นหลังของเธอที่เดินออกไป ในใจก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย นี่พวกเขาคุยกันจบแล้วเหรอ?
ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เดินออกไปแบบนั้น?
อันโหรวกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง เธอจับคางตัวเองและนั่งคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่ามันยังเป็นไปได้อยู่
เธออยากให้เฉินเหยียนยอมยุติลงจริง ๆ
แต่ว่าอย่างไรก็ตามตอนนี้ภาระงานของเธอมันน้อยจนน่าสงสารเสียจริง ๆ
แม้ว่าแต่ละวันเธอจะมาทำงานกับจิ่งเป่ยเฉิน ร่างกายของเธอเองก็ค่อนข้างดี ไม่จำเป็นต้องมาทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่าจิ่งเป่ยเฉินกลับไม่ยอมให้เธอทำงานหนักเกินไป เธอไม่เหนื่อยเลยสักนิด เธอกลายเป็นคนว่างงานแล้ว เพราะงั้นแต่ละวันเลยมากังวลกับเรื่องเล็ก ๆ น้อยเหล่านี้แทน มันรู้สึกแย่เสียกว่าช่วงเวลาที่เธอได้ทำงานเสียอีก
เฉินเหยียนเองก็ไม่ได้ทำงาน อันโหรวเลยนัดเธอเพื่อมาดื่มชาตอนบ่าย เพียงแต่ว่าช่วงเวลาก่อนที่เธอจะไป เธอจำเป็นต้องบอกกับบิ๊กบอสก่อน ไม่อย่างนั้นมีหวังเขาได้โกรธอีกรอบแน่ ๆ
แต่เมื่อพูดออกไปแล้วเขาก็ไม่ได้คิดจะห้าม ทั้งยังไม่เสนอขอตามไปด้วยอีกต่างหาก เขาปล่อยให้เธอออกไปด้วยตัวเอง
เมื่อเธอมาถึงที่ร้านกาแฟ เธอก็จองห้องส่วนตัวเอาไว้ ไม่ช้าเมื่อเดินไปถึงก็ได้กลิ่นบุหรี่
เฉินเหยียนเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาก็เปิดหน้าต่างทันที ไม่ช้าควันที่ลอยอยู่ในห้องก็ได้ระบายออกไป ใบหน้าที่งดงามและดูเงียบสงบกำลังจ้องมองมาที่ตัวเธอ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เธอเอ่ยคำทักทายขึ้นก่อน
อันโหรวเดินเข้าไปพลางมองที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะ “สูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะ”
“ไม่มีใครสนใจฉันหรอก” เฉินเหยียนเอ่ยคำพูดอย่างไม่แยแสใด ๆ บุหรี่ที่อยู่ในมือก็ได้ถูกดับลง
“เพราะงั้นเธอคิดจะหาใครสักคนมาดูแลไหม? เหตุผลเดียวกับที่เธอบอกกับฉีเซิ่งเทียนตอนขอหย่าไง?” อันโหรวมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอ ดูเหมือนเธอคนนี้จะมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“ฉันแค่พูดเรื่องนี้เล่น ๆ ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังขนาดนี้!” เฉินเหยียนยังคงไร้ซึ่งหัวใจใด ๆ “แต่คงไม่ถึงกับให้ประธานจิ่งลงมือหรอกมั้ง? พ่อของฉันบอกว่าเร็ว ๆ นี้เกิดเรื่องขึ้น หลาย ๆ บริษัทถึงกับผิดสัญญาชั่วคราวกันยกใหญ่”
การเคลื่อนไหวของจิ่งเป่ยเฉินค่อนข้างรวดเร็ว วันนี้เธออยู่สำนักงานทั้งวัน แทบไม่ได้สังเกตเห็นเลยสักนิด
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเก้อเขินและอึดอัดเล็กน้อย เพราะนั่นเป็นสิ่งที่สามีของตัวเองทำ
“อันที่จริงเรื่องทะเบียนสมรสนั่นมันไม่มีผลในประเทศจีน เธอรู้ใช่หรือเปล่า?” แม้ว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับห้างสรรพสินค้า จิ่งเป่ยเฉินต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำแบบนั้นแน่ ๆ
“ตอนนี้รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะปล่อยให้เขานอกใจหลังแต่งงานได้ยังไง เพียงแต่ว่า…..” เฉินเหยียนแตะที่ถ้วยกาแฟ ก่อนจะพูดต่อ “ฉีเซิ่งเทียนแค่ไม่รู้เท่านั้นเอง!”
ถ้าหากรู้แล้วละก็ คงไม่มานั่งตามหาเธอหรอก อีกอย่างก็คงไม่ทำกับสกุลเฉินแบบนั้นแน่
“ยังไม่ได้พูดละนะ” ดูจากสภาพเมื่อเช้านี้ของเขาแล้ว หลินจือเซี๋ยวเองก็น่าจะยังไม่พูด
ทันใดนั้นจู่ ๆ ก็รู้สึกสงสารเขาขึ้นมา ทุกคนรู้หมดแต่กลับปิดบังเขาไว้
“ร้ายกาจจริง ๆ นะพวกคุณทุกคนเนี่ย!” เฉินเหยียนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “ถ้าฉีเซิ่งเทียนรู้ละก็ คงต้องเกลียดพวกเราไปจนตายแน่ ๆ”
“แบบนี้สิดี ถือเป็นการทดสอบเขาด้วย ถ้าเธอบอกว่าเขาชอบชักช้า ทำอะไรช้า แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเร็วมากเลยนะ อาจจะคิดผิดไปก็ได้” ถ้าหากตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างที่คิด คนที่แต่งงานคงได้กลายเป็นหลินจือเซี๋ยวกับเขา
เธอเองก็ไม่ได้ตรวจสอบด้วยว่าทะเบียนสมรสนั้นใช้ได้ที่จีนหรือเปล่า แต่การที่ยั่วยุให้พวกเขาไปที่กิจการพลเรือนเพื่อขอทะเบียนสมรสมานั้น มันค่อนข้างวิเศษขึ้นมาหน่อย
“ฉันรู้สึกเศร้าแทนเขาเลย!” ในหัวของเธอมีบางครั้งที่เอาเขาเป็นคนอื่นแทน
“เข้าใจได้ แต่ว่าเธอสูบบุหรี่ให้น้อยลงหน่อยก็ดีนะ” เธอไม่ค่อยเห็นผู้หญิงสูบบุหรี่เท่าไร เฉินเหยียนเป็นคนแรกที่เธอได้เห็นมากที่สุด ปกติทั่วไปเวลาเธอพบกันทีไร เธอมักจะไม่สูบบุหรี่ แค่ได้กลิ่นควันจาง ๆ เท่านั้นเอง
“จู่ ๆ ฉันก็เริ่มเปลี่ยนรสนิยมแล้ว รู้สึกชอบผู้หญิงน่าจะดีกว่า!” เธอเองจะได้ไม่ต้องมาลำบากใจแบบนี้อีก
อันโหรวถูกคำพูดของเธอชวนให้หัวเราะ ถ้าหากในใจเธอมีคนที่ชอบอยู่จริง ๆ และรู้สึกเศร้า บางทีคนที่เศร้าอาจจะไม่ใช่คนนั้นแน่ ๆ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกมั้ง
ถ้าหากเป็นไปได้ละก็ ทำไมต้องให้ฉีเซิ่งเทียนแนะนำเพื่อนผู้ชายให้ด้วย คำพูดคำจาแบบนี้ดูเหมือนไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด
“เธอหาใครสักคนมาดูแลเธอก็ได้นี่”
“หาไม่เจอ! ถึงได้ให้ฉีเซิ่งเทียนช่วยแบบนี้! แต่เขากลับไม่ช่วยเลยสักนิด ไม่ช่วยก็ช่างเถอะ แต่นี้ยังทำกับฉันแบบนี้อีก! ช่างเป็นสุนัขไม่เลือกที่จริง ๆ ไม่รู้จักนิสัยคนอื่นเลย ก่อนหน้านั้นฉันช่วยเขาตั้งเยอะเลยนะ! ตัวเองแบกชื่อคู่หมั้นของคนอื่นไปทั่ว ดูเขาทำสิ! แทบไม่มีคำขอบคุณให้เลยสักคำ!” เฉินเหยียนยกแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบสองสามอึก ตอนนี้เธอเริ่มโกรธขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
“ฉันอยากรู้แล้วสิ ทำไมพวกเธอถึงได้หมั้นกัน เพราะอะไรเหรอ?” ก่อนหน้านั้นพวกเขาล้อเล่นกันแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แน่
เฉินเหยียนวางแก้วลง ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของอันโหรวที่เต็มไปด้วยความสนใจ
อันโหรวได้ยินเรื่องราวหลังจากนั้น ไม่ช้ามุมปากของเธอก็ยกขึ้น ด้วยเหตุที่ว่าฉีเซิ่งเทียนเมาและคิดว่าจะแต่งงานกับหลินจือเซี๋ยว ต้นเหตุปัญหานี้ล้วนมาจากการดื่มเหล้าทั้งนั้น ทำให้ตระกูลฉีเข้าใจผิดไป
จากคำพูดของเฉินเหยียน ทำให้เธอนึกถึงภาพของเขาเมื่อเช้า และก็พบว่าเขานั้นอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร อาจจะเป็นช่วงเวลานั้นก็ได้
เขาปิดบังเอาไว้ซะลึก ถ้าหากไม่ใช่เพราะเฉินเหยียนไปหาหลินจือเซี๋ยวก็คงไม่มีทางรู้เรื่องแน่!
“ร้ายกาจจริง ๆ”
“โหรวโหรว เธอเป็นคนดีนะ แต่การมากังวลเรื่องพวกนี้คงลำบากเธอแย่เลย ถ้างั้น….ฉันควรหย่ากับเขาไปเลยดีไหม! อย่างน้อยฉันจะได้เป็นอิสระและหลุดพ้นไป” เดิมทีเธอก็ไม่ได้ชอบฉีเซิ่งเทียนอยู่แล้ว เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้
“ถ้าหากทำแบบนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีนะ” อันโหรวยิ้มและพูดขึ้น ถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็คงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีกแล้ว
อันที่จริงการอยู่ด้วยกันมันก็ดีจริง ๆ นั่นแหละ เพราะตัวเธอเองก็เคยสัมผัสส่วนนี้ลึก ๆ มาก่อน
“แต่บทเรียนแบบนี้มันราคาถูกสำหรับเขาไปหน่อยหรือเปล่า? เอ๊ะ ฉันขอลองคิดดูดี ๆ หน่อยละกัน หลังจากหย่ากับเขาแล้ว เขาน่าจะแต่งงานเลยแน่ ๆ แต่ฉันนี่สิไม่มีคู่เดตไปด้วยเลย เพราะงั้นเลยให้เขาแนะนำผู้ชายสักคนให้หน่อย แต่ก็ไม่ยอมสักที ผู้ชายอะไรขี้เหนียวชะมัดเลย” เฉินเหยียนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจ
เขาไม่มีความคิดด้านนี้บ้างเลยหรือไง?
หรือไม่กล้าที่จะขายใครสักคนให้เธอเลยหรือไง?