เกิดใหม่ครานี้เพื่อสามีผู้เดียว - ตอนที่ 23 ข้าต้องการบัลลังก์
สถานการณ์ในเมืองหลวงเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
แต่มีเพียงขุนนางระดับสูงเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
ส่วนขุนนางระดับล่างลงมาไม่มีผลประโยชน์ เป็นมดตัวเล็กไร้คนสนใจ
และประชาชนในเมืองหลวงกลับใช้ชีวิตอย่างปกติไม่รับรู้ถึงการแย่งชิงบัลลังก์ของราช
ช่วงนี้ทุกคนให้ความสนใจกับนิทานที่นักเล่านิทานในโรงเตี๊ยมเล่ามากกว่า
ทุกคนต่างพูดปากต่อปากนำมาเล่าให้คนที่บ้านฟังเพราะยังสนุกไม่หาย
นิทานเรื่องนี้ยาวมาก
เพื่อทำให้ผู้คนอยากฟังมากขึ้นนักเล่านิทานก็จะเล่าเพียงวันละตอนเท่านั้น
วันหลังแขกจะได้มาเยือนโรงเตี๊ยมอีก
พอคู่แข่งเห็นโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งแย่งลูกค้า
ก็ส่งสายลับเข้ามาจดบทแล้วนำไปเล่าในโรงเตี๊ยมของตัวเองบ้าง
ช่วงนี้อยู่ในฤดูหนาวหิมะตกหนักนอกจากดูงิ้วฟังนักเล่านิทานก็ไม่มีกิจกรรมไหนน่าทำ
เวลาเพียงสั้นๆ ทั้งโรงละครและโรงงิ้วก็แสดงเรื่องเดียวกัน
ทำให้คนในเมืองหลวงต่างชื่นชอบและติดงอมแงม
ขุนนางบางคนยังจ้างคณะละครมาจัดแสดงในจวนอีกด้วย
เนื้อหาแปลกใหม่ มีมุกตลกหัวเราะ มีคำพูดซาบซึ้งใจ
มีการต่อสู้เพื่อความตื่นเต้น นิทานเรื่อง ‘ว่าที่ท่านโหว’
จึงได้รับความนิยมมากที่สุด คนในวังหลวงยุ่งกับการแย่งชิงอำนาจ
ไม่มีเวลามาสนใจละครจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ชาวบ้านทั้งเมืองรับรู้เนื้อหาในนิทานจนเกือบห
แต่ถึงรู้ก็ไม่คิดว่าเนื้อหาด้านในจะเป็นการพูดถึงราชวงศ์ของแคว้นจ้าว
ลู่เหลียนไม่รู้ว่าบทละครที่ตัวเองเขียนขึ้นมาเพียงอยากจะปูทางให้จ้าวหลาง
จะได้รับความนิยมอย่างคาดไม่ถึง
“ท่านพี่มีอะไรจะพูดหรือไม่เจ้าคะ”
นางเห็นเขานั่งมองมาทางนี้นานแล้วแต่กลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที
จ้าวกวงขยับเข้ามาใกล้ภรรยาอ้ำๆ อึ้งๆ “ข้ามีเรื่องอยากจะบอกเจ้า”
“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก”
“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”
ลู่เหลียนถามด้วยความตกใจคล้ายไม่รู้เรื่อง
ในสายตาของชาวบ้านต่างคิดว่าเมืองหลวงก็ยังรุ่งเรืองเหมือนเดิม
ไม่มีเหตุวุ่นวายอะไร
นางเป็นเพียงสตรีอาศัยอยู่ในเรือนหลังย่อมไม่มีทางรู้ว่าสถานการณ์ของเหล่าเชื้อพระว
“ฮ่องเต้ประชวร รัชทายาทและองค์ชายแปดกำลังแย่งชิงบัลลังก์
อีกไม่นานคงเกิดสงครามทางกลางเมือง เมืองหลวงจะวุ่นวายอยู่พักใหญ่”
“รัชทายาทจะได้ครองบัลลังก์หรือเจ้าคะ”
ลู่เหลียนจับมือสามีด้วยความกลัว แม้นางจะรู้ความจริงในชาติก่อน
แต่นางก็ไม่มีทางยอมให้ผู้ชายไร้ความสามารถคนนั้นขึ้นครองบัลลังก์เด็ดขาด
ไม่รู้ว่าหลังจากที่นางและจ้าวกวงถูกฆ่าตาย
เขาในฐานะฮ่องเต้จะดูแลแคว้นจ้าวเป็นอย่างไร
“ข้าไม่รู้”
จ้าวกวงเห็นภรรยาตื่นตระหนกก็ไม่อยากบอกความจริงทั้งหมดเพราะกลัวว่านางจ
ความจริงคือในวังหลวง ฮ่องเต้กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อถอดตำแหน่งรัชทายาท
แต่ขุนนางฝังรัชทายาทก็มีอำนาจเช่นกัน
ฝังองค์ชายแปดก็ใช้วิธีโหดเหี้ยมเริ่มซ่องสุมกำลังทหารแล้ว
“ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก
เจ้าก็อย่าได้ติดต่อกับคนทางนั้นเลย”
สิ่งที่เขาต้องทำคือตัดภรรยาตัวน้อยออกจากความวุ่นวายก่อน เรื่องอื่นๆ
เขาและบุตรชายจะเป็นคนจัดการเอง
ลู่เหลียนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรอีก
ชาตินี้นางอยากเป็นคนอ่อนแอ ไม่อยากเอาตัวเข้าไปสู่ความตายอีกแล้ว
ดวงตากลมโตมองสามีออกจากจวนตั้งแต่ฟั้ายังไม่สาง
เงยหน้ามองหิมะซึ่งหยุดตกเพราะสิ้นฤดูหนาวย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
ความวุ่นวายใกล้มาเยือนแล้ว
และก็เป็นเหมือนชาติก่อน ผ่านไปไม่กี่วัน
ข่าวร้ายก็กระจายไปทั่วแคว้นจ้าว ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว
รัชทายาทยังไม่ได้ถูกถอดออกจากตำแหน่งก็ขึ้นครองบัลลังก์ตามกฎมนเทียรบาลกำห
แม้จะไม่มีพระราชโองการจากฮ่องเต้องค์ก่อนก็ตาม
ด้วยอำนาจของฮองเฮาและการเตรียมการจากตระกูลใหญ่หลายตระกูล
วันเดียวกันกับที่รัชทายาทสถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต้นั่งบัลลังก์ มีนามว่าจ้าวเฉิง
เขาก็ได้แต่งตั้งตำแหน่งฮองเฮา ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย
และตำแหน่งนางสนมทั้งสี่เฟยจนครบ
ล้วนเป็นสตรีจากตระกูลมีอำนาจในเมืองหลวงทั้งสิ้น
องค์ชายแปดแม้จะมีขุนนางและมีทหารในมือกลับพ่ายแพ้แก่เหล่าตระกูลมีอำนาจ
โชคดีที่เขาไหวตัวทันรีบเร่งออกจากเมืองหลวงแล้วรวบรวมกำลังพลตั้งทัพอยู่นอกเมือ
ฮ่องเต้องค์ใหม่มีเพียงทหารไม่กี่กลุ่มและคนจากตระกูลฮองเฮา จากสนม
จากตระกูลใหญ่เท่านั้น ย่อมต้านทัพได้อีกเพียงไม่กี่วัน
กลุ่มคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือชาวเมือง หากหนีไปจากเมืองหลวงได้ทันก็หนี
หากหนีไม่ได้ก็ทำได้เพียงตุนของและปิดประตูจวนไม่ยอมให้ใครเข้ามาด้านใน
หลบซ่อนจากสงครามใจกลางเมือง
เจ้าเมืองจากหัวเมืองทั้งสี่ทิศได้แต่ควบคุมเมืองของตัวเองให้สงบ
แม้ฮ่องเต้ส่งราชโองการมาเรียกตัวกลับเมืองหลวงก็อิดออด เดินทางช้าบ้าง
มีอุบัติเหตุทำให้ล่าช้าบ้าง
ขุนนางไม่ยินดีเข้าร่วมสงครามแย่งชิงอำนาจก็เป็นเพราะฮ่องเต้องค์ก่อนไร้ความส
ขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของขุนนางขั้นสูง
ทุกคนต่างเฝั้ารอดูทิศทางลมว่าฝั่ายไหนจะชนะก่อน
“ฮูหยินอยู่ไหน” เสียงตะโกนดังมาก่อนตัวคน
ลู่เหลียนเงยหน้าขึ้นจากดอกไม้ที่กำลังจะเสียบใส่แจกันเพื่อนำไปวางในเรือนของต
“ท่านพี่มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“พวกเจ้าออกไปทั้งหมด”
สาวใช้และบ่าวรับใช้ประสานมือคารวะแล้วถอยออกจากเรือนทิ้งไว้เพียงเจ้านายส
ลู่เหลียนยอมนั่งลงมองสองคนพ่อลูกมีใบหน้าเคร่งเครียด
“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ หรือมีเรื่องด่วนอะไร”
“ฮ่องเต้สวรรคต รัชทายาทขึ้นครองราชย์แล้ว”
“อะไรนะเจ้าคะ” คนตัวเล็กเอามือทาบอกร้องด้วยความตกใจ
“คนผู้นั้นทั้งไร้ความสามารถ ทั้งโหดเหี้ยม และยังเป็นคนที่ไม่มีความเมตตา
ภายภาคหน้าแคว้นจ้าวจะไม่วุ่นวายหรือเจ้าคะ”
ลู่เหลียนแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง จับมือสามีด้วยความกลัว “ถ้าเขามีอำนาจ
น้องกลัวว่าเขาจะส่งคนมาทำร้ายน้องเจ้าค่ะ”
ดวงตามีน้ำตาหยาดลงมาหวาดกลัวจับใจ
“ไม่กลัวๆ”
จ้าวกวงกุมมือภรรยา
เช็ดน้ำตาออกให้แล้วหันไปสบสายตากับบุตรชายด้วยความหนักใจ
จะทิ้งนางไว้ที่ชายแดนก็กลัวว่าจะมีคนมาทำร้ายเพราะนางกับฮ่องเต้พระองค์ใหม่มีเรื่
จะพาไปด้วยก็กลัวว่านางจะได้รับอันตราย
“ลู่เหลียน ข้าและจ้าวหลางมีเรื่องจะบอกเจ้า”
จ้าวกวงพลิกฝั่ามือมากุมนางไว้แน่นแทบอยากจะบดเลือดเนื้อของนางให้เป็นหนึ่งเดียว
ครั้งนี้เขามั่นใจว่าฝังของพวกเขามีโอกาสชนะสูง
การเดินทางเข้าเมืองหลวงครั้งนี้เพียงแค่ไปชมนกชมไม้และไปเที่ยวเท่านั้น
ทุกเรื่องล้วนให้จ้าวหลางเป็นคนนำทัพเอง เขาอายุมากแล้ว เข่าก็ไม่ค่อยจะดี
เรื้อรังมานานตั้งแต่คุกเข่าขอให้ฮ่องเต้องค์ก่อนหรือเสด็จพี่ไว้ชีวิตจ้าวหลาง
แต่หากจะปล่อยบุตรชายเข้าเมืองหลวงคนเดียวก็ไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่
แต่จะปล่อยภรรยารออยู่ที่จวนคนเดียวก็เป็นห่วง
เป็นครั้งแรกที่จ้าวกวงอยากจะเอาแต่ใจ ต่อให้นางกลัว
ไม่อยากเข้าร่วมสงคราม เขาก็ต้องเอาภรรยาตามไปด้วย
ในหัวถึงกับคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง หากเขาต้องตาย
นางก็ต้องตายตามไปด้วย เราสองไม่แยกจากกันตลอดชีวิต
“มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“ตอนนี้องค์ชายแปดกำลังตั้งทัพอยู่นอกเมืองหลวงเตรียมตัวทำศึกกับฮ่องเต้องค์ใ
“องค์ชายแปดและฮ่องเต้จะชิงบัลลังก์กันอีกครั้งหรือเจ้าคะ”
“ครั้งนี้จ้าวหลางก็จะเข้าร่วมการแย่งชิงด้วย”
“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” ลู่เหลียนหยุดร้องไห้
นางรู้ว่าพวกเขามีกองกำลังเป็นของตัวเองและเตรียมตัวมานานแล้วเพียงแค่รอเวลาเท
ชาติก่อนถูกฮองเฮาคนใหม่ส่งทหารมาก่อน จ้าวหลางจึงยังไม่ได้ทำอะไร
แม้นางจะรู้ความจริงเรื่องนี้อยู่บ้างแต่ชาตินี้นางเพียงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องก็พอ
เพราะทุกเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับนาง และนางก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
จ้าวหลางกัดกรามแน่นจนปรากฏเส้นเลือดนูนขึ้นมา เขาเอ่ยเสียงเย็นชา
“ท่านแม่ ข้าต้องการบัลลังก์ ต้องการแก้แค้นขอรับ”
“แก้แค้น?”
“ย้อนกลับไปรัชสมัยก่อน เสด็จปูั่ไม่ได้แต่งตั้งว่าใครเป็นรัชทายาท
แต่ก่อนที่เสด็จปูั่จะสวรรคต
พระองค์ทรงเขียนพระราชโองการมอบบัลลังก์ให้เสด็จพ่อ
แต่ตอนนั้นถูกเสด็จลุงแย่งไปและยังฆ่าเสด็จแม่เสด็จพ่อแล้วสถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต
พระราชโองการฉบับนั้นอยู่นี่ขอรับ”
จ้าวหลางเอาม้วนผ้าไหมสีทองมาวางลงบนโต๊ะ
ลู่เหลียนเบิกตาโตไม่คิดว่าในมือของทั้งสองคนจะมีพระราชโองการของจริงอยู่ด้ว
ขอเพียงกำจัดขุนนางชั่วและหาขุนนางอายุมากสักคน
เรื่องต่อจากนี้ก็ไม่ยากแล้ว เพราะแบบนี้ใช่หรือไม่
สามีของนางจึงนั่งเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายไม่มีความเคร่งเครียดแม้แต่น้อย
มือบางลูบรอยตราสัญลักษณ์สัญจรของฮ่องเต้รัชสมัยก่อนหรือบิดาของจ้าวกวง
เป็นของจริงไม่ผิดอย่างแน่นอน ด้วยความรุนแรงของระเบิด
ด้วยความสามารถของพวกเขา และรัชทายาทกับองค์ชายแปดที่เบาปัญญา
การกลับเมืองหลวงครั้งนี้คงจะเพื่อกลับไปเที่ยวเท่านั้น
“ข้าจะพาเจ้าไปด้วย” จ้าวกวงโพล่งออกมา
“น้องไร้ความสามารถ จะไม่เป็นตัวถ่วงของทหารหรือเจ้าคะ”
ลู่เหลียนตกใจเพราะนางยังอยากนอนหลับสบายอยู่ในจวนตัวเองมากกว่า
“จ้าวหลางเป็นคนนำทัพ ส่วนข้าอายุมากแล้ว เราติดตามไปข้างหลังก็พอ”
ลู่เหลียนมองคนเป็นบิดาที่สามารถทิ้งภาระทุกอย่างให้บุตรชายโดยไม่รู้สึกผิดแม้แ
มุมปากก็กระตุกยิกๆ
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ศึกครั้งนี้ข้ามั่นใจว่าจะชนะมากขอรับ”
“ระวังตัวเองให้ดี ความปลอดภัยของเจ้าสำคัญที่สุด
พวกเราจะเป็นกองหนุนให้เจ้าเอง”
จ้าวหลางส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ท่านแม่มีอายุห่างจากเขาแค่ 1 ปี
แต่คำพูดเหมือนหญิงชราราวกับนางอายุไม่น้อยแล้ว
แม้จะรู้สึกว่าคำพูดของนางจะไม่สมกับวัย
แต่ในใจก็ยังรู้สึกอบอุ่นและมีความกล้ามากขึ้น
“ข้าและท่านพ่อไม่ได้กลับเมืองหลวงมาหลายปีแล้ว
หลังจากเรื่องวุ่นวายจบลง ท่านแม่ต้องพาพวกเราเที่ยวเมืองหลวงนะขอรับ”
“แน่นอน”
ทั้งสามคนส่งเสียงหัวเราะ หลังจากนั้นก็ไม่คุยเรื่องรบอีก
เพราะเปลี่ยนบทสนทนาไปวางแผนเรื่องเที่ยวมากกว่า
ระหว่างทางผ่านเมืองไหนที่น่าเที่ยวบ้าง
ในเมืองหลวงมีโรงเตี๊ยมไหนที่ไม่ควรพลาด พ่อครัวร้านไหนอร่อย
หรือมีวัดชื่อดังตรงไหนบ้าง เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ
นี่เป็นการออกรบที่ไหน นี่เป็นการวางแผนไปเที่ยวในเมืองหลวงต่างหาก