อัจฉริยะหญิงเทพสมุนไพร - ตอนที่ 61 เพื่อนร่วมชัҟนคนใหม่ปา
อิน
ตอนที่ 61 เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ปาอิน
หลังมื้ออาหารเย็น ตระกูลเย่ว์ก็ส่งผู้อาวุโสสองคนของตระกูลเป่ยออกไปด้วย
สีหน้าปกติ
สิ่งที่แตกต่างจากปกติคือมีเป่ยซีที่ไม่ได้ออกจากห้องมานานหลายปี เป็นแขก
พิเศษอีกคนในรายชื่อนี้
คนรับใช้ของตระกูลเย่ว์ทั้งหมดได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี แม้ว่าพวกเขาจะ
ประหลาดใจที่เห็นนายหญิงแต่ก็ไม่ถามอะไรมาก
เป็นข่าวดีมากที่คุณผู้หญิงสามารถออกมา ใครจะสนว่าทำไม! ยิ่งไปกว่านั้น
พวกเขาไม่ควรยุ่ง!
หลังจากส่งผู้อาวุโสสองคนของตระกูลเป่ยแล้ว คนตระกูลเย่ว์ก็กลับไปที่ห้อง
นั่งเล่น
เย่ว์เลี่ยงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “อากวง เธอมีข้อมูลติดต่อของเสี่ยวอิѺงเอ๋อร์
ไหม”
“มีครับ เดีѺยวผมจะส่งนามบัตรของเธอเข้าไปในกลุ่มให้ทุกคนเพิ่มเพื่อน”
นั่นเป็นเหตุผลให้ทุกคนก้มหน้าดูโทรศัพท์อย่างประหม่า และเป่ยซีก็ยิ่งกระสับ
กระส่ายมากขึ้น
เธอไม่ได้จับโทรศัพท์มือถืออีกเลยตั้งแต่ป่วย ตอนนี้ก็ใช้อย่างเก้ๆ กังๆ และ
เธอกังวลมากจนเหงื่อออก
่
เย่ว์หลั่งกอดเธอแน่นอย่างปลอบโยน “เสี่ยวซี ไม่ต้องกังวล ลูกสาวของเรา
ต้องยังไม่เห็นข้อความแน่นอน”
“แต่มันนานมากแล้วนะคะ เธอยังไม่รับเป็นเพื่อนเลย เสี่ยวอิѺงเอ๋อร์ไม่อยากรับ
พวกเรารึเปล่า”
“ไม่หรอก อิѺงเอ๋อร์ตัวน้อยของเราเป็นคนใจอ่อนและใจดีที่สุด เธอจะไม่ทอด
ทิ้งเราอย่างแน่นอน”
แม้ว่าทุกคนจะพยักหน้าตาม แต่พวกเขาก็กังวลเช่นกัน
เย่ว์เลี่ยงรู้จักลูกสาวของเธอดีที่สุด ดังนั้นเธอจึงเห็นด้วยตามเย่ว์หลั่ง และ
ปลอบโยนเธอไปว่า “พี่สะใภ้ เสี่ยวอิѺงเอ๋อร์อาจยุ่งอยู่ ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเธอ
จะตอบกลับข้อความภายในไม่กี่วินาที ตอนนี้เธออาจจะกำลังอยู่อาบนํ้าก็ได้”
เย่ว์จือกวง “แม่ครับ น้องสาวไม่ค่อยเล่นมือถือเท่าไหร่ ชอบอ่านหนังสือ”
เป่ยซีก็เข้าใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็อดคิดมากไม่ได้
เย่ว์จือเหิง “แม่ครับ น้องสาวของเราชอบอ่านหนังสือ ให้พ่อพาแม่ไปที่ห้อง
สมุดเลือกหนังสือหายากดีไหม เราจะได้เอาไปที่หมู่บ้านเถาหยวนซานด้วย
น้องสาวจะได้กลับมาอ่านในตอนที่เธอหยุดปิดภาคเรียน”
เป่ยซีอยากไปหาหนังสือในตอนนั้นทันที แต่เธอก็ยังคงถือโทรศัพท์ไว้
เย่ว์จือกวง “แม่ครับ ผมจะถือโทรศัพท์ให้แม่เอง และจะไปเรียกแม่ที่ห้องสมุด
ทันทีถ้าน้องสาวตอบกลับมาแล้ว”
“…เอาแบบนั้นก็ได้”
เย่ว์หลั่งกอดเป่ยซีและเดินไปที่ห้องสมุดหลังห้องนั่งเล่น
หลังจากพ่อแม่ของเขาออกไปแล้ว เย่ว์จือกวงก็หันไปหาชายชราแล้วพูดว่า
“ปู่ ย่า ไปเดินเล่นในสวนกันเหมือนเคยเถอะครับ วันนี้แม่ยอมออกไปแล้ว แต่
เราก็จะเปลี่ยนแปลงมากเกินไปในคราวเดียวไม่ได้”
ทั้งเย่ว์จือเหิงและเย่ว์เลี่ยงพยักหน้าเห็นด้วย
แม้ว่าทุกคนในตำหนักพระจันทร์จะไว้ใจได้ แต่ก็ยากจะบอกได้ว่าไม่มีใครรู้สึก
สงสัยหรือไปพูดอะไรสองสามคำข้างนอกบ้าง
คนที่ไม่ตั้งใจก็จะไม่คิดมากเรื่องนี้ แต่คนที่สนใจก็จะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก
ไป
ผู้เฒ่าสองคนมอบโทรศัพท์มือถือให้หลานชายทั้งสอง ก่อนที่พวกเขาจะออก
ไปด้วยกัน
ในห้องนั่งเล่น นอกจากเย่ว์เลี่ยงและสองพี่น้องแล้ว มีเพียงพ่อบ้านหลาน
เท่านั้น
“อากวง เธอบอกว่าเสี่ยวอิѺงเอ๋อร์ไม่เคยให้ต้องป้อนข้าว อาบนํ้า หรือพาเข้า
นอนเลยตั้งแต่เธออายุหนึ่งขวบจริงไหม”
“จริงครับ หมอเทวดาหยวนบอกว่าน้องสาวทำได้ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบ ยิ่งกว่า
นั้นน้องสาวยังเรียนแพทย์และวรยุทธ์ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบด้วย” เด็กส่วนใหญ่
ทำไม่ได้ ขนาดพูดและเดินยังทำได้ไม่คล่องเลย!
น้องสาวของเขาน่าทึ่งมาก!
“อาจารย์ของเธอจ้างครูสอนพิเศษมาสอนให้เธอที่บ้านเสมอ ทำไมเธอถึงไป
โรงเรียนตอนนี้ล่ะ เธอไม่ได้บอกว่าทักษะทางการแพทย์ของเสี่ยวอิѺงเอ๋อร์ดี
กว่าหมอเทวดาหยวนอีกเหรอ?”
“หมอเทวดาหยวนบอกว่าน้องสาวมีอารมณ์เคร่งขรึมและไม่มีชีวิตชีวาเหมือน
เด็ก ดังนั้นเขาจึงอยากส่งเธอไปอยู่กับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันมากขึ้น”
เย่ว์จือเหิง “เสี่ยวอิѺงเอ๋อร์ชอบที่เรียนในตอนนี้ไหม”
“ผมเคยไปกินข้าวเย็นกับน้องสาวมาแล้วสองครั้ง รู้สึกว่าเธอค่อนข้างพอใจกับ
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอ ผมยังได้พบกับเพื่อนร่วมชั้นของเธอสองสาม
คน ทุกคนนิสัยดี เธอเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นได้ดีครับ”
“ถ้างั้นก็ดีแล้ว” เย่ว์เลี่ยงยังกังวลว่าลูกสาวจะปรับตัวเข้ากับโลกนี้ไม่ได้
“อาครับ ผมรู้สึกว่านิสัยของน้องสาวค่อนข้างคล้ายกับคุณ” มองเผินๆ ดูเย็นชา
แต่ภายในนั้นอ่อนโยนมาก
เย่ว์เลี่ยงยิ้ม “หลานสาวเหมือนอาก็เป็นธรรมดา” แน่นอนว่าลูกสาวของเธอ
ย่อมเหมือนเธอสิ!
เย่ว์จือกวงพยักหน้า
“อากวง ครั้งหน้าฉันจะไปเย่ว์ตูกับเธอเพื่อพบเสี่ยวอิѺงเอ๋อร์ด้วย”
ที่จริงเธออยากเจอลูกสาวของเธอตั้งแต่ตอนนี้! แต่ทำไม่ได้!
พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของลูกสาวในชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นเธอ เธอในตอนนี้มีฐานะ
เป็นอาไม่สามารถข้ามหัวพวกเขาไปได้
“ดี”
อาและหลานชายทั้งสามคนปรึกษากันเรื่องงานยุ่งมากจนลืมดูโทรศัพท์ไป
แล้ว
…
มู่เถาเยากำลังหมกมุ่นอยู่กับ ‘กายวิภาคศาสตร์คลินิก’ ที่นำกลับมาจากบ้าน
ของตี้อู๋เปียน หนูขาวตัวเล็กของเธอ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าโทรศัพท์มือถือในห้อง
นอนมีข้อความเช่น ‘พ่อคือพ่อ’ และ ‘พี่คือพี่ใหญ่’ กำลังรอการยืนยันคำขอ
เป็นเพื่อนจากเธออย่างใจจดใจจ่อ
เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่วันนี้ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ เธอจึงมี
ความสุขมาก
ดังนั้น หลังจากกินข้าวเสร็จเธอจึงไปค้นหาหนังสือมาอ่านทันที จนตอนนี้ก็ยัง
ติดอยู่ในมหาสมุทรแห่งความรู้อยู่
อา โลกนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ!
มู่เถาเยากระหายความรู้ เธออ่านหนังสือจนกระทั่งเห็นว่าถึงเวลาพักผ่อนตาม
ปกติของเธอแล้ว
หลังจากวางหนังสือลง เธอก็กลับไปอาบนํ้าที่ห้องนอน แล้วเข้านอนไปโดยไม่
ได้มองโทรศัพท์เลย
เธอไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อตั้งนาฬิกาปลุก เธอสามารถตื่นได้เอง
เมื่อถึงเวลา
เมื่อมู่เถาเยาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ไม่รู้เลยว่าตัวเองทำให้คนตระกูลเย่ว์และตระ
กูลเป่ยจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความวิตกกังวลทั้งคืน
เธอไปโรงเรียนตามปกติ
ปาอิน เพื่อนร่วมชั้นปีคนใหม่ที่น่ารักและเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นวิ่งเข้า
มาหาเธอทันทีที่เห็นเธอเดินเข้าประตู
“เสี่ยวเยาเยา ทำไมเธอถึงไม่ตอบข้อความของฉันเมื่อคืนนี้”
“เธอส่งข้อความถึงฉันเหรอ” มู่เถาเยาผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พลิกดูกระเป๋า
ของเธอ
“เมื่อคืนเธอไม่ได้เช็กโทรศัพท์เหรอ”
“เปล่า ฉันอ่านหนังสือที่ห้องอ่านหนังสือทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ง่วงก็กลับ
ห้องนอน ยังไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย เป็นอะไรไป เธอมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า”
“อ้อๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันแค่อยากจะถามเธอเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์
เพิ่มเติม”
มู่เถาเยาหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่หน้าจอกลับดับสนิท
“แบตเตอรี่หมด”
ปาอิน “…ไม่เป็นไร ฉันคิดออกแล้วหลังจากคิดอยู่นานเมื่อคืนนี้ เสี่ยวเยาเยา
ฉันเอาพาวเวอร์แบงค์มาด้วย ฉันให้เธอยืมใช้ก่อน”
มู่เถาเยาผลักมือของเธอออกไป “โทรศัพท์ของฉันไม่เหมือนของเธอ และฉัน
ก็ไม่ได้เอาสายชาร์จมาด้วย ช่างเถอะ ฉันค่อยชาร์จหลังเลิกเรียนตอนบ่ายก็ได้
ไม่เป็นไร”
อาจารย์ทั้งสองคงไม่มีเรื่องด่วนอะไรต้องหาเธอ ถ้ามีพวกเขาก็จะไปหา
อาจารย์อาเล็กเอง
ปาอิน “…” คนตระกูลเย่ว์น่าสงสารจังเลย! รอมาทั้งคืนอย่างเปล่าประโยชน์!
คุณชายรองส่งข้อความมาถามเธอเมื่อคืนนี้และขอให้เธอหาข้ออ้างเพื่อส่ง
ข้อความถึงเสี่ยวเยาเยา แต่เธอเองก็ไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน
เธอเกือบคิดว่าตัวเองถูกเปิดโปงแล้ว!
คาดไม่ถึงว่าความจริงจะเป็นแบบนี้!
“เสี่ยวเยาเยา เธอไม่ได้วางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างตัวเวลาอ่านหนังสือเหรอ”
ในสมัยนี้ยังมีคนขาดโทรศัพท์มือถือก็อยู่ได้อีกเหรอ
“อืม ฉันใช้มือถือไว้แค่รับสายน่ะ” และจะใช้คอมพิวเตอร์ในตอนที่ติดต่อธุรกิจ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอมีผู้จัดการที่มีความสามารถสามคน ปกติแล้วไม่มีอะไรที่พวก
เขาแก้ปัญหาไม่ได้
แม้ว่าใครคนหนึ่งจะมีปัญหา แต่พวกเขาทั้งสามคนก็จะนั่งคุยกันหาทางแก้
ปัญหาได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอเองก็ไม่สามารถทำได้
นั่นเป็นเหตุผลที่เธอจ่ายเงินเดือนสูงมากเพื่อจ้างผู้จัดการที่เหมาะสม
เถ้าแก่ที่ไม่ต้องทำงานนี่ช่างวิเศษจริงๆ!
ปาอิน “…เสี่ยวเยาเยา เธอไม่เล่นเกมเหรอ” มีวัยรุ่นน้อยมากที่ไม่เล่นเกม
“เล่นนานๆ ครั้งน่ะ”
เกมบางเกมค่อนข้างน่าสนใจ แต่ก็ง่ายเกินไป เธอจะเบื่อหลังจากเล่นไปนานๆ
“งั้นครั้งหน้ามาเล่นด้วยกันนะ แบกฉันไปด้วย ฉันยังเป็นเด็กใหม่อยู่”
ปาอินสุดปลื้ม! ในที่สุดเธอก็มีข้ออ้างให้สามารถทักหาเจ้าหญิงน้อยได้ตลอด
เวลาสักที!
“ได้”
“เสี่ยวเยาเยา ตอนเที่ยงไปกินข้าวกลางวันกันนะ”
ปาอินไม่กล้าพูดเรื่องมือถืออีกเพราะกลัวถูกจับพิรุธได้ จึงเปลี่ยนเรื่องไป
เซียวเซียวที่โต๊ะเดียวกันพูดขึ้น “ไปด้วยสิ”
หวังหมิ่นชิ่นที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าหันกลับมาพูดบ้าง “เพิ่มฉันด้วยคน”
หมิ่นชีสยายกมือขึ้น “ฉันด้วยๆ”
มู่เถาเยายิ้มเล็กน้อยพลางพยักหน้าตอบว่า “ตกลง”
นักศึกษาหลายคนจึงกลับไปยังที่นั่งอย่างพึงพอใจ หันไปเตรียมพร้อมเรียน